ม่านราตรีคลี่ตัวหนาทึบท้องฟ้าเบื้องบนพราวพร่างไปด้วยแสงระยิบระยับของหมู่ดาวแม่ทัพเซียวหลงเหยียนเอ่ยชวนจ้าวหานเฟิงให้มาร่วมชำระล้างกายที่ลำธารท้ายค่ายด้วยกันแม้ใจหนึ่งของนายกองหนุ่มจะรู้สึกระแวดระวังและเอ่ยปากปฏิเสธที่จะลงไปอาบน้ำร่วมสระกับผู้เป็นายทว่าด้วยมารยาทและการรักษาฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาเขาจึงจำต้องทรุดกายนั่งลงริมตลิ่งเพื่ออยู่รอเป็เพื่อน
เซียวหลงเหยียนหาได้บีบคั้นหรือบังคับฝืนใจพยัคฆ์หนุ่มไม่ั์ตาคมปลาบของจอมทัพผู้เฒ่าจับจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาอันหยาดเยิ้มปิดความปรารถนาไว้ไม่มิดท่ามกลางเสียงสายน้ำไหลรินระเรื่อยสายตาของทั้งสองสอดประสานกันอย่างมีความหมายลึกซึ้ง จอมทัพค่อยๆปลดเปลื้องชุดเกราะหนักของตนออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า...
ทีละชิ้น...ราวกับจงใจละเลียดเวลา เผยให้เห็นแผงอกกำยำและมัดกล้ามเนื้ออันแน่นตึงสมชายชาตรีแม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานแต่เรือนร่างนั้นยังคงทรงพลังดั่งศิลาแกร่งร่างเปลือยเปล่าของจอมทัพค่อยๆ ก้าวลงสู่ลำธารอันเย็นเยียบช้าๆก่อนจะแหงนใบหน้ามองแสงจันทร์นวลที่ลอยเด่นอยู่กลางนภาพลางเอ่ยถาม
"เ้าคิดว่า... ฝีมือของนายกองเสิ่นหลันซินเป็อย่างไรบ้าง?"
คำถามนั้นดั่งเข็มสะกิดาแในใจจ้าวหานเฟิงก้มหน้าลงต่ำ สายตาจับจ้องไปที่ผืนน้ำทว่าฝ่ามือแกร่งที่วางอยู่บนเข่ากลับสั่นสะท้านอย่างยากจะควบคุม เขารู้ซึ้งแก่ใจดีว่าในการประลองเมื่อครู่หากท่านแม่ทัพไม่เอ่ยปากสั่งห้ามและตัดบทลงเสียก่อนเกียรติยศที่เขาภาคภูมิใจคงต้องพังทลายด้วยความพ่ายแพ้เป็แน่แท้ชายหนุ่มสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยใจจริง
"เรียนท่านแม่ทัพ... นายกองเสิ่นหลันซินผู้นั้นฝีไม้ลายมือและเพลงดาบของเขา... ช่างลึกล้ำไม่ธรรมดาเลย"
จอมทัพผู้ผ่านโลกมาครึ่งค่อนชีวิตย่อมประจักษ์ดีถึงเนื้อแท้ของชายชาตรีเกิดเป็ชายไหนเลยจะปฏิเสธความกระหายในลาภยศและชื่อเสียงได้ยิ่งพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มีพันธะแห่งใจ แบกรับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับสตรีผู้เป็ที่รักไฟแห่งความทะยานอยากที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดย่อมโหมกระพือรุนแรงมากกว่าชายใดเป็เท่าตัว
เซียวหลงเหยียนแสร้งทำทีเป็ทอดถอนใจยาววาดวงแขนแกร่งแหวกม่านน้ำเย็นเยียบ ขยับกายเข้ามาประชิดริมตลิ่งช้าๆสองสายตาประสานกันนิ่งลึก
"เสิ่นหลันซินผู้นั้น... หากกล่าวกันตามจริงตัวเขาสมควรจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ ทว่าเขากลับยึดมั่นในศักดิ์ศรีและศีลธรรมอันซื่อตรงมากจนเกินไปจนทำให้อนาคตในราชการต้องหยุดชะงักลงอยู่เพียงเท่านี้"
จอมทัพผู้ทรงอำนาจค่อยๆเอ่ยอธิบาย ขยับวงหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันโชยไปกระทบใจคนฟังน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความสมเพชระคนสั่งสอน
"คิดดูเถิด... แม้เขาจะมีอายุมากกว่าเ้าถึงห้าปีมีเพลงดาบอันล้ำเลิศที่สามารถสยบเ้าได้ในไม่กี่กระบวนท่าทว่าตำแหน่งหน้าที่กลับจมปลักนิ่งสนิทเป็เพียงแค่นายกองระดับล่างอย่างไร้คนเหลียวแล"
เซียวหลงเหยียนเว้นจังหวะปล่อยให้เสียงน้ำไหลและลมราตรีทำหน้าที่บีบรัดหัวใจที่กำลังสับสนของนายกองหนุ่มก่อนจะปรายสายตาคมกริบราวกับจะมองทะลุเข้าไปในิญญา
"ทหารหนุ่ม...เ้าหมายมั่นปรารถนาจะขึ้นเป็แม่ทัพนำชัยั้แ่อายุยังน้อยมิใช่หรือ? ข้าจะบอกอะไรเ้าให้ หากเ้ายึดมั่นถือดีเดินตามรอยเท้าอันโง่เขลาของนายกองผู้นั้นข้าเกรงว่าอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่เ้าวาดฝันไว้เพื่อลูกและเมีย...ก็คงต้องจบสิ้นและดับสูญลงที่ค่ายทหารแห่งนี้โดยไม่มีวันได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางอำนาจ!"
ถ้อยคำหว่านล้อมอันแยบคายที่กรีดแทงลงบนจุดอ่อนที่สุดในใจดั่งศรอันอาบยาพิษที่ตรึงจ้าวหานเฟิงให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความกลัว...กลัวว่าตนเองจะล้มเหลวและกลายเป็เพียงเบี้ยล่างที่ไม่สามารถนำความภาคภูมิใจกลับไปฝากครอบครัวโดยที่พยัคฆ์หนุ่มผู้ใสซื่อหารู้ไม่ว่า คำเตือนอันแสนหวังดีของจอมทัพเฒ่าผู้นี้แท้จริงแล้วคือเงื่อนไขอันมืดดำที่บีบให้เขาต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีอันกินไม่ได้หรือการทอดกายสยบจำนน เพื่อแลกกับตั๋วทองสู่ตำแหน่งแม่ทัพที่ตนเองกระหายถวิลหา!
"ท่านแม่ทัพ... ข้าควรจะทำเช่นไรดี ข้าเพียง้าสร้างเกียรติยศเพื่อให้ไป๋เหม่ยหลานภูมิใจ..."
จ้าวหานเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าระคนมืดแปดด้านแววตาของพยัคฆ์หนุ่มที่เคยหยิ่งทะนงบัดนี้กลับสั่นไหวและเว้าวอนดั่งคนหลงทางกำแพงแห่งความมั่นใจถูกทุบทำลายลงจนเหลือเพียงความสับสนอลหม่าน
เมื่อเห็นเหยื่อล้ำค่าเริ่มเปิดรอยร้าวในใจแม่ทัพเซียวหลงเหยียนก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจั์ตาคมปลาบฉายประกายแห่งความสมหวัง ในที่สุด...เพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดินที่เขาเฝ้าหมายตา ก็เริ่มก้าวขาลงสู่ตัณหาที่เขาขุดรอไว้เสียที
"หากเ้าปรารถนาหนทางสู่จุดสูงสุด... สิ่งแรกที่เ้าต้องเรียนรู้คือการนอบน้อมต่อผู้กุมชะตาชีวิตเ้า มาเถิด...ลงมาอาบน้ำเป็เพื่อนข้าที่นี่" จอมทัพเฒ่าเอ่ยบัญชาสุ้มเสียงทุ้มต่ำแฝงกระแสกดดันอันหนักหน่วง
จ้าวหานเฟิงชะงักงันร่างกายแข็งทื่อดั่งถูกสาบ สีหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็ความลังเลใจอย่างถึงที่สุดสัญชาตญาณนักรบในกายร่ำร้องเตือนภัยว่าเบื้องหน้าคือเหวลึกทว่าเมื่อเห็นพยัคฆ์หนุ่มยังคงรีรอจอมทัพผู้เจนโลกย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาดึงสติกลับคืน เขาเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากรีดแทงใจเพื่อทำลายปราการความเอียงอายด่านสุดท้ายให้พังทลาย
"เกิดเป็ชายชาตรี... เื่หยุมหยิมเพียงเท่านี้มีสิ่งใดให้ต้องขัดเขินหรือว่านายกองจ้าวผู้เลิศเลอแท้จริงแล้วกลับใจเสาะ สู้แม้แต่พลทหารเลวในค่ายก็มิได้?"
วาจาสบประมาทที่หวดลงบนหลังเสือดั่งแส้ที่ย้ำลงบนแผลฉกรรจ์แห่งศักดิ์ศรี จ้าวหานเฟิงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนแววตาไหวระริก เพื่ออนาคตของภรรยา เพื่อสายเืในครรภ์ที่กำลังจะลืมตาดูโลกและเพื่อตำแหน่งแม่ทัพที่ค้ำคอ สุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือจากศีลธรรมอันดีงาม ชายหนุ่มค่อยๆเอื้อมมืออันสั่นเทาไปปลดเปลื้องเครื่องทรงและอาภรณ์ที่สวมใส่ออกทีละชิ้น...อย่างเชื่องช้าและจำนนต่อโชคชะตา
พริบตานั้นเรือนร่างกำยำสมชายชาตรีของพยัคฆ์หนุ่มก็ปรากฏเด่นชัดผิวพรรณนวลละเอียดแผ่ไออุ่นจางๆมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นจากการฝึกปรือสะท้อนประกายจันทร์เลื่อมพรายดั่งหยกชั้นเลิศสลักเสลา
เซียวหลงเหยียนจับจ้องภาพความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยไฟตัณหาอันหิวกระหายเรือนร่างยามตื่นรู้และเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของจ้าวหานเฟิงในยามนี้...ช่างดูเย้ายวน ดุดัน และปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของเขาให้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเรือนร่างยามที่นอนหลับใหลไร้สติในราตรีที่ผ่านมาเป็เท่าทวีคูณ!