เปลวไฟแห่งปรารถนาโหมกระหน่ำในกายชิวฮว๋ายจุนร้อนระอุจนแผดเผาไปทุกอณูแม้แต่ส่วนที่ได้รับการปลดปล่อยไปแล้วก็ยังกลับมาแข็งขืนอีกครั้งกายเนื้อของเซี่ยชิงหลิวในตอนนี้ใหญ่โตจนเกินจะบรรยาย โถมเข้ามาจนเต็มล้นความรู้สึกคับแน่นนั้นเ็ปเกินทน แต่ดวงตาคมกริบที่จับจ้องมาอย่างแน่วแน่กลับปลุกเร้าให้ร่างกายที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่ตอบสนองขึ้นมาอีกครั้งเขาหอบหายใจถี่ พยายามผ่อนคลาย ทว่ายังไม่ทันได้ปรับตัวเซี่ยชิงหลิวก็เริ่มขยับช้าๆ
"อื้อ... อื้อ... ท่าน สส. ครับ..."เขาครางแ่ พยายามยันกายขึ้นด้วยมือที่ถูกมัดไว้ััได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่สวยงามยิ่งคิดว่าคุณท่านของตนกำลังโลดแล่นอยู่ภายใน ยิ่งทำให้เขาปั่นป่วนจนแทบคลั่งร่างกายเกร็งกระตุก รัดรึงจนเซี่ยชิงหลิวต้องส่งเสียงครางต่ำในลำคอคิ้วเข้มขมวดมุ่น
"อย่าเกร็ง" คุณท่านของเขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มพร้อมกับตบลงบนบั้นท้ายของเขาเบาๆ เขาไม่รู้สึกเจ็บ แต่เสียงนั้นกลับดังสนั่นราวกับเป็บทลงโทษที่น่าอาย ทำให้ชิวฮว๋ายจุนยิ่งแข็งขืนขึ้นกว่าเดิม
เขารู้สึกคลั่งไคล้การออกคำสั่งแบบกดข่มของเซี่ยชิงหลิวเมื่อใดที่คุณท่านของเขาใช้คำพูดที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมไปด้วยความทรงอำนาจเช่นนี้เขาจะรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ราวกับสมองกำลังจะละลายทว่าเขาก็ยังคงจดจำหน้าที่ของตนเองได้ ดังนั้นเขาจึงหอบหายใจ พยายามปรับลมหายใจให้เข้ากับจังหวะการเคลื่อนไหวของเซี่ยชิงหลิว
ทว่าพื้นที่ในรถนั้นคับแคบร่างสูงโปร่งที่สูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเิเนอนเหยียดอยู่บนเบาะหลังก็แทบจะไม่มีที่อยู่แล้วยิ่งมีร่างของเซี่ยชิงหลิวที่สูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเทาบทับลงมาอีกทำให้ชิวฮว๋ายจุนถูกกดทับจนหายใจแทบไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้นความปรารถนาอันร้อนแรงของชายหนุ่มยังฝังลึกอยู่ภายในการคงอยู่ของสิ่งนั้นช่างทรงพลังเหลือเกินขยับเขยื้อนเท่าไหร่ก็ยังหายใจไม่ทั่วท้องรัดรึงจนเซี่ยชิงหลิวส่งเสียงคำรามต่ำอย่างทรมานออกมาไม่รู้ว่าเป็เพราะความเ็ปหรือความสุขสม
"...ฮว๋ายจุน นายนี่มัน..."เซี่ยชิงหลิวซุกไซร้ข้างลำคอเขา พ่นลมหายใจแ่เบาและเนื่องจากร่างของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ กลิ่นหอมของไม้สนที่อบอุ่นโชยมาผสมปนเปกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของชายหนุ่ม ทำให้ชิวฮว๋ายจุนสมองว่างเปล่าเขาจ้องมองติ่งหูที่งดงามราวกับหยกเนื้อดีที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ในห้วงภวังค์ที่ถูกปลุกปั่นเขาจึงเผลอแลบลิ้นเลียมัน
"นาย!" เซี่ยชิงหลิวสะดุ้งโหยงราวกับถูกไฟฟ้าช็อตร่างกายเกร็งกระตุก ทว่าส่วนที่ฝังลึกอยู่ในกายของชิวฮว๋ายจุนกลับขยายใหญ่ขึ้นจนเขาต้องส่งเสียงครางออกมา ทว่าในใจกลับเบิกบาน
"ที่แท้ท่านก็แพ้ััจั๊กจี้นี่เอง"
เขาหัวเราะเสียงอ่อนหวานเซี่ยชิงหลิวจ้องมองอย่างดุดัน คว้าคางของเขาไว้ ออกแรงบีบจนเขาน้ำตาคลอทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวคำขอโทษปลายนิ้วโป้งอุ่นร้อนก็ลูบไล้ริมฝีปากของเขาเบาๆ
"นายจงใจยั่วให้ฉันลงโทษนายสินะ?ฮว๋ายจุน"
ชายหนุ่มแสยะยิ้มเยาะก่อนจะรั้งมือที่ถูกมัดไว้ให้สูงขึ้นเหนือศีรษะ กระแทกกระทั้นแก่นกายอย่างหยาบโลนครั้งแล้วครั้งเล่าที่แทงลึกถึงส่วนที่ลึกที่สุดจนชิวฮว๋ายจุนกรีดร้องออกมาสุดเสียง
"อ๊า... อ๊า... อย่า...ลึกเกินไปแล้ว... อื้ม... อื้อ..."
แก่นกายที่ร้อนระอุทะลวงผ่านร่างกายของเขาอย่างรุนแรงบดขยี้ลึกลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งเ็ปและสุขสมชิวฮว๋ายจุนรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของตนแตกกระจายเป็เสี่ยงๆสิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่กรีดร้องและหอบหายใจ
เซี่ยชิงหลิวชันขาข้างหนึ่งของเขาขึ้นพาดบ่าคว้าเอวของเขาไว้ กระแทกเข้าไปในองศาอันร้ายกาจบดขยี้จุดอ่อนไหวของเขาได้อย่างแม่นยำ ชิวฮว๋ายจุนเห็นภาพตรงหน้าเป็สีขาวโพลนสติสัมปชัญญะขาดผึง เขาเงยหน้าหอบหายใจ ทว่ากลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้
ยิ่งเห็นว่าเขาสิ้นสติไปแล้วเซี่ยชิงหลิวก็ยิ่งกระแทกกระทั้นลงบนจุดอ่อนไหวนั้นแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าชิวฮว๋ายจุนรู้สึกว่าสมองของตนแตกออกเป็ดอกไม้ไฟและเขาไม่สามารถควบคุมคำพูดได้อีกต่อไป
"อย่า... อย่า... อื้อ... อ๊า...อ๊า..."
ชิวฮว๋ายจุนร้องออกมาอย่างไร้ทิศทางไม่รู้ว่าตนเองกำลังพูดอะไรสิ่งเร้าที่รุนแรงเกินไปทำให้สมองที่เคยเป็ระเบียบของเขาใช้การไม่ได้น้ำตาไหลพราก ทว่าเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะปาดมัน
ชิวฮว๋ายจุนกัดริมฝีปากแน่นพยายามเบี่ยงเบนความรู้สึกสุขสมที่น่าสะพรึงกลัวนั้นทันใดนั้นเองเซี่ยชิงหลิวก็ง้างปากของเขาออกอย่างแรงแล้วยัดอะไรบางอย่างเข้ามาในปาก เขาได้กลิ่นหอมฉุน รู้ได้ว่านั่นคือผ้าเช็ดหน้า
"เลิกกัดได้แล้ว เืออกหมดแล้ว"
ชายหนุ่มพึมพำทว่าความเร็วในการโจมตี่ล่างกลับไม่ลดลงแต่อย่างใดชิวฮว๋ายจุนถูกอุดปากด้วยผ้าเช็ดหน้า ส่งเสียงครางอู้อี้ที่ฟังดูน่าสงสารกลับกระตุ้นความ้าที่จะเอาชนะที่ฝังลึกอยู่ในสายเืของชายหนุ่ม
ดังนั้นเซี่ยชิงหลิวจึงจงใจดึงแก่นกายของตนออกไปจนเกือบหลุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปอย่างแรง ทุกครั้งที่เขาเติมเต็มเข้ามาชิวฮว๋ายจุนก็จะส่งเสียงครางหวานจากลำคอ น้ำตาไหลทะลักออกมา
ภายใต้การจู่โจมที่ค่อนข้างหยาบโลนของเซี่ยชิงหลิวท้องน้อยของพวกเขาทั้งคู่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและของเหลวที่ชิวฮว๋ายจุนปลดปล่อยออกมาไม่รู้กี่ครั้ง แม้ว่าจะแข็งตัวไม่ได้แล้วส่วนที่กึ่งแข็งขันก็ยังมีของเหลวใสหยดติ๋งๆ ออกมา ดูน่าสงสารอย่างที่สุด
เซี่ยชิงหลิวแต่งกายเรียบร้อยมีเพียงแค่ซิปกางเกงที่ถูกรูดลงเล็กน้อยเขามองเสื้อเชิ้ตของตนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวจำนวนมาก แล้วหัวเราะเบาๆ"นายทำเสื้อผ้าของฉันเปื้อนอีกแล้วนะ เด็กดื้อ"
ชิวฮว๋ายจุนถูกอุดปากด้วยผ้าเช็ดหน้าทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าทั้งน้ำตา พร้อมกับกำชายเสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นไว้แน่นราวกับกำลังกล่าวคำขอโทษ เนกไทบนข้อมือก็เต็มไปด้วยรอยด่าง มีทั้งน้ำตาและน้ำรัก
เซี่ยชิงหลิวหัวเราะ คว้าข้อมือของเขาไว้เข้าสู่่สุดท้ายของแรงะเิ
"อื้อ... อื้อ..." ชิวฮว๋ายจุนส่งเสียงครางครวญครางตามแรงกระแทกที่ไม่ปราณี ดวงตาพร่าเลือนผมที่เปียกชื้นแนบอยู่ข้างขมับ ดูรุ่มร่าม ทว่ากลับเย้ายวนเป็พิเศษท่อนล่างที่กึ่งแข็งตัวปลดปล่อยของเหลวใสออกมาไม่หยุด
ส่วนที่แทบจะปลดปล่อยอะไรออกมาไม่ได้นั้นปวดเมื่อยทว่าก็ถูกความดิบเถื่อนของชายหนุ่มเร่งเร้าจนร่างกายเกร็งไปหมดชิวฮว๋ายจุนถึงจุดสุดยอดอย่างต่อเนื่องไม่มีแรงแม้แต่จะคว้าจับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ทำได้เพียงนอนร่างสั่นสะท้านภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปหมด
เซี่ยชิงหลิวถูกผนังลำไส้ที่ร้อนชื้นรัดรึงจนแทบจะคิดอะไรไม่ออกเขาคว้าข้อมือของชายหนุ่มไว้แน่น โถมกระแทกอย่างหยาบโลนและในที่สุดก็ปลดปล่อยออกมาอย่างสุดแรง
หลังจากได้ปลดปล่อยเซี่ยชิงหลิวก็ถอนหายใจยาวๆ ค่อยๆ คลายข้อมือของชิวฮว๋ายจุนออก
ชายหนุ่มใต้ร่างดวงตาเลื่อนลอยผมที่เปียกเหงื่อปรกหน้าผาก ดูน่าสงสาร เขาเอื้อมมือไปลูบผมของชิวฮว๋ายจุนปลดผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในปากของชิวฮว๋ายจุนออก
"อืม..." ชายหนุ่มส่งเสียงครางต่ำริมฝีปากแดงก่ำยังคงมีเืซึมออกมารวมกับใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก และข้อมือที่ถูกมัดไว้ดูเหมือนหญิงสาวชาวบ้านไร้ทางสู้ ถูกโจรป่าข่มเหง... เมื่อคิดถึงตรงนี้เซี่ยชิงหลิวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ
'หญิงสาวชาวบ้านอะไรกันนี่มันแมวน้อยเ้าเล่ห์ชัดๆ!'
"นายร้องไห้ทำไมกัน" เขาพยายามกลั้นหัวเราะ พร้อมกับคลายเนกไทที่ข้อมือของชิวฮว๋ายจุนออก
เมื่อชิวฮว๋ายจุนเป็อิสระอีกครั้งเขาก็ปาดน้ำตา แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง อีกทั้งโน้มตัวลงบนตักของเขาอีกครั้งดูดส่วนที่ยังเปียกชื้นของเขาเข้าไปในปาก เลียทำความสะอาดอย่างละเอียดดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับมันไม่เหลือเค้าของคนที่ถูกเขาบงการจนแทบจะตายเมื่อครู่ ท่าทางที่ยั่วยวนจนถึงขีดสุดทำให้ส่วนที่เพิ่งสงบลงของเซี่ยชิงหลิวคล้ายจะกลับมาตอบสนองอีกครั้ง
'เด็กคนนี้นี่มัน...' เซี่ยชิงหลิวกัดฟัน คว้าคางของชายหนุ่มไว้ บังคับให้เงยหน้าขึ้น
"นายยังไม่ได้ตอบคำถามของฉันเลยนะฮว๋ายจุน" เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ชิวฮว๋ายจุนเงยหน้าขึ้น ดวงตาชื้นแฉะริมฝีปากแดงก่ำที่ยังคงมีเืซึมออกมาขยับเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างแ่เบาว่า"เพราะผมมีความสุขมาก"
เซี่ยชิงหลิวเคยเป็ทนายความมาก่อนวาทศิลป์เป็พื้นฐานของอาชีพ ทว่าในตอนนี้กลับพูดไม่ออก
'ดวงตาของเด็กคนนี้สวยเกินไปสวยจนทำให้เขารู้สึกตัวเองต่ำต้อย'
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดีจะต้องเยาะเย้ย ปฏิเสธ หรือหยอกล้อ... ล้วนไม่ใช่ความรู้สึกที่เหมาะสมทั้งนั้นดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ใช้นิ้วลูบเืที่ริมฝีปากของชิวฮว๋ายจุนออกแล้วปล่อยมือ
"ใส่เสื้อผ้า" เขาออกคำสั่งเสียงต่ำ หลีกเลี่ยงสายตาที่เปล่งประกายของชายหนุ่ม
เซี่ยชิงหลิวแต่งกายเรียบร้อยแล้วเหลือบมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆแม้ว่าท่าทางที่สุขุมและน่าเชื่อถือในยามปกติจะกลับคืนมาแล้วถึงแปดส่วนแต่ปกเสื้อกลับยับเยิน จนไม่สามารถติดกระดุมได้
เขามองกระดูกไหปลาร้างดงามที่โผล่พ้นปกเสื้อและรอยแดงบนข้อมือของชิวฮว๋ายจุน ไม่ได้คิดอะไรมากเพียงแค่นำเนกไทของตนเองไปคล้องคอให้เขา
"เส้นนี้ฉันให้นาย"
ชิวฮว๋ายจุนมองเนกไทสีเทาเข้มที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชายหนุ่มที่อยู่ข้างคอดวงตาสีดำขลับที่ชื้นน้ำอยู่แล้วยิ่งเปล่งประกายราวกับเด็กที่ได้รับของขวัญวันเกิด
เขากำลังจะเอื้อมมือไปััเนกไทที่คล้องคออยู่ทว่าสายตาของชายหนุ่มกลับเลื่อนไปที่ข้อมือของเขา แววตาของเซี่ยชิงหลิวสั่นไหวแต่ก็จางหายไปในทันที แล้วก้างลงจากรถไป
ชิวฮว๋ายจุนก้มลงมองส่วนที่สายตาของชายหนุ่มจับจ้องนั่นคือรอยมัดที่เห็นได้ชัดเจน
'ท่าน สส. อยากจะบอกอะไรกันนะ ว่าสวยดีเจ็บไหม หรือว่าครั้งหน้าผมจะเบามือหน่อย?'
แต่ไม่ว่าคำตอบไหน สำหรับชิวฮว๋ายจุนแล้วล้วนเปี่ยมไปด้วยความรัก ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะคิดไปเองทว่าเขาก็ยังคงผูกเนกไทอย่างมีความสุข แล้วรีบตามไป
'ผมรักท่าน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...'