ตอนที่ 11: ธารารีสอร์ตเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
แสงไฟระยิบระยับนับพันดวงถูกประดับประดาห้อยระย้าตามยอดไม้และระเบียงอาคารไม้สักทองหรูหราของ "ธารารีสอร์ต" ที่พักตากอากาศริมน้ำที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์อย่างงดงามตระการตาบนพื้นที่ตลิ่งชันเก่าแก่ริมแม่น้ำยม เสียงเพลงบรรเลงดนตรีสากลนุ่มนวลดังแว่วเคล้าคลอกับเสียงกระแสน้ำยมที่ไหลเอื่อยในยามค่ำคืน ลมโชยอ่อนพัดพากลิ่นอายความหรูหราของแชมเปญราคาแพงที่บรรดาแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและนักธุรกิจใหญ่กำลังถือแก้วทรงสูงเดินจิบพลางพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลินชื่นมื่น ทว่าภายใต้กลิ่นหอมหวานของสุราและอาหารเลิศรสที่ตกแต่งอย่างประณีต กลับมีกลิ่นหอมชวนหวาดระแวงของดอกลำเจียกป่าเปียกชื้นโชยกระแทกประสาทจมูกเป็นระยะๆ ชวนให้รู้สึกอึดอัดเย็นยะเยือกในอกและสั่นสะท้านอย่างน่าประหลาดใจ
ฝ้ายยืนโอบไหล่ตนเองอยู่ริมระเบียงไม้จ้องมองออกไปที่ผืนน้ำมืดมิดของแม่น้ำยม ร่างบางยังคงสั่นเทาทุกครั้งยามที่สายตาลดต่ำมองเกลียวน้ำวนลึกเบื้องล่าง ความทรงจำอันน่าสยดสยองจากค่ำคืนที่โป๊ะเรือเก่าใกล้จะล่มและภาพผีร้ายพรายน้ำรัญจวนเปื่อยเน่าคอยกระชากดึงรั้งขาลากจมดิ่งยังคงหลอกหลอนสะกดจิตใจของเธอจนนอนไม่หลับมาหลายสัปดาห์ ในค่ำคืนมรณะนั้น คิวและเธอรอดพ้นความตายมาได้ราวปาฏิหาริย์เนื่องจากทีมกู้ภัยท้องถิ่นแล่นเรือมาช่วยเหลือพยุงร่างขึ้นจากน้ำวนได้ทันท่วงที ทว่าคิวกลับปัดความหวาดกลัวและคำเตือนเรื่องผีพรายน้ำของเธอทิ้งไปทั้งหมดอย่างไร้เยื่อใยและดูถูกเหยียดหยาม
"ฝ้ายคิดมากประสาทหลอนไปเองต่างหาก ค่ำคืนนั้นโป๊ะมันชำรุดทรุดโทรมอยู่แล้ว พอคนขึ้นไปยืนพร้อมกันน้ำมันก็หมุนวนดึงเอียงวูบตื้นตกใจไปเอง ผมแค่ละเมอเดินลงไปเพราะเหนื่อยสะสมจากการคุมงานสร้างตลิ่ง ส่วนฝ้ายก็แค่หึงรันจนประสาทหลอนตาฝาดเห็นเป็นหน้าผีสางปัญญาอ่อนไปได้ เลิกพูดเรื่องนี้เหอะเสียเวลาทำมาหากิน"
นั่นคือคำพูดของคิวที่ใช้ตอกหน้าหักหลังความห่วงใยของเธออย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะเร่งเดินหน้าโครงการก่อสร้างตอกเสาเข็มถมดินตลิ่งต่อโดยไม่สนอันตรายใดๆ และสั่งห้ามทุกคนในแคมป์พูดถึงข่าวลือผีพรายกินคน จนกระทั่งสร้างรีสอร์ตหรูแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ ฝ้ายรู้สึกเหนื่อยใจและปวดร้าวลึกๆ คู่หมั้นของเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาของเขาดำมืด เย็นชา และแข็งกระด้างขึ้นทุกวัน รอยร้าวระหว่างเธอกับเขายิ่งขยายตัวลึกจนแทบไม่มีความสุขหลงเหลือในหัวใจของการหมั้นหมายเลยสักนิด
คิวเดินเข้ามาสวมกอดเอวของฝ้ายจากด้านหลัง สัมผัสอุ่นจากมือของเขาไม่ได้ทำให้ฝ้ายรู้สึกปลอดภัยเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ชายหนุ่มแต่งกายด้วยชุดสากลเรียบหรูดูดี ยิ้มแย้มต้อนรับหุ้นส่วนและนักลงทุนที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยสีหน้าเบิกบานภูมิใจในวิศวกรรมฝีมือตนเอง
"ยิ้มหน่อยสิฝ้าย วันนี้งานเปิดตัวรีสอร์ตของเรานะ อย่าทำหน้าอมทุกข์ให้แขกเหรื่อเห็นสิ" คิวกระซิบข้างหูน้ำเสียงแกมบังคับและแข็งกระด้าง ฝ้ายทำได้เพียงส่งยิ้มบางๆ อย่างแกนๆ ตอบกลับไปอย่างข่มขืนในอก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับน้ำดื่มกลิ่นดอกไม้ป่าที่ถูกนำมาจัดเสิร์ฟ รันในชุดพนักงานต้อนรับส่วนหน้าสีครีมสะอาดสะอ้าน ผมยาวสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างเรียบร้อยดูงดงามอ่อนน้อมพินอบพิเทา หล่อนคุกเข่าลงยื่นแก้วน้ำให้ฝ้ายและคิวด้วยกิริยาแสนซื่อสุภาพเรียบร้อย คิวประทับใจในมารยาทความขยันและการช่วยประสานงานขายที่ดินของรันเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจจ้างเธอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับส่วนหน้าทันทีที่รีสอร์ตเปิดทำการ ฝ้ายรู้สึกอึดอัดแน่นในหน้าอกและมีความหวาดกลัวลึกๆ ทุกครั้งที่เห็นรันขยับกายเข้ามาใกล้คิว แต่เธอไม่อาจหาเหตุผลทางตรรกะมาคัดค้านการตัดสินใจธุรกิจของคิวได้เลย เพราะรันทำงานได้ไม่มีที่ติและนอบน้อมถ่อมตนจนทุกคนต่างชื่นชมเอ็นดู
"ขอให้คุณคิวและคุณฝ้ายมีความสุขมากๆ ในงานเปิดตัววันนี้นะคะ รันจัดเตรียมเครื่องดื่มไว้ต้อนรับแขกทุกคนเรียบร้อยแล้วค่ะ" รันเอ่ยเสียงหวานใส นัยน์ตาสลัวเรียบซื่อจ้องมองต่ำอย่างถ่อมตนและพินอบพิเทาอย่างยิ่ง
"ขอบใจมากนะรัน ทำงานดีมาก สมแล้วที่ฉันไว้ใจให้ดูแลหน้าฟรอนต์ต้อนรับ" คิวเอ่ยชมสายตาเป็นประกายแฝงความพึงพอใจในจริตธรรมชาติของหล่อน ฝ้ายได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นเก็บกดอารมณ์ระแวงปนร้าวรานใจไว้เงียบๆ
ไม่นานนัก รถยนต์หรูหราแล่นเข้ามาจอดที่หน้าทางเข้ารีสอร์ต ผู้ที่ก้าวลงมาคือ พงศธร เพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของคิว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ท่าทางภูมิฐานควงคู่มากับ สุดา ภรรยาหลวงคนสวยที่มีท่าทางหยิ่งยโสและอารมณ์ฉุนเฉียวจอมเหวี่ยง สุดามักจะแสดงความไม่พอใจและคอยจิกหัวใช้และกดดันพงศธรต่อหน้าสาธารณชนเสมอ พงศธรเก็บความอึดอัดใจมาแสนนานเมื่อสบโอกาสพบเจอสิ่งที่ผ่อนคลาย คิวและฝ้ายรีบเดินเข้าไปต้อนรับหุ้นส่วนใหญ่ด้วยไมตรีจิต
"ยินดีด้วยนะคิว โครงการเสร็จสมบูรณ์หรูหราสมราคาคุยจริงๆ ตลิ่งริมน้ำตรงนี้วิวสวยมาก" พงศธรเอ่ยปากชมพลางจับมือทักทายคิวอย่างเป็นกันเอง ขณะที่สุดากวาดสายตาเบื่อหน่ายมองไปรอบๆ รีสอร์ตด้วยสีหน้าตึงตังและบ่นพึมพำเรื่องอากาศชื้นสกปรกริมแม่น้ำยมที่ชวนเป็นหวัด
ในจังหวะนั้นเอง รันยกถาดเครื่องดื่มแชมเปญและน้ำสมุนไพรเดินเข้ามาเสิร์ฟให้กับผู้มาเยือนคนสำคัญ “เชิญรับเครื่องดื่มเย็นๆ ก่อนค่ะคุณพงศธร คุณสุดา” รันเอ่ยพลางค้อมหัวลงต่ำอย่างนอบน้อม
ทันทีที่พงศธรหันมาสบตากับรัน ดวงตาของชายหนุ่มพลันเบิกกว้างสั่นไหวอย่างรุนแรง ความหวั่นไหวสะท้านอารมณ์และแรงปรารถนาตามธรรมชาติปะทุขึ้นในอกอย่างฉับพลันราวกับมีแรงดึงดูดเสน่หาอันไร้หนทางเลี่ยง พงศธรจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มและลำคอขาวผ่องของรันอย่างไม่กะพริบตา หัวใจของเขาเต้นรัวแรงด้วยอารมณ์ใคร่เสน่หาชู้สาวโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจตนเอง ในขณะเดียวกัน สุดาที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับรู้สึกเย็นยะเยือกในอกขึ้นมากะทันหัน ร่างกายของหล่อนสั่นเทิ้มด้วยลางสังหรณ์ความกลัวแปลกประหลาด สายตาของสุดาจ้องเขม็งมองรันด้วยความรู้สึกไม่ถูกชะตาและชิงชังอย่างรุนแรงโดยไร้สาเหตุประหนึ่งปมแค้นชาติปางก่อนที่เพิ่งตื่น
"ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคิว? ทำไมหน้าตาดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ มารยาซื่อใสแบบนี้ฉันเห็นมาเยอะแล้วนะ อย่าให้มาทำกิริยายั่วยวนสามีฉัน" สุดาเอ่ยตวาดเสียงแข็งแสดงความเกลียดชังทันที พงศธรหันไปตวัดสายตาดุใส่ภรรยาด้วยความอายเพื่อน
"สุดา! อย่าเสียมารยาทกับพนักงานของคิวสิ คุณนี่ชอบเหวี่ยงไร้เหตุผลตลอดเลยนะ ทำตัวเป็นคนไม่มีมารยาทไปได้" พงศธรตวาดกลับเสียงกร้าวทำให้สุดาหน้าถอดสีเม้มปากด้วยความโกรธปนชอกช้ำที่โดนสามีหักหน้าต่อหน้าฝ้ายและคิว ฝ้ายรีบเข้ามาแทรกกลางเพื่อประนีประนอมสถานการณ์ก่อนที่จะบานปลาย
ในช่วงกลางงานเลี้ยงฉลองขณะที่ผู้คนกำลังเดินชมวิวริมตลิ่ง คิวโอบเอวฝ้ายทักทายกลุ่มนักลงทุนรายอื่น พงศธรแยกตัวมายืนจิบเครื่องดื่มอยู่ริมระเบียงสวนหินที่เชื่อมต่อกับทางเดินไปตลิ่งยมเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดจากการทะเลาะกับสุดา รันถือถาดเดินผ่านมาและแสร้งก้าวสะดุดขอบหินทางเดิน ร่างบางอ่อนละมุนโผเข้าหาพงศธรอย่างแผ่วเบาจนถาดเครื่องดื่มร่วงลงพื้น
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณพงศธร!" รันร้องเสียงเบาเรือนร่างเบียดชิดกับอกแกร่งของพงศธร เสื้อชีฟองสีครีมบางๆ ของรันเปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำจนแนบเนื้อเผยสัดส่วนโค้งเว้าของทรวงอกอวบอัด สองมือเรียวบางเปียกชื้นของหล่อนทาบสัมผัสลงบนแผงอกหนาของเขาแผ่วเบา ปลายนิ้วสัมผัสอุ่นชื้นและสายตาเหนียมอายของรันช้อนขึ้นมองสบตากับชายหนุ่มในระยะประชิด มารยายั่วยวนธรรมชาติของเธอจุดประกายความต้องการร้อนรุ่มและความเสน่หาพลุ่งพล่านในใจของพงศธรจนแทบจะหักห้ามใจไม่ไหว ชายหนุ่มเอื้อมมือประคองไหล่เนียนบางของรันไว้แน่นหนาจ้องมองหล่อนด้วยความลุ่มหลงสวาทอย่างไม่ปิดบัง
ฝ้ายและสุดาที่เดินตามหาพงศธรหันมาเห็นภาพเหตุการณ์รันชิดใกล้กอดประคองกับพงศธรพอดี สุดาเบิกตากว้างเตรียมจะกรีดร้องอาละวาดทวงถามความซื่อสัตย์ รันรีบผละตัวออกจากพงศธรด้วยท่าทีตื่นตระหนกและน้อมตัวก้มลงขอโทษขอโพยซ้ำๆ อย่างน่าเวทนาคล้ายตนเองเปราะบางไม่มีทางสู้เพื่อปัดความผิดพ้นตัว
รันเงยหน้าขึ้นแอบส่งยิ้มอ่อนโยนหวานหยดให้กับพงศธรชวนสั่นสะท้านดึงดูดใจลึกซึ้ง ทว่าเมื่อสายตาของรันปะทะมองสบตากับฝ้ายและสุดาโดยตรง แววตาสีเข้มวาวโรจน์ของหล่อนยามสะท้อนแสงไฟประดับงานเลี้ยงกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชืด เย็นยะเยือก และไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิดใดๆ ของมนุษย์ คล้ายเงามรณะของพรายน้ำร้ายใต้ตลิ่งชันทรุดโทรมที่เฝ้าจับตามองมาด้วยจิตใจมาดร้ายแค้นเคืองและชิงชังชั่วกัลปาวสานข้ามภพชาติดั่งสัตว์ร้ายเฝ้าจ้องตะครุบเหยื่อเคราะห์ร้าย ดึงดูดให้สายลมเหนือแม่น้ำยมพัดโหมกระโชกวูบหอบเอาไอเปียกชื้นของดินเลนพัดผ่านร่างฝ้ายและสุดาจนหนาวสะท้านลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณเหน็บหนาว!...
---