ข้อมูลจากอ๋องเก้าบอกไว้ว่าตรากระเรียนทองคำถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงของแคว้นผิงการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้อาศัยตรานี้เป็เครื่องรับรองครั้งนั้นท่านตาของฝู่กั๋วกงของท่านอ๋องเก้าได้เป็ผู้ว่าจ้างให้ขโมยตราทองคำกลับมาจากตำหนักเสียนเหลียงของอดีตฮองเฮาหงซือซือร่วมมือกับนินจาหานซู่ลี่เข้าไปบุกตำหนักเถียนฮองเฮาแต่นางกลับซุกซ่อนตรากระเรียนทองคำไว้มิดชิดซ้ำยังมีค่ายกลดักคนไว้อีก กว่าจะเอาตรากระเรียนทองคำออกมาได้ช่างยากลำบากนักแต่ครั้งนี้หงซือซือเห็นว่าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงนางก็จะจัดการด้วยตนเอง
เช้าวันต่อมานางจึงแปลงโฉมออกจากสำนักคุ้มภัยเข้าไปยังวังหลวงของแคว้นผิงพระราชวังของแคว้นนี้ยังไม่โอ่อ่าเท่ากับแคว้นิเพราะเป็แคว้นที่เพิ่งสถาปนาขึ้นในภายหลังผู้ปกครองของที่นี่แต่เดิมครองตำแหน่งอ๋องเพิ่งตั้งตนเป็ฮ่องเต้ในเวลาไม่นานนักการรักษาความปลอดภัยถือว่ายังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร
หงซือซือที่แปลงโฉมเป็นางกำนัลน้อยผู้หนึ่งเงยหน้าขึ้นมองบนหลังคา
‘เคราะห์ดีที่นี่ยังไม่มีองครักษ์เงา เช่นนั้นข้าคงทำการเองได้ไม่ลำบากนัก’
แม้แคว้นผิงจะเป็ดินแดนที่มีพรมแดนติดทะเลกว่าครึ่งและมีท่าเรือน้ำลึกหลายแห่งทำให้ติดต่อค้าขายกับหลายดินแดนแต่การทหารไม่เข้มแข็งเท่าแคว้นิทำให้แต่เดิมยังปกครองแยกกันเป็ส่วนๆปัจจุบันยังคงมีปัญหาเื่ของการแย่งชิงอำนาจภายในแคว้นอยู่เนืองๆ
ฮ่องเต้ของแคว้นผิงคือโจวเฝิงองค์ชายลำดับสองของราชวงศ์โจวที่ในยามขึ้นครองราชย์เต็มไปด้วยความยากลำบากเพราะพี่ชายโจวซื่อเมี่ยวที่เป็รัชทายาทเสียชีวิตอย่างปริศนาบนเตียงบรรทมหากไม่ได้ท่านตาฝู่กั๋วกงของท่านอ๋องเก้าเห็นทีแคว้นผิงคงเกิดากลางเมืองครั้งใหญ่
“เจียวมิ่งหายไปไหนมา?ข้ามองหาตั้งนาน”
“อ้อ! ข้าไปห้องส้วมมาน่ะสิ ม่านหลินไม่ได้บอกท่านเหรอ?”
จ้งกงกงพยักหน้า“บอกแล้ว แต่ฝ่าาเรียกหาเ้า”
หงซือซือทำหน้าเลิ่กลั่กนางแปลงโฉมโดยมิได้รู้ข้อมูลในตำหนักนี้มากนัก รู้แต่เพียงหญิงผู้นี้เป็นางกำนัลในตำหนักฮ่องเต้ซึ่งนางคิดว่าน่าจะสะดวกที่สุดที่จะสืบหาตรากระเรียนทองคำคาดไม่ถึงว่านางจะเป็คนโปรดของฮ่องเต้ด้วย
“เ้าค่ะ”นางรีบก้าวเท้าเข้าไปข้างในตำหนักลู่เสียน
โจวเฟิงที่เพิ่งทรงสรงน้ำเสร็จใหม่ๆหันมามองเฉียงเจียวมิ่งที่เพิ่งเดินเข้ามา พระองค์ทรงอมยิ้มก่อนจะกวักมือเรียกให้นางเข้าไปหา นางเดินเข้าไปใกล้
“มาสิข้ารอให้เ้ามาแต่งตัวให้”
คนรอบข้างถอยออกไปอย่างรู้กาลเทศะหงซือซือมองบุรุษตรงหน้า รูปร่างหน้าตาของเขายังเป็รองิเฟยหลงอยู่หลายส่วนแต่ดวงตาและรอยยิ้มนั้นดูอบอุ่นและเป็มิตร โจวเฟิงใช้คำว่า ‘ข้า’กับเฉียงเจียงมิ่งย่อมหมายถึงความสนิทสนมที่เขามีกับนางมากกว่าคนรับใช้คนอื่นนางเดินเข้าไปมัดสายผูกเสื้อนอนให้เขา
“คืนนี้เ้าต้องนอนห้องเล็กนี่”
หงซือซือเงยหน้ามองใบหน้าของชายหนุ่มที่ยิ้มน้อยๆนางไม่ได้เอ่ยตอบเพราะไม่รู้เจตนาของอีกฝ่ายอีกทั้งโดยปกติก็ต้องมีนางกำนัลอีกคนมานอนด้วยอยู่แล้ว เมื่อทุกคนถอยออกจากห้องบรรทมนางจึงได้แต่ประหลาดใจที่เหลือตนเองคนเดียว
“แล้วคนอื่นล่ะเพคะ?”
“ข้าก็ให้เ้านอนที่นี่คนเดียวตลอดนี่เ้า้าคนอื่นด้วยหรือ?”
นางเลิกคิ้ว‘ยะอย่าบอกนะว่าฮ่องเต้กับเฉียงเจียวมิ่งผู้นี้......’
ฮ่องเต้ทรงหยิบหนังสือที่วางบนเตียงแล้วหันมาหานาง“เ้าต้องอ่านหนังสือให้ข้าฟังก่อนนอนจนกว่าข้าจะหลับเหมือนเดิมนะ”
พระองค์ถอดรองเท้าแล้วคลานขึ้นไปบนเตียงนอนห่มผ้าถึงหน้าอก
“เ้ารีบมาสิ!”
หงซือซือขยับเก้าอี้ไปตั้งไว้ข้างเตียงนางเริ่มกางนิยายรักของบัณฑิตกับคุณหนูที่เขียนโดยคุณชายท้ายตรอกให้ฮ่องเต้ฟังนางจำได้ว่านิยายพวกนี้มีขายที่ตรอกคนโฉดแล้วนี่ถูกส่งมาถึงราชสำนักแคว้นผิงได้อย่างไรกัน?
เมื่อนางอ่านต่อจากที่คั่นหน้ากระดาษไว้ไปอีกสองเค่อโจวเฟิงก็หลับไป เฉียงเจียวมิ่งจึงเดินเข้าไปนอนในห้องเล็กที่อยู่ติดผนังพรุ่งนี้นางต้องสืบให้แน่ชัดเสียแล้วว่านางกำนัลผู้นี้มีความสำคัญอย่างไรกับฮ่องเต้กันแน่!
ิเฟยหลงแทบจะขยำกระดาษที่หงซือซือเขียนทิ้งไว้ว่านางจะไปสืบข่าวสักสองวันให้เขารออยู่อย่างสงบ‘ภรรยากับลูกของข้าทั้งคนจะสงบได้อย่างไร?’ พระองค์จึงสั่งให้แมวดำสี่คนลอบเข้าไปในพระราชวังเพื่อดูสภาพการณ์ข้างใน
“ฝ่าาฮองเฮาน่าอยู่ในตำหนักลู่เสียนของฮ่องเต้โจวเฟิง พะยะค่ะ”
“ขอเพียงนางปลอดภัย”
“กระหม่อมคิดว่าพระนางแปลงโฉมเป็นางกำนัลที่ชื่อเฉียงเจียวมิ่งพะยะค่ะ”
“อืม...ถ้าไม่มีปัญหาอันใดก็แล้วไป”
“ฝ่าากระหม่อมได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงโปรดปรานเฉียงเจียวมิ่งผู้นี้อย่างยิ่งมักจะให้นอนเฝ้าอยู่ในห้องบรรทมเพียงผู้เดียว พะยะค่ะ”
“ห้ะ!” ิเฟยหลงถลึงตาทันที“ไปตามฮองเฮากลับมาเดี๋ยวนี้!” ใจเขานึกอยากจะแล่นไปตามนางด้วยตนเองผิดแต่ว่าวันนี้เขายังคงมีอาการแพ้ท้องอยู่เรื่อยๆ แทบทั้งวันแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงลุกจากที่นอน ทั้งร้อนใจและหงุดหงิด
เหล่าองครักษ์เงาสี่คนที่คอยดูแลิเฟยหลงและหงซือซืออย่างใกล้ชิดรู้กันว่าฮองเฮาคือเซียนพันหน้าผู้สามารถแปลงโฉมได้อย่างไรข้อจำกัดเพียงแต่พวกเขาเคยชินกับการสังเกตรูปร่างท่าทางของนางหากจับตามองไปสักระยะก็พอจะแยกแยะออก เมื่อต้องติดตามหานางไปยังพระราชวังแคว้นผิงพวกเขาก็ต้องคอยจับตาดูท่าทางของคนที่น่าสงสัยจนกว่าจะมั่นใจ
เงาวูบที่ผ่านประตูเลื่อนเล็กๆเข้ามาทำให้นางผุดลุกนั่ง
“มีเื่ใด?”
“กระหม่อมเอาเฉียงเจียวมิ่งมาส่งพะยะค่ะ”แมวดำทั้งสองอุ้มเอาร่างของนางกำนัลที่นางเอาไปซ่อนในห้องเล็กท้ายวังเข้ามาส่ง “ฝ่าาให้มาทูลเชิญกลับ พะยะค่ะ”หงซือซือรู้ว่าองครักษ์เงาทั้งสองมีความลำบากใจอย่างยิ่งถึงขนาดหามเอาคนมาส่งในห้องเล็กพร้อมห่อเสื้อผ้ามาให้นางเปลี่ยนคงต้องเป็เื่ใหญ่จริงๆ
หงซือซือรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะตามองครักษ์เงาทั้งสองกลับมายังสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟิเฟยหลงยืนกอดอกรออยู่หน้าเรือนนอนด้วยท่าทางกระสับกระส่ายเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึงก็ยิ้มแล้ววิ่งเข้าไปอุ้มนางเข้าห้อง
“ข้ารอเ้าตั้งนานถ้าหากยังไม่มาอีก ข้าคงต้องบุกเข้าวังแล้ว”
พอเขาวางนางลงบนเตียงใบหน้าของภรรยาก็ยังงอง้ำ “ข้าบอกแล้วนี่ว่าจะไปสืบเื่สักสองวันแค่วันเดียวท่านก็รีบให้คนไปตามข้ามาแล้ว ทำเช่นนี้จะตามหาของได้ยังไงกัน?”
“ก็เ้าไปแปลงเป็สตรีที่โจวเฟิงถูกใจทำไมเล่า?”
“ข้าไม่รู้นี่นาเห็นนางท่าทางซื่อๆ น่ารักดี จับนางได้ก่อนก็เลยแปลงเป็นาง”
ิเฟยหลงกอดภรรยาทั้งก้มลงจูบแก้มนาง“ข้าทนให้เ้าเข้าใกล้บุรุษอื่นไม่ได้นี่หากมันคิดแตะต้องเ้าข้าคงต้องเข้าไปฆ่ามันแน่ๆ”
“ท่านคิดมากเกินไปเขาให้เฉียงเจียวมิ่งอ่านนิยายให้ฟังเท่านั้นเอง”
“อ่านนิยาย! เ้าเด็กนั่นใช้นางกำนัลคนโปรดให้อ่านนิยายให้ฟังหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะเขานอนฟังแล้วก็นอนหลับไปเลย”
“อืม...นางกำนัลผู้นี้ช่างน่าสนใจเห็นทีข้าคงต้องเข้าไปวังหลวงพร้อมกับเ้าเสียแล้ว” ทันใดิเฟยหลงก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเสียงท้องของนางร้องจ๊อกๆ“เ้ากำลังท้องคงจะหิวอีกแล้วสินะ”
ิเฟยหลงรีบเดินไปหน้าห้องเรียกให้บ่าวที่เฝ้าอยู่ไม่ไกลไปเตรียมอาหารอ่อนๆมาให้นางกินก่อนนอนเขาเดินกลับมาที่เตียงแล้วใช้จมูกดมผมนางไล่ต่ำลงไปถึงหน้าและคอหงซือซือหัวเราะคิกคัก
“ท่านพี่ทำอันใด?”
“ข้ากำลังดมกลิ่นพิสูจน์ว่าเ้าควรจะอาบน้ำหรือไม่?”
“ข้าอาบมาแล้วเ้าค่ะ่บ่ายรู้สึกเหนียวตัวเลยแอบไปอาบมาแล้ว”
“ดี! ผู้หญิงท้องก็คงจะเหนอะหนะเนื้อตัวง่ายสินะ”ิเฟยหลงดมลงไปตามไหล่จนถึงปลายนิ้วของนางเขาชอบกลิ่นของนางใน่ตั้งท้องที่สุด เป็กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้ดมได้ไม่เบื่อ
“ข้าแค่รู้สึกหงุดหงิดง่ายอยู่นิดหน่อย”นางมองท่าทางของพระสวามีแล้วยิ้มน้อยๆ มีเพียงเขาที่นางอยู่ด้วยแล้วไม่รู้สึกรำคาญ
“ตะแต่ข้า อะ เอื๊อก...” ิเฟยหลงเริ่มมวนท้องขึ้นมาอีก เขาคว้าเอากระโถนที่อยู่ไม่ไกลมาแล้วอาเจียนเอาอาหารเพิ่งกินก่อนหัวค่ำเข้าไปออกมาจนหมด
“พรุ่งนี้เชิญหมอมาตรวจท่านก่อนเถิดดูท่าจะแพ้หนักไปแล้ว”
ใบหน้าซีดเซียวของฮ่องเต้หนุ่มยังคงประดับรอยยิ้ม“ข้าแพ้ท้องหนักขนาดนี้ก็ขอให้ลูกของเราแข็งแรงก็แล้วกัน!”
******************
