มาขาย มีเจ้าหน้าที่นำขึ้นมาเก็บโดยแยกเป็นห้องๆ บนอาคารชั้น 2และชั้นบนสุดเป็นลักษณะห้องปฏิบัติการ ใช้ผสม ปรุงหรือประกอบยาสมุนไพรและชั้นบนสุดคือชั้น 4 ของอาคาร เป็นที่จัดทำเครื่องประทินผิว
เทวินและเรนิตาตอนนี้ได้ชมการสาธิตการผสมยาสมุนไพรบางอย่างบนอาคารชั้น3 จากมังค์เหย๋าและมังค์เจิ้น
พวกเขากำลังสาธิตการจัดส่วนผสมของสมุนไพรเพื่อการรักษาคนที่เป็นโรคลมซักพร้อมอธิบายให้ทั้งสองคนได้เข้าใจในบางเรื่องสำคัญเพราะการที่จะชำนาญและเชี่ยวชาญนั้นต้องใช้เวลานาน
เทวินเขาฟังไปดูไปและศึกษาตำราไปด้วยด้วยความที่มีกายวิวัฒน์แห่งแสงจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิต่างดาวเขาสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานเขาซึมซับข้อมูลต่างในตำราทั้ง 3 เล่มได้หมดแล้ว “อันที่จริงในกลุ่มชาวเผ่าทั้ง6 ของพวกเรา เยินลอ เขามีความเชี่ยวชาญการผสมสมุนไพรมาก เพียงแต่เขาติดธุร
แต่เขาก็ยินดีที่จะมาชี้แนะพวกคุณในวันที่เขาว่าง” มังค์เจิ้นกล่าวกับทั้งสอง เขาเป็นผู้นำเผ่ามังค์ยาวูด้วยวัยเพียง 43 ปี
รูปร่างจัดว่าสูงใหญ่ผิวขาว ใบหน้าคมเหมือนแขกขาว
“ไม่เป็นไรค่ะเราจะค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ฉันคิดว่าจะอยู่เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่นี้อีกสักระยะ”เรนิตากล่าวกับมังค์เหย๋าและมังค์เจิ้น
แล้วจึงได้หันมามองที่เทวินก่อนจะเอ่ยถามกับเขา
“คือเรเนียต้องการที่จะอยู่เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่อิระมังค์ยา เรายังไม่ต้องรีบกลับมาศิตาคุณเทวินมีความเห็นว่ายังงัยบ้างคะ?”
เทวิน: “อ๋อ ได้สิครับ เรายังไม่รีบกลับแต่เราก็มีเวลาประมาณ 1 เดือนนะครับ” เขาเห็นเธอมีความสนใจและกระตือรือร้นจึงคิดว่าอยู่ที่นี้อีกสักระยะคงจะไม่เป็นไร
“โอ้ขอบคุณค่ะ ไม่เกิน 1 เดือนค่ะ ” เธอแสดงความยินดีออกมา
มังค์เจิ้น: “ใน 1 เดือน ถ้าได้เรียนรู้กับคนที่เชี่ยวชาญ อีกทั้งหากกลับไปแล้วศึกษาตามคัมภีร์ก็จะสามารถที่จะเข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแน่นอนครับ”เขาให้ความเห็นเพราะคัมภีร์ที่ทั้งสองได้รับไปนั้นคัดลอกจากต้นฉบับและมีการอธิบายละเอียด
ซึ่งในตอนที่ทำการคัดลอกนั้นเขายังเป็นหนุ่มและได้อยู่ร่วมด้วย
“ฉันจะตั้งใจค่ะหากมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจ จะต้องรบการการชี้แนะด้วยนะค่ะ” เรนิตากล่าว
มังค์เจิ้น: “ยินดีครับ เราพร้อมที่จะให้ความรู้พวกคุณ”
“ประเดี๋ยวเราขึ้นไปชั้นบนที่นั่นเราจะใช้ประกอบเครื่องประทินผิว และมังค์เจิ้น ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและชำนาญเกี่ยวกับการจัดทำเครื่องประทินผิวจะคอยอธิบายและสาธิตการประกอบแป้งหอมสูตรพิเศษของชาวเผ่าเรา” มังค์เหย๋าได้เอ่ยชวน
เรนิตา: “ดีเลยค่ะ ที่แท้พวกคุณมีแป้งหอมสูตรเฉพาะ”
มังค์เจิ้น: “ใช่ครับประเดี๋ยวผมจะสาธิตบางส่วนและจะอธิบายถึงการเตรียมและผสมในเบื้องต้นให้ทราบครับ”
เขากล่าวขณะที่พวกเขาเตรียมที่จะขึ้นไปชั้นบนของอาคาร
การป้องกันแมลงและศัตรูพืช ก็ใช้วิธีกางมุ้งและใช้พืชป่าบางชนิดที่สามารถไล่พวกหนอนแมลงได้ โดยไม่เป็นผลต่อตัวสมุนไพร เธอและเขาต่างก็ต้องเอ่ยชมชาวอิระมังค์ยาในเรื่องสมุนไพรพวกเขามีความพิถีพิถันตั้งแต่การเพาะปลูก การหาจากธรรมชาติการเก็บรักษา การประกอบตัวยา รวมถึงการนำไปใช้และการรักษา
ก่อนกลับที่พักทั้งสองคนได้ไปยังที่พักกลุ่มการ์ดของเทวินที่หายดีแล้วเพื่อแจ้งให้ทุกคนรู้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่ 1 เดือน
พวกเขาบางคนก็จะอยู่เป็นเพื่อนส่วนบางคนก็จะกลับก่อนตามที่เขาอนุญาตให้กลับได้
ส่วนการ์ดของเรนิตายังคอยดูแลเธอห่างๆ เช่นดังเดิมพวกเขาก็จะไม่รบกวนเทวินและเรนิตาหากไม่มีเรื่องด่วนที่จำเป็น
ขณะเขาขับรถพาเธอกลับบ้านพักรับรองที่รีสอร์ทเรนิตาได้บอกกล่าวสิ่งที่อยู่ในความคิดของเธอตอนนี้ “กลับไปเรเนียจะทำสวนสมุนไพรที่บ้านสวน เดิมทีนั้นคิดจะทำแปรรูปอาหารแต่พอได้เห็นและได้เริ่มเรียนรู้
ทั้งหมดนี้สามารถที่จะทำไปด้วยกันได้ค่ะ”
“ดีสิครับคุณสามารถที่จะใช้พืชที่สวนของผมด้วยได้นะครับเพราะเดิมทีผมก็คิดจะหาบางอย่างมาปลูก
ถ้าหากเรเนียจะทำเราทำด้วยกันเลยนะครับ”
“โอ้ขอบคุณค่ะ เรามีทรัพยากรมากพอที่จะทำ เราจะเริ่มจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้หาจากสิ่งที่หาเราหาได้ก่อน
ในสิ่งที่หายากเราก็ยังมีการค้ากับชาวอิระมังค์ยา”เธอมีความคิดเช่นนี้
“คุณจะได้เรียนรู้ทั้งหมดในตำราทั้ง3 เล่มนั้นครับ ถึงแม้จะกลับมาศิตา เพราะผมได้เรียนรู้ทั้งหมดแล้ว
ผมจะคอยถ่ายทอดให้กับคุณนะครับ” เทวินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อ๊ะ! จริงสิ คุณสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วกว่าคนอื่นๆ โดยทั่วไป”เธอหันมามองเทวินที่กำลังขับรถ
เขายิ้มออกมาขณะยังขับรถแต่ก็ยังคงมีสมาธิอยู่ ก่อนจะบอกกล่าวกับเธอ
“ในตำราทั้ง3 เล่นนั้น เรื่องเกี่ยวกับพิษและการรักษา เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลามีบางอย่างที่หาได้ยากทั้งพิษและยารักษา
และบางอย่าง บางอาการก็ต้องใช้พิษเพื่อข่มพิษหรือพิษทำลายพิษ มันเป็นสิ่งที่ยังต้องใช้เวลาในการที่จะชำนาญได้ครับ”
เธอรู้สึกทึ่งในสิ่งที่เขาเป็น คงจะเป็นเพราะว่ายังต้องใช้เวลาปรับตัวแต่เธอตอนนี้พร้อมมากแล้วสำหรับความที่เป็น...มากกว่ามนุษย์ทั่ว ๆ ไป
“ครับแม้จะไม่มีเลือดมรกตอยู่ในร่างกาย แต่ผมก็ได้เข้าสู่กระบวนการวิวัฒน์การเรียนรู้สิ่งต่างๆอย่างรวดเร็วนั้นดูเหมือนจะเป็น
คุณสมบัติเฉพาะที่อยู่กับตัวผมไปตลอดครับ”
ที่ไม่ได้อยู่กับคุณ จะกลับไปอยู่ในจานหินใบนั้นหรือเปล่าคะ?” “จริงสิ! ผมเพิ่งจะนึกขึ้นได้ อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะครับ ผมหลังจากวิวัฒนาการสู่กายแสงของตัวเองแล้ว
กลับไม่สามารถสัมผัสกับหยดเลือดมรกตนั่นได้” “ถ้าอย่างนั้นหลังจากกลับไป เรานำจานหินอุกกาบาตนั้นมาดูกันอีครั้ง อาจจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปก็ได้นะคะ” เธอให้ความเห็น
“ตกลงตามนั้นครับหลังจากกลับไปเราจะนำมาดูอีกครั้ง”
‘นั่นสิ หยดเลือดมรกตจะกลับไปอยู่ในจานหินหรือเปล่านะ?’