รถม้าของฟงอี้วิ่งมาจนถึงหน้าคฤหาสน์ของตระกูลหยางเมื่อมีรถม้ามาถึงทั้งคนที่ก้าวลงรถม้ามาเป็อวี้หลันคนเฝ้าประตูก็รีบเข้าไปแจ้งต่อหยาง อู๋เสิน เขาเดินออกมาอย่างรีบร้อนด้วยว่าเป็ห่วงนางแต่เมื่อออกมาแล้วกลับพบว่านางนั้นยืนยิ้มพูดคุยกับฟงอี้ออกมีความสุขจึงได้กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจนัก
“ข้าให้เ้าไปซื้อสุราเ้ากลับหายไปถึงสองวันเลี้ยงเปลืองข้าวดีจริงๆ ”
อวี้หลันเมื่อได้ยินเขาเอ่ยตำหนิออกมาเช่นนั้นรอยยิ้มที่มีบนหน้าก็หายไปเพียงก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด พอจะเอ่ยอธิบายต่อหยาง อู๋เสินฟงอี้ก็ได้เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“นางนั้นถูกชายสองคนทำร้ายโชคดีข้าพบเข้าจึงได้ช่วยเหลือ ที่นางนั้นหายไปสองวันก็เพราะว่านางนั้นเมาสุราที่ลองชิมเพิ่งตื่นขึ้นวันนี้เองพอตื่นนางก็รีบขอตัวกลับมาแล้วท่านอย่าได้ตำหนินางอีกเลย ข้าไม่รู้ว่านางเป็สาวใช้ท่านจึงไม่ได้แจ้งมา”
หยาง อู๋เสินหันไปมองอวี้หลันที่ไม่กล้าสบตาทั้งพึ่งรู้ว่านางนั้นโดนทำร้ายจะกล่าวถามแต่ก็ไม่พอใจที่นางหายไปกับฟงอี้
“คนของข้าข้าจัดการเองได้ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ”
กล่าวเสร็จหยาง อู๋เสินคว้ามือของอวี้หลันจะเดินกลับเข้าเรือนฟงอี้ที่เห็นท่าทางของเขาที่มีต่อนางก็เกรวว่าอวี้หลันอาจลำบากจึงได้รั้งแขนนางไว้เช่นกัน
“อวี้หลันหาก้าความช่วยเหลือก็ไปหาข้าที่จวนสกุลฟงรู้หรือไม่” คำเอ่ยของเขานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยสายตาอ่อนโยนแม้แต่หยาง อู๋เสินเองก็ััได้
“อวี้หลัน” หยาง อู๋เสินเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆให้นางได้รู้ว่าเขานั้นไม่พอใจ
“ขอบคุณคุณชายฟงเ้าค่ะ” นางกล่าวทั้งยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณก่อนที่จะเดินตามหยาง อู๋เสินเข้าไป
เมื่อมาถึงเรือนพักหยาง อู๋เสินยังคงจับแขนของนางไว้แน่นอย่างลืมตัวพลางกล่าวถาม
“เ้าดูสนิทสนมกับฟงอี้เหลือเกินนะ”
“ข้าและคุณชายฟงเคยพบกันเพียงสองครั้ง ครั้งแรกยื่นมือเข้าช่วยเื่มารดา ครั้งที่สองก็คือครั้งนี้ไม่ได้สนิทสนมขนาดนั้นนะเ้าคะ” อวี้หลันมองไปยังข้อมือของตนที่ถูกจับจนรู้สึกปวด
หยาง อู๋เสินสังเกตเห็นจึงจำได้ว่าจับแขนนางอยู่พอปล่อยออกมาข้อมือนั้นของนางก็แดงเป็รอยมือไปหมด
“เจ็บรึเปล่า ข้าลืมตัวไป”
“ไม่เจ็บเ้าค่ะ”
หยาง อู๋เสินยืนจ้องมองอวี้หลันอยู่นานโดยที่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดสักคำอวี้หลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจึงคิดจะขอตัวกลับออกไป
“คุณชายยังมีอะไรอีกมั้ยเ้าคะ ถ้าหากไม่มีข้าจะขอตัวกลับห้องเ้าค่ะ”
“ทำไมเ้าถึงได้ใส่ชุดนี้” เขามองสายตาสอดส่องทั่วร่างนาง
อวี้หลันก้มมองชุดตัวเองแล้วจึงเอ่ยตอบ
“ข้าอาเจียนนะเ้าค่ะ คุณชายฟงเลยให้สาวใช้นำชุดมาให้ข้าเปลี่ยน”
“เขาดูแลเ้าดีมากเลยหรือ”
“ดีเ้าค่ะ ดีมากเ้าค่ะ” นางกล่าวพลางยิ้มออกมาอย่างพอใจ
"ยิ้มกว้างเพียงนั้นพึงใจมากเลยสินะ" หยาง อู๋เสินกลับดูไม่พอใจเขาเดินเข้าใกล้นางทั้งก้มตัวลงยื่นหน้าเข้าใกล้หน้าของนางหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงสองข้อนิ้วได้
“ทำอะไรเ้าคะ”
“ไม่เห็นได้กลิ่นอาเจียนสักนิด” เขาเอ่ยด้วยท่าทางแสนงอนที่บุรุษทั่วไปไม่มีก่อนเดินไปนั่งลงที่โต๊ะ
“ข้าอาบน้ำแล้วนิเ้าคะจะมีกลิ่นได้อย่างไร” อวี้หลันรีบเดินตามเขาไปนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือของเขาแล้วทำหน้าออดอ้อนออกมา
“คุณชายคงไม่ทำโทษข้าใช่มั้ยเ้าคะ”
เขาไม่ได้เอ่ยตอบทันทีเพียงมองนางด้วยสายตาตำหนิ อวี้หลันจึงได้ถอยลงนั่งบนเข่าตัวเองอีกครั้ง
“เ้าคิดจะคุกเข่าทุกครั้งที่ทำผิดเลยหรือ”
“ก็ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรนิเ้าคะ” อวี้หลันกะพริบตาปริบๆ ให้เขาเอ็นดู
“โจรสองคนนั้นทำร้ายเ้าตรงไหน”
อวี้หลันได้ยินเขาถามเช่นนั้นก็รู้ว่าเขานั้นเป็ห่วงใบหน้าอมยิ้มอย่างย่ามใจ สองขาคานเข่าเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว
“ข้าเองก็จำได้ไม่ชัดเ้าค่ะ จำได้แค่ว่าโดนทุบจนสลบไปตื่นอีกครั้งก็อยู่ที่จวนคุณชายฟงแล้วเ้าค่ะ”
หยาง อู๋เสินยกมือขึ้นอวี้หลันคิดว่าเขาจะตีนางจึงรีบหลับตาลง เขายิ้มออกมากับท่าทางของนางทั้งค่อยๆ ลูบศีรษะนางอย่างทะนุถนอม
“ข้าไม่ควรให้เ้าไปลำพัง”
อวี้หลันลืมตามองสายตาที่เขามองนางอย่างอบอุ่นเช่นนั้นทั้งน้ำเสียงที่ห่วงใย ทำให้คิดถึงแววตาของมารดาสองตาเริ่มอุ่นร้อนน้ำตาสายหนึ่งค่อยๆ ไหลออกมาอย่างน่าเอ็นดู
“คิดถึงมารดาหรือ”
อวี้หลันเพียงหยักหน้าก่อนยกมือตัวเองขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเอง
“สายตาน้ำเสียงของท่านเหมือนกับท่านแม่ข้าจริงๆ เ้าค่ะ”
หยาง อู๋เสินดึงตัวนางขึ้นแล้วโอบกอดนางอย่างนุ่มนวลเขากอดนางไว้อย่างนั้นอยู่นาน
“คุณชายทำอะไรเ้าคะ”
“คิดถึงมารดาไม่ใช่กอดข้าสิจะได้หายคิดถึง”
อวี้หลันไม่รู้ว่าเขานั้นเพียงอยากแกล้งนางหรือไม่เพราะหยาง อู๋เสินผู้นี้แม้เวลาทำงานจะดูเป็คนเงียบขรึมทั้งเ้าระเบียบแต่เวลาทั่วไปโดยเฉพาะกับนางมักจะกะล่อนอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขานั้นคิดล่วงเกินจริงๆ สักครั้งเพียงเย้าแหย่เท่านั้น ได้โอบกอดจากใครสักคนเช่นนี้ก็คล้ายอบอุ่นจากมารดาไม่น้อยสองมือจึงได้ค่อยๆ กอดเขาไว้แน่นราวกอดมารดาทั้งร้องไห้ออกมายกใหญ่ หยาง อู๋เสินก็ยิ่งกอดนางแน่นเพื่อปลอบโยนนาง
หยาง อู๋เสินไม่อยากเห็นนางโศกเศร้าเกินไปนักจึงได้กล่าวหยอกเย้านางออกมา
“นี่อวี้หลัน”
“เ้าคะ”
“ข้าดูแลเ้าดีกว่าคนสกุลฟงนั่นใช่หรือไม่”
อวี้หลันดึงตัวออกห่างมองหน้าเขาอย่างสงสัย
“คุณชายไม่ชอบคุณชายฟงหรือเ้าคะ”
“ก็ไม่เชิงข้าแค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของข้าคนของข้าเท่านั้น” เขามองเข้าไปในดวงตาเปื้อนน้ำตานั้นอย่างจริงจัง
อวี้หลันพยายามเข้าใจความหมายของเขาก่อนผลักตัวคุณชายของตนออก
“ท่านนี่ดีไม่ถึงหนึ่งเค่อจริงๆนะเ้าคะ ข้ากลับห้องก่อนนะเ้าคะ” นางกล่าวเพียงเท่านั้นก็เดินออกมาโดยไม่สนใจว่าคุณชายจะว่าอย่างไร
เขาเองก็ยิ้มอย่างพอใจที่ได้เห็นว่านางนั้นไม่ได้โศกเศร้าจนเกินไป