และแล้วก็ถึงวันเปิดทางขึ้นดอยแล้ววววว เขาตื่นเต้นมากกกกก มากจนเก็บอาการไม่อยู่ รีบจัดกระเป๋าไว้รอั้แ่หัววัน กลัวลืมนั่นลืมนี่เยอะแยะไปหมด เขาทำเช็คลิสข้าวของเครื่องใช้ ที่ต้องจัดเตรียมอย่างดิบดี ทว่ากลับมีมารผจญขวางทางเอาไว้เสียก่อน
“มึงเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเหรอ กระเป๋าลากเดินทางใบใหญ่ใส่มึงได้ทั้งตัว ”
“ของมันจำเป็ต้องใช้”
“ไปแค่อาทิตย์เดียวโอบอุ่น จะขนอะไรไปตั้งมากมาย เอาที่มันจำเป็จริงๆ ไปก็พอ”
“มันจำเป็ทุกอย่างเปรม”
“ไดร์เป่าผม ร้องเท้าสามคู่ ผ้าเช็ดตัวสี่ผืน ขนม น้ำแร่ นี่ของจำเป็?”
“ใช่”
“เอาไปแค่อย่างละชิ้นก็พอ ในหนึ่งวันมึงจะเปลี่ยนใส่สามสี่ชุดเลยรึไง ไปเปลี่ยนกระเป๋า”
“ไม่! เราไม่เอาอะไรออกทั้งนั้น แล้วก็จะไม่เปลี่ยนกระเป๋าด้วย”
“มันกินที่กระเป๋าคนอื่นเขา ไปดอยมันไม่ได้สะดวกสบายนะอุ่น ต้องขนของขึ้นบนเขาอีก ใบใหญ่ขนาดนี้มึงจะแบกขึ้นไปไหวได้ยังไง”
“เรามีเปรม”
“เฮ้ออ กูปวดกระบาล เอาไปแค่ที่จำเป็เถอะอุ่น เราไปช่วยคนไม่ได้ไปเที่ยว ไปสบาย ถ้าอยากขนของไปเยอะ ก็ขนอันที่จะเอาไปบริจาคดีกว่าไหม”
“ก็ได้ แล้วเปรมเอาของไปเยอะไหม”
นิ้วหนาชี้กระเป๋าเป้ใบเดิมที่เคยเห็นในวันแรกที่พบกัน ขนาดกระเป๋าเล็กนิดเดียว ใส่เสื้อผ้าสี่ห้าตัวก็เต็มแล้ว
“เอาไปแค่นี้จะพอใส่เหรอ ไปตั้งหนึ่งอาทิตย์”
“ค่อยซักวนใส่เอา เอาไปน้อยๆ จะได้คล่องตัว”
เป็ความคิดที่ดีเหมือนกันแฮะ ทำไมเราคิดไม่ได้แบบนี้บ้าง เขาขนเสื้อผ้าไปใส่ครบวัน
“เราซักผ้าไม่เป็”
“เดี๋ยวสอน”
ผมจะไม่ซักเสื้อผ้าให้โอบอุ่นเด็ดขาด ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีน้ำใจ เพียงแต่จะสอนให้ลูกคุณหนูคนนี้รู้จักดูแลช่วยเหลือตัวเอง
“ก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว”
.
.
คณะเดินทางนัดเวลาออกเดินรถประมาณตีหนึ่ง พวกเราเดินทางกันด้วยรถทัวร์สองชั้น ที่ทางคณะเช่าเหมาลำเอาไว้ ชั้นบนเป็ที่นั่งสำหรับน้องปีหนึ่ง รุ่นพี่บางส่วน และอาจารย์ผู้ดูเล
ส่วนชั้นล่างเป็พื้นที่คล้ายห้องรับรอง มีโต๊ะเป็ไอซ์เเลนด์ตรงกลาง และมีโซฟาล้อมรอบ เป็การนั่งเเบบล้อมวงกัน พื้นที่ชั้นล่างยังใช้เก็บอาหาร เครื่องดื่มสวัสดิการสำหรับนิสิตที่เดินทางไปในครั้งนี้ ทั้งหมดได้รับอภินันทนาการจากคุณปู่ของโอบอุ่น ที่กลัวหลานชายสุดที่รักไม่มีอาหารการกินในขณะเดินทาง
“อุ่นอยากนั่งฝั่งไหน”
“เรานั่งริมหน้าต่างได้ไหมโอ เราอยากมองวิวข้างทาง”
“ไม่มีปัญหา”
เก้าอี้ที่พวกเขาเลือกนั่งอยู่บนชั้นสองของรถ ขึ้นบันไดอยู่ทางขวามือโซนด้านหลัง เป็โซนเดียวกับที่รุ่นพี่ปีสูงบางกลุ่มนั่งกัน ตอนแรกก็อยากจะนั่งฝั่งด้านหน้าอยู่หรอก ทว่าพวกเราดันขึ้นช้าที่ทางเลยเต็มหมด จนต้องไหลลงมานั่งโซนด้านหลัง
“เราตื่นเต้นอ่ะโอ ไม่เคยนั่งรถทัวร์นานขนาดนี้”
“นั่นนะสิ เราก็ครั้งแรกเหมือนกัน”
ระยะทางไกลกว่าแปดร้อยกิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางนานถึง 12 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ได้นั่งจนตูชากันแน่
หวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีในระหว่างทางครั้งนี้ เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขาจะเดินทางไปจังหวัดทางภาคเหนือ เคยได้ยินมาว่าธรรมชาติทางภาคเนืออุดมสมบูรณ์ เขียวขจีไปทั่วผืนป่า
“ถ้าหิวโอบอกเราได้เลยนะ เราขนของขนมมาเพียบ”
อุ่นเปิดกระเป๋าสะพายอวดโอที่นั่งข้างกัน อย่างภาคภูมิใจ เขาแอบขนเสบียงมาด้วย ไม่ให้คนขี้บ่นรู้ ไม่อย่างนั้นคงได้มาแค่น้ำเปล่าขวดเดียว
รุ่นพี่ที่ดูเเลตรวจเช็คจำนวนผู้ร่วมเดินทางเรียบร้อย ล้อก็หมุนออกตามกำหนดการ เสียงครึกครืนบนรถจากกลุ่มวัยรุ่นดังอยู่เป็ระยะ หยอกล้อเล่นกันตามประสา
“โอเราจะลงไปเข้าห้องน้ำด้านล่าง”
“ให้ไปเป็เพื่อนไหม”
“ไม่เป็ไร ขอบใจมาก”
อุ่นเดินลงมาเข้าห้องน้ำร่วมชั้นล่างของรถทัวร์ ที่เหมือนเป็ตู้ขนาดเล็ก ที่เอาไว้สำหรับถ่ายเบาเท่านั้น ก่อนจะเข้าห้องน้ำไป ห่างตาดันไปเจอกับเปรมที่นั่งร่วมวงเล่นไพ่กับรุ่นพี่ปีสูง โดยมีเพียงฟ้าดาวสาวสวยประจำสาขานั่งอยู่ไม่ห่างตัว เด็กปีหนึ่งลงมานั่งตรงนี้ก็ได้เหรอ
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เปิดประตูออกมา ก็ประจันหน้าเข้ากับเปรมที่ยืนรออยู่หน้าประตูั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ อุ่นเลิกคิ้วขึ้นเป็คำถามว่าอีกคน้าอะไร
“นั่งอยู่ตรงไหน”
“นั่งอยู่เก้าอี้ติดหน้าต่าง”
“นี่กวนตีน?”
“หลบ เราจะขึ้นไปแล้ว ง่วงนอน”
ง่วงนอนจริงครับ ไม่ได้แกล้งพูดเล่น หรือหลบเลี่ยงอีกคน มัวแต่ตื่นเต้นใจจดใจจ่อรอเวลาเดินทางมาทั้งวัน ยังไม่ได้งีบหลับ ไม่แปลกที่เขาจะง่วงนอนตอนนี้
“กูอยู่ข้างล่าง เบื่อก็ลงมาเล่นด้วยกัน”
อุ่นชะเง้อคอเข้าไปมองที่นั่งด้านล่าง มันแคบน่าอึดอัด ทั้งคนทั้งของวางเต็มไปหมด
“ที่เต็ม”
“บนตักกูว่าง”
“…”
อุ่นนิ่งค้างไปทันที เมื่อโดนคนตัวสูงพูดหยอดไม่ทันตั้งตัว เขาเม้มปากเเน่น พยายามตีหน้านิ่งสะกดกั้นความเขินอายบนใบหน้า
“หึ แหย่นิดแหย่หน่อยทำเป็หน้าแดง เขินรึไง”
“หลบ เราจะกลับขึ้นไปแล้ว”
“อะไรว่ะ สู้ไม่ได้ก็หนีเฉยเลย เดินระวังระวังนะครับ เดี๋ยวจะสะดุดหลุมรักเข้าให้”
“ไอ้บ้าเปรม อย่ามาลุ่มล่ามแถวนี้นะ”
“ได้ยินกันแค่สองคน ไม่เป็อะไรหรอก กลับขึ้นไปเถอะ วันนี้สบายใจล่ะ ว่างๆ เดี๋ยวขึ้นไปหา”
อุ่นรีบสะบัดตูดหนีกลับขึ้นมาที่นั่งตัวเอง กลับมาก็ไม่เห็นโอนั่งอยู่ข้างกันแล้ว นั่นไง นั่งล้อมวงกับรุ่นพี่ที่เบาะด้านหลัง คงหนีไม่พ้นเล่นไพ่เล่นพนันกันเหมือนเคย ช่างเถอะ ตอนนี้เขาง่วงตาจะปิดแล้ว คงต้องนอนเอาแรง ตื่นมาหวังว่าจะได้เจอบรรยากาศข้างทางเต็มไปด้วยสีเขียวขจีตามใจหวัง
“หึ หลับคอพักเชียวนะมึง เป็ไงล่ะบอกให้งีบก่อนก็ไม่ยอม”
เปรมวางมือจากวงไพ่ด้านล่างเดินขึ้นมาหาอุ่น เมื่อได้ถามไถ่ที่นั่งกับโอขณะลงมาเข้าห้องน้ำ พอเดินขึ้นมากลับพบว่าโอบอุ่นนอนหลับคอพับ โงนเงนตามแรงโยกของรถไปแล้ว
มองดูแล้วอย่างกับตุ๊กตาล้มลุก ขนาดรถโยกจนหัวสั่นหัวคลอน อุ่นยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยสักนิด คงจะง่วงจริงนั่นแหล่ะ หรือว่าอุ่นมันเมารถว่ะ เมื่อกี้ก็ลืมถามเลย ถ้าเมาจะได้ให้กินยาแก้เมาดักเอาไว้ กลัวว่าตื่นขึ้นมาจะอ้วกพุ่งให้ยุ่งกันไปอีก
“อุ่น โอบอุ่น ตื่นก่อน”
“อื้ออ”
เสียงงัวเงียปนรำคาญ จากแรงสั่นเขย่าบริเวณไหล่ เรียกปลุกให้ตื่น อุ่นค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองผู้ที่รบกวนเวลาการนอนของตน พบว่าเป็ชายรูมเมทหนุ่มหน้าคม ที่คุ้นเคยเป็ผู้ปลุกเขานั่นเอง
“หื้อออ”
“เมารถรึเปล่า กินยาแก้เมาดักไว้ก่อน”
“อื้ออ”
สายตาไร้จุดโฟกัสของโอบอุ่น ยื่นมือไปรับยาอย่างสะเปะสะปะ มัวแต่เมาขี้ตา ไม่รู้ว่าเอื้อมมือไปรับอีท่าไหน ถึงได้ลูบๆคลำๆ แก้มคมของอีกคนข้างกันจนได้
“ทำดีๆ”
เปรมเอ่ยดุ ถึงแม้จะชอบใจอยู่ในทีก็ตาม ทว่าเื่สุขภาพของอีกคนสำคัญกว่า ทางข้างหน้าจะเข้าเขตภาคเหนือแล้ว เส้นทางก็จะเริ่มคดเคี้ยวเลี้ยวตามแนวเขาไปเรื่อยๆ
“เปรมเหรอ เราลืมตาไม่ไหว ป้อนหน่อย”
ไม่รู้ว่าเมาขี้ตาหรือว่าอะไร อุ่นถึงได้ออดอ้อนขนาดนี้ ใช้น้ำเสียงยานครางน่ารัก จนอดหมั่นเขี้ยวดึงแก้มนุ่มกลับไปเสียไม่ได้ เรียกเสียงโวยวายจากอีกคนได้เป็อย่างดี
“อ๊าาาา อุ่นเจ็บนะ”
“อ้าปาก จะป้อนยา”
อีกคนทำตามอย่างว่าไงอ้าปากออกกว้าง ขณะที่ตายังหลับพริ้มอยู่ เปรมกลัวอีกคนสำลักจากการกระดกน้ำขวดขึ้นดื่ม จึงเทน้ำลงแก้วพลาสติก พร้อมหย่อนยาลงในน้ำให้อีกคนดื่มไปพร้อมกันได้ง่าย
หากปลุกให้ตื่นมากินดีๆ แบบมีสติครบถ้วนคงจะได้งอแงไม่ยอมกิน จนต้องได้ดุอีกรอบเป็แน่
“อื้อ ขม”
“รีบกลืนลงไป อย่าอม ดื่มน้ำล้างปากหน่อย”
อีกคนทำตามร่างสูง เป็ลูกแมวเชื่องว่านอนสอนง่าย ก่อนจะหัวพับหลับพิงกระจกกลับไปตามเดิม
เปรมหันมองตามหาโอ เ้าของที่ข้างกันพบว่า กำลังร่วมวงกับเพื่อนของเขาอยู่อย่างสนุกสนาน เปรมจึงตัดสินใจนั่งลงแทนที่โออย่างเสียไม่ได้ รับหน้าที่เป็หมอนรองคอจำเป็ให้โอบอุ่นไปโดยปริยาย
หัวก็ไม่ได้หนักหนิ ให้หนุนทักคืนก็ยังไง เห็นอุ่นนอนหลับร่วมห้องเดียวกันมาทุกคืน แต่ไม่เคยได้เห็นอีกคนหลับใกล้ขนาดนี้ หลับตาพริ้มมีความสุขเชียว อยากรู้จริงๆ ว่าข้างในนั่นอุ่นมันฝันถึงอะไร ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่แบบนี้
“พี่เปรมคะ มาอยู่นี่นี้เอง เพียงตามหาแทบแ…”
“ชู่ววววว”
เปรมยกนิ้วชี้แตะปากส่งสัญญาณ ให้แขกผู้มาใหม่เงียบปากลง กลัวจะรบกวนการนอนของคนบนไหล่ ก่อนจะเลิกคิ้วถามหญิงสาวว่าเธอมีธุระอะไรกับตน
“เพียงมาตามลงไปข้างล่างด้วยกันค่ะ ไม่มีคนให้ซบเพียงเวียนหัว”
หญิงสาวลดเสียงลง เมื่อเห็นว่าโอบอุ่นเดือนคู่กันนอนหลับซบไหล่ชายที่ตนสนใจ หญิงสาวไม่ได้สงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง เพราะเข้าใจว่าทั้งคู่เป็รูมเมทร่วมห้องกันเท่านั่น ซึ่งเธอก็คิดถูก
“พี่ไม่สะดวก เพียงหาที่พิงอื่นไปก่อนนะ อุ่นเขาป่วย พี่ต้องดูแล”
“งั้นก็ไม่เป็ไรค่ะ เพียงเข้าใจ”
“ครับ”
อุ่นนอนซบผมมาจะเกือบสามชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ไหล่ซ้ายผมตอนนี้มันทั้งปวด ทั้งชาไปทั้งซีก เนื่องจากไม่กล้าขยับตัวกลัวจะรบกวนเด็กคนนี้ให้ตื่น แต่ถ้าหากปล่อยให้นอนท่านี้ต่อไปแขนผมคงชาไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ผมจึงค่อยๆ ขยับตัวไปชิดฝั่งขวามือติดทางเดิน ประครองไหล่เล็กให้เอนนอนซบลงหน้าอกฝั่งขวามือแทน กลายเป็ว่าท่าของพวกเราตอนนี้คือ อุ่นกำลังนอนซบหน้าอก ส่วนฝั่งมือซ้ายผมก็ช่วยประครองกอดกันตกอีกที เหมือนว่าเราสองคนกำลังนอนกอดกันอยู่ไม่ปาน
“อื้อออ”
“ชู่ววว นอนต่อเถอะ”
อุ่นขมวดคิ้ว ครางรำคาญในลำคอที่ถูกรบกวนการนอนของตัวเอง ทว่าเมื่อได้มุมการนอนที่สบายกว่าเดิม ก็หลับตาพริ้มนอนต่อไม่สนใจอะไร โดยมีเปรมลูบหลังปลอบกล่อมไปพราง
ยังดีที่มีผ้าห่มผืนใหญ่คลุมตัวเราทั้งสองไว้ บวกกับเป็่เวลากลางคืน แสงไฟสลัวไม่เป็ที่สนใจของผู้ร่วมทางมากนัก อีกทั้งคนส่วนใหญ่นอนหลับคอพับประจำที่ตัวเองไปแล้ว คงตื่นกันอีกทีใกล้เช้า ส่วนโอเ้าของที่ถูกผมวานให้ลงไปนั่งด้านล่างแทนที่แล้ว
ปรเมศนั่งยิ้มท่ามกลางความมืดอยู่คนเดียว กอดผู้ชายมันก็อุ่นเหมือนกันนะ ถึงแม้ร่างกายจะเมื่อยล้า แต่ว่าในใจกลับมีความสุขซุกซ่อนอยู่อย่างห้ามไม่ได้
เปรมมีความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อ กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ได้รับความสุขทางกายมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับความสุขทางใจเหมือนดั่งตอนนี้มาก่อน