เย่หยุนซียังคงเดินเล่นโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง หลังจากนั้นไม่นาน รถม้าที่สุดแสนจะหรูหราและงดงามก็ค่อยๆเคลื่อนที่เข้ามาบนถนนของเมืองใหญ่
"หือ เกิดอะไรขึ้น? คนของข้าหายไปไหน?" เสียงอันทรงอำนาจดังกังวานออกมาจากภายในรถม้าคันนั้น สร้างความแตกตื่นสะเทือนขวัญให้แก่เหล่าชาวบ้านเป็นอย่างมาก
"คะ คุณชายกง คนของท่านถูกบุรุษผู้นั้นฆ่าตายหมดแล้วขอรับ" มีชายคนหนึ่งเอ่ยปากขณะชี้นิ้วไปยังแผ่นหลังของเย่หยุนซีที่บัดนี้กำลังเดินมองหาแหล่งข้อมูลใหม่ๆ
คุณชายกงเมื่อทอดมองตามไป แววตาที่นิ่งสงบก็กลับกลายเป็นแดงก่ำด้วยความโมโหโกรธา "ไป! ไปสังหารให้ข้า!"
"ข้าน้อยรับบัญชา" เหล่าผู้คุ้มกันนับสิบของตระกูลกงผสานมือคาราวะ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปหาเป้าหมายอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เหอะ มีแต่พวกรนหาที่ตายทั้งนั้น" เย่หยุนซีที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ 1 ครา จิตอสูรมังกรเพลิงทมิฬเก้าชั้นฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาท่ามกลางสายตาผู้คนทุกหมู่เหล่า มันสยายปีกปกปิดผืนนภาราวกับต้องการแสดงความยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้ได้ประจักษ์
"พะ พระเจ้า!!"
เหล่าผู้คุ้มกันของตระกูลกงถึงขั้นรีบหยุดชะงักกลางอากาศเมื่อได้เห็นร่างขนาดมหึมานี้
"มอดไหม้" สิ้นสุดคำพูดสั้นๆของเย่หยุนซี ราชันมังกรเพลิงทมิฬเก้าชั้นฟ้าก็ไม่รอรี อ้าปาก พ้นลมหายใจแผดเผาผู้ที่มีความประสงค์ร้ายกับนายเหนือหัวของมัน
"อ๊าก! ไม่นะ! ไม่!" เหล่าผู้คุ้มกันกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของพวกมันก็ไม่หลงเหลือแม้แต่เถ้าธุลีให้ปลิวไปปนเปื้อนอากาศบริสุทธิ์
ภาพนี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับชาวเมืองทุกๆคน! แม้แต่คุณชายกงก็ยังต้องตัวสั่น!.......ซึ่งในเสี้ยวพริบตานั้นเอง เย่หยุนซีก็ได้ขึ้นมานั่งบนหลังคารถม้า
"นี่ เจ้าเองงั้นหรือที่คิดสังหารข้า" เขาเอ่ยถามขณะยกน้ำเต้าสุราขึ้นดื่มอย่างสำราญ ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่
"จะ เจ้า เจ้าเป็นใคร?" คุณชายกงที่ตั้งสติได้เอ่ยถามอย่างกลัวๆกล้าๆ น้ำเสียงไม่เหลือเค้าลางอำนาจวาสนาเหมือนอย่างที่ดังขึ้นมาเมื่อข้างต้น
"ฮ่าๆๆ ข้าก็เป็นเพียงแค่คนเร่ร่อนคนหนึ่งเท่านั้น ทำไม? คิดจะใช้อำนาจตระกูลมาข่มขู่ข้างั้นหรือ?" ชายหนุ่มเอ่ยดักทาง เมื่อได้ยินคำถามของอีกฝ่าย
คุณชายกงถึงกับอึงงัน ใบหน้าซีดเซียว หยาดเหงื่อรินไหล ตัวมันกำหมัดแน่นอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วเอ่ยปากกล่าวอย่างใจกล้า
"ถะ ถ้าใช่แล้วอย่างไรล่ะ ตระกูลกงของข้าคือหนึ่งในตระกูลหลักของอาณาจักรเปลวเพลิงแห่งนี้........หากเจ้าสังหารข้า ต่อให้หนีไปจนสุดขอบแผ่นดินก็คงไม่อาจรอดพ้นความตายไปได้เช่นกัน"
"โอ้โห ตระกูลของเจ้าถึงกับยิ่งใหญ่ปานนั้น" เย่หยุนซีเมื่อได้สดับรับฟังก็เอื้อนเอ่ยวาจากวนประสาทออกไป ก่อนที่เขาจะตัดสินใจยกมือขึ้นฟ้าหมายเรียกอัสนีบาตแห่งสวรรค์
"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"
"ตัวข้าอยากจะรู้จัง ว่าตระกูลที่มีเพียงระดับมหาจักรพรรดิสองสามคนจะเอาอะไรมาสังหารข้า"
หลังสิ้นสุดวาจา! สายฟ้าสีทองอร่ามก็พลันฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี คุณชายกงและรถม้าถูกทำลายล้างสลายหายไปโดยที่ไม่ได้ปริปากกรีดร้องเลยสักคำ
เนื่องจากเย่หยุนซีให้โอกาสมันพูดมานานแล้ว แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับทำสันดานเดิมๆของผู้มีภูมิหลังยิ่งใหญ่ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายมากในสายตาของเขา
"สะ สังหารคุณชายกงแล้ว! บุรุษคนนั้นสังหารคุณชายกงแล้ว!" เหล่าชาวบ้านชี้นิ้วไปยังจุดหมายเดียวกันพลางเอ่ยปากกล่าว
เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆ จากนั้นตัวเขาก็บินหายวับไปท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ซึ่งมองดูตัวเขาด้วยความตะลึงงัน
"อืม.......ข้าควรจะไปทำลายตระกูลกงเลยดีหรือไม่นะ?" ชายหนุ่มตั้งคำถามกับตัวเองหลังจากที่บินออกมา แต่ทว่าก็ต้องสลัดความคิดนี้ทิ้งไปเพราะผลกระทบจากการลบล้างตระกูลใหญ่มันค่อนข้างวุ่นวายและน่ารำคาญ
"เห้อ ช่างเถอะๆ ถ้าหากพวกมันรนหาที่ตายแล้วค่อยว่ากัน"
หลังสิ้นสุดวาจานั้น เย่หยุนซีก็ตัดสินใจเข้าไปในมุกมิติของตนเอง หมายจะพักผ่อนเสียเล็กน้อยก่อนออกเดินทางไปยังเมืองใหม่
แต่ทว่าเมื่อร่างของเขาปรากฏขึ้นด้านใน สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาอย่างแรกกลับเป็นเซี่ยอวี่ซีที่กำลังเปลือยกายนั่งแช่บ่อน้ำพุร้อนอย่างสุขสันต์ ทั้งทรวดทรง ส่วนโค้งส่วนเว้า และผิวพรรณนับได้ว่างดงามเย้ายวนหยาดเยิ้มเกินพรรณนา
"ดูเหมือนข้าจะไม่ได้พักง่ายๆเสียแล้วสิ" เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ก่อนจะเคลื่อนตัวรวดเร็วปานสายฟ้าเข้าไปโอบกอดคนงามจากทางด้านหลัง
"ฟุ๊บ"
"ว้าย! นายน้อย ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!" เซี่ยอวี่ซีสะดุ้งตัวโหย่งพร้องทั้งเอ่ยปากอุทาน ใบหน้าของนางแดงก่ำเพราะรู้ตัวดีว่าตนเองไร้ซึ่งอาภรณ์ห่มกาย
"พึ่งเข้ามาเมื่อครู่นี้เอง พี่สาวคนสวย ข้าขออาบน้ำด้วยคนได้หรือไม่" เย่หยุนซีกระชับอ้้อมกอดให้แน่นกว่าเก่าพลางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน
"หึ! คนเจ้าเล่ห์ ปากบอกว่าอาบน้ำ ไฉนมือกลับซุกซนถึงปานนี้" เซี่ยอวี่ซีตีมือของชายหนุ่มที่กำลังลูบไล้ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าของนางอย่างชำนาญ
"คิกคิก แล้วท่านยอมหรือไม่ล่ะ?" เย่หยุนซีกระซิบถาม จากนั้นประทับริมฝีปากโฉมสะคราญ กอดจูบนัวเนียกันอย่างเร้าร้อนอยู่พักใหญ่ ก่อนที่หนึ่งหญิง หนึ่งชาย จะร่วมกันบรรเลงท่วงทำนองแห่งรักท่ามกลางบ่อน้ำพุร้อนจนเสียงครวญครางดังก้องกังวานไปถึง 3 วัน 3 คืนไม่มีหยุดพัก