หลายวันมานี้นางมาเรียนรู้งานกับหลงจู๊จางได้เกือบ 10 วันแล้ว บางอย่างบางเื่ก็ยากเกินไปสำหรับนางที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนทุกวันตอนเย็นนางจึงปรึกษาบิดาและพี่ชายทุกวันบางครั้งนานจนเกือบดึกดื่น ทุกคนแม้จะรู้สึกดีที่นางเอาจริงเอาจังกับการทำงานแต่ก็ยังเป็ห่วงนางอยู่ดีเพราะว่านางอายุน้อยแค่นี้กลับตั้งใจทำงานมากจนลืมเที่ยวเล่นอย่างที่เคยทำ
บางครั้งคนในครอบครัวก็ได้แต่บอกว่าให้นางพักผ่อนหรือไปเที่ยวหาสหายคนสนิทบ้างจะได้ไม่เครียดเกินไปวันๆเอาแต่ขลุกอยู่ที่ร้านลู่หลินหรือไม่ก็เรือนของลู่เหวินหลาง แต่ลู่ชิงชิง กลับตอบปฏิเสธก็เพราะในใจนางรู้ดีว่า แต่ก่อนนางเที่ยวเล่นจนเกินพอแล้ว จึงไม่อยากจะทำแบบนั้นอีกแล้ว
ร่างบางทุบแขนขาทั้งสองข้างเพราะนั่งอยู่ในท่าเดิมมานานก็เริ่มปวดเมื่อย วันนี้วันแรกที่นั่งได้เรียนรู้การทำบัญชีตัวเลขมากมาย จนนางตาลายไปหมดแล้ว วันนี้ไม่มีใครอยู่เป็เพื่อนนางนอกจากเสี่ยวเถาเพราะบิดาและพี่ใหญ่เดินทางไปต่างแคว้นเพื่อซื้อและแลกเปลี่ยนสิ่งของ ที่แคว้นหมาน ซึ่งมีระยะทางไกลมากได้ยินว่าไปคราวนี้ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 เดือนเลยทีเดียว
ส่วนพี่รองของนาง หลังจากที่มานั่งเฝ้านางทำงานที่ร้านลู่หลิน ก็ต้องเตรียมตัวเดินทางไปสอบจอหงวนในอีก 2 วันข้างหน้า ถึงแม้ว่าการจัดสอบจะอยู่ในเมืองหลวง แต่ระวังสอบผู้เข้าสอบทุกคนไม่อาจออกมาจากห้องสอบได้จนกว่าจะสอบเสร็จ นั่นหมายความว่าลู่เหวินหลางต้องใช้เวลาในการไปสอบครั้งนี้เกือบ 7 วันเลย
ถึงนางจะเป็ห่วงเขามากแค่ไหนแต่นางก็รู้ว่าเขาไปสอบครั้งนี้เขาจะได้เป็จอหงวนอย่างที่ตั้งใจเหมือนกับก่อนที่นางจะตื่นมาตอนนั้นมีประกาศติดไว้ว่า เขาสอบติดอันดับที่ 1 ได้เป็จอหงวนที่อายุน้อยที่สุดที่เคยมีการสอบมา
จำได้ว่าครอบครัวของนางตื่นเต้นมากแค่ไหนตัวนางในครั้งนั้น ไม่ยอมที่จะมาแสดงความยินดีเพราะว่าอายที่เคยดูถูกเขาเอาไว้มากมาย แม้กระทั่งตอนงานเลี้ยงที่บิดาจัดขึ้นนางก็ยังไม่วายอาละวาดด่าทอ จนกระทั่งงานเลี้ยงล่มลง แต่คราวนี้นางจะไม่ทำแบบนั้นอีก นางได้เตรียมของขวัญเอาไว้ให้เขาแล้ว เมื่อเขากลับมาเมื่อไหร่นางจะมอบให้เขาทันที
"คุณหนูเ้าคะจะเย็นแล้วนะเ้าคะเดี๋ยวฮูหยินจะต่อว่า หากวันนี้คุณหนูกลับบ้านช้าอีกครั้งเดี๋ยวจะถูกคุณชายรองดุอีกด้วยนะเ้าคะ"
"ใกล้เสร็จแล้วแหละเสี่ยวเถา ขอทำเล่มนี้ให้จบก่อน วันนี้ข้ายังทำบัญชีแค่ส่วนเดียวยังไม่เสร็จเลย นี่แค่เื่เครื่องประทินผิวอย่างเดียวนะเนี่ยยังกินเวลาเกือบทั้งวัน ถ้าเกิดข้าต้องมานั่งดูบัญชีทั้งร้านคงจะใช้เวลาหลายวันแน่นอนพี่ใหญ่ช่างเก่งจริงๆถึงทำงานพวกนี้ได้หลายปี"
"คุณหนูก็เก่งเ้าค่ะ ขนาดว่ามาไม่กี่วันเท่านั้นยังทำได้ขนาดนี้ บุตรชายหลงจู๊ยังเคยพูดกับบ่าวเลยว่าคุณหนูเก่งมากที่เรียนรู้อะไรเร็วขนาดเขามาเรียนรู้งานตั้งนานยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ"
ลู่ชิงชิงยิ้มขึ้นมาทันที นางรู้ว่าเสี่ยวเถาพูดเพื่อให้กำลังใจนาง แต่ก็ไม่อยากจะเปิดโปงนางเพราะนางคงหวังดี นางทำงานต่อจนเสร็จ แล้วลุกขึ้นเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าต่าง มองลงไปข้างล่าง เพื่อพักสายตาสักครู่ก่อนจะกลับบ้าน ได้มองคนกำลังเดินไปมาก็รู้สึกหายจากอาการเมื่อยล้านิดหน่อย
"ไปกันเถอะ ก่อนกลับแวะซื้อเป็ดย่างร้านฟู่ไปฝากพี่รองก่อนนะเสี่ยวเถา ได้ยินว่าพี่รองชอบกินมาก"
"เ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะบอกพี่อ้าวชงจอดให้เ้าค่ะ"เสี่ยวเถารีบเก็บของที่อยู่บนโต๊ะ เพราะคุณหนูชอบเอางานพวกนี้กลับไปอ่านที่จวนด้วยทุกครั้งที่ทำเสร็จ เพื่อเอาไปตรวจสอบทุกครั้งป้องกันความผิดพลาด
"ท่านลุงจางข้าไปก่อนนะเ้าคะ"ลู่ชิงชิงแวะลาหลงจู๊จาง เหมือนทุกวันตอนนี้นางสนิทกับเขามากขึ้นกว่าเดิม
หลงจู๊ผู้จัดการร้านมองตามลู่ชิงชิง ตอนแรกๆเขาคิดว่านางมาเพื่อความสนุก ไม่นานก็คงเบื่อ ผ่านมาหลายวันแบบนี้ เขาเชื่อแล้วว่านางตั้งใจที่จะเรียนรู้งานจริงๆ คุณหนูชิงชิงเวลานี้ช่างรู้ความนัก คำพูดคำจาอ่อนหวานน่ารัก กิริยาช่างแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เวลาทักทายเขาก็ให้เกียรติเสมือนหนึ่งว่าเขาเป็ผู้ใหญ่ที่ควรให้ความเคารพ รวมถึงคนงานในร้านตอนนี้ต่างพากันปลื้มคุณหนูกันทุกคน
ทั้งสองคนเดินขึ้นไปบนรถม้า ข้างรถม้าที่มีคนของลู่เหวินซานมาดูแลนางระหว่างเดินทางเหมือนเดิม เสี่ยวเถาประคองร่างของลู่ชิงชิงรีบขึ้นรถม้าทันที เพราะจะเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว หากคุณหนูไปถึงจวนช้านางเองก็ไม่พ้นถูกตำหนิอีกครั้งแน่นอน จึงเร่งให้คนขับรถม้ารีบขับกลับจวนให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่ลืมแวะซื้อเป็ดย่างร้านฟู่ตามคำสั่งของคุณหนู
"คุณหนูรอบ่าวอยู่ตรงนี้ก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวบ่าวจะรีบไปซื้อเป็ดย่างให้คุณชายรองก่อน คงต้องใช้เวลาสักพักนะเ้าคะคุณหนู บ่าวมองดูแล้วตอนนี้คนซื้อของที่ร้านเยอะมาก"
"อืม ไปเถอะ ไม่ต้องเป็ห่วงข้า" ร่างของเสี่ยวเถารีบร้อนออกไปเพราะกลัวว่าจะกลับช้าหากนางไม่รีบ
ลู่ชิงชิงหยิบหนังสือมาอ่าน เพื่อรอเวลา ระหว่างที่รออ้าวชง ก็ขอตัวไปช่วยเสี่ยวเถาซื้อของ แต่นางรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรกับสาวใช้ของนางแน่นอน ดูได้จากสีหน้าท่าทางเวลาเห็นเสี่ยวเถาก็จะเขินอายหน้าแดง เวลาเสี่ยวเถา้าอะไร อ้าวชงผู้นี้ก็จะทำให้นางทุกอย่างตัวเสี่ยวเถาเอง ก็ดูจะมีใจให้กับเขาเช่นเดียวกัน นางเห็นว่าทั้งสองคนเป็คนดีหลังจากพี่ชายใหญ่กับท่านพ่อกลับมา นางจะคุยเื่แต่งงานให้ทั้งคู่อีกทีถ้าหากทั้งสองคนรักกันจริงๆ
ฟุบ
ร่างบุรุษในชุดสีดำปิดบังใบหน้ามองเห็นแค่เพียงแค่ดวงตา พรวดพลาดเข้ามาพร้อมกับมีมีดอยู่ในมือ ลู่ชิงชิงกำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับถูกมือหนาของเขาปิดปากเอาไว้พร้อมกับมีดจ่ออยู่ที่ลำคอของนาง
"ห้ามส่งเสียงร้องออกมาเด็ดขาด ข้าจะไม่ทำอะไรเ้า หากช่วยข้าออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่ ข้าถึงจะปล่อยเ้าไป หากเ้าส่งเสียงร้องขึ้นมาแม้เพียงนิดเดียว อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน"
เสียงของคนที่อยู่ข้างดังขึ้นข้างหู ร่างบางถึงกับสั่นสะท้าน คิดถึงภาพตอนที่ถูกไล่ฆ่าในครั้งนั้น น้ำตาเริ่มคลอทั้งสองข้าง นางกลัวว่าคนของนางจะเข้ามา ถ้าเขาจะฆ่านางตายก็ไม่เป็ไร แต่นางกลัวว่าเขาจะฆ่าคนของนางเมื่อพวกเขากลับมา นางไม่อยากให้ใครต้องมาตายเพราะนางอีกแล้ว จึงพยายามสงบสติอารมณ์เอ่ยคำพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
"ข้ารับปากจะช่วยท่าน แต่ท่านต้องรับปากว่าจะไม่ทำร้ายคนของข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าถึงจะยอมช่วยท่าน แต่ถ้าหากท่านทำร้ายคนของข้า แม้ต้องตาย ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยท่านไปแน่นอน"
เสียงของนางแม้สั่นเครือแต่ก็หนักแน่นจนน่าแปลกใจ เขาเกิดอยากจะรู้จักนางว่านางเป็ใคร ทำไมถึงยอมแลกชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยบ่าวรับใช้ เขาไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนในชีวิต ยิ่งเป็สตรีด้วยแล้ว เหตุใดถึงไม่กลัวว่าตัวเองจะตาย กลับเป็ห่วงคนอื่นแทน
"ได้ ข้ารับปากเ้า"
"ท่านถอยออกไปก่อน นั่งอยู่แบบนี้ข้าทำอะไรไม่ถนัด"ลู่ชิงชิงตั้งสติได้แล้วก็รีบคิดหาวิธีช่วยเหลือเขา แต่เพราะเขานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังของนางพร้อมกับใช้ขาทั้งสองข้างกักร่างของนางเอาไว้ทั้งตัว แขนของเขาโอบรัดนางเอาไว้แถมมีมีดจ่อที่ลำคอของนางอีก
เขาขยับตัวออกจากร่างของนางเล็กน้อย พร้อมกับสังเกตท่าทางของนางไปด้วย ลู่ชิงชิงค้นหาของบางอย่างที่อยู่ในหีบ นางหยิบเอาชุดขึ้นมาชุดนึงเป็ชุดที่นางเอาไว้เปลี่ยนเวลาที่ออกมาข้างนอกเผื่อเกิดว่าชุดเปื้อนขึ้นมา
"นี่คืออะไร" ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นนางยื่นชุดสตรีมาให้เขา พร้อมกับถือโอกาสสำรวจใบหน้าของนางไปด้วย เมื่อสักครู่เขาไม่ทันสังเกตจึงไม่รู้เลยว่าคนที่เขาบังคับให้ช่วยเหลือหน้าตางดงามไม่น้อย โดยเฉพาะดวงตาของนาง มันงดงามมากจนเขาเผลอหยิบชุดที่นางเอาให้มาถือเอาไว้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ชุดของข้าเอง รีบเปลี่ยนซะเดี๋ยวบ่าวของข้ากำลังมา อย่าช้าเดี๋ยวคนที่ตามเ้ามาเกิดผิดสังเกตอย่าหาว่าข้าไม่ช่วยท่านก็แล้วกัน"
"ข้าใส่ไม่เป็"แววตาคนพูดไหวระริกเกิดคลื่นบางอย่าง โดยที่นางไม่ทันสังเกตมัวแต่กังวลว่าเสี่ยวเถาจะกลับมาแล้วจะถูกบุรุษผู้นี้ฆ่าปิดปาก จึงรีบถอดเสื้อคลุมสีดำตัวนอกของเขาออก แล้วใส่ชุดนางเข้าไปแทน ดีที่ชุดของนางสีน้ำเงินจึงดูกลมกลืนกับชุดของเขา จากนั้นดวงตากลมโตที่เขาชื่นชอบกวาดสายตามองไปที่ผมของเขาที่สวมที่ครอบดูงดงามและมีราคา ดวงตาของนางจ้องมองมันพร้อมกับหลุบเปลือกตาลงเพื่อซ่อนแววตาไม่ให้เขาเห็น ดูจากที่ครอบผมอันนี้ราคาแพงไม่น้อย เขาเป็ใครกันแน่
นางสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป รีบมวยผมสตรีให้เขาง่ายๆ แล้วดึงเอาปิ่นปักผมที่อยู่บนหัวของนางมาใส่มวยผมของเขาเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ลู่ชิงชิงมองไปที่ผ้าคลุมหน้าสีดำที่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ นางรู้ว่าเขาไม่้าให้นางเห็นใบหน้าของเขา นางก็ไม่ยุ่งกับผ้าคลุมหน้าสีดำอันนั้น นางหยิบผ้าเช็ดหน้าของนางออกมาแล้วยื่นออกไปให้เขาพร้อมกับคำอธิบาย
"ถ้าหากมีคนขึ้นมาท่านเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ของข้าปิดปากแล้วแสร้งไอ ข้าจะบอกคนอื่นว่าท่านไม่สบายกำลังจะพาไปหาหมอ ท่านอย่าลืมสัญญาของข้าก็แล้วกัน หากท่านหนีรอดไปได้ท่านต้องปล่อยข้าและคนของข้าไป"
ร่างของคนที่ถูกนางทำนู่นทำนี่ พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่นางทำทั้งหมด นางให้เขาปลอมตัวเป็สตรีที่ป่วยหนัก เห็นท่าทางตื่นตระหนกในครั้งแรกไม่นึกว่านางจะเฉลียวฉลาดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เร็วแบบนี้
"เ้าไม่กลัวว่าหลังจากนี้ข้าจะฆ่าปิดปากพวกเ้าหรือ"เสียงราบเรียบธรรมดากับทำให้นางเริ่มลังเล หากนางออกไป แล้วตระโกนให้คนช่วยจะได้ไหมนะ ชายหนุ่มหรี่ตาเมื่อเห็นสายตาลังเลของนาง
"หากเ้าเรียกให้คนช่วย ข้าจะบอกว่าเ้ากับข้าเป็พวกเดียวกัน ทีนี้ในเมื่อข้าไม่รอดเ้าก็ไม่รอดเหมือนกัน" คำพูดของเขาทำให้นางเลิกลังเล หากนางกลายเป็พวกเดียวกันกับเขาครอบครัวของนางต้องถูกลงโทษด้วย ในเมื่อช่วยแล้วก็ช่วยให้สุดเลยแล้วกัน
"ตรวจดูให้ทั่ว อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ ให้คนของเราตึงกำลังแถวนี้ให้หมด ตรวจสอบรถม้าทุกคัน ห้ามเว้นแม้แต่คันเดียว!"เสียงที่ดังนอกรถม้าทำเอาชายหนุ่มที่กำลังมองสตรีที่ให้ความช่วยเหลือเขาอย่างสนใจ กลับมาที่สถานการณ์ตึงเครียดอีกครั้ง
"นี่คือรถม้าของใคร?"
"นี่คือรถม้าของคุณหนูของข้า นางเป็บุตรสาวของนายท่านลู่ เ้าของร้านค้าตระกูลลู่ที่มีทั่วทุกแคว้น พวกเ้าห้ามล่วงเกินคุณหนูชิงชิงของข้าเด็ดขาด"เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่รถม้า เมื่อเห็นคนมากมายพากันตรวจค้นรถม้าทุกคัน รวมถึงคันที่คุณหนูของนางอยู่ด้วย
"ต่อให้เป็องค์หญิงมาเองก็ต้องตรวจทุกคัน หลีกไป อย่าเกะกะ" ทหารคนนึงเดินมาผลักเสี่ยวเถาออกไป อ้าวชงถึงกับโมโหหากไม่ใช่ว่าเสี่ยวเถาจับแขนเขาเอาไว้ เขาคงจะทำอะไรกับมันแล้ว
ลู่ชิงชิงได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นข้างนอก ก็ส่งสายตาให้เขาขยับเข้าไปนั่งด้านหลัง ตอนนี้เริ่มมืดแล้วภายในรถม้าก็แทบมองไม่เห็นอะไร หลังจากตรวจดูแล้วว่าเรียบร้อย ปรายนิ้วเรียวก็ยื่นออกไปเปิดผ้าม่านด้านหน้ารถม้า
"เสี่ยวเถาอย่าเสียมารยาท พี่ชายท่านนี้เขาทำตามหน้าที่ พี่ชายขออภัยด้วยที่เสียมารยาทกับท่าน ไม่ทราบว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเ้าค่ะ"
เสียงหวานอ่อนโยนของนางทำให้ทหารที่กำลังไม่พอใจ หยุดชะงักลง พอเห็นนางยิ้มหวานให้ก็มีสีหน้าดีขึ้น เมื่อสาวงามทักทายกลับมาอย่างให้เกียรติ
"มีคนบุกเข้าไปที่ตำหนักองค์ชายสาม มีคนเห็นว่ามาทางนี้พวกเราเลยต้องมาตรวจค้นรถทุกคัน ต้องขออภัยแม่นางที่เสียมารยาท แต่มันเป็หน้าที่ หวังว่าแม่นางจะเข้าใจ"
"ข้ายินดีเ้าค่ะ ท่านทำตามหน้าที่ ข้าก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่ตอนนี้แม่นมของข้าไม่สบายมาก กำลังจะไปหาหมอ แต่ตอนนี้ข้ากลัวว่าโรงหมอจะปิดไปหรือยัง ข้ากังวลจนร้อนใจเหลือเกินเ้าค่ะ"
เสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่คลออยู่เต็มสองตา ริมฝีปากสีแดงสดเม้มสนิทด้วยความอึดอัดใจ เมื่อหาทางออกไม่ได้ ชวนให้น่าสงสารนัก พวกทหารมองหน้ากัน แต่มีทหารคนนึงยื่นมือไปเปิดผ้าม่านบนรถม้า เสียงไอแหบแห้งก็ดังขึ้นมา พอพวกเขามองเข้าไปก็พบว่าเป็สตรีผู้หนึ่งที่กำลังไอจนตัวงอ ดูแล้วนางน่าจะอาการหนักมากจริงๆ
เสี่ยวเถากับอ้าวชงมองหน้ากัน แต่พวกนางไม่พูดอะไรออกมา การที่คุณหนูทำแบบนี้นางย่อมมีเหตุผล จึงก้มหน้าทำท่าเป็ห่วงเป็ใยคนในรถม้า จนทหารพวกนั้นเชื่ออย่างสนิทใจ
"เมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอลาคุณหนูเลยแล้วกันเพราะต้องไปตรวจสอบที่อื่นต่อ"
"ขอบคุณพวกท่านมากเ้าค่ะ ขอให้จับคนร้ายได้นะเ้าคะ ข้าลาเ้าค่ะ"
เมื่อทหารออกไปแล้ว นางก็ส่งสายตาให้ทั้งสองคนขึ้นรถม้า เพราะรถม้าคับแคบมากหากนั่งสามคน เสี่ยวเถาจึงเสียสละออกไปนั่งข้างคนขับรถม้ากับอ้าวชงที่ด้านนอก โดยไม่ถามอะไรนางสักคำ จนกระทั่งรถม้าออกมาถึงนอกเมืองในจุดที่ปลอดภัยแล้ว นางจึงสั่งให้พวกเขาจอดรถ
"ถอดชุดของข้าออกได้แล้ว ข้าช่วยท่านแล้วอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับข้า"ลู่ชิงชิงมองเขาอย่างระแวง กลัวว่าเขาจะฆ่าพวกนางปิดปาก หากเขาทำแบบนั้นจริงก็ถือว่านางซวยเองที่เลือกจะช่วยเหลือเขา
เขามองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่าง นางดูน่าสนใจไม่น้อย ดูหวาดกลัวแต่กลับเข้มแข็ง ดูอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ มีน้ำใจกับบ่าวไพร่ เขายังอยากจะรู้จักนางมากขึ้นกว่านี้ ได้ยินว่านางคือบุตรสาวของลู่เจี้ยน ชื่อลู่ชิงชิง ชื่อนี้เหมาะสมกับนางนัก เพราะดวงตาคู่นั้นงดงามเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า อีกไม่นานข้าจะไปพบเ้าอีกครั้งแต่คงไม่ใช่สภาพนี้ วันนี้ถือว่าเป็วันดี นอกจากงานจะสำเร็จแล้ว เขายังได้รู้จักคนที่น่าสนใจอีกคนนึง
ดวงตาคมมองนางด้วยแววตาแปลกๆ ลู่ชิงชิงมองเขาอีกครั้ง พร้อมกับเตือนให้เขาคืนของให้นาง แต่เขาไม่ยอมคืนของให้นางไม่พอ ร่างของเขาทะยานขึ้นหายไปในความมืดอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้นางสงสัยว่า เขาจะเอาชุดของนางไปทำไมในเมื่อเขาเป็บุรุษ ไม่ใช่สตรี