เสียนฟ่างในตอนนี้อายุเพิ่งจะสิบเจ็ดปีกว่า รูปร่างท่าทางยังไม่เป็ผู้ใหญ่เต็มตัว ต่อให้มีความทรงจำจากชาติอื่น อย่างมากรู้มากกว่าคนอายุสิบเจ็ดทั่วไปอยู่หลายประการ แต่มิใช่ว่าจะควบคุมความรู้สึกของตัวเองไปได้ทุกอย่าง
ประสบการณ์ที่มีมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเสียนฟ่างเป็คนแก่อายุสองสามร้อยปีในร่างเด็กอายุสิบเจ็ดเสียเมื่อไร เพียงแต่เื่ราวหลายประการ ได้ประสบพบเห็นมาด้วยตัวเอง รู้ว่าตอนนั้นตัวเองทำอย่างไร ซึ่งมิใช่จะใช้ได้กับทุกคนเสียที่ไหน
ประสบการณ์บอกเลิกกับคู่รักแฟนหนุ่ม ที่ผ่านมาเสียนฟ่างมิใช่ไม่เคยประสบพบเจอ ทั้งยังเป็ฝ่ายบอกเลิกก่อนก็หลายหน ในชาติที่อยู่ในยุคที่เจริญแล้ว เสียนฟ่างผ่านการมีแฟนหนุ่มมาหลายคน จนกระทั่งล่วงเข้าอายุสามสิบกว่าปี จึงตกลงปลงใจกับแฟนหนุ่มคนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันจนตายจากกันไป
เมื่อเผชิญหน้ากับเซียถิงในเวลานี้ คำพูด้าหย่าที่คิดเอาไว้กลับติดอยู่ในคอ ไม่ทราบสมควรกล่าวเริ่มเช่นใดดี เสียนฟ่างพยายามกลั่นคำพูดออกมา น้ำเสียงออกจะสั่นอยู่เล็กน้อย "ท่านพี่ ั้แ่ข้าแต่งเข้าสกุลเซียมา นี่แทบจะเป็ครั้งแรกที่เราสองคนนั่งสนทนากันด้วยดี ก่อนหน้านี้หากมิใช่ท่านเองวิ่งวุ่นอยู่กับงานในกองทัพ ก็เป็ข้าที่ทำให้ท่านไม่อยากเจอหน้า"
เซียถิงั้แ่แต่งงานแทบจะไม่เคยกลับจวน เมื่อกลับมาแล้วก็พบเจอกับเสียนฟ่างที่คอยทำให้รำคาญใจ สุดท้ายตัวเองออกไปที่ชายแดนจนเกือบปี ทิ้งเสียนฟ่างเอาไว้ที่จวนอยู่กับบ่าว จนเสียนฟ่างต้องย้ายตัวเองออกมาอยู่ที่เรือนเล็กกับบ่าวของตัวเอง เมื่อได้ยินที่เสียนฟ่างกล่าวเช่นนี้ก็อดพยักหน้าเห็นด้วยมิได้
เสียนฟ่างยังคงกล่าวต่อไป "ท่านเข้าใจก็ดีแล้ว ท่านเองความจริงฝืนใจแต่งงานกับข้า ในเมื่อต้องฝืนใจ ยิ่งเนินนานไปยิ่งการเป็ทำร้ายท่าน มิสู้ข้ายินยอมหย่าให้ท่าน ท่านจะได้ไม่ต้องจำใจอยู่กับคนที่ท่านไม่้าั้แ่แรก เช่นนี้ล้วนดีกับตัวท่านพี่เอง"
"ที่แท้เ้า้าหย่า เื่ที่เ้า้าพบข้าที่แท้คือเื่นี้” เซียถิงกล่าวจากนั้นกลับเงียบลงอยู่เป็ครู่ใหญ่ คล้ายใคร่ครวญอันใดสุดท้ายจึงฝืนใจกล่าวต่อ
“เอาเถอะเมื่อเ้า้า ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย หากไม่มีสิ่งใด้แล้วเ้าก็กลับไปเถอะ" " เซียถิงกล่าวน้ำเสียงมิได้ยินดีอย่างที่เสียนฟ่างคาดคิด ความจริงเื่นี้สมควรสร้างความยินดีให้กับเซียถิง จนต้องฉลองสามวันสามคืนมิใช่หรือ หรือว่ามิได้สนใจใยดีกระทั่งเสียนฟ่างจะอยู่หรือไปก็หาสำคัญไม่
เสียนฟ่างเดินออกมาจากห้องหนังสือ จิตใจกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด ั้แ่เสียนฟ่างยังเด็ก พอรู้ความแล้วก็ทราบว่าคนผู้นี้คือคนที่ตัวเองต้องแต่งงานด้วย ที่แล้วมาเพียรเฝ้ามองหาแต่เซียถิง ไม่ว่าพบเจอที่ใดได้แต่เฝ้ามองด้วยความชื่นชม ในจิตใจประทับไว้แต่ภาพของเซียถิงเพียงผู้เดียว ไม่เคยมองผู้อื่นมาก่อน เมื่อถึงวัยแต่งงานก็เป็ฝ่ายเร่งรัด คาดหวังในใจว่าแต่งงานกันแล้วชีวิตหลังแต่งงานคงมีความสุขอย่างที่ฝันเอาไว้ สุดท้ายพอพูดเื่หย่าขึ้นมาจริง ๆ ตนเองกลับเป็ฝ่ายเสียใจเสียเอง ที่แท้ตัวเองคาดหวังสิ่งใดกันแน่ เสียทีที่มีชีวิตผ่านมาตั้งหลายชาติ เื่เพียงเท่านี้ยังปลงไม่ตก เสียนฟ่างยกแขนเสื้อข้างหนึ่งขึ้นมาซับน้ำตาตัวเองที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่เรือนตัวเอง
เสียนฟ่างเพราะเศร้าเสียใจ ไม่ทันรู้สึกตัวว่าถูกผู้อื่นเฝ้ามองอยู่ เซียถิงเมื่อเสียนฟ่างออกไปแล้วก็กำลังจะเปิดประตูออกมาพอดี กลับพบเห็นเสียนฟ่างน้ำตาไหลเป็สาย ใช้ชายเสื้อซับน้ำตาให้กับตัวเองก่อนเดินจากไป หากเ้าเศร้าเสียใจถึงเพียงนี้ใย้าที่จะหย่า เป็ข้าไม่ดีกับเ้าถึงเพียงนี้ เซียถิงได้แต่เฝ้าถามตัวเอง
เสียนฟ่างกลับมาที่เรือนของตัวเอง ล้างหน้าล้างตาแล้วก็เตรียมตัวไปหาบิดาที่จวนสกุลเสียน พบว่าในเรือนมีบ่าวเพิ่มมาอีกสองคน สอบถามได้ความว่า พ่อบ้านใหญ่สั่งให้มาคอยติดตามรับใช้ คนหนึ่งคืออาเค่อที่กลายเป็คนขับรถม้าประจำให้กับเสียนฟ่าง กับอีกคนเป็เด็กหนุ่มอายุไม่ถึงสิบห้าปีชื่อเป่าแค่คำเดียว อาเป่าพออ่านเขียนตัวอักษรได้บ้าง อาเป่าเป็เด็กกำพร้าจากา พ่อบ้านใหญ่รับเลี้ยงมาั้แ่อายุได้ไม่กี่ขวบ ชื่อที่ตั้งให้ มาจากคำว่า หยวนเป่า (แต้จิ้ว-ง้วนป้อ) ที่หมายถึงเงินทอง
"ความจริงที่เรือนนี้ ไม่มีสิ่งใดให้ทำมากมาย พ่อบ้านใหญ่ไม่จำเป็ต้องวุ่นวายไป" เสียนฟ่างกล่าว แต่ว่าคนมาแล้วจะผลักไสกลับไปก็ใช่ที่ ได้แต่จัดสรรหน้าที่ให้ โดยอาเค่อคอยช่วยงานในครัว งานใช้แรงงานทั้งหลาย หากเสียนฟ่างจะออกไปข้างนอกก็ให้จัดการเื่รถม้า อาเป่ายังเด็กอยู่ ให้คอยดูเื่ห้องหับการแต่งกาย น้ำร้อนน้ำเย็นสำหรับล้างหน้าอาบน้ำ คอยดูแลเติมน้ำชารับใช้อยู่ข้างกาย โดยทั้งสองคนให้คอยฟังคำสั่งอาเจียง หากเสียนฟ่างมิได้เรียกใช้
"ข้าจะไปที่จวนสกุลเสียน พ่อบ้านใหญ่น่าจะจัดรถม้าไว้แล้ว อาเค่อเ้าออกไปเตรียมรถเอาไว้"
"ขอรับ บ่าวจะไปเตรียมรถม้ารอคุณชายที่หน้าจวน" อาเค่อทำความเคารพเสียนฟ่างจากนั้นก็วิ่งจู้ดออกไปในทันที โดยที่อาเป่าเฝ้ามองด้วยความหวังว่าจะถูกใช้งานอันใดบ้าง คุณชายเสียนผู้นี้หน้าตาน่าดูยิ่ง อีกทั้งยังสุภาพเรียบร้อย กล่าววาจากับบ่าวยังน่าฟังกว่าพ่อบ้านใหญ่ตั้งมากนัก
“อาเป่า เ้าอยู่ที่เรือนคอยช่วยอาเจียงดูแลระหว่างข้าออกไปข้างนอกก็แล้วกัน ข้าไปที่จวนสกุลเสียนมีอาเค่อผู้เดียวก็เพียงพอแล้ว”
“คุณชายจะอยู่ค้างที่จวนท่านโหวหรือไม่ ขอรับ”
“ยังไม่แน่ หากเลยยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ข้ายังไม่กลับมาก็ไม่ต้องรอแล้ว”
เสียนฟ่างไม่ได้นำสิ่งใดไปที่จวนสกุลเสียนด้วย ที่นั่นมีสิ่งของทุกอย่างเพรียบพร้อม ไม่จำเป็ต้องนำสิ่งใดไป เสียนฟ่างเดินออกมาจากเรือนเล็กจนถึงประตูด้านนอก มองไปที่รถม้าเห็นเซียถิงยืนเอามือไข้วหลังเหมือนรอผู้ใดอยู่พร้อมกับพ่อบ้านใหญ่
“ข้าจะไปที่จวนแม่ทัพใหญ่พอดี จะแวะไปส่งเ้าที่จวนเจิ้นหนานโหวก่อน ขึ้นรถม้าเถอะ” เซียถิงไม่รอให้เสียนฟ่างกล่าวปฏิเสธ ก็เปิดม่านโดยสารให้กับเสียนฟ่างเพื่อให้ขึ้นไปก่อน จากนั้นเซียถิงจึงติดตามเข้ามาที่ด้านใน พ่อบ้านใหญ่แอบส่งสัญญาณให้อาเป่าขึ้นไปที่ด้านหน้าบริเวณข้างคนขับ ติดตามเสียนฟ่างไปที่จวนสกุลเสียนด้วย
เซียถิงท่านช่างทำใจได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ หรือว่าความจริงข้าจะหย่าหรือไม่ท่านก็ไม่ได้ใสใจั้แ่ต้นอยู่แล้ว หลังจากเอ่ยเื่หย่าไปแล้วยังทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้ เสียนฟ่างนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งในห้องโดยสารคิดอยู่ในใจ พยายามหันหน้าออกข้างนอกหน้าต่างไม่สนใจเซียถิงที่นั่งเงียบ ๆ อยู่อีกด้านหนึ่ง
ระยะทางจากจวนแม่ทัพเซียมาถึงจวนสกุลเสียนกินเวลาไม่นานมาก แต่สำหรับเสียนฟ่างแล้วนับว่านานจนเกินพอ เมื่อมาถึงจึงแทบจะเปิดม่านประตูรถม้า ะโลงมาในทันที ก่อนจะเดินเข้าไปภายในจวนกลับถูกเซียถิงรั้งแขนข้างหนึ่งเอาไว้
“ก่อนยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น) ข้าจะมารับ”
“ไม่รบกวนท่านพี่ สกุลเสียนมีรถม้าอยู่หลายคัน ข้ากลับเองได้ อีกอย่างข้าไม่แน่ว่าจะค้างคืนที่นี่”
“บ้านเ้าก็มี ใยต้องค้างที่อื่น เอาตามนี้ ก่อนยามโหย่วข้าจะมารับ อาเค่อออกรถ”
เอาอีกแล้วแม่ทัพเซียผู้เผด็จการ สั่งเสร็จก็จากไป ทิ้งเสียนฟ่างยืนอยู่หน้าจวนสกุลเสียน พร้อมกับอาเป่าที่ยืนอมยิ้มก้มหน้าอยู่ด้านข้าง “คุณชายเสียน เชิญเข้าด้านในก่อนเถอะขอรับ ข้างนอกลมแรง”
เสียนฟ่างละทิ้งความคิดวุ่นวาย เดินเข้าจวนไปพร้อมกับอาเป่าที่ติดตามมาด้วย ก่อนจากมาพ่อบ้านใหญ่แอบกระซิบให้อาเป่าไม่ว่าอย่างไรให้พาคุณชายเสียน กลับบ้านให้ได้ในคืนนี้ แต่ว่าหากคุณชายเสียนยืนกรานจะค้างที่จวนสกุลเสียนจริง บ่าวอย่างอาเป่าจะทำอย่างไรได้ ภารกิจที่พ่อบ้านใหญ่มีให้กับบ่าวอายุยังไม่ครบสิบห้าปีดูจะหนักหนาเกินไปไม่น้อย
เสียนฟ่างแวะไปหาท่านย่า พูดจาเล่าเื่ราวจนนางหัวเราะทั้งน้ำตาสักครู่หนึ่ง จึงออกไปหาบิดาที่ห้องหนังสือโดยมีอาเป่าติดตามอยู่ด้านหลัง
“เ้ารออยู่บริเวณนี้ อย่าได้เดินวุ่นวายไป ข้าเข้าไปสนทนาสักพักจึงจะออกมา”
“ขอรับ คุณชาย” อาเป่ารับคำ สายตาสอดสายมองดูจวนสกุลเสียนอย่างตื่นตาตื่นใจ จวนแม่ทัพเซียใหญ่โตก็จริง แต่ว่าตกแต่งเคร่งขรึมจริงจัง ส่วนที่เป็สวนก็มักจะจัดทำเป็ที่ฝึกซ้อมอาวุธสำหรับเซียถิง น้อยนักที่จะมีต้นไม้ดอกไม้ ไม่เหมือนจวนสกุลเสียนที่ตกแต่งออกมาอย่างร่มรื่น สวนหิน ลำธารใส สะพานหินทอดยาว มองดูแล้วสบายตาสบายใจกว่าเป็ไหน ๆ
“ท่านพ่อ” เสียนฟ่างเคาะประตูห้องหนังสือเข้ามา มองเห็นบิดากำลังดื่มโสมรังนกส่งกลิ่นหอมมีหลิวฮูหยินนั่งอยู่ด้านข้าง เสียนเซิ่งลี่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ในใจเกรงว่าบุตรชายวันนี้พบหน้าหลิวฮูหยินโดยไม่ทันตั้งตัวจะกล่าววาจาใดให้รำคาญใจหรือไม่
“ฮูหยิน” กลับกลายเป็ไม่เพียงเสียนฟ่างเรียกหาหลิวฮูหยินโดยไม่มีคำว่า ฮูหยิน รองต่อท้ายซ้ำยังคราวะอย่างนอบน้อม กระทั่งเสียนเซิ่งลี่ยังใ จนแทบปล่อยชามรังนกหลุดมือ หันไปมองหลิวฮูหยินที่อยู่ด้านข้าง นางเองก็ถูกคำทักทายนี้ทำให้ใอยู่ไม่น้อย กระทั่งคำพูดตอบรับยังลืมเลือนไปแล้ว
ที่ผ่านมาเสียนฟ่างไม่เคยเรียกนางว่า ท่านแม่ ซ้ำเวลาเจอหน้านอกจากไม่ยอมทักทายคราวะแล้ว หากจำเป็ต้องเอ่ยถึงมักเรียกนางว่าฮูหยินรองตลอดมา เสียนเซิ่งลี่ไม่ว่าดุด่าว่ากล่าวเช่นไรล้วนไม่เป็ผล
“พวกท่านสองพ่อลูกคงมีเื่สนทนากัน ข้าจะออกไปดูอาเฉิงสักหน่อย คุณชายใหญ่ ในครัวทำโสมรังนกไว้ ข้าจะบ่าวยกมาให้ท่านชามหนึ่ง รสชาติไม่หวานแบบที่ท่านชอบ” หลิวฮูหยินกล่าวจบก็ลุกออกไปปล่อยให้เสียนฟ่างกับเสียนเซิ่งลี่อยู่กันตามลำพัง
เสียนเซิ่งลี่ส่งยิ้มให้บุตรชายคราหนึ่ง “เ้าดู แค่เ้าเรียกนางว่าฮูหยินยังทำนางดีใจถึงเพียงนี้ ฟ่างเอ๋อร์ เ้าโตขึ้นแล้วจริง ๆ”
“ท่านพ่อ ข้ารู้ที่ผ่านมาข้าทำไม่ดีต่อนางกับอาเฉิง ต่อจากนี้ข้าจะดีต่อพวกนางสองแม่ลูกให้มากก็แล้วกัน”
“เ้ามาวันนี้ ใช่เพราะเื่นั้นหรือไม่”
“ข้าบอกกับเซียถิงเื่ขอหย่าไปแล้ว ท่านพ่อ หลังจากหย่าแล้วข้าอยากทำการค้าใบชา”
“ใบชา? สกุลเสียนเรามีกิจการค้าผ้าไหมเครื่องเงินอยู่ที่ลั่วหยาง เ้าเหตุใดไม่ลองศึกษาดู”
“ท่านพ่อ น้ำแกงชามนี้ของสกุลเสียนแม้ใหญ่โต แต่ว่าทั้งตัวท่าน ไหนจะท่านลุงท่านอาล้วนดื่มอยู่ก่อนแล้ว หากข้าเข้าไปขอแบ่งบันออกมาอีก จะอย่างไรส่วนของพวกท่านย่อมลดลงไป”
“เ้านี่นะ พอคิดได้ขึ้นมา ก็พูดจาใหญ่โต การค้าใบชามิใช่ง่ายดาย สัญญากับทางการถึงแม้จะไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่ว่าการจะหาใบชาคุณภาพดี ผลผลิตสม่ำเสมอใช่ว่าจะง่ายดายอย่างที่เ้าคิด ชาดีส่วนมากมาจากเจียงหนาน ข้าจะให้คนของเราไปตรวจสอบดูหากมีไร่ชาที่มีคุณภาพก็ซื้อหามา จากนั้นเ้าก็ค่อยเข้าไปดูแล”
“ท่านพ่อ หากทำเช่นนี้ใยมิต่างกับท่านทำเอง ข้าแค่เข้าไปฉกฉวยในตอนสุดท้าย ข้าจะไปเจียงหนานเอง ท่านพ่อแค่ส่งคนไปกับข้า สินเดิมที่ท่านให้ไว้มีไม่น้อย ข้าจะจัดการที่เหลือเอง ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วง”
เสียนเซิ่งลี่เข้าใจว่าบุตรชายเพียง้าให้ตัวเองจัดการทุกอย่างให้เหมือนที่ผ่านมา คิดไม่ถึงบุตรชายเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงไม่ขอใช้เงินของสกุลเสียน กระทั่งยินดีไปถึงเจียงหนานด้วยตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ยิ่งทำให้เสียนเซิ่งลี่้าแต่งตั้งให้เสียนฟ่างเป็ซื่อจือให้จงได้
สองพ่อลูกสนทนากันถึงรายละเอียดการค้าชา ผู้ที่จะติดตามเสียนฟ่างไปที่เจียงหนาน ขอเพียงหย่าแล้วก็สามารถออกเดินทางได้ทันที ที่ด้านนอกได้ยินเสียงเคาะประตูเบา ๆ เสียนเซิ่งลี่เข้าใจว่าเป็บ่าวยกโสมรังนกมาให้ “เข้ามาได้”
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ข้า...ข้าเอารังนกมาให้พี่ใหญ่ นี่ยังร้อนอยู่” ผู้ที่มากลับเป็เสียนเฉิง
หลิวฮูหยินแต่งเข้าสกุลเสียนเป็ภรรยาเอกแทนมารดาของเสียนฟ่างที่เสียไป เมื่อครั้งเสียนฟ่างมีอายุได้หกขวบ นางมีใบหน้าละม้ายคล้ายมารดาของเสียนฟ่างที่เสียไปอยู่หลายส่วน นี่อาจเป็เหตุผลหลักที่เสียนเซิ่งลี่รับนางเข้ามา หลังจากแต่งเข้ามาไม่นานนางก็ให้กำเนิดบุตรชาย เสียนเฉิงปีนี้อายุสิบขวบใบหน้าคล้ายมารดามากกว่าบิดา แต่ว่าดวงตาโต คิ้วเข้มล้วนถอดแบบเสียนเซิ่งลี่มาแทบทั้งหมด ทำให้ใบหน้างดงามแต่พอดีดูสมเป็ชายชาตรี
เสียนเฉิงที่แล้วมาเกรงกลัวเสียนฟ่างยิ่งนัก หากแต่ก็ยินยอมติดสอยห้อยตามเสียนฟ่าง เที่ยวเล่นไปจนทั่ว วันที่เสียนฟ่างต้องแต่งออกไปที่สกุลเซีย เสียนเฉิงถึงกลับเศร้าเสียใจอยู่หลายวัน
“อาเฉิง เ้าโตขึ้นมาก” เสียนฟ่างรับชามรังนกจากน้องชายต่างมารดา วางไว้ที่โต้ะข้างตัว มือหนึ่งลูบไปที่ศีรษะเสียนเฉิงเบา ๆ มองเห็นน้องชายทำหน้าตะลึงงัน แต่ก็ยินยอมให้เสียนฟ่างลูบศีรษะอยู่อย่างนั้น
“อะแฮ่ม เฉิงเอ๋อร์ เ้าออกไปก่อน บิดามีเื่สนทนากับพี่ใหญ่เ้า” เสียนเซิ่งลี่วันนี้ตกตะลึงกับเสียนฟ่างหลายครา หากแต่อารมณ์กลับดียิ่ง คาดคิดในใจว่าความจริงเสียนฟ่างจะหย่ากับเซียถิงก็ไม่แน่ว่าไม่สมควร
ณ จวนแม่ทัพใหญ่เซียจื่อโจว
เซียถิงระหว่างที่โดยสารรถม้าออกมาจากจวนสกุลเสียนก็ขบคิดถึงเื่ที่เสียนฟ่างขอหย่า ความจริงก็เป็ที่เข้าใจได้ ตัวเองทอดทิ้งเสียนฟ่างที่เพิ่งตกแต่งเข้าสกุลเซียออกไปรบกว่าปี ก่อนจากไปคำพูดห่วงหาอาวรณ์สักคำก็ไม่มี ตอนที่อยู่ไกลบ้าน จดหมายสักประโยคยังไม่เคยเขียนถึง เยี่ยงนี้ไม่ว่าใครก็คงทนไม่ได้ แต่มิใช่เซียถิง อยากให้เลื่อนงานแต่งออกไปก่อนสักปีสองปีมิใช่หรือ หากเป็เช่นนั้นหลังจากแต่งงานแล้วมิใช่มีเวลาให้เ้าอย่างที่้า หากแต่เื่ราวล่วงเลยถึงเพียงนี้ ใช่ว่าคำพูดอธิบายไม่กี่คำก็ปัดเป่าปัญหาออกไปได้
เซียถิงลงจากรถม้าก่อนเดินเข้าประตูจวนไปหันมากล่าวกับอาเค่อ “ก่อนถึงยามโหย่วหากข้ายังไม่ออกมา ให้เข้าไปตามข้าที่ในจวน”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”