หลังจากความสำเร็จในการนำเสนอโปรเจกต์ใหญ่ด้วยความสงบนิ่งและปัญญาชั้นสูง ชีวิตของ ‘ธรรม’ ก็ก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ชายหนุ่มเจน Z ไม่ได้เป็เพียงแค่เด็กหนุ่มขี้โมโหที่ติดน้ำหวานหวานร้อยเปอร์เซ็นต์อีกต่อไป แต่เขาได้กลายเป็สัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่กล้าเผชิญหน้าและรื้อถอน ‘วิบากกรรมทางนิสัย’ ของตนเองจนเสร็จสมบูรณ์
บ่ายวันอาทิตย์ที่แดดร่มลมตก ธรรมนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนตัวเดิมใต้ต้นหูกวาง ในมือถือสมาร์ตโฟนที่กำลังเปิดแอปพลิเคชันบันทึกข้อความ เขากำลังจดบันทึก "คู่มือวิศวกรรมสติประจำวัน" ที่เขากลั่นกรองมาจากประสบการณ์จริง โดยเฉพาะเื่แผนผัง "ชนิดของความคิด" และระบบการทำงานของจิติญญา
"ลุงเกริกครับ... ผมกำลังจำแนกแยกแยะสายพานความคิดในสมองอยู่" ธรรมหันไปบอกลุงเกริกที่กำลังนั่งถักเก้าอี้หวายอยู่ใกล้ ๆ "ผมแยกตามกลไกโครงสร้างจิตวิทยาได้ 3 แบบหลัก ๆ:
1. ความคิดชนิดขยะ (Reactive Thoughts): ความคิดที่เกิดจากอารมณ์ดิบ มีสิ่งเร้ามากระทบแล้วสปาร์กไฟแลบเถียงสวนทันที
2. ความคิดชนิดวิเคราะห์ทางโลก (Analytical Thoughts): ความคิดที่พยายามหาเหตุผลมาปกป้องอัตตาของตัวเองเพื่อเอาชนะ
3. ความคิดชนิดเห็นตามจริง (Objective/Karmic Thoughts): ความคิดระดับสูงสุด ที่มองทุกอย่างเป็กลไก มีที่มาที่ไปตามเหตุปัจจัยและวิบากกรรม ไม่มีเรา ไม่มีเขา มีแต่เหตุที่ทำมาและผลที่ต้องได้รับ"
เกริกวางมือจากงานจักสาน หันมามองหลานชายด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจและอบอุ่นลึกซึ้ง "ยอดเยี่ยมมากธรรม... แล้วเื่การฝึก ‘ทำใจให้ว่าง’ ล่ะ ถอดรหัสออกมาอย่างไร?"
"ผมแบ่งดีกรีของผลลัพธ์ (Degrees of Consciousness) ออกเป็ 3 ขั้นครับลุง" ธรรมอธิบายพลางชี้สไลด์ในแท็บเล็ต
- ขั้นแรก คือ 'ใจว่างเป็แวบ ๆ' (Satori Flashes): เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่เราดักจับระบบสปาร์กทัน สมองส่วนหน้าจะตัดกระแสประสาทความโกรธทิ้งทันที เกิดความรู้สึกเหมือนคอมพิวเตอร์เคลียร์แรม (RAM Flush) ว่างเปล่า สงบ สว่าง ขึ้นมาเสี้ยววินาทีแล้วก็หายไป
- ขั้นสอง คือ 'ความสงบนิ่งดิ่งลึก' (Coherent Absorption): การทำสมาธิตามเทคนิคแฮกสมองส่วนหน้า ดึงความรู้สึกทั้งหมดมาตามรู้ลมหายใจเข้าและผ่อนออกยาว ๆ จนคลื่นสมองดิ่งลงสู่คลื่นเทตาที่นิ่งเสถียร
- ขั้นสาม คือ 'ทัศนคติมองโลกตามกลไกกรรม' (Karmic Neutrality): ระดับสูงสุดที่จิตใจเปลี่ยนผ่านอย่างถาวร จากเดิมที่เคยคิดลบ โมโหคนรอบข้าง จิตใจจะค่อย ๆ ลดระบายแรงดันลงมาเป็ ‘ความเฉย’ และกลายเป็ ‘ความเข้าใจลึกซึ้ง’ มองเห็นว่าคำพูดแย่ ๆ ของคนรอบข้าง ไม่ใช่เื่ส่วนตัวที่เขามาทำร้ายเรา แต่พวกเขาเป็เพียง ‘กระจกเงาสะท้อนวิบากกรรม’ และาแในจิตใจของพวกเขาเองต่างหาก
ในระหว่างที่คุยกัน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสวน เป็ ‘เมย์’ แฟนสาวของธรรมที่เดินก้าวเข้ามา แววตาของเธอที่เคยมองธรรมด้วยความอึดอัดและระแวง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนและนับถือใจ
ธรรมลุกขึ้นยืนตรง คลายหัวไหล่ ผ่อนคลายหน้าท้อง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกช้า ๆ ดักจับอาการ 'ใจสั่นด้วยความดีใจ' ทันทีเกิดเป็ ‘ใจว่างหนึ่งแวบ’ สติที่ตั้งมั่นทำให้เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นเลิกลักตื้นเขิน แต่เขาส่งรอยยิ้มภายในที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความจริงใจออกไปให้หญิงสาวตรงหน้าแทน
"ขอบคุณมากนะเมย์..." ธรรมตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง อบอุ่น และนุ่มนวล "ที่ผ่านมาเราใช้อารมณ์และทำให้เมย์อึดอัดมากจริง ๆ เราขอโทษนะ ตอนนี้เราเข้าใจกลไกความเ็ปแล้ว และเราจะนำระบบวิศวกรรมสติตัวนี้ ไปปรับใช้กับทุกหน้างานของชีวิต ทั้งการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีม การดูแลจิตใจพ่อและป้าเนียนในครอบครัว และการเผชิญหน้ากับคนทั่วไปในสังคม โดยไม่ปล่อยให้อัตตาขยะเข้ามาลัดวงจรสายพานความคิดอีกต่อไป"
เมย์หันไปกราบไหว้าุโด้วยความเคารพอย่างสูง ชายชรารับไหว้พร้อมรอยยิ้มกว้าง แสงแดดอุ่นยามเย็นทอส่องลงมาโอบล้อมคนทั้งสามเอาไว้ ฟันเฟืองคิดดีของธรรมบัดนี้ไม่ได้หมุนเพียงลำพัง แต่มันกำลังส่งแรงเหนี่ยวนำขยายวงกว้างออกไปเชื่อมต่อ ซ่อมแซมความสัมพันธ์ และสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับคนรอบข้างอย่างเป็ระบบ... สายพานแห่งสติและปัญญานี้พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนอนุชนรุ่นหลังให้ก้าวเดินไปบนวิถีแห่งความกินดี อยู่ดี และตื่นรู้อย่างงดงามตลอดไป!