หูเหวยยงลอบมองจูหยวนจางแวบหนึ่ง พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองตนด้วยสายตาเป็ประกาย "ฝ่าา เื่นี้... ลำบากข้าน้อยจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ"
การแก้ไขภัยธรรมชาติและภัยจากน้ำมืุ์นั้น จำต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล ยามนี้ท้องพระคลังว่างเปล่า ต่อให้รวบรวมเงินจากทั้งหกกรมมาไว้ด้วยกันก็ยังไม่เพียงพอ
จะให้เขาจัดหาหรือ? เขาจะไปหาเงินมาจากไหน?
"ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าต้องพูดเช่นนี้ ดังนั้นจึงคิดวิธีที่จัดการได้ง่ายมาให้เ้าโดยเฉพาะ" จูหยวนจางยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นสั่งให้คนนำถ้วยหลิวหลีขึ้นมาวางบนโต๊ะต่อหน้าทุกคน
แสงสีไหลเวียนระยิบระยับ งดงามตระการตา!
หูเหวยยงตกตะลึงไม่หาย "นี่... นี่คือสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ?"
"สิ่งนี้เรียกว่าถ้วยหลิวหลี ประเดี๋ยวเ้าจงนำไปขายให้พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนัก รวมถึงพวกเศรษฐีและพ่อค้าผู้มั่งคั่ง เช่นนี้เงินสำหรับบรรเทาทุกข์ก็จะมีขึ้นมาไม่ใช่หรือ?"
จากนั้น ภายใต้สัญญาณของจูหยวนจาง หูเหวยยงจึงค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าและััถ้วยหลิวหลีอย่างระมัดระวัง ความเรียบลื่นที่แฝงไปด้วยความนุ่มนวล ความรู้สึกนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
นี่มันของล้ำค่าชัด ๆ !
หูเหวยยงถึงกับตาค้าง สิ่งนี้เป็ของหายากและล้ำค่า เมื่อนำออกขาย ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากพวกเศรษฐีและขุนนางผู้สูงศักดิ์อย่างแน่นอน!
หลิวป๋อเวินเองก็ก้าวเข้าไปดู และแสดงสีหน้าใไม่แพ้กัน ของสิ่งนี้ดูไม่เหมือนสิ่งที่มนุษย์จะสร้างขึ้นได้เลย
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของทั้งสองคน จูหยวนจางก็แอบหัวเราะในใจ ตอนที่เขาเห็นถ้วยหลิวหลีนี้ครั้งแรก เขาก็มีสีหน้าแบบนี้เช่นกัน
"ขอประทานถามฝ่าา ของล้ำค่าเช่นนี้ ทรงตั้งราคาขายไว้เท่าใดพ่ะย่ะค่ะ?" หูเหวยยงประสานมือถาม
"ไม่มากหรอก ใบละหนึ่งหมื่นตำลึง จำกัดเพียงหนึ่งร้อยใบ!"
หูเหวยยงชะงักไปครู่หนึ่ง "ฝ่าา ไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ!"
จูหยวนจางหรี่ตาลงเล็กน้อย หรือว่าตนเองจะตั้งราคาสูงเกินไป? งั้นลดเหลือห้าพันตำลึงดีไหม อย่างไรเสีย ไม่ว่าอย่างไรก็กำไร!
แถมยังเป็กำไรมหาศาลด้วย!
แต่นึกไม่ถึงว่าหูเหวยยงจะกล่าวเสริมว่า "ใบหนึ่งต้องอย่างน้อยสองหมื่นตำลึงพ่ะย่ะค่ะ!"
จูหยวนจาง "..."
ใบละสองหมื่นตำลึง หนึ่งร้อยใบก็คือสองล้านตำลึง! นี่ไม่ใช่แค่กำไรมหาศาล แต่มันเหมือนเงินร่วงลงมาจากฟ้าชัด ๆ !
"ตกลง ไปจัดการเถิด"
จูหยวนจางพยายามสงบสติอารมณ์ เมื่อมีเงินสองล้านตำลึงนี้ อย่างน้อยก็น่าจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ภัยพิบัติได้บ้าง
หลังจากเลิกประชุม เื่นี้ก็ทราบถึงหม่าฮองเฮาอย่างรวดเร็ว เมื่อหม่าฮองเฮาพบจูหยวนจาง นางอดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่เขา "ท่านนะ เมื่อไหร่ถึงกลายเป็พ่อค้าหน้าเืไปได้ ถ้วยหลิวหลีราคาเพียงสามร้อยตำลึง แต่ท่านกลับขายได้ถึงสองหมื่นตำลึง"
"น้องหญิงเอ๋ย พวกพ่อค้าหน้าเืเ่าั้กำเงินไว้ในมือ ไม่ยอมช่วยชาติ ดังนั้น อย่าตำหนิที่ข้าหลอกเอาเงินพวกเขาเลย" จูหยวนจางยิ้มขื่น
หากพวกเขารู้ว่าถ้วยหลิวหลีนี้ในอำเภอเฟิ่งหยางไม่มีค่าเลยสักนิด ภาพเหตุการณ์จะเป็อย่างไรกันนะ? เมื่อคิดถึงตรงนี้ จูหยวนจางก็อดหัวเราะในใจไม่ได้
เื่พวกนี้ เขาเรียนมาจากจ้าวสิงทั้งนั้น!
ยามค่ำคืน ณ เมืองอิ้งเทียน ดูคึกคักเป็พิเศษ
โดยเฉพาะที่จวนหูเหวยยง ผู้คนพลุกพล่านราวกับตลาด เล่ากันว่าหูเหวยยงของล้ำค่าของฮ่องเต้ และราคาไม่ได้แพงจนเกินไป! เื่นี้ทำให้เหล่าพ่อค้าและเศรษฐีที่ได้รับข่าวต่างพากันแห่กันมา
เช้าวันรุ่งขึ้น มีขันทีมาแจ้งข่าว "ฝ่าา ถ้วยหลิวหลีหนึ่งร้อยใบถูกใต้เท้าหูขายออกไปจนหมดสิ้นแล้ว เงินสองล้านตำลึงถูกขนส่งเข้าวังมาั้แ่เช้านี้พ่ะย่ะค่ะ"
หืม? ดวงตาของจูหยวนจางเป็ประกาย
รวดเร็วเพียงนี้เชียวหรือ?
แม้แต่หม่าฮองเฮาที่เพิ่งตื่นนอน เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็มีสีหน้าตกตะลึง เวลาเพียงคืนเดียว ถ้วยหลิวหลีทั้งหมดถูกขายจนหมดสิ้น
ขันทีรายงานต่อว่า "ฝ่าา ตามที่ใต้เท้าหูกล่าว ถ้วยหลิวหลีนี้ขายดีมาก พ่อค้าเ่าั้ยังสอบถามว่าจะมีชุดต่อไปเมื่อใดพ่ะย่ะค่ะ"
"ดี ดี ดี!" จูหยวนจางดีใจเป็อย่างยิ่ง จากนั้นจึงะโเสียงดัง "ใครก็ได้ มาร่างราชโองการ! จ้าวสิงเอ๋ยจ้าวสิง ข้าตั้งตารอเหลือเกินว่าในยามที่เ้าได้รับราชโองการ เ้าจะมีสีหน้าอย่างไร!"
ณ อำเภอเฟิ่งหยาง วันนี้จ้าวสิงกำลังควบคุมการขนถ่ายเสบียงอยู่ที่หน้าที่ว่าการ ทว่ากลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งมาเยือน นำโดยชายในชุดเกราะ
เมื่อชายผู้นั้นเห็นจ้าวสิง จึงก้าวเข้ามาถามว่า "ท่านคือใต้เท้าจ้าวสิงใช่หรือไม่?"
"ข้าเอง ท่านเป็ใคร?" จ้าวสิงขมวดคิ้วถาม
"ข้าคือขุนนางส่งราชโองการข้างกายฝ่าา เดินทางมาเพื่อประกาศราชโองการของฝ่าาโดยเฉพาะ" ชายผู้นั้นกล่าว
จ้าวสิงทำหน้ามึนงง "???"
"ใต้เท้าจ้าว คุกเข่ารับราชโองการเถิด!" ชายผู้นั้นนำราชโองการสีเหลืองลายัออกมา
เชี่ย! ราชโองการจริง ๆ หรือนี่?
เพียะ! จ้าวสิงตบหน้าตัวเองหนึ่งฉาด นี่ไม่ใช่ความฝัน!
หรือว่าจะเป็เพราะฎีกาที่เขาเขียนไปก่อเื่เข้า? เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็กลืนน้ำลายดังอึก
จ้าวสิงรีบคุกเข่าลงทันที "กระหม่อมรับราชโองการ"
ชายผู้นั้นพยักหน้า จากนั้นจึงคลี่ราชโองการออกและเริ่มอ่าน
"ด้วยโองการแห่ง์ ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่า ยามนี้แต่ละมณฑลและเมืองประสบภัยธรรมชาติและภัยจากน้ำมืุ์ ราษฎรเดือดร้อนแสนสาหัส จึงขอแต่งตั้งนายอำเภอเฟิ่งหยาง จ้าวสิง ให้เป็ผู้ตรวจการ เพื่อเดินทางไปบรรเทาทุกข์ นอกจากนี้ ข้าได้เตรียมเงินสองแสนตำลึงให้เ้าเป็งบประมาณในการบรรเทาทุกข์ ห้ามปฏิเสธ มิฉะนั้นข้าจะตัดหัวเ้าเสีย!"
"จบราชโองการ!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของจ้าวสิงเต้นรัว
ให้ตายเถอะ! ภาษาชาวบ้านชัด ๆ ! เหมือนที่จูหยวนจางพูดไม่มีผิด! นี่มันคือราชโองการจริง ๆ หรือเนี่ย?
แต่ราชโองการนี้ไม่ได้ตำหนิเขา แต่กลับให้เขาไปบรรเทาทุกข์ แถมยังให้เงินสองแสนตำลึงอีกด้วย ไม่ว่าจ้าวสิงจะคิดอย่างไร เขาก็รู้สึกว่านี่คือกับดัก
เงินสองแสนตำลึงสำหรับภัยพิบัติครั้งนี้ เปรียบเสมือนการใช้ถ้วยเล็ก ๆ ไปตักน้ำดับไฟป่า ต่อให้ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดของอำเภอเฟิ่งหยางลงไป ก็ไม่มีทางจัดการกับภัยตั๊กแตนครั้งนี้ได้!
"ใต้เท้าจ้าว ท่านรับราชโองการนี้ไว้เถิด ข้าต้องรีบกลับไปรายงานผลแล้ว!" ชายผู้นั้นก้าวไปข้างหน้า ส่งราชโองการในมือให้จ้าวสิง จากนั้นจึงหันหลังขึ้นม้าและควบจากไป
จ้าวสิงถือราชโองการไว้ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า
เนิ่นนานกว่าที่จ้าวสิงจะดึงสติกลับมาได้ แม้จะไม่รู้ว่าจูหยวนจางหมายความว่าอย่างไร แต่สำหรับตัวเขาเองแล้ว นี่คือโอกาสอย่างไม่ต้องสงสัย
หากสามารถสร้างสายสัมพันธ์กับจูหยวนจางได้ จะต้องกังวลเื่เงินอีกหรือ?
เพียงแต่ราชโองการนี้มาอย่างประหลาด ราวกับว่าจูหยวนจางรู้ว่าเขามีความสามารถในการแก้ปัญหาภัยพิบัติครั้งนี้
หลังจากคิดอยู่นาน จ้าวสิงคิดว่าน่าจะเป็จูปาปาที่บอกความสามารถของเขาให้จูหยวนจางทราบ เพราะอย่างไรพวกเขาก็เป็ญาติกัน
"ที่ปรึกษา ไปเตรียมตัวเถิด ข้าอาจจะต้องออกจากอำเภอเฟิ่งหยางชั่วคราวสักระยะหนึ่ง"
ที่ปรึกษาพยักหน้า พร้อมกับเตะก้นเฮยจื่อและคุนจื่อหนึ่งที แล้วะโว่า "พวกเ้าสองคน ัหลับหงส์ดรุณ ยังไม่รีบไปเตรียมรถม้าอีก? ไม่เห็นหรือว่านายท่านกำลังจะออกเดินทาง?"
เฮยจื่อและคุนจื่อรีบวิ่งปรู๊ดหายไปทันที
จ้าวสิงนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามที่ปรึกษาว่า "จริงด้วย เสบียงและยาสมุนไพรที่ให้เตรียมใน่ไม่กี่วันนี้ เตรียมได้เท่าไหร่แล้ว?"
ที่ปรึกษาคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ของในอำเภอเราเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือข้าสั่งให้คนรวบรวมไว้ให้แล้วขอรับ"
"ดี นอกจากนี้จงนำเงินสองแสนตำลึงนั้นไปเปลี่ยนเป็เสบียงและหญ้าให้หมด" จ้าวสิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วสั่งการ
"ขอรับ!"
ยามค่ำคืน จ้าวสิงจึงนำที่ปรึกษาและพวกอีกสองคน พร้อมด้วยรถม้าจำนวนหนึ่ง มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังเมืองเป่าติ้ง!
เนื่องจากฝูงตั๊กแตนบุกโจมตีอย่างรุนแรง ยิ่งเดินทางไปถึงเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งแก้ปัญหาได้เร็วเท่านั้น
แม้ว่างานนี้จะเป็งานที่ตรากตรำ แต่หากจัดการเื่นี้ได้สำเร็จ สำหรับจ้าวสิงแล้ว นี่คือโอกาสครั้งสำคัญอย่างแน่นอน
กลางดึก รถม้าที่เดินทางอย่างทุลักทุเลพลันหยุดลงกะทันหัน!