แสงอรุณแรกของวันใหม่สาดส่องลงมายังเหมันตนครอีกครั้ง แต่ในวันนี้... แสงแดดกลับดูซีดเซียวและไร้ซึ่งความอบอุ่น มันทำได้เพียงสาดแสงลงมาขับเน้นภาพโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
บริเวณหน้าคฤหาสน์ตระกูลเซียว บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากลานปะาที่เพิ่งผ่านการสังหารหมู่มาหมาดๆ พื้นศิลาดำอัคคีที่เคยสะอาดสะอ้าน บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยเืจนกลายเป็สีแดงคล้ำ กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งรุนแรงจนบดบังกลิ่นไอของฤดูหนาวไปจนหมดสิ้น แม้หิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องจะพยายามปกปิดร่องรอยแห่งความตาย แต่ก็ไม่อาจกลบเกลื่อนแอ่งเืที่จับตัวเป็น้ำแข็งและซากศพที่ถูกลำเลียงออกไปอย่างต่อเนื่องได้
าที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหันได้จบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับาเ็สาหัส ไม่มีผู้ชนะ... มีเพียงผู้สูญเสียเท่านั้น ตระกูลหลันสูญเสียยอดฝีมือไปเกือบสามสิบคน ในขณะที่ตระกูลเซียวที่ถูกบุกถึงหน้าบ้านก็สูญเสียไปไม่น้อยไปกว่ากัน ความเกลียดชังที่เคยเป็เพียงรอยร้าว บัดนี้ได้กลายเป็หุบเหวลึกที่ไม่อาจเชื่อมประสานได้อีกต่อไป
ณ หอประชุมใหญ่ของตระกูลเซียว บรรยากาศนั้นเงียบงันจนน่าขนลุก ทุกคนนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น โดยมี เซียวคัง นั่งอยู่บนตำแหน่งประมุขด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์อย่างน่ากลัว ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีเมื่อวาน บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยความเ็าที่อันตรายยิ่งกว่า
"รายงานความเสียหาย" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
ผู้าุโฝ่ายการคลังลุกขึ้นยืนและรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "เรียนท่านผู้นำ... การปะทะเมื่อวาน เราสูญเสียศิษย์ระดับสูงไปยี่สิบเจ็ดคน าเ็สาหัสอีกสี่สิบกว่าคน... และที่สำคัญ... ผู้าุโลำดับที่ห้า... ท่านผู้าุโเซียวเหยียน... ท่าน...ท่านสิ้นใจแล้วขอรับ"
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งกดดันลงไปอีก! ผู้าุโเซียวเหยียนคือยอดฝีมือระดับปราณปฐีขั้นที่หก และเป็น้องชายแท้ๆ ของเซียวคัง!
"หลัน...เจี้ยน..." เซียวคังเค้นชื่อของศัตรูออกมาจากไรฟัน ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับโลหิต "ข้าสาบาน... ว่าข้าจะฉีกร่างเ้าเป็หมื่นชิ้น!"
"ท่านพ่อ! โปรดระงับโทสะก่อน!" เซียวเทียนอี้ ก้าวออกมาข้างหน้า "ตอนนี้เรายิ่งต้องใจเย็น! ท่านยังไม่เห็นอีกรึ? นี่คือสิ่งที่ 'มัน' ้า! มัน้าให้เราสองตระกูลต้องทำากันจนพินาศไปข้างหนึ่ง!"
"แล้วเ้าจะให้ข้านั่งเฉยๆ ดูน้องชายข้าตายน่ะรึ!?" เซียวคังตวาดลั่น "ไม่ว่ามันจะเป็ใคร! แต่คนที่ลงมือฆ่าน้องข้าคือไอ้เฒ่าหลันเจี้ยน! หนี้แค้นนี้ต้องชำระด้วยเืเท่านั้น!"
"ข้าไม่ได้บอกให้ท่านอยู่เฉย!" เซียวเทียนอี้แย้ง "แต่แทนที่จะบุ่มบ่ามส่งคนไปตายเพิ่ม เราควรจะเปลี่ยนวิธีการ! เราต้องสืบหาตัวตนของ 'บุคคลที่สาม' ที่ชักใยอยู่เื้ัให้พบ! และในขณะเดียวกัน ก็ให้ใช้าการค้าบีบคั้นตระกูลหลันให้แห้งตายไปอย่างช้าๆ! นั่นคือการแก้แค้นที่เ็ปยิ่งกว่าการฆ่าฟันกันโดยตรง!"
แววตาของเซียวคังที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเริ่มปรากฏร่องรอยของการใช้ความคิดขึ้นมา... แผนการของบุตรชายเขานั้น... อำมหิตและเืเย็นยิ่งกว่าการทำาซึ่งๆ หน้าเสียอีก
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลัน สถานการณ์ก็เลวร้ายไม่แพ้กัน
หลันเจี้ยน ยืนมองดูยอดฝีมือของตระกูลที่าเ็และล้มตายด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เขาอาจจะเริ่มต้นด้วยความโกรธ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่ชัยชนะที่เขาคาดหวัง
"ท่านพ่อ... ท่านเห็นแล้วใช่หรือไม่?" หลันซูเหยา เดินเข้ามาหาบิดาของนางอย่างเงียบๆ "นี่ไม่ใช่การแก้แค้น... แต่มันคือการทำลายล้างซึ่งกันและกัน... เป็ไปตามที่ 'มัน' ้าทุกอย่าง"
"แล้วเ้าจะให้ข้าทำอย่างไร!?" หลันเจี้ยนหันมาตวาดใส่บุตรสาว "จะให้ข้ายอมก้มหัวให้ไอ้พวกที่ฆ่าสหายของเรางั้นรึ!"
"ท่านไม่ได้ยินที่ข้าพูดเลยหรือเ้าคะ" หลันซูเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความผิดหวังเล็กน้อย "ศัตรูที่แท้จริงของเราไม่ใช่ตระกูลเซียว... แต่เป็เงาที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของเราอยู่! เราควรจะหยุด... และคิดทบทวนเื่ทั้งหมดใหม่อีกครั้ง"
"พอที! ข้าไม่อยากฟังเื่ไร้สาระของเ้าอีกแล้ว!" หลันเจี้ยนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี "ในเมื่อตระกูลเซียวมันกล้าฆ่าคนของเรา เราก็ต้องตอบโต้! ส่งนักฆ่าเงาของเราออกไป! ข้า้าเห็นหัวของผู้าุโตระกูลเซียว... มาวางอยู่บนโต๊ะทำงานของข้าก่อนรุ่งสางวันพรุ่งนี้!"
หลันซูเหยามองบิดาของนางด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ และเดินจากไป นางรู้ดีว่าในตอนนี้... ไม่มีผู้ใดจะหยุดยั้งวงล้อแห่งความแค้นนี้ได้อีกแล้ว
ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกลืมเลือน เฟิงหลงลืมตาขึ้นช้าๆ จากการทำสมาธิ รอยยิ้มที่เย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"สมบูรณ์แบบ..." เขาพึมพำกับตัวเอง "พวกมันติดกับดักของตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้ว... าที่แท้จริงได้ย้ายจากสมรภูมิเบื้องหน้า... ไปสู่เงามืดเื้ัแล้ว"
เขารู้สึกได้ถึงทุกสิ่งทุกอย่าง... ความโกรธแค้นของเซียวคัง... ความพยายามที่จะใช้เหตุผลของเซียวเทียนอี้... ความสงสัยของหลันซูเหยา... และความบ้าคลั่งของหลันเจี้ยน... ทั้งหมดล้วนอยู่ในกำมือของเขา
"ท่านพ่อ... อาการของท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับ?" เขาหันไปถามเฟิงเจิ้นที่นอนพิงอยู่กับกองฟาง
"ข้า...ข้ารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย" เฟิงเจิ้นตอบเสียงแ่ "หลงเอ๋อร์... นี่มัน...มันรุนแรงเกินไปแล้ว... เ้าต้องหยุดมันก่อนที่ทั้งเมืองจะพินาศ"
"หยุดรึ?" เฟิงหลงหัวเราะในลำคอ "ท่านพ่อ... ท่านลืมไปแล้วรึว่าพวกมันทำอะไรกับเรา? พวกมันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของเรา! เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเราจนไม่เหลือชิ้นดี! สิ่งที่ข้าทำในตอนนี้... เป็เพียงการเรียกเก็บ 'ดอกเบี้ย' เท่านั้น... หนี้แค้นที่แท้จริง... ข้ายังไม่ได้เริ่มทวงเลยด้วยซ้ำ"
ดวงตาของเขาหันไปมองทิศทางของเมืองที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยไฟาอีกครั้ง
"เมื่อหมาป่าสองตัวกัดกันจนาเ็สาหัส... ก็ถึงเวลาที่อสูรจะออกไป 'เก็บเกี่ยว' แล้ว"
แผนการขั้นต่อไปของเขา... ไม่ใช่การสร้างความขัดแย้งอีกต่อไป... แต่คือการเริ่มต้น "ล่า" อย่างแท้จริง