หลี่เฟยล้มทับลงบนร่างบางของซูหว่านอย่างหมดแรงแท่งลำยังคงกระตุกเป็จังหวะทุกครั้งที่น้ำรักร้อนๆ พุ่งออก พุ่งเข้าสู่จุดลึกลับของซูหว่านทั้งหมด
การพ่นน้ำพิสุทธิ์อันทรงพลังครั้งนี้ก็ส่งให้ซูหว่านขึ้นสู่์อีกครั้ง นางร้องครวญครางราวกับิญญาหลุดจากร่าง “โอ๊ยย..อาจารย์...ข้าข้า ...อีกแล้ว อูยย...”
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ซูหว่านจึงผ่อนคลายลง ล้มตัวลงนอนอ่อนระทวย ผิวละเอียดเต็มไปด้วยรอยแดงผิดปกติร่างกายหอมอบอุ่นที่น่าหลงใหลยังคงเชื่อมต่อกับหลี่เฟยอย่างแแ่ตาสวยปิดสนิทขนตาสั่นไหว ใบหน้างามแดงเรื่อ ช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก
หลี่เฟยเห็นนางเหมือนจะเพลียจนหลับไปแล้วจึงขยับตัวหมายจะถอนดุ้นั์ที่อ่อนตัวลงเล็กน้อยออกมา แต่พอเขาขยับตัวซูหว่านก็ปรือตาขึ้น...
“อาจารย์ ท่านท่านปล่อยคาไว้แบบนี้ได้ไหมเ้าคะ หว่านเอ๋อ อยากให้ท่านอยู่ในตัว หว่านเอ๋อ นานๆ”
หลี่เฟยจึงขยับเข้าไปกอดร่างเปลือยของนางเข้ามาแนบชิดขึ้นความอึดอัดในใจหายวับไป เขาไม่ถอดดุ้นเนื้อออกอีกแล้ว แต่จูบศิษย์สาวอย่างอ่อนโยนมือทั้งสองลูบไล้ร่างขาวผ่องอย่างเบามือ
ซูหว่านนอนอยู่ในอ้อมกอดของอาจารย์อย่างอบอุ่นจมูกส่งเสียงเบาๆ มุมปากมีรอยยิ้มพึงพอใจ นางกำลังดื่มด่ำกับความสุขสุดยอดที่อาจารย์ของนางมอบให้
ทั้งศิษย์อาจารย์ เหน็ดเหนื่อยจากการร่วมรักอย่างยาวนาน จึงกอดกันแบบนั้น แล้วหลับไปในที่สุด...
ฟ้ายังไม่ทันสางดี ร่างเปลือยสองร่างก็ทะยานไปทางแอ่งน้ำพุร้อนด้านหลังเขาร่างหนาสูงใหญ่อุ้มร่างบอบบางไว้แนบอก...
...
ยามสายอาจารย์หนุ่มศิษย์สาวก็ยืนบนกระบี่ของตนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าร่างในชุดขาวสองร่างก็บินเคียงคู่กันไป ชายเสื้อปลิวไสว ใบหน้าสวย หล่อเคร่งขรึมเยือกเย็นเปล่งประกายความขลัง ราวกับเทพเซียนต่างจากความเร่าร้อนของค่ำคืนที่ผ่านมาจนไม่เหลือเค้าแม้สักนิด
เมื่อทั้งสองเคลื่อนผ่านไปเหนือทางลงเขาของสำนักหัตถ์ทองหลี่เฟยก็เห็น หญิงงามในชุดแดงยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสตรีสาวๆ อีกหลายนางฉับพลันหญิงงามนางนั้นก็เงยหน้ามาทางสองอาจารย์ศิษย์พลางเปล่งที่ไพเราะราวระฆังเงินออกมา“ เอ๋ นั่นไม่ใช่ ศิษย์น้องหลี่เฟย แห่งยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อหรอกรึ...เชิญลงมาสนทนากันสักครู่สิ ศิษย์น้องหลี่”
หลี่เฟยจึงบังคับกระบี่บินร่อนลงหน้ากลุ่มสตรีเ่าั้โดยมีซูหว่านตามลงไปติดๆ พอทั้งสองยืนได้มั่นคงและเก็บกระบี่แล้วสตรีสาวสวยในชุดแดงก็ขยับเข้ามาใกล้ หลี่เฟยอย่างสนิทสนม
“ศิษย์น้องหลี่เ้ากับศิษย์จะเริ่มต้นจากทิศทางใดหรือ” สตรีนางนั้นเอ่ยถามหลี่เฟยพลางสังเกตร่างบางที่อยู่เยื้องไปทางด้านหลังเขาไม่วางตา
“คารวะศิษย์พี่หญิง...อ้อ หว่านเอ๋อนี่อาจารย์ป้าของเ้า หนีเม่ยหลิง ประมุขเขาสือจื่อ”หลี่เฟยประสานมือคำนับ ก่อนจะหันไปบอกศิษย์ของตนด้วยเสียงราบเรียบ
“ศิษย์ซูหว่าน คารวะอาจารย์ป้าหนี” ซูหว่านประสานมือโค้งกายเคารพอย่างอ่อนโยนนอบน้อมยิ้มน้อยๆ ในใบหน้าแฝงความเ็าไว้ห้าหกส่วน
แล้วสายตาของซูหว่านก็เลื่อนไปจับจ้องที่หน้าอกอันสะดุดตาของอีกฝ่ายทำให้นางรู้สึกน้อยใจในตัวเองโดยไม่รู้ตัว พึมพำในใจว่า ‘สตรีนางนี้กินยาวิเศษอะไรเข้าไปกันแน่ ทำไมนมถึงได้ใหญ่ขนาดนี้’
‘นางคงไม่หาโอกาสล่อลวงอาจารย์หรอกนะไม่ได้สตรีนางนี้อันตรายเกินไปแล้ว กลัวอาจารย์จะหลงกลถูกนาง...’ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่อาจารย์ดูเหมือนจะชอบเต้าคู่งามของตัวเองมากทั้งบีบคลึง ทั้งดูดเลียอย่างบ้าคลั่ง ก็ยิ่งกลัวว่าเขาจะหลงใหลสตรีนางนี้
ตอนนี้ซูหว่านก็มองเลยไปด้านหลังหนีเม่ยหลิงก็เห็นสตรีสาวอีกมากมายแต่ละนางล้วนอ่อนเยาว์และสวยงามแล้วนางก็เห็นหน้าคนคุ้นเคย
“ฉานจวน...”เสียงอุทานไม่เบาเลย
เด็กสาวนางนั้นซูหว่านรู้จัก นางคือซูฉานจวน เพื่อนสนิทจากหมู่บ้านตระกูลซูเช่นเดียวกันนางมีอายุเท่ากัน เป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็กและถูกพาตัวมาที่สำนักหัตถ์ทองพร้อมกัน
แต่หลังจากวันที่ได้รับเข้าเป็ศิษย์ที่โถงหลักของสำนักในวันนั้นทั้งสองก็ไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย...
เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อเด็กสาวคนนั้นที่แต่เดิมสายตาจดจ้องที่ชายหนุ่มรูปงามในชุดขาวที่ดูสูงส่งสง่างามราวกับเทพเซียนซึ่งกำลังพูดคุยอยู่กับอาจารย์ของตน นางก็มองเลยไปด้านข้าง
แล้วก็พบคนคุ้นเคย “หว่านหว่าน...”
ซูฉานจวนถลาวิ่งออกไปจากกลุ่มสตรีสาวเ่าั้ ขณะเดียวกันซูหว่าน ก็ถลันออกมาอย่างดีใจเมื่อเห็นเพื่อนรักชัดเจน ซูฉานจวนก็วิ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว กระโจนเข้ากอดซูหว่านซึ่งนางก็ไม่ได้ขัดขืน เมื่อพบเพื่อนในวัยเยาว์อีกครั้ง ในใจก็ตื่นเต้นมากทั้งสองกอดกันแน่น
“ฉานจวนเ้าก็ได้ลงเขาเหมือนกันเหรอ”ที่ซูหว่านถามเพราะเข้าใจว่าศิษย์ที่ลงเขาคราวนี้น่าจะเป็ศิษย์ที่ฝึกฝนมาสักระยะหนึ่งแล้ว แน่นอนว่ายกเว้นตนเองซึ่งเป็ศิษย์คนเดียวของทั้งยอดเขา
“เอ่อ ข้า ขออาจารย์มาอยากกลับไปดูบ้านเก่าสักหน่อย” ซูฉานจวนหันไปมองอาจารย์ของตน ยิ้มอย่างมีความสุขถือว่าอาจารย์ใจดีกับนางมาก
ซูหว่านจึงหันไปมอง หนีเม่ยหลิงอีกครั้ง ก็พอเข้าใจตอนนั้นเธอคนนี้เลือกซูฉานจวน ที่มีพร์ระดับสูง เหนือกว่าตัวเองมากตามที่อาจารย์แนะนำนางคือประมุขเขาสือจื่อที่รู้กันทั่วว่ารับเฉพาะศิษย์หญิงเท่านั้น
หนีเม่ยหลิงที่กำลังคุยอยู่กับหลี่เฟยได้ยินเสียงทักทายของสาวน้อยทั้งสองจึงหันไปมองซูหว่านอีกครั้งในตอนนั้นนางพบว่าเด็กสาวคนนี้แทบไม่มีพร์ในฝึกบำเพ็ญเลยดูสกปรกมอมแมมน่าสงสาร แต่นางก็ไม่อยากมีภาระมากนักจึงรับเพียงซูฉานจวนที่มีพร์ค่อนข้างสูง และหน้าตาท่าทางดูดีกว่ามาก
แต่วันนี้มาพบซูหว่านอีกครั้ง หนีเม่ยหลิงก็ถึงกับงงงันไปนี่ใช่เด็กหญิงที่ดูสกปรกไร้ราศีวันนั้นจริงๆ เหรอ ทำไมวันนี้นางดูเปล่งประกายสวยสดใสแม้ใบหน้าจะดูเ็าไปบ้าง แต่มองดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่คน คนเดียวกัน
ใน่ที่ผ่านมาซูฉานจวนเคยเล่าให้นางฟังถึงเื่ซูหว่านที่เป็เพื่อนสนิทกันและนางก็พอรู้เื่ของหลี่เฟย ที่เป็คนไร้ประโยชน์มาบ้าง จึงอยากรับซูหว่านมาเป็ศิษย์ของนางอีกคนหนึ่ง
จังหวะนั้นซูฉานจวนก็ดึงมือซูหว่านเข้าไปใกล้อาจารย์ของตน “หว่านหว่านเ้ามาเป็ศิษย์สำนักเดียวกับข้าเถอะ อาจารย์ใจดีมากเลยนะ”
“ข้าได้ยินมาว่าประมุขยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อเป็เพียงผู้บำเพ็ญขั้นฝึกลมปราณธรรมดาเขาคงสอนอะไรให้เ้าไม่ได้เท่าไหร หรอกมั้ง ดูข้าสิเข้าสำนักไม่ถึงเดือนก็สามารถรับรู้พลังเลื่อนขึ้นระดับฝึกลมปราณ ขั้นที่หนึ่งแล้วนะ”ซูฉานจวนกระซิบบอกซูหว่านด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
พอได้ยินแบบนี้สีหน้าของซูหว่าน ก็เ็าขึ้นอีกระดับทันที พลังวิเศษแผ่ออกไปจางๆ แต่ซูฉานจวนเป็เพื่อนนางมาั้แ่เด็กจึงไม่อยากโกรธแต่เมื่อได้ยินเพื่อนดูิ่อาจารย์ของตนก็รู้สึกไม่พอใจมาก
“ฉานจวนข้าซาบซึ้งในความหวังดีของเ้า แต่ข้าเป็ศิษย์ของยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อแล้วไม่มีทางเป็อื่น...อาจารย์ของข้าดีกับข้ามาก ข้ารักยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อข้ารักอาจารย์ของข้า...” ซูหว่านพูดหนักแน่นเสียงกังวานก้อง
ทุกคนในที่นั้นต่างหันไปมองที่สองคนอย่างสนใจ หลายคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จึงพากันเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
ศิษย์สาวกลุ่มนั้นของยอดเขาสือจื่อต่างพากันแอบมองหลี่เฟยอย่างสนใจ “นี่คือประมุขของยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อที่อายุน้อยที่สุดเหรอ”
“หล่อมากหล่อสมคำล่ำลือจริงๆ”
ฝ่ายหนีเม่ยหลิงได้ยินคำพูดของซูหว่านก็หน้าตาไม่ดี แม้ตอนแรกนางจะััพลังวิเศษได้จางๆแต่ก็ปล่อยผ่านไปเพราะใจไม่สงบ นางได้ตัดสินใจยอมลดมาตรฐานลงเพราะเห็นแค่ซูฉานจวนอยากให้โอกาสซูหว่าน ต้องรู้ไว้ว่ามีคนมากมายเพียงใดที่ปรารถนาจะเป็ศิษย์ของนาง
แต่ซูหว่านเด็กไร้ค่าคนนี้กลับกล้าปฏิเสธหนีเม่ยหลิงรู้สึกโกรธในใจ แต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามากนักซูฉานจวนที่เห็นอาจารย์ของตนหน้าไม่ดีก็ร้อนใจ
“หว่านหว่านเ้าเป็อะไรของเ้าน่ะข้าหวังดีนะ แล้วกว่าอาจารย์ข้าจะยินยอมรับเ้าอีกคนก็ไม่ใช่เื่ง่ายเ้าฉลาดมาตลอดเหตุผลง่ายๆ แค่นี้เ้าก็ไม่เข้าใจหรือ”
ซูหว่านมองซูฉานจวนอย่างเฉยเมยในใจพวกเขา เห็นอาจารย์ของนางเป็เพียงตัวตลกที่ไร้ค่าสินะแต่พวกเขาไม่รู้ว่าคนไร้ค่าคนนี้คืออาจารย์ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนาง...เ้าเลื่อนขั้นฝึกลมปราณระดับหนึ่งได้ก็ดีใจแล้ว...สำหรับซูหว่านแล้วนี่นับเป็อะไรได้...
แม้จะรู้ดีในใจแต่ซูหว่านก็ไม่คิดจะอธิบาย เพียงแต่พูดอย่างเ็าว่า “ขอบคุณที่ท่านมีเจตนาดีแต่น่าเสียดายที่ข้าคงไม่มีวาสนาได้เป็ศิษย์ของท่านประมุขยอดเขาสือจื่อหรอกเ้าค่ะ”
“เฮ้อ...เ้า เ้านี่นะ...” ซูฉานจวน กระทืบเท้าอย่างขัดใจหันไปมองหน้าอาจารย์อย่างเสียใจ ที่ทำให้อาจารย์ของตนต้องเสียหน้าต่อคนนอก
ซูหว่านไม่ได้ใส่ใจมากนางหันไปมองอาจารย์ของนาง เขาคงได้ยินบทสนทนาของนางกับเพื่อนและหนีเม่ยหลิงอย่างชัดเจน จึงส่งยิ้มมาให้ซูหว่านพลางพยักหน้าน้อยๆ
ฉับพลันซูหว่านก็ยกมือที่ถือกระบี่ขึ้นมาไว้ระดับเอวพลางแผ่พลังวิเศษระดับสร้างรากฐานขั้นต้น ของนางออกมาอย่างเต็มที่
ซูหว่านที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาพลังจิตติดตามจากหลี่เฟยมาแล้วแม้จะไม่ได้สามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ได้เช่นอาจารย์ของตนแต่การตรวจสอบพลังบำเพ็ญเพียรของคนที่อยู่ระดับเดียวกับตนหรือต่ำกว่าเป็เื่ที่ง่ายดายนางสำรวจแล้วกลุ่มหญิงสาวหล่านี้ ล้วนอยู่ระดับฝึกลมปราณ
มีเพียงสตรีสาวสะคราญโฉมอายุราวยี่สิบปีผู้ที่ยืนโดดเด่นอยู่หน้าสุดเท่านั้นที่นางมองไม่ออกและอาจารย์ป้าหนี ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าระดับเหนือชั้นกว่ามาก
ทันใดนั้นเอง หนีเม่ยหลิงก็ตระหนักได้ถึงความไม่ปกตินี้นางอุทานเสียงดังอย่างใ พร้อมจ้องไปที่ซูหว่านตาไม่กระพริบ... “สร้างรากฐาน นี่นี่เ้า ถึงระดับสร้างรากฐาน ขั้นต้นแล้วหรือ...”
ต้องรู้ไว้ก่อนว่ายอดเขาสือจื่อมีศิษย์ที่มีพร์พิเศษมากมายแต่ฝึกฝนมาสองสามปีก็ยังไม่พ้นระดับสร้างลมปราณขั้นสิบห้ามีเพียงนับนิ้วได้ที่ผ่านขึ้นถึงระดับสร้างรากฐานในสามปี
แม้แต่ศิษย์เอกของนางอย่างเมิ่งจื่อรั่วก็ถึงระดับสร้างรากฐานขั้นต้นหลังจากฝึกฝนไปได้เกือบๆ สามปีตอนนี้นางเข้าสำนักมาหกปีแล้ว ยังอยู่ที่ขั้นสร้างรากฐานระดับกลาง แต่นี่ ซูหว่านนางเพิ่งเข้าสำนักไม่ถึงเดือนดี จากคนไร้ค่ามาถึงระดับสร้างรากฐานขั้นต้น...
“เป็ไปไม่ได้...สร้างรากฐานขั้นต้น...” หนีเม่ยหลิงไม่อยากเชื่อแต่พลังวิเศษที่แผ่ออกมาชัดเจนมาก
นางพลันถลันเข้าไปใกล้ซูหว่าน พลางจับมือนางขึ้นมาอย่างถือวิสาสะเพียงแตะข้อมือเรียวของซูหว่านชั่วอึดใจ หนีเม่ยหลิงก็อุทานเสียงดังด้วยความไม่เชื่อ “ กระดูกเซียนขั้นเทพแต่กำเนิด...ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นนี่จะเป็ไปได้ยังไง...”
ทุกคนดูพลาดไปได้อย่างไรกัน วันนั้นประมุขยอดเขาต่างๆร่วมกันตรวจสอบหลายครั้งแล้วก็พบว่านางเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาที่ไร้พร์ในการฝึกเซียนนี่นา...
หนีเม่ยหลิง ยังไม่ทันหายตกตะลึงก็สังเกตเห็นสิ่งที่ซูหว่านถืออยู่ในมือ “นี่ นี่มัน กระบี่จันทรากระบี่ประจำตัวของประมุขยอดเขามิใช่หรือ ทำไม ทำไม...”
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า