ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของเมือง หลินเฟิงซินนั่งไม่ติดเก้าอี้นึกเป็ห่วงฮ่าวหราน ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฝากฝังแม่สื่อเอาไว้จะเป็ไปได้ด้วยดีหรือไม่ พยายามใจแข็งเพราะคิดว่าถึงเวลาต้องปล่อยมือให้ฮ่าวหรานแยกย้ายกันไปเติบโต
กระนั้น เขาก็ไม่เคยพรากจากอีกฝ่ายเช่นนี้มาก่อนจึงยังคงเป็ห่วงเป็ใยเสมอ เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องพักชั่วคราว ถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่สุดท้ายก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหวลองไปแอบดูฮ่าวหรานในจวนที่เขาเตรียมเอาไว้ให้ก่อน
“ไม่อยู่หรือ” คนเป็พี่เลิกคิ้ว สายตากวาดมองหาร่องรอยแต่จวนนี้ยังคงไร้วี่แววสิ่งมีชีวิต “หรือว่าเกิดเื่อันใดขึ้น”
เขาไม่รีรอบุกเข้าไปหาแม่สื่อคนนั้นที่เรือนยามค่ำคืนแล้วถามไถ่เื่ราว ครั้นได้รู้จากปากนางว่าฮ่าวหรานปฏิเสธที่สิ่งเขาเตรียมไว้ให้ก็ถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่งออกมานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนกลางเมือง
“คงไม่ได้กลับไปที่บ้านต้นไม้กระมัง” เขาพึมพำกำลังสองจิตสองใจว่าควรกลับไปหรือปล่อยให้ฮ่าวหรานเลิกล้มความตั้งใจที่จะอยู่กับเขาไปเอง
“ข้าไม่ได้ให้หยกมรกตเขาไว้ ยังไงก็กลับไปไม่ได้อยู่แล้ว”
จันทร์เสี้ยวล่องลอยในมวลเมฆ สายลมเย็นพัดผ่านมาอย่างช้า ๆ บรรยากาศค่ำคืนนี้เงียบสงบแต่ใจของหลินเฟิงซินกำลังกังวลเพราะเอาแต่คิดเื่ฮ่าวหราน จู่ ๆ ก็กลับไปบ้านต้นไม้โดยไม่รู้ตัว
“ข้าแค่แวะมาดู เผื่อว่าฮ่าวหรานจะร้องไห้เดียวดาย”
ทว่า คนที่เขาคิดถึงไม่ได้ร้องไห้อย่างที่คิดแต่กำลังทรมานอยู่เพียงลำพัง ฮ่าวหรานยังหลงเหลือสติอันน้อยนิดแสยะยิ้มเมื่อได้กลิ่นรัญจวนที่คุ้นเคยใกล้เข้ามา เขารู้มาตลอดว่าหลินเฟิงซินไม่ได้หนีไปไกล ระยะทางหมื่นลี้จึงยังคงมีกลิ่นหอมของเขาอบอวลแต่เพราะโกรธที่ถูกหลอกแล้วทิ้งไปอย่างนั้นจึงไม่คิดออกตามหา
ร่างกายสูงใหญ่สั่นระริกเพราะกำหนัดรุนแรง ดวงตาสีเงินเป็ประกายวูบวาบ พลังของหมาป่าเกิดเป็ไอรอบตัวจนหลินเฟิงซินใว่าเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นกับผู้เป็น้อง
“ฮ่าวหราน เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงห่วงใยพรั่งพรูถามออกมาแต่ไม่ได้คำตอบ ฮ่าวหรานไม่อยากสนทนาเื่ใดให้มากความเอาแต่นิ่วหน้า หลับตาด้วยความเ็ปคิดจะผ่านพ้นคืนนี้ไปคนเดียวโดยไม่ต้องให้ใครอีกคนช่วยเหลือ
“…”
“ฮ่าวหราน เ้าเจ็บมากหรือ” หลินเฟิงซินร่ายพลังโอบอุ้มคนตรงหน้า อยากบรรเทาความทรมานที่เขากำลังเผชิญและถ้าเป็ไปได้เขาก็อยากเป็คนรับความเ็ปนั้นเอง
“…”
“ฮ่าวหราน เ้าเป็อย่างไรบ้าง” เขาอยากรู้ว่าพลังที่แผ่ออกไปช่วยฮ่าวหรานได้มากน้อยแค่ไหน “ข้าจะช่วยเ้าอย่างไรดี”
“…” คนถูกถามแสยะยิ้มไม่ตอบสิ่งใดเหมือนเคยเพราะรู้ว่าหลินเฟิงซินไม่อาจช่วยสิ่งนี้ได้ “ไม่ต้องมายุ่งกับข้า”
“…” คำพูดนั้นทำให้หลินเฟิงซินชะงักไปและคนพูดก็รู้สึกผิดไม่น้อยจึงแก้ความหมายนั้นใหม่ “เื่นี้ท่านพี่ช่วยข้าไม่ได้”
“เ้าบอกมาเถอะว่าข้าต้องช่วยอย่างไร ข้าปล่อยให้เ้าเป็เช่นนี้ไม่ได้หรอกนะ”
“ท่านพี่ช่วยไม่ได้หรอก ทางที่ดีคืนนี้ไปอยู่ที่อื่นเสีย อย่าได้เข้ามาใกล้ข้าเพราะข้าไม่อยากทำสิ่งที่ขัดใจท่านพี่” เขาพูดอย่างยากเย็นจวนเจียนจะทนไม่ไหว อาการหนักขึ้นทุกชั่วขณะจนหูและหางหมาป่าโผล่ออกมาไม่รู้ตัวเลย สายตาเลือนรางเริ่มไม่รับรู้สิ่งใด
“…” หลินเฟิงซินนิ่งงันครู่หนึ่งพลางเอื้อมมือไปจับใบหูหมาป่าสีเงิน “ฮ่าวหราน เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่ ทำไมถึงมีหูและหางของหมาป่า”
“…” ยิ่งถูกคนที่รักััใบหู ฮ่าวหรานตอบสนองด้วยการกระดิกหูดุกดิก ร่างกายสั่นระริกเสียวซ่านมากกว่าเดิมแล้วพลิกตัวคร่อมร่างหลินเฟิงซินพลางจับข้อมือทั้งสองเอาไว้
ภาพเดิมในค่ำคืนนั้นวนกลับมาอีกครั้งทำให้หลินเฟิงซินรู้ว่าเหตุการณ์กำลังเดินซ้ำรอย
“ฮ่าวหราน เ้าจะทำอย่างนั้นหรือ... ไม่ได้นะ” เ้าตัวห้ามปรามพยายามเรียกสติแต่ครั้งนี้กำหนัดรุนแรงกว่าครั้งก่อนมากนัก ฮ่าวหรานจึงไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเลย ทั้งยังไม่รู้ตัวด้วยว่าหูและหางที่พยายามไม่ให้คนเป็พี่เห็น ตัวตนหมาป่าที่ปิดบังเอาไว้มานาน วันนี้ความลับถูกเปิดเผยแล้ว
กลิ่นรัญจวนทำให้ความปรารถนาพลุ่งพล่าน สัญชาตญาณนำทางชีวิตค่ำคืนนี้ เขากระชากเสื้อผ้าของหลินเฟิงซินออกจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าใต้ร่าง ร่ายพลังหมาป่าควบคุมร่างกายไม่ให้อีกฝ่ายขยับเขยื้อนแล้วโน้มใบหน้าซุกไซ้ลำคออย่างที่ใจ้า
ริมฝีปากค่อย ๆ เลื่อนไล้ลงมายังไหปลาร้า อ้าปากแยกเขี้ยวขบกัดเบา ๆ จนเป็รอยฟัน
“อ๊า…” หลินเฟิงซินเม้มปากเพราะเจ็บเล็กน้อย “ฮ่าวหราน หยุดก่อนเถอะนะ พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก เ้า…”
ฮ่าวหรานโลมเลียลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงหน้าท้องของหลินเฟิงซิน ดวงตาสีเงินมองส่วนล่างของเขาแล้วเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวสอดใส่ช่องทางด้านหลังตามความรู้สึก
“!!!” คนใต้ร่างดวงตาเบิกโต ลมหายใจแทบหยุดชะงัก
หมาป่าสีเงินไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย ในเมื่อมือหนึ่งสอดใส่ขยายช่องทางนั้น อีกมือหนึ่งที่ว่างอยู่จึงจับแก่นกายหลินเฟิงซินเข้าปากตัวเอง ดูดดึงส่วนปลายเข้าออกโพรงปากตัวเองจนร่างกายของคนเป็พี่กระตุกในเวลาไม่นาน
“ฮ่าวหราน!!!” เขาะโลั่นด้วยความใ สายตามองคนตรงหน้าที่กำลังกลืนของเหลวขาวขุ่นลงคอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“หวานยิ่งนัก” เขาพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว ครั้งหนึ่งอยากรู้ว่าน้ำรักของหลินเฟิงซินจะมีรสชาติอย่างไร วันนี้ได้คำตอบกระจ่างชัดแล้ว กลิ่นรัญจวนหอมหวานอย่างไร น้ำตรงส่วนนั้นของเขาก็ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มไม่รอช้ายกขาสองข้างของหลินเฟิงซินขึ้น แยกออกให้กว้างแล้วขยับส่วนล่างของเขาเข้ามาใกล้กัน คนใต้ร่างััได้ว่าปลายส่วนนั้นจ่ออยู่ใกล้และกำลังดึงดันอยากเข้ามาจึงร้องเสียงหลงเพราะไม่อาจปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่าเดิมอีกแล้ว
“ฮ่าวหราน ถ้าเ้าไม่หยุด ข้าจะโกรธเ้าแล้วขับไล่เ้าออกไปให้พ้นจากป่ามู่หลิน” น้ำเสียงจริงจังคล้ายเรียกสติของฮ่าวหรานได้อยู่หมัด เพียงแค่ได้ยินว่าคนเป็พี่จะโกรธจะไล่เขาไปไกล ความเศร้าก็กลับเข้ามาจู่โจมหัวใจอีกครั้ง
น้ำตาหยดใส ๆ เอ่อคลอวางขาคนเป็พี่ลงแล้วขยับออกห่าง ทั้งหูและหางลู่ลงเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง น้ำเสียงแ่เบาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
“หากข้าอยู่ที่นี่ต่อไปสักวันต้องทำอย่างนี้อีกแน่ ๆ ไม่ว่าอย่างไรก็อดทนต่อสัญชาตญาณป่าเถื่อนไม่ได้ ท่านพี่อุตส่าห์เตรียมทุกอย่างไว้ให้ข้าเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในเมือง แต่ข้าไม่้าของเ่าั้หรอก ในเมื่อข้ามาที่ป่าแห่งนี้ตัวเปล่า ข้าก็จะกลับออกไปแต่ตัวเช่นกัน”
คำพูดเรียกสติของเขากลับมาได้อย่างง่ายดายเพราะนั่นคือสิ่งที่เขากลัวมากที่สุด แต่หลินเฟิงซินกลับไม่รู้เลยว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำทำร้ายจิตใจฮ่าวหรานมากแค่ไหน
“ข้าไม่เคยคิดว่าชีวิตคนอย่างข้าจะมีวันได้พบความสุข ข้าอยากอยู่กับท่านพี่ให้นานกว่านี้แต่เหตุใดความปรารถนาของข้าจึงไม่สมหวัง ทำไมความสุขจากข้าไปเร็วนัก” เขารำพึงรำพันพลางเดินไปที่ประตูบ้านต้นไม้แล้วปลดพลังหมาป่าที่ผูกรัดหลินเฟิงซินออกก่อนจะพูดอีกว่า “อย่าโกรธข้าเลยขอรับ” ไม่ยอมหันกลับมามองเพราะเวลานี้น้ำตาไหลอาบแก้ม อีกทั้งยังปล่อยร่างกายเปลือยเปล่าราวกับจะเดินออกไปแต่ตัวจริง ๆ
หากในใจของเขากำลังคิดว่ากลับไปเป็เดรัจฉานเหมือนก่อนหน้านี้ ใช้สัญชาตญาณนำทางชีวิตคงจะดีกว่า ต่อให้ต้องาเ็เพราะถูกสัตว์แข็งแกร่งกว่าทำร้ายหรือเดียวดายในป่ากว้างใหญ่แต่คงจะดีกว่าเ็ปเพราะเห็นคนเป็พี่โกรธเกลียดเขา
“ท่านพี่ ข้าขอโทษ” เสียงสะอื้นไห้สร้างความปั่นป่วนในใจของหลินเฟิงซินไม่แพ้กัน “ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ข้า…”
พลังหมาป่ารุนแรงมากขึ้น ฮ่าวหรานไม่อาจยืนทรงตัวได้จึงจับขอบประตูเพื่อพักพิงชั่วคราว ความเ็ปอัดอั้นอยู่ภายในจนเผลอกำมือสุดแรงจนประตูโดนบีบอัดยับยู่ยี่ เืตรงฝ่ามือไหลนองหยดลงพื้น
“ฮ่าวหราน!!!” หลินเฟิงซินรีบวิ่งเข้ามาหาเขา หยิบผ้ามาซับเืให้ด้วยความเป็ห่วง ครั้นเห็นดวงตาสีเงินมีน้ำตาเอ่อคลอจึงอดสงสารไม่ได้
ฮ่าวหรานจับข้อมือนั้นไว้แล้วกันอีกฝ่ายเข้าผนังบ้าน เอียงคอมองพลางเลียริมฝีปากด้วยสายตากระหายสลับกับสะบัดหน้าเรียกสติของตัวเอง
“หากท่านพี่รั้งข้าไว้เช่นนี้แล้วข้าจะจากไปได้อย่างไร”
“จากไปหรือ เ้าจะไปที่ใด”
“บอกข้าเองแท้ ๆ ว่าให้ไปจะถามเช่นนี้ทำไมกัน แท้จริงแล้ว ท่านพี่้าอะไรจากข้ากันแน่ เมื่อครู่ข้าไม่ได้บอกหรือว่าหากช่วยข้าไม่ได้ก็อย่าเข้ามาใกล้ ข้าไม่อยากถูกท่านพี่เกลียด” เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าจวนเจียนจะทนไม่ไหวแล้ว”
“ข้า…”
“เฮอะ…” เขาแสยะยิ้มแล้วปล่อยมือข้างนั้น “สติข้าเลือนรางลงทุกขณะ หากท่านยังตามมาขวางข้าไว้อีก ข้าไม่รู้ว่าสัญชาตญาณจะสั่งให้ข้าทำสิ่งใดบ้าง”
“…” หลินเฟิงซินไม่ตอบสิ่งใดเพราะเป็ห่วงคนตรงหน้ามากกว่าแต่การทำเช่นนี้กลับทำให้ฮ่าวหรานได้ใจ