บทที่ 26 ฉันเคยเจอเขามาก่อน
อีกด้านหนึ่งของสนามประลอง มีกลุ่มหญิงสาวสอง สามคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน ใบหน้าของพวกเธอดูขึงขังไม่น้อย
“ฉันคิดว่าฉันเคยเจอคนที่ชื่อ ‘หวังเฟิง’ มาก่อน”
“หา นี่เธอกล้าฝันถึงหนุ่มหล่อคนอื่นนอกจากแกะน้อยของเธอเหรอ ?”
หญิงสาวร่างสูง หน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งรีบตีแขนเพื่อนสนิทพร้อมพูดว่า “ใช่ที่ไหน ฮวาฮวา เธอจำตอนนั้นได้ไหมที่เราไปเที่ยวหมู่บ้านชนบทน่ะ แล้วเราเจอเด็กหล่อๆ แต่ว่าเนื้อตัวมอมแมมคนหนึ่ง ฉันว่าหวังเฟิงคนนี้หน้าตาเหมือนกันมากเลยนะ จะว่ายังไงดี แค่เหมือนโตขึ้นน่ะ”
ไป๋ฮวาได้ยินแบบนั้นก็พยายามมองหวังเฟิงอย่างตั้งใจอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้หวังเฟิง กำลังหยิบของว่างกินอยู่ข้างจินเต๋อ พอไป๋ฮวาลองนึกย้อนดูก็พบว่ามีส่วนคล้ายมากจริง ๆ นี่ต้องโทษใบหน้าอันหล่อเหลา บวกกับสภาพของหวังเฟิงตอนนั้นที่ดูขัดลูกตามากเกินไป จนพวกเธอสองคนสามารถประทับใบหน้านี้ลงไปในความทรงจำได้
“ฉิงน้อย เธอไม่คิดว่านี่มันคือพรหมลิขิตบ้างเหรอ ?”
“พูดให้มันน้อยๆ หน่อย แกะน้อยของฉันไม่ดีตรงไหน” หลี่ซือฉิงพูดพร้อมกับหยิกเอวไป๋ฮวาเพื่อเป็การลงโทษ
“แหม ร้อนตัวเชียวนะ” ไป๋ฮวาไม่ยอมอยู่แล้ว ยกสองมือขึ้นจิ้มเอวสู้กลับ
ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน จนเพื่อนที่มาด้วยกันถึงกับยกมือเกาศรีษะ ไม่รู้จะทำยังไงกับสองคนนี้ดี จะห้ามปรามก็ไม่ได้ เพราะพวกเธอไม่ได้สนิทกับทั้งสองคนมากขนาดนั้น
หลังจากผ่านการประลองอีกสามคู่ งานชุมนุมวันนี้ก็เริ่มปิดฉากลง ผู้คนมากมายเริ่มทยอยเดินทางกลับ ที่หน้าประตูหอประชุม เริ่มมีรถยนต์ขับเข้ามาจอดเรียงราย คอยรับคนออกไป แน่นอนว่าหลี่ซือฉิง กับไป๋ฮวาเอง ก็เป็หนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังรอรถมารับด้วย
เพียงแต่คนที่มารับพวกเธอทั้งสองคนนั้นพิเศษสักหน่อย เพราะเป็แฟนหนุ่มของหลี่ซือฉิงเอง
“นี่ฉิงน้อย เมื่อไหร่แกะน้อยของเธอจะมา พวกเรารอมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วนะ คนอื่นเขากลับกันไปหมดแล้ว”
หลี่ซือฉิงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะเมื่อกี้ที่โทรคุยกัน แกะน้อยของเธอบอกว่าจะถึงแล้วแท้ ๆ “เดี๋ยวฉันโทรหาเขาอีกรอบ”
[ฮัลโหล ใกล้ถึงรึยัง]
[อีกสิบนาทีเหรอ…]
[ฮวาฮวาก็อยู่ด้วย]
จากบทสนทนา ไป๋ฮวาเดาได้ไม่ยากว่า แฟนของหลี่ซือฉิง คงจะมาถึงในอีกสิบนาที คิดแล้วก็ได้แต่ถอนลมหายใจ แต่ก่อน หยางซิ่ว หรือแกะน้อย แฟนหนุ่มของหลี่ซือฉิงไม่ได้เป็คนชอบผิดเวลาแบบนี้ สงสัยนี่คงจะเหมือนกับที่เขาบอกกันว่า ‘หมดเวลา่โปรโมชัน’
ผ่านไปสิบนาทีกว่า รถเบนซ์สีขาวคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดบริเวณประตูด้านหน้า คนขับเป็ชายหนุ่มผิวขาว ผมสั้นจัดทรงอย่างดี ดูสะอาดสะอ้าน ถือได้ว่าเป็ผู้ชายในฝันของหญิงสาวหลายคน
“เดี๋ยวฉันจะไปส่งพวกเธอที่หอ ตอนเย็นฉันมีนัดกับเพื่อน คงอยู่กับเธอไม่ได้นะฉิงน้อย”
“นัดกับเพื่อนอีกแล้วเหรอ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันพักนึงแล้วนะ”
หยางซิ่ว เหลือบมองกระจกหลังก็เห็นว่าไป๋ฮวากำลังทำตัวเป็อากาศอยู่ เขาพยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดที่กำลังปะทุขึ้นมา “ฉันขอโทษนะฉิงน้อย แต่ฉันสัญญา พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปกินของโปรด”
ได้ยินแบบนี้ หลี่ซือฉิงก็คลายความไม่พอใจขึ้นมาบ้างแล้ว “อย่าผิดสัญญาแล้วกัน”
รถของหยางซิ่วมาหยุดลงที่หน้าหอพักหญิงของมหาวิทยาลัยศิลปะเฉพาะทาง ที่นี่อัตราส่วนของนักศึกษาหญิงค่อนข้างน้อย ประมาณสี่ต่อหก ที่หน้าหอพักหญิงจึงมีนักศึกษาชายมากมายมาคอยวนเวียน เหมือนกับผีไม่มีญาติอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นพอมีสาวสวย รูปร่างดีลงจากรถมา พวกนักศึกษาชายเหล่านี้ก็พร้อมจะเร่ร่อน อวดโฉมให้นักศึกษาหญิงสนใจ เพียงแต่ว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะได้อวดโฉม ก็เห็นหนุ่มหล่อลงมาจากที่นั่งคนขับ ทำให้เหล่านักศึกษาชายเหล่านี้ต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน
“เฮ้อ… ถ้าฉันมีรถบ้างนะ”
“มีรถแล้วนายหล่ออย่างเขาไหมละ”
“ฉันกลับห้องไปวาดรูปละ”
“เสียเวลา เสียเวลา เสียเวลา”
ภาพนี้ถือว่าเป็ภาพปกติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนแม้แต่ป้าผู้ดูแลก็ยังเอือมระอา ยังดีที่นักศึกษาชายเหล่านี้รู้จักขอบเขต ไม่อย่างนั้นคงต้องโดนมหาวิทยาลัยลงโทษไปแล้ว
“ขอโทษอีกครั้งนะฉิงน้อย เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมารับ”
หลี่ซือฉิง กับไป๋ฮวา โบกมือส่งรถของหยางซิ่ว หลังนัดแนะว่า่ค่ำจะไปกินหม้อไฟด้วยกันแล้ว ก็แยกย้ายขึ้นห้องในหอพักของแต่ละคน น่าเสียดายที่ถึงพวกเธอจะเป็เพื่อนสนิทกัน แต่ก็ดันอยู่หอพักคนละห้อง ต้องโทษที่ไป๋ฮวา มาลงทะเบียนช้าไป รายชื่อเลยไม่ได้ถูกจัดสรรให้อยู่ในห้องพักเดียวกัน
พอถึงหนึ่งทุ่มทั้งสองสาวก็ออกมาเจอกันที่หน้าหอพัก จากนั้นก็นั่งรถประจำทางต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงถึงจะถึงร้านหม้อไฟเ้าเด็ด มาถึงร้านแล้วยังไม่พอ ต้องรอคิวอีกยี่สิบนาที นี่ถ้าไม่อร่อยจริง พวกเธอคงไม่ยอมรอขนาดนี้
ระหว่างที่กินกันไปพักหนึ่งไป๋ฮวาก็เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมา “ฉิงน้อย เธอไม่ได้กินข้าวกับหยางซิ่วนานแล้วเหรอ ?”
หลี่ซือฉิงได้ยินก็ถึงกับชะงักตะเกียบที่กำลังจะคีบลูกชิ้นที่อยู่ในหม้อ ตอบกลับไปว่า “อืม เขาไม่ค่อยว่างน่ะ”
“ฉันว่าเธอระวังไว้หน่อยดีกว่า ลองดูตอนเขาจีบเธอใหม่ๆ ฉันเหม็นหน้าเขาแทบตาย ดูตอนนี้สิ แม้แต่หน้าเป็ยังไงยังแทบไม่เห็น” ไป๋ฮวาคีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งใส่จานให้พลางพูดเตือนเพื่อนรัก
หลี่ซือฉิงวางตะเกียบลง พร้อมกับถอนหายใจ “ฉันก็พอรู้แหล่ะว่าเขาเริ่มไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่ฉันก็ไม่อยากจะคิดเื่นี้มากไป”
“ฉิงน้อย ฉันไม่อยากให้เธอเสียใจทีหลัง เอาแบบนี้ให้พี่ชายฉันช่วยสืบไหม”
“ของใจนะฮวาฮวา แต่ฉันอยากจัดการด้วยตัวเอง อีกอย่างพี่เธอดุจะตายไป” หลี่ซือฉิงพอนึกถึง ไป๋หวู่ พี่ชายของไป๋ฮวาแล้วก็อดลูบแขนตัวเองเบา ๆ ไม่ได้ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะลองคุยกับเขาดู ถ้าเกิดเขายังทำตัวแบบนี้อยู่อีก มันคงต้องมีอะไรแน่”
“จำไว้ เธอต้องเด็ดขาดนะ” ไป๋ฮวาให้กำลังใจ
คุยกันเสร็จทั้งคู่ก็เดินออกมานอกร้าน ตอนนี้เป็เวลาประมาณสามทุ่ม ทั้งสองคนว่าจะเดินเล่นแถวนี้ฆ่าเวลาสักหน่อยก่อนจะกลับหอพัก ถนนเส้นนี้เป็อีกถนนที่ขึ้นชื่อในเขตชั้นในของเมืองหลวง มีร้านอาหาร ร้านเคทีวี ผับ บาร์ มากมาย ประดับประดาไปด้วยแสงไฟ ทำให้เวลากลางคืนคึกคัก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
“นี่ ั้แ่ทำงานส่งอาจารย์หมึกมา พวกเราก็ยังไม่ได้มาร้องเพลงกันเลยนะ” ไป๋ฮวาที่เห็นร้านเคทีวีร้านหนึ่งอยู่ข้างหน้าอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ เธอเป็ถึงขาไมค์ตัวยงเลยนะ
หลี่ซือฉิงรีบไปคล้องแขนไป๋ฮวาไว้ แล้วพูดว่า “เอาไว้อาทิตย์หน้า พวกเราค่อยมากัน จะได้นัดคนอื่นมาด้วย”
“ฉิงน้อย เธอพูดแล้วนะ กลับคำไม่ได้ !” ไป๋ฮวายิ้มอารมณ์ดี สายตาก็มองไปทางร้านเคทีวีด้านหน้า นึกครึ้มว่าถ้าอาทิตย์หน้ามาจะร้องเพลงอะไรดี แต่พอมองไปนานเข้า สายตาเ้ากรรมก็ดันไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังจูบกันอยู่หน้าร้าน ทีแรกไป๋ฮวาจะสะกิดให้หลี่ซือฉิงดู ว่าคู่รักคู่นี้มันช่างไร้ยางอาย ไม่เกรงใจคนโสดอย่างเธอเลย แต่พอเธอดูอีกที ผู้ชายที่กำลังจูบผู้หญิงอยู่นั้นดันเป็หยางซิ่ว แฟนหนุ่มของหลี่ซือฉิง