หลังจากโชคถึงบ้านก็ได้เริ่มเปิดตาซ้ายอีกครั้ง ยูกิโกะยังคงทำงานของเธอที่ร้านสะดวกซื้อ โชคที่เห็นเธอทำโน้นทำนี่ก็ทำให้โชครู้สึกมีความสุข
พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแล้วแต่โชคก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ทำการบ้านเลย ดังนั้นเวลานี้โชคจึงได้ไปหยิบการบ้านออกมาทำ ยูกิโกะเมื่อเธอเปิดตาซ้ายก็เห็นว่าโชคกำลังตั้งใจทำการบ้านอยู่เธอจึงได้ยิ้มออกมา ยูกิโกะคิดว่านี่อาจจะดีต่อเธอก็ได้ เธอที่ไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะไม่มีเวลา เลยไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครสักเท่าไร ตอนนี้มีโชคที่ค่อยเป็เหมือนคนที่ค่อยจ้องมองและเห็นความพยายามของเธอ ร่วมถึงเธอที่เหมือนมีเพื่อนอยู่ข้างๆจลอดเวลา
ตอนค่ำยูกิโกะก็นั่งรถเมย์เดินทางกลับบ้านตามปกติ ขณะที่เธอเดินมาถึงที่พักที่เป็อพาร์ทเมนท์สี่ชั้น และเธอก็อยู่ชั้นที่สอง ยูกิโกะหยุดลงตรงหน้าประตูห้อง เธอค่อยๆเดินถอยออกมาและเดินออกไปนั่งตรงที่รอรถเมล์
ซึ่งสาเหตุที่เธอไม่เดินเข้าไป นั้นก็เพราะว่าเธอได้ยินเสียงพ่อเลี้ยงกับแม่ของเธอทะเลาะกัน ซึ่งมันก็เป็อย่างนี้บ่อยครั้ง จนหลังๆเธอก็ไม่ได้อยากเข้ายุ่งเื่พวกนี้อีก
เสียงข้อความเข้าจากโชคดังขึ้นมาบนมือถือ ยูกิโกะที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมาก
“ เป็อะไรถึงไม่เข้าบ้านล่ะ ”
“ ไม่มีอะไร อยากจะอยู่ข้างนอกอีกสักพักน่ะ ”
โชครู้ว่านี่เป็แค่เื่โกหก แต่เมื่อยูกิโกะไม่อยากพูดโชคก็จะไม่ถามต่อ
“ วันนี้เหนื่อยไหม ”
โชคมองเห็นหยดน้ำตาขึ้นมาบังทัศนวิสัยการมองเห็นของยูกิโกะ ทำให้มองไม่ค่อยชัดเท่าไร ยูกิโกะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาและค่อยๆพิมพ์ตอบข้อความกลับไป
“ ขอบคุณนะ วันนี้ไม่เหนื่อยเลย ”
ั้แ่พ่อของยูกิโกะจากไปก็ไม่มีใครค่อยให้กำลังใจหรือค่อยเป็ห่วงเป็ใยเธออีก ตอนนี้โชคพยายามถามและค่อยเป็ห่วงเป็ใยเธอก็ทำให้รู้สึกมีความสุขมากๆ
ถึงแม้ว่าโชคจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยูกิโกะบ้าง แต่โชคก็พอเดาได้ว่าชีวิตครอบครัวของเธอคงไม่ได้ดีมากนัก
ยูกิโกะกับโชคคุยกันได้ประมาณชั่วโมงหนึ่ง ยูกิโกะก็ได้ลุกและเดินกลับที่พักอีกครั้ง
เมื่อยูกิโกะไขกุญแจห้องเข้าไปก็เจอแม่ของเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ยูกิโกะค่อยๆเดินเข้าไปหาแม่ก่อนจะถามว่าเป็อะไรมากไหม เพราะตอนนี้ใบหน้าของแม่เธอนั้นเต็มไปด้วยรอยช้ำ
ถึงแม้ยูกิโกะจะถามด้วยความเป็ห่วง แต่แม้ของเธอก็ไม่แม้จะเหลียวหันมาสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย
ยูกิโกะเมื่อเห็นว่าแม่ของเธอไม่ได้สนใจเธอเธอก็เดินกลับห้องตัวเองไป
ยูกิโกะเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะตรงไปอาบน้ำ ก่อนเธอจะถอดเสื้อผ้าก็ได้มองกระจกแล้วทำสีหน้าดุๆใส่ตัวเองในกระจก ซึ่งจริงๆแล้วเธอรู้ว่าโชคกำลังมองเธออยู่นั้นเอง
เมื่อยูกิโกะเปิดตาซ้ายก็เห็นว่าโชคปิดตาซ้ายและมองกล้องหน้ามือถือตัวเองรออยู่แล้ว ยูกิโกะที่เห็นอย่างนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
คืนนี้ทั้งสองคนทำข้อใไว้ เนื่องจากญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าไทยสองชั่วโมง และยูกิโกะจะตื่นหกโมงเช้าทุกๆวันและไปอาบน้ำ ดังนั้นถ้าโชคตื่นมา่ตีสี่ถึงตีสี่ครึ่งต้องห้ามลืมตาซ้าย นั้นก็เพื่อว่าเวลายูกิโกะอาบน้ำตัวเองจะได้ไม่เผลอลืมตาออกมาดู แต่ทั้งสองคนก็เข้าใจดีว่าเื่นี้บางครั้งมันก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็อยากรบกวนโชคปฎิบัติตามให้ได้
ทุกๆวันทั้งสองคนก็เริ่มปรับตัวกับวิธีชีวิตแบบใหม่ของตัวเองได้ ร่างกายเองก็เหมือนจะปรับตัวกับภาพซ้อนได้ทำให้อาการเวียนหัวนั้นก็ได้หายไป
ทุกๆวันของโชคนั้นก็เรียนเหมือนปกติ พอเลิกเรียนก็กลับมาบ้าน บางวันก็แวะขี่รถเล่นตามทุ่งนาหรือถนนหลทางที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ทางฝั่งของยูริโกะนั้นทันทีที่เลิกเรียนก็ต้องรีบไปนั่งรถเมล์เพื่อไปทำงาน่เย็นจนถึงสามทุ่มทุกวัน อาจจะมีเคลียดไปบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ยูกิโกะว่างๆก็ยังมีโชคค่อยเที่ยวเผื่อให้เสมอผ่ายสายตาของโชค
ดึกวันหนึ่งหลังจากที่ยูกิโกะกลับจากเลิกงาน รอบนี้เธอก็ได้ยินพ่อกับแม่เธอทะเลาะกันอีก วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้วจึงได้ไขกุญแจและเข้าไปในห้อง ตอนนั้นเองพ่อเลี้ยงของเธอก็ได้ทุบตีแม่ของเธอ ยูกิโกะรู้ว่าเวลาพ่อเลี้ยงของเธอเมาก็จะเป็แบบนี้เสมอ ปกติเธอจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ครั้งนี้เธอก็อดที่จะสงสารผู้เป็แม่ไม่ได้ จึงได้เดินเข้าไปห้าม
แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แม่ของเธอตบหน้าเธออย่างจัง และไล่ให้เธอไปอย่าได้เข้ามายุ่ง ยูกิโกะกุมใบหน้าที่แสบชาของเธอวิ่งกลับไปที่ห้องนอน
เื่ราวเหล่านี้โชคเองก็เห็น ภายในใจของโชคนั้นร้อนดุจไฟ นอกจากไม่ดูแลลูกตัวเองแล้วยังมาทำร้ายลูกตัวเองอีก มีอย่างที่ไหนที่ผู้เป็พ่อกับแม่เขาทำกัน
โชคพยายามส่งข้อความไปหายูกิโกะหลายครั้ง ยูกิโกะเธอมองแจ้งเตือนที่ดังขึ้นแต่ก็ไม่ได้เปิดอ่านดู จนแล้วจนรอดโชคก็กลั่นใจกดโทรหาเธอ
ยูกิโกะที่กำลังร้องไห้เสียใจเมื่อเห็นว่าโชคโทรมาเธอก็กดวางสายลง แต่ด้วยความไม่สบายใจโชคก็กดโทรหายูกิโกะอีกครั้ง และครั้งนี้ยูกิโกะก็ยอมรับสายของโชค
“ เออ.. ฮัลโหล เธอโอเครไหม ”
ยูกิโกะไม่ได้ตอบอะไรในสาย มีแต่เสียงสะอื้น
“ อย่าเสียใจนะ ฉันเข้าใจเธอ ขอโทษนะฉันอยากจะพูดให้มันดีกว่านี้ แต่ฉันไม่เก่งพูดภาษาอังกฤษเท่าไร ”
โชคพูดแบบติดๆขัดๆและรู้ดีว่าตัวเองนั้นก็ไม่ได้พูดถูกตามหลักไวยากรณ์ แต่ก็พยายามพูดปลอมใจยูกิโกะ แต่พูดไปก็เผลอหลุดขำตัวเองไปด้วย ทำให้ยูกิโกะที่ฟังอยู่ก็รู้สึกตลกขบขำตาม
“ พอแล้ว ฉันรู้แล้ว ฉันเข้าใจ ฉันเองก็ไม่เก่งเหมือนกัน ”
“ เมื่อกี้เธอยิ้มแล้วใช่ไหม ฉันรู้นะว่าเธอหลุดขำฉันนะ ”
ยูกิโกะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขทั้งๆที่ตอนนี้ตัวเองก็ยังสะอื้นเสียใจอยู่
“ ฉันขอโทษ แค่นี้นะ ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ”
นี่คงเป็ครั้งแรกที่ทั้งสองคนได้ยินเสียงซึ่งกันและกันผ่านมือถือ นั้นทำให้ทั้งสองคนนั้นมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
โชคบอกลายูกิโกะและให้ยูกิโกะไปอาบน้ำ และนี่ก็เป็เช่นทุกครั้ง เมื่ยูกิโกะไปอาบน้ำโชคก็จะปิดตาซ้ายตัวเองลง ด้วยความเชื่อใจยูกิโกะก็ไม่ได้พูดเน้นย้ำให้กับโชคอีก
โชคเองก็รู้ตัวเองตลอดเวลาและไม่เคยแอบมองยูกิโกะอาบน้ำเลยสักครั้ง และครั้งนี้เองโชคก็อดที่จะอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ จึงได้แอบเปิดตาซ้ายแว๊บหนึ่ง และนั้นเองก็เป็จังหวะที่ยูกิโกะกำลังก้มลงไปขัดเท้า
โชคที่เห็นผ่านสายตาของยูกิโกะเพียง่เวลาอันสั้นๆ นั้นก็พอทำให้เกิดภาพติดตาจนลบไม่ออก
หลังจากยูกิโกะอาบน้ำเสร็จก็ได้ส่งข้อความไปหาโชค โชคที่ยังรู้สึกผิดและยังคงมีภาพติดตาก็รีบตอบข้อความและขอตัวหนีไปอาบน้ำบ้าง
ที่โรงเรียนถึงแม้ยูกิโกะแทบจะไม่มีเพื่อนเลย แต่ก็มีเพื่อนที่สนิทอยู่คนหนึ่งชื่ออามิ ซึ่งเวลาอยู่ที่โรงเรียนทั้งสองคนนั้นก็ตัวติดกันตลอดเวลา อามิเองก็พักอาศัยไม่ไกลจากยูกิโกะเท่าไร ดังนั้นบางวันเขาทั้งสองคนก็เดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน