ความร้อนระอุจากลำธารลาวาสายฟ้าเื้ัค่อยๆจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้นจนอากาศรอบตัวกลายเป็สีทองจางๆ
หลินหยวนพยุงร่างที่เต็มไปด้วยรอยไหม้เดินลัดเลาะมาตามอุโมงค์หินที่ผนังประดับด้วยผลึกสายฟ้าธรรมชาติที่ส่องแสงวิบวับเบื้องหน้าของเขาคือปราการขนาดั์ที่สร้างจากโลหะสีขาวบริสุทธิ์
แต่น่าประหลาดที่พื้นผิวของมันกลับขยับขึ้นลงช้าๆราวกับทรวงอกของสิ่งมีชีวิตที่กำลังหลับใหล
"นี่น่ะหรือ...ปราการมหาเทพ" หลินหยวนพึมพำขณะปาดเืที่มุมปาก
"เนตรวิวัฒนาการขั้นที่ 2...แสดงพลังของเ้าให้ข้าเห็นหน่อย"
[เปิดใช้งาน:เนตรวิวัฒนาการ ขั้นที่ 2 — เนตรกรรมพยากรณ์]
[วิเคราะห์สถานะ:ปราการมหาเทพมีสถานะเป็ 'กึ่งชีวภาพ' — มันจะโจมตีทุกสิ่งที่มี 'เจตนาฆ่า' รุนแรง]
[ตรวจพบเส้นด้ายกรรม:มีร่องรอยปราณของสำนักเมฆาคล้อยพาดผ่านประตูนี้เมื่อไม่นานมานี้!]
"พวกมันเข้าไปข้างในแล้วงั้นรึ?"แววตาของหลินหยวนวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"นิมิตที่ข้าเห็นไม่ผิดจริงๆพวกมันทิ้งจ้าวโลกันตร์ไว้เป็เพียงเบี้ยกันชนส่วนพวกระดับสูงคงกำลังหาทางชิงหัวใจมหาเทพอยู่ข้างใน!"
ทันใดนั้นเสียงทุ้มลึกที่ก้องกังวานมาจากทั่วสารทิศก็ดังขึ้น
"ผู้บุกรุกที่มีกลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าเอ๋ย...เ้ามาเพื่อทำลาย หรือมาเพื่อสืบทอด?"
หลินหยวนชะงักฝีเท้ามือซ้ายกำด้ามดาบอัสนีพิโรธแดงแน่น
"ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเองและมาเพื่อบดขยี้พวกมดปลวกที่แอบอ้างเกียรติยศของมหาเทพ!"
"ยุติธรรมงั้นหรือ?คำพูดของเ้าช่างอวดดีนัก" ประตูโลหะสีขาวเริ่มแยกตัวออกเผยให้เห็นดวงตาั์ที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูมันจ้องมองมาที่หลินหยวนด้วยความเ็า
"เ้ามีอายุขัยเหลือเพียงไม่กี่ปีร่างกายก็ผุพังจนแทบจะแหลกสลาย เ้าจะเอาอะไรไปต่อกรกับโชคชะตาที่ลิขิตไว้แล้ว?"
"โชคชะตางั้นรึ?"หลินหยวนแค่นยิ้มอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสองสีของเขาทอแสงประกายกลบแสงสีทองของปราการ
"ถ้า์ลิขิตให้ข้าต้องตายข้าก็จะลวง์! ถ้าปราการนี้ขวางทางข้าข้าก็จะสลายมันให้กลายเป็ความว่างเปล่า! เปิดทางให้ข้า...ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน!"
"น่าสนใจ...ถ้าอย่างนั้นก็จงพิสูจน์ 'กรรม' ของเ้าในด่านแรกนี้เสียก่อน!"
สิ้นเสียงลึกลับแรงกดดันมหาศาลพลันะเิออกจากกำแพงปราการพื้นดินใต้เท้าหลินหยวนกลายเป็กับดักหนามสายฟ้าที่พุ่งขึ้นมาหมายจะปักร่างของเขาไว้กับที่
การต่อสู้ในเขตชั้นในที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและครั้งนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาดแม้เพียงก้าวเดียว!
หนามสายฟ้าสีเงินนับพันพุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้นดินประดุจขวากหนามจากขุมนรกหลินหยวนสะบัดตัวลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศทว่าปราการที่มีชีวิตนี้กลับไม่ปล่อยให้เขาพักหายใจผนังโลหะสีขาวบริสุทธิ์เริ่มบิดม้วนและแยกตัวออก
ก่อกำเนิดเป็หุ่นเชิดกลไกขนาดั์สามตัวที่มีร่างกายกำยำประดุจั์ปักหลั่นดวงตาของพวกมันเป็เลนส์แก้วสีฟ้าครามที่หมุนติ้วเพื่อล็อกเป้าหมาย
"ผู้บุกรุก...ระดับพลังิญญา: ต่ำ... ระดับความอันตราย: สูงสุด... คำสั่ง: กำจัด!"หุ่นเชิดตัวหนึ่งเอ่ยด้วยเสียงโลหะเสียดสีกัน ขณะที่แขนของมันเปลี่ยนเป็ใบมีดวายุอัสนีที่สั่นะเืด้วยความถี่สูง
"ต่ำแต่ก็นำพาความตายมาให้พวกแกได้ก็แล้วกัน!"หลินหยวนะโสวน พลางร่อนลงแตะพื้นอย่างแ่เบา
เนตรวิวัฒนาการ ขั้นที่2 ในดวงตาซ้ายเริ่มหมุนวนจนเกิดเป็เส้นใยแสงสีทองสลัวพาดผ่านอากาศ
"ข้าเห็นแล้ว...เส้นด้ายแห่งกรรมของพวกแก มันช่างหยาบกร้านและเต็มไปด้วยจุดโหว่!"
"เ้าพูดพล่ามอะไรของเ้ามนุษย์!"หุ่นเชิดตัวที่สองคำรามพลางพุ่งเข้าใส่ดุจพายุบุแคมใบมีดในมือฟาดฟันลงมาหมายจะแยกปฐี
หลินหยวนไม่ได้หลบด้วยความเร็วเพียงอย่างเดียวแต่เขาก้าวเดินไปตาม 'เส้นด้ายกรรม' ที่เขามองเห็นล่วงหน้าเพียงไม่กี่องศา
ใบมีดวายุพุ่งเฉียดหน้าอกเขาไปเพียงมิลลิเมตรจนเกิดประกายไฟกับเกราะกระดูกที่ยังหลงเหลืออยู่หลินหยวนแสยะยิ้มก่อนจะสวนกลับด้วยคำพูดที่แทงใจดำ
"พวกแกเป็เพียงเครื่องจักรที่ถูกทิ้งไว้เฝ้าบ้านในขณะที่นายของพวกแกตายตกไปนับหมื่นปี... ไม่รู้สึกถึงความว่างเปล่าบ้างหรือไง?"
"พวกเรา...คือเจตจำนง... แห่งมหาเทพ!" หุ่นเชิดทั้งสามพุ่งเข้ามาพร้อมกันจากสามทิศทางประสานการโจมตีเป็ข่ายใยสายฟ้าที่ไร้ทางหนี
"เจตจำนงที่ไร้ชีวิตน่ะรึ?ช่างน่าสมเพช!" หลินหยวนเค้นเสียงผ่านไรฟัน เขาชักดาบอัสนีพิโรธแดงขึ้นขวางหน้าอก
พลังความว่างเปล่าะเิออกจากตัวเขาจนเส้นด้ายกรรมรอบด้านเริ่มสั่นไหว
"เนตรวิวัฒนาการ!บอกจุดวิกฤตของข่ายอาคมนี้มา!"
[เนตรกรรมพยากรณ์ประมวลผล:พบจุดร่วมของกระแสกรรมที่ข้อต่อหัวไหล่ขวาของหุ่นตัวกลาง — หากทำลายจุดนั้น ข่ายอาคมจะย้อนกลับไปทำลายพวกมันเอง!]
"เข้าใจแล้ว!"หลินหยวนยันเท้าขวาเข้ากับกำแพงปราการที่พยายามจะกลืนกินเท้าของเขาแล้วดีดตัวพุ่งเข้าหาหุ่นตัวกลางราวกับลูกศรที่อาบไปด้วยสีเื
"เ้าพวกหุ่นกระป๋อง...จงกลับไปเป็เศษเหล็กในประวัติศาสตร์ซะ!"
เขาไม่ได้เล็งที่ลำตัวแต่เขาวาดดาบออกไปเป็เส้นตรงที่ดูเหมือนจะพลาดเป้าทว่าในวินาทีที่หุ่นเชิดขยับตัวตามกลไกข้อต่อหัวไหล่ของมันกลับวิ่งเข้าหาคมดาบของหลินหยวนเองราวกับถูกโชคชะตากำหนดไว้!
"นี่มัน...พลังอะไรกัน..." หุ่นเชิดตัวนั้นพยายามจะรั้งดาบกลับแต่สายเกินไป
เคร้ง!
เสียงโลหะระดับเทพเ้าฉีกขาดดังสนั่นหวั่นไหวแรงะเิจากข่ายอาคมที่ย้อนกลับทำให้หุ่นเชิดทั้งสามกระเด็นไปคนละทิศละทางหลินหยวนยืนหยัดอยู่ท่ามกลางควันไฟสีขาว แววตาของเขาไม่ได้มีความยินดีมีเพียงความเร่งรีบที่ฉายออกมา
"ตอบข้ามา!พวกคนจากสำนักเมฆาคล้อยที่เข้าไปก่อนหน้า...พวกมันอยู่ที่ไหนในปราการที่มีชีวิตแห่งนี้!"
หุ่นเชิดที่แขนขาดสะบั้นพยายามจะพยุงตัวขึ้นแสงสีฟ้าในดวงตาเริ่มกะพริบถี่ๆ
"พวกมัน...ไปที่ห้องโถง... หัวใจ... เ้าไม่มีวัน... ตามทัน..."
"ข้าไม่ชอบคำว่าไม่มีวัน..."หลินหยวนสะบัดดาบไล่เื
"เพราะข้าคือคนที่เปลี่ยนคำว่า'ตาย' ให้กลายเป็ 'รอด'มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!"
ซากปรักหักพังของหุ่นเชิดกลไกยังคงส่งกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบกระจายไปตามพื้นโลหะสีขาวหลินหยวนก้าวข้ามเศษเหล็กเ่าั้ด้วยลมหายใจที่หนักหน่วง
ทุกย่างก้าวที่เขาลึกเข้าไปในปราการมหาเทพอากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็ม่านหมอกสีทองสลับม่วงที่หนาทึบจนแทบจะมองไม่เห็นปลายนิ้วตัวเองแสงจากเนตรกรรมพยากรณ์ที่ดวงตาซ้ายยังคงส่องสว่างแต่มันกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเขาััได้ถึง 'ตัวตน'บางอย่างที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หัวใจมนุษย์จะทนรับไหว
"เนตรวิวัฒนาการ...เหตุใดม่านหมอกนี้ถึงได้ดูดกลืนพลังความว่างเปล่าของข้า?" หลินหยวนเค้นเสียงถามร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งประดุจถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
[วิเคราะห์สภาวะ:ตรวจพบ 'เศษเสี้ยวจิติญญามหาเทพ' — พลังงานนี้ไม่ใช่การโจมตีแต่เป็การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มาเยือน]
[คำเตือน:หากจิตใจไม่มั่นคงพอ จิติญญาของท่านจะถูกหลอมรวมเข้ากับปราการแห่งนี้ตลอดกาล!]
"หลอมรวมงั้นรึ?ฝันไปเถอะ!"หลินหยวนคำรามพลางปักดาบอัสนีพิโรธแดงลงบนพื้นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกาย
ทันใดนั้นท่ามกลางม่านหมอกสีทองร่างโปร่งแสงของชายชราในชุดคลุมโบราณที่มีรัศมีสายฟ้าล้อมรอบก็ปรากฏขึ้น
เขาไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นทว่ากลับลอยเด่นอยู่เหนือความว่างเปล่าดวงตาของเขาดูราวกับบรรจุจักรวาลทั้งมวลไว้ภายในเขามองมาที่หลินหยวนด้วยสายตาที่ทั้งเวทนาและสงสัย
"เ้าหนุ่ม...เ้าแบกรับความแค้นมหาศาลไว้ในร่างที่กำลังจะแตกสลาย"เสียงของดวงจิตมหาเทพดังกังวานในหัวของหลินหยวนโดยตรง
"พลังความว่างเปล่าที่เ้าคือดาบสองคมที่กัดกินอายุขัยของเ้าไปทุกวินาทีเหตุใดเ้าจึงยังดิ้นรนที่จะก้าวไปสู่ห้องโถงหัวใจ?"
หลินหยวนเงยหน้าที่อาบไปด้วยเหงื่อและเืขึ้นจ้องมองดวงจิตนั้น
"เพราะโลกนี้ไม่เคยให้ความยุติธรรมแก่ข้า...ข้าถูก่ชิงทุกอย่าง ถูกตราหน้าว่าเป็เศษสวะ และถูกโชคชะตาเล่นตลกถ้าข้าต้องตาย ข้าก็จะตายในฐานะผู้ที่กำหนดจุดจบของศัตรูด้วยมือตนเองไม่ใช่ตายอย่างสุนัขข้างถนน!"
"ความยุติธรรมที่แลกมาด้วยการดับสูญ...เ้าคิดว่ามันคุ้มค่าแล้วหรือ?" ชายชราถามต่อพลางสะบัดมือเบาๆม่านหมอกรอบตัวหลินหยวนพลันเปลี่ยนเป็ภาพนิมิตในอดีต—ภาพของเขาที่ยังมีความสุขก่อนจะถูกหักหลัง
"คุ้มค่าหรือไม่ข้าเป็คนตัดสินเอง!" หลินหยวนะโก้องพลางรีดเค้นพลังจากเนตรกรรมพยากรณ์จนเส้นใยสีทองะเิออกฉีกกระชากม่านหมอกนิมิตจนแหลกละเอียด
"มหาเทพ...หากท่านยังมีจิติญญาหลงเหลืออยู่จงบอกข้ามาว่าพวกเมฆาคล้อยใช้กลอุบายใดจึงผ่านด่านของท่านไปได้!หรือว่าแม้แต่มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยังยอมสยบให้แก่พวกคนโฉด?!"
ดวงจิตมหาเทพนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความขมขื่น
"พวกมันไม่ได้ผ่านด่าน...แต่พวกมันถือครอง 'ตราประทับกุญแจ' ที่สร้างจากเืของทายาทข้าที่พวกมันเข่นฆ่าและสะสมมานับพันปีปราการนี้จึงจดจำพวกมันว่าเป็นาย... แต่เ้า หลินหยวน... เ้าคือ 'สิ่งผิดปกติ' ที่โชคชะตาไม่ได้เขียนไว้"
"สิ่งผิดปกติงั้นรึ?ก็ดี!" หลินหยวนกระชากดาบขึ้นมาถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม
"ในเมื่อข้าไม่มีกุญแจข้าก็จะใช้ความว่างเปล่านี่แหละ พังประตูเข้าไปเอง!"
"ถ้าเช่นนั้นจงระวังให้ดี..." ชายชราเริ่มเลือนหายไปในหมอก
"ทางลัดที่เ้าถามหาอยู่เื้ัรูปสลักัที่ไร้ดวงตา... แต่จงจำไว้เมื่อเ้าก้าวเข้าสู่ห้องหัวใจกรรมที่เ้ามองเห็นจะเปลี่ยนเป็ความจริงที่เ้าอาจรับไม่ได้!"
ท่ามกลางม่านหมอกสีทองที่เริ่มเบาบางลงตามการเลือนหายของดวงจิตมหาเทพหลินหยวนกวาดสายตาผ่านผนังโลหะที่สลักเสลาอย่างวิจิตร
จนกระทั่งเนตรกรรมพยากรณ์ข้างซ้ายสั่นไหวรุนแรงเมื่อจับจ้องไปยังรูปสลักัขนาดั์ที่ขดตัวอยู่สุดปลายทางเดินัตัวนี้ดูองอาจน่าเกรงขามทว่าใบหน้าของมันกลับเรียบเนียนไร้ซึ่งดวงตาประดุจงานศิลปะที่ยังสร้างไม่เสร็จ
"รูปสลักัไร้ตา...ทางลัดที่มหาเทพว่าคงซ่อนอยู่ข้างในนี้"หลินหยวนพึมพำพลางพยุงร่างที่บอบช้ำเข้าไปใกล้
กลิ่นอายความว่างเปล่าจากดาบอัสนีพิโรธแดงเริ่มปะทะกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ของรูปสลักจนเกิดเสียงเปรี๊ยะดังะเิออกมาเป็ระยะ
[วิเคราะห์กระแสกรรม:รูปสลักนี้คือผนึกชั้นสุดท้าย — หากไม่ใช้กุญแจต้องใช้พลังที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์์เพื่อฉีกกระชากมันออกมา!]
"นอกเหนือกฎเกณฑ์งั้นรึ?ก็คือความว่างเปล่าของข้านี่ไง!" หลินหยวนคำรามพร้อมกับรวบรวมปราณที่เหลือเพียงน้อยนิดไปที่ปลายนิ้ว
เขาไม่ได้ทำลายรูปสลักด้วยความรุนแรงแต่กลับวาดอักขระความว่างเปล่าลงบนตำแหน่งดวงตาของัที่ว่างเปล่า
ครืน... ครืน...
เสียงกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหวรูปสลักัแยกตัวออกเผยให้เห็นบันไดลับที่ทอดดิ่งลงสู่ห้องโถงใจกลางปราการทันทีที่เขาก้าวลงไป
กลิ่นอายคาวเืและเสียงสวดอ้อนวอนที่น่าสะอิดสะเอียนก็พุ่งเข้าปะทะโสตประสาทหลินหยวนพุ่งตัวลงไปอย่างรวดเร็วและหยุดกะทัดหันเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
ที่ใจกลางห้องโถงมีก้อนพลังงานทรงกลมสีทองจรัสแสงที่เต้นเป็จังหวะประดุจหัวใจมนุษย์—นั่นคือ 'หัวใจมหาเทพ'
ทว่ารอบๆ หัวใจนั้น กลับมีชายชุดคลุมขาวปักลายเมฆาคล้อยสามคนกำลังร่ายอาคมสีแดงฉานเพื่อพันธนาการมันไว้หนึ่งในนั้นหันกลับมามองหลินหยวนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลน
"โฮ่...ไม่นึกเลยว่า 'ตัวหมาก' ที่ถูกทิ้งอย่างเ้าจะคลานมาถึงที่นี่ได้"ชายชุดขาวที่เป็หัวหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
"ข้าคือ 'มู่เฉิน' ศิษย์สายตรงของสำนักเมฆาคล้อยเ้าควรจะตายอยู่ที่ชั้นลาวาไปพร้อมกับจ้าวโลกันตร์นั่นเสียดีกว่านะ"
"มู่เฉิน...พวกแกฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อสังเวยดวงตา และตอนนี้ยังกล้ามาแตะต้องหัวใจมหาเทพอีกงั้นรึ!"หลินหยวนชี้ดาบไปข้างหน้า แววตาสองสีลุกโชนด้วยไฟแค้น
"ส่งหัวใจนั่นมาและข้าจะให้พวกแกตายอย่างรวดเร็ว!"
"ฮ่าๆๆ!ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะหลินหยวน ร่างกายที่เน่าเฟะกับอายุขัยที่เหลือเพียงหยิบมือเ้าจะเอาอะไรมาสู้กับพวกเราที่มี 'ตรากุญแจ' แห่ง์?" มู่เฉินหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางชูตราหยกสีทองขึ้น
"ในสายตาของสำนักเมฆาคล้อยเ้าก็เป็แค่ถังขยะที่บรรจุพลังความว่างเปล่าไว้รอวันให้พวกเรามาเก็บเกี่ยวเท่านั้นเอง!"
"ถังขยะงั้นรึ..."หลินหยวนลดดาบลงต่ำ ทว่ากลิ่นอายรอบตัวกลับทวีความรุนแรงจนพื้นห้องโถงเริ่มแตกร้าว
"ถ้าอย่างนั้น...จงระวังไว้ให้ดี เพราะถังขยะใบนี้แหละที่จะฝังสำนักเมฆาคล้อยของพวกแกให้จมลงสู่ความว่างเปล่านิรันดร์!"
สิ้นคำประกาศกร้าวหลินหยวนพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูประดุจดาวตกสีเืเปิดฉากการต่อสู้ที่ตัดสินชะตากรรมของหัวใจมหาเทพในทันที!
********************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร