ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    23 เสี่ยงภัยช่วยสาวงาม

              หลิวหว่านชิงเอ่ยกับท่านยายของนางด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย เมื่อรู้ว่านางกับชายในดวงใจของนางอาจจะไม่สมหวังในความรัก ก่อนที่ท่านยายจะปลอบใจหลานสาวของตนว่าไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอเพียงแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ ก่อนที่หลิวหว่านชิงจะพาท่านยายของนางกลับเข้าไปพักผ่อนในบ้าน                           “ นายท่าน เราจะไปไหนกันต่อดีขอรับ”           ฮวยเซ็ง เลขาหรือผู้ช่วยป้ายแดงของเสียมหลอหลงเอ่ยถามเจ้านายของตน หลังจากที่คนทั้งคู่ตระเวนไปสำรวจสถานที่ที่จะเปิดร้านและทำโรงงานผลิตสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งซื้อวัตถุดิบที่จะมาผลิตสินค้าอีกด้วย              “ เราจะไปที่สำนักม่อจื่อ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะท่านม่อเทียน เจ้าสำนักที่ผู้คนในเมืองเทียนหยางแห่งนี้ให้ความเคารพ เราไปกันเถอะ”                ณ สำนักม่อจื่อ              “ ท่านผู้อาวุโส เห็นเป็นเช่นไรบ้างขอรับ กับข้อเสนอของผู้น้อย?”             เสียมหลอหลงเอ่ยถามเจ้าสำนักนามว่าม่อเทียน ที่อยู่ในชุดนักพรตสีขาว อายุอานามปาเข้าไปเกือบ 70 ปี แต่ยังดูแข็งแรงและมีชีวิตชีวาเนื่องแนวทางการบำเพ็ญที่ผ่านมาตลอดชีวิต           “ อืม  ส่วนแบ่งรายได้ 1  ใน 4 ส่วนจากการจำหน่ายถุงนำโชคที่ผ่านพิธีปลุกเสกจากข้าเช่นนั้นรึ?”             เจ้าสำนักม่อเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่เขาจะอธิบายว่า เขาจะผลิตถุงนำโชคที่ติดอักษร “เฮง เฮง เฮง” เพียงแค่ 1 หมื่นใบ ในราคาใบละ 4 ตำลึง เพื่อเป็นศิริมงคลสำหรับผู้ที่พกถุงใบนี้ ซึ่งภายในถุงจะบรรจุเครื่องประดับที่ค้างสต็อคจากร้านของเถ้าแก่หลี่ปู้ฉิน พันธมิตรทางการค้าของอาหลง ซึ่งมีทั้งที่มีราคาและเครื่องประดับธรรมดาทั่วไป แต่คุณค่าจริง ๆ จะอยู่ที่คุณค่าทางจิตใจมากกว่า ซึ่งคนที่อุดหนุนถุงนำโชคนอกจากจะโชคดีมีชัยแล้ว ยังถือว่าได้ร่วมทำบุญอีกด้วย เพราะรายได้ 1 ใน 4 ส่วน จะสมทบทุนให้เป็นทุนการศึกษากับบรรดาศิษย์ของสำนักม่อจื่ออีกด้วย    นอกจากนี้เขายังขอเสื้อที่ท่านเจ้าสำนักใส่มาร่วม 20  ปี มาผลิตเป็นถุงนำโชครุ่นพิเศษ Limited Edition ที่จะมีเพียงแค่ 10 ใบเท่านั้น ราคาใบละ 1,000 ตำลึง และถ้ามีผู้ต้องการมากกว่า 10 คน ก็จะใช้วิธีประมูล ซึ่งใครที่ให้ราคาสูงที่สุด 10  คนแรก ก็จะได้ถุงนำโชครุ่นพิเศษนี้ไปครอง ซึ่งถ้าจำหน่ายถุงนำโชคได้ทั้งหมด งานนี้จะได้เงินรวมมากถึง 50,000 ตำลึงเป็นอย่างน้อย และทางสำนักม่อจื่อก็จะได้ส่วนแบ่งถึง 12,500 เลยทีเดียว          “  เจ้าช่างมีหัวการค้าเป็นเลิศจริง ๆ  ถือว่าล้วนแต่ได้ทุกฝ่าย เจ้าได้กำไรมหาศาลจากการนำของที่ค้างสต็อคมาเลหลัง ส่วนสำนักของข้าก็ได้ทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ ผู้ที่ซื้อถุงไปก็ได้ความสุขและความสบายใจ ยอดเยี่ยมจริง ๆ คุณชายเสียมหลอ งั้นเป็นอันว่าตกลงตามนี้”           ท่านเจ้าสำนักเอ่ยชมอีกฝ่ายจากใจจริง ก่อนจะถอดเสื้อที่ตนเองใส่มาร่วม 20 ปีให้กับเสียมหลอหลง เพื่อให้เขานำไปผลิตถุงนำโชครุ่นพิเศษ Limited Edition หลังจากคุยกันต่ออีกสักพัก อาหลงก็ขออำลาเพื่อไปทำธุระต่อยังนอกเมือง                     ณ  ชายป่าชานเมืองเทียนหยาง         “ วันนี้ถือว่าเราสำเร็จงานสำคัญ ๆ หลายเรื่องเลยนะขอรับนายท่าน”        ฮวยเซ็งเอ่ยกับเจ้านายวัยหนุ่มที่นังอยู่บนรถม้าคันเดียวกัน ซึ่งทั้งคู่กำลังมุ่งหน้ากลับเข้าเมือง หลังจากที่ออกไปติดต่อหาซื้อสมุนไพร และวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการเปิดกิจการใหม่ รวมไปถึงเครือมันเทศที่เขาได้มาจากเมืองเสียนหยินซึ่งเขาจะนำมาทดลองปลูกเพื่อเตรียมรับมือกับภัยแล้งที่จะมาถึงอีกด้วย                              “ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยพวกเราด้วย”              เสียงหวีดร้องตะโกนขอความช่วยเหลือดังมาจากข้างหน้า ทำให้อาหลงสั่งให้เร่งคนขับรถม้าเร่งความเร็วเพื่อเข้าไปช่วยผู้ประสบเหตุ                “ ฮ่าฮ่าฮ่า ใครหน้าไหนจะมาช่วยเจ้าได้ แม่นางคนสวย ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีนางฟ้าลงมาโปรด มาเป็นเมียพี่ซะดี ๆ เดี๋ยวพี่จะพาเจ้าขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองเจ้าจะติดใจจนไม่อยากกลับบ้านกลับช่องเลยทีเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า”              หัวหน้าโจรป่ารูปชั่วตัวดำเอ่ยกับเหยื่อสาวผู้เคราะห์ร้ายด้วยแววตาหื่นกระหาย พร้อมเดิมสามขุมเข้าหานาง ซึ่งตอนนี้ขบวนคุ้มกันคาราวานของนางที่เดินทางมานับสิบคนล้วนถูกพวกโจรป่าสังหารจนหมดสิ้น คงเหลือเพียงแค่นางและสาวใช้ที่ติดตามมาเพียงสองคนเท่านั้น           “ เจ้าอย่าทำอะไรคุณหนูของข้านะ เจ้าอยากได้ทรัพย์สินอะไรก็เอาไปให้หมดเลย ปล่อยพวกเราไปเถอะ”            สาวใช้ที่หน้าตาหมดจดผู้หนึ่งเอ่ยร้องขอความเมตตาจากกลุ่มโจรซึ่งมีจำนวนมากกว่าสิบคน และกำลังจ้องมองเหยื่อสาวทั้งสองราวกับเสือที่จ้องตะครุบลูกกวางน้อยที่น่าสงสาร          “ ฮ่าฮ่าฮ่า ทรัพย์สินทั้งหมดยังไงก็ต้องเป็นของพวกข้าอยู่แล้ว รวมทั้งพวกเจ้าทั้งสองคนด้วย  คุณหนูของเจ้าจะต้องเป็นเมียข้า ส่วนเจ้า ข้าจะยกให้เป็นนางบำเรอของลูกน้องอีกสิบคนของข้า เจ้าดีใจมั้ยแม่สาวน้อย ฮ่าฮ่าฮ่า”           หัวหน้าโจรป่าผู้หยาบช้า เอ่ยกับหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองที่กำลังอยู่ในอาการตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก  จากนั้นจึงเข้าไปปลุกปล้ำคุณหนูผู้เลอโฉมด้วยอาการกลัดมัน ซึ่งอีกฝ่ายพยายามขัดขืนและดิ้นรนอย่างเต็มที่ แต่มิอาจสู้แรงบุรุษหุ่นควายถึกผู้แข็งแรงได้ หลังจากถูกหัวหน้าโจรตุ๊ยท้องไปหนึ่งที นางก็ทรุดลงกับพื้น สุดท้ายนางจึงได้แต่นอนรอรับชะตากรรมที่จะมาถึงด้วยน้ำตานองหน้า เช่นเดียวกับสาวใช้ที่โดนสมุนโจรรุมทึ้งเสื้อผ้าของนางจนแทบจะเปลือยเปล่า                             “ ปัง ปัง ปัง “                เสียงปืนดังขึ้นสามนัด พอสิ้นเสียงปืนหัวหน้าโจรป่าก็ล้มคะนำลงกับพื้น โชคดีที่หญิงสาวนางนั้นเบี่ยงตัวหลบทันก่อนที่จะโดนร่างใหญ่ล้มทับ  ที่กลางหลังของหัวหน้าโจรผู้โชคร้ายตกจากสวรรค์ชั้นเจ็ดมีรอยกระสุนเจาะทะลุ 2 นัด ส่วนอีกนัดยิงทะลุกลางหลังของสมุนที่กำลังร่วมวงทึ้งเสื้อผ้าของสาวใช้ผู้น่าสงสารจนหน้าคว่ำลงกับพื้น  ส่วนสมุนโจรที่เหลือต่างยืนเบียดเสียดรวมกลุ่มกันอยู่มุมหนึ่งตรงโคนต้นไม้ เพื่อตัดสินใจว่าจะจัดการกับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญนี้เช่นไร                “ ใครอยากเคราะห์ร้ายเช่นสองคนนี้ ก็ก้าวเข้ามาลองชิมลูกตะกั่วของข้าได้เลย  แต่ถ้าใครไม่อยากเป็นอย่างสองคนนี้ก็รีบใสหัวไปซะ”               เป็นเสียมหลอหลงและฮวยเซ็งนั่นเองที่เข้ามาช่วยหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองได้ทันเวลา ก่อนที่พวกนางจะต้องมีตราบาปเป็นมลทินติดตัวไปตลอดชีวิต ซึ่งหลังจากได้ยินคำประกาศิตของชายหนุ่มผู้ยืนถือเจ้าวัตถุที่มีร้ายกาจราวกับสายฟ้าฟาด พวกสมุนโจรต่างลังเลว่าจะสู้หรือจะถอยดี เพราะถึงแม้พวกมันจะมีพรรคพวกมากกว่าหลายเท่าตัว แต่เมื่อครู่พวกมันต่างก็ประจักษ์ถึงอานุภาพของสิ่งที่อยู่ในมือของชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างดี                                            “ ปัง ปัง”              เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัด ตามมาด้วยสมุนอีกสองคนที่ล้มลงกับพื้นเมื่อโดนลูกกระสุนเจาะเข้าตรงหน้าอกอย่างแม่นยำราวกับจับวาง  แทนคำตอบทั้งหมด พวกสมุนโจรรีบเข้าไปประคองหัวหน้าโจรที่อาการร่อแร่ รวมทั้งสมุนอีกสามคนที่ถูกยิงเผ่นอ้าวกระเจิดกระเจิงเข้าป่าจนลับตาไป                      “ แม่นางทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง ข้าคงไม่ได้มาช้าไปใช่หรือไม่?”               อาหลงเข้ามาสอบถามหญิงสาวทั้งสอง ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อคลุมของตนสวมให้กับคุณหนูที่เสื้อผ้ารุ่งริ่งจากการที่ถูกหัวหน้าโจรกระชากขาดจนไม่เหลือชิ้นดี ส่วนฮวยเซ็งก็ถอดเสื้อคลุมชองตนให้สาวใช้ที่สภาพเสื้อผ้าของนางแทบจะกลายเป็นเปลือยเปล่าใช้สวมปกปิดร่างกาย           “ โชคดีที่คุณชายเข้ามาช่วยทันเวลา มิเช่นนั้น ไม่ทราบว่าพวกเรานายบ่าวจะต้องประสบชะตากรรมเช่นไร ขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสองเจ้าค่ะ”           หญิงสาวผู้เป็นนายพร้อมสาวใช้ทรุดตัวลงคุกเข่า พร้อมเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มทั้งสองที่มาช่วยเหลือตนจากปากเสือได้ทันเวลา แต่ถึงจะผ่านช่วงเวลาวิกฤติมาแล้ว แต่พวกนางทั้งสองก็ยังอยู่ในอาการตระหนก หวาดกลัวไม่หาย           “ ไม่มีอะไรแล้วแม่นาง พวกท่านปลอดภัยแล้ว ก่อนอื่นพวกเราจะจัดการกับผู้ที่ถูกโจรป่าสังหารเหล่านี้เช่นไร?”         ชายหนุ่มเอ่ยถาม พร้อมกับกวาดสายตาไปยังศพผู้คุ้มกันนับสิบที่ถูกโจรป่าสังหารอย่างโหดเหี้ยมด้วยความเวทนา  ก่อนที่ทั้งหมดตกลงใจที่จะช่วยกันขุดหลุมฝังพวกเราอย่างง่าย ๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่อุจาดตาและต้องตกเป็นอาหารของสัตว์ป่า ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เดียวที่สามารถจะกระทำให้กับพวกเขา            หลังจากใช้เวลาพักใหญ่ คนทั้งห้าซึ่งประกอบไปเสียมหลอหลง ฮวยเซ็ง คุณหนูและสาวใช้ รวมทั้งคนขับรถม้าของอาหลงก็ช่วยกันขุดหลุมฝังศพจนเสร็จ จากนั้นจึงออกเดินทางกันต่อ โดยฮวยเซ็งเป็นผู้ไปขับรถม้าของคุณหนูผู้เพิ่งผ่านเคราะห์ร้ายมา โดยมีสาวใช้นั่งเป็นเพื่อนด้านหน้า ส่วนคุณหนูขึ้นไปนั่งในรถม้ากับเสียมหลอหลง         “ คุณหนู ท่านมาจากที่ใด จะไปที่ใด เหตุใดจึงประสบเหตุเจอกับพวกโจรป่า?”           อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่ายที่เริ่มจะคลายอาการหวาดกลัวไปบ้างแล้ว ซึ่งเมื่อสังเกตนางชัด ๆ เขาจึงได้เห็นว่านางจัดว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่ง ถึงแม้สภาพของนางจะไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์คับขันที่สุดในชีวิตมา แต่นางมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามหมดจด ดูบริสุทธิ์สดใส  แทบจะเทียบได้กับฉินอี้เซียน หนึ่งในสี่หงส์ดรุณเลยทีเดียว        “(เอินกง)ผู้มีพระคุณ ข้ากับเสี่ยวหลาน เดินทางมาจากเมืองเสียนหยิน เพื่อมาตกลงการค้ากับสหายที่เมืองเทียนหยาง โชคร้ายมาพบเจอกับโจรป่าเข้า บรรดาผู้คุ้มกันล้วนถูกพวกมันสังหารสิ้น และก่อนที่พวกข้าทั้งสองจะได้รับความอัปยศ โชคดีที่ได้ผู้มีพระคุณเข้ามาช่วยได้ทันเวลา  ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรเจ้าคะ?”          นางเอ่ยตอบคำถามของอีกฝ่าย ก่อนจะถามชื่อของผู้มีพระคุณ พร้อมกันนั้นนางจึงสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง แถมยังมีท่าทีที่องอาจ สง่า และอบอุ่น ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ ๆ ต่างจากชายคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่ล้วนจ้องมองนางด้วยสายตาราวกับจะกลืนกินนางลงไปก็มิปาน         “ ข้าแซ่เสียมหลอ ชื่อหลง  ไม่ทราบว่าบ้านสหายของนางอยู่ที่ใด ข้าจะได้คุ้มครองนางกับสาวใช้พร้อมสินค้าไปส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย”           “ ที่แท้ก็คุณชายเสียมหลอหลง ส่วนข้าแซ่หลิน ชื่อซู่เฟิน ส่วนสาวใช้ชื่อเสี่ยวหลาน พวกข้าจะไปหาเพื่อนรักของข้า นางแซ่กัน ชื่อเย่ว์หนี่ มิทราบคุณชายพอจะเคยได้ยินชื่อนางหรือไม่เจ้าคะ?”           นางเอ่ยแนะนำตนเองต่ออีกฝ่ายด้วยท่าทีที่เขินอายเล็กน้อย ก่อนจะบอกถึงจุดหมายปลายทางของนางต่อชายหนุ่มโดยไม่ปิดบัง         “ อ้อ...ที่แท้แม่นางหลินก็เป็นสหายกับอาจารย์หญิงนั่นเอง โชคดีจริง ๆ ข้าเองจะได้ถามไถ่นางว่านางเป็นอย่างไรบ้าง?”           ชายหนุ่มเอ่ยตอบหญิงสาวตรงหน้า ในขณะที่หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจเป็นอันมากที่ชายหนุ่มตรงหน้าล่วงรู้ความใฝ่ฝันของเพื่อนรักของนางได้อย่างไร แต่นางก็มิกล้าเอ่ยปากซักถาม หากแต่ทั้งคู่กลับสนทนาเรื่องการค้าของคุณหนูหลินว่าทำกิจการใดบ้าง ซึ่งจากการพูดคุยทำให้อาหลงได้รู้ว่าตระกูลหลินของนางถือว่าเป็นเจ้าของกิจการร้านค้าเกือบจะทั้งหมดของเมืองเสียนหลิน ถ้าเทียบแล้วถือว่ามีฐานะที่มั่งคั่งใกล้เคียงกับตระกูลกันและตระกูลซ่งแห่งเมืองเทียนหยางเลยทีเดียว             “ คุณชายกำลังจะขยายกิจการหลายอย่าง ฟังแล้วแต่ละอย่างล้วนยังไม่มีผู้ใดริเริ่ม ถึงจะฟังดูแปลกใหม่และประหลาดไปบ้าง แต่ข้าเชื่อว่ากิจการเหล่านี้ต้องเจริญรุ่งเรืองจนฉุดไม่อยู่แน่นอนเจ้าค่ะ”            “ ข้าเองเพิ่งจะเริ่มทำกิจการ ยังขาดซึ่งประสบการณ์ หวังว่าจะได้รับคำชี้แนะจากแม่นางหลินที่คร่ำหวอดในวงการค้ามานาน”             ชายหนุ่มเอ่ยอย่างถ่อมตัว ก่อนที่คุณหนูหลินจะเสนอตัวขอเป็นตัวแทนผู้จัดจำหน่ายสินค้าของเขาที่กำลังจะผลิตออกมาในเมืองเสียนหยินของนาง ซึ่งอาหลงตอบรับด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับว่าเขาจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว            “ อ้อ...คุณชายไม่ทราบว่าถุงผ้านำโชครุ่นพิเศษที่มีเพียงแค่ 10  ใบของท่านจะเปิดจำหน่ายและประมูลวันไหนเจ้าคะ  ข้าอยากนำมันไปเป็นของขวัญให้กับท่านพ่อตอนขากลับ เพราะท่านพ่อเคารพและศรัทธาในตัวท่านม่อเทียนมาก ๆ เจ้าค่ะ”           นางเอ่ยถามอีกฝ่าย หลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่เขากำลังจะเปิดจำหน่ายถุงนำโชคซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธ์ที่ได้รับการปลุกเสกจากเจ้าสำนักม่อจื่อ          “ อีก 7  วัน แม่นางหลินไปร่วมประมูลได้เลย ข้าหวังว่าท่านพ่อของท่านคงจะสมหวังในที่สุด”           เขาเอ่ยตอบหลินซู่เฟิน พร้อมอวยพรให้นางโชคดีในการประมูลครั้งนี้ จากนั้นทั้งคู่จึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการค้า ซึ่งอาหลงได้ประโยชน์และเปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก เพราะนางถือว่าเป็นผู้ที่เก่งฉกาจในทางการค้าอย่างหาตัวจับได้ยากคนหนึ่ง ต่างจากเพื่อนรักของนางอย่างกันเย่ว์หนี่ที่ไม่สนใจด้านนี้ แต่กลับอยากเป็นอาจารย์หญิงคนแรกของสำนักศึกษามากกว่า ส่วนแม่นางหลินเองก็ได้ประโยชน์จากการได้ฟังแนวคิดทางการค้าและการตลาดที่แปลกใหม่ อย่างที่นางไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาก่อน ถือว่าคนทั้งคู่ต่างได้ประโยชน์แบบ win – win กันทั้งคู่           “ ข้าสนใจเรื่องผงปรุงรสที่ท่านเอ่ยถึง ไม่ทราบว่าท่านจะผลิตเสร็จเมื่อใดเจ้าคะคุณชาย?”            คุณหนูหลินเอ่ยถามชายหนุ่มอย่างสนใจ เพราะนางคิดว่าถ้านางนำเจ้าสิ่งนี้ไปจำหน่ายที่เมืองเสียนหยินจะต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน รวมทั้งเรื่องสบู่และน้ำหอมด้วย ซึ่งนางเองอยากจะทดลองใช้ว่าจะดีอย่างที่นางคาดคิดไว้หรือไม่           หลังจากที่ทั้งหมดเดินทางมาเกือบชั่วยาม(สองชั่วโมง) คนขับรถม้าก็นำทางทั้งหมดเข้ามาถึงตัวเมืองเทียนหยาง และเดินทางไปถึงหน้าบ้านตระกูลกันที่เป็นคฤหาสน์ใหญ่โตสมกับเจ้าของฉายา” กันครึ่งเมือง” ในที่สุด          “ แม่นางหลิน เรามาถึงบ้านคุณหนูกันแล้ว เชิญท่านลงจากรถม้า ข้าจะเข้าไปเป็นเพื่อนท่านเอง” .....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก........ มาแล้วครับตามคำสัญญา สำหรับตอนที่ 23 ซึ่งในตอนนี้อาหลงของเราก็ได้ผ่านเหตุการณ์สำคัญหลายอย่าง รวมทั้งยังมีโอกาสได้ช่วยเหลือสาวงามอีกด้วย สำหรับตอนต่อไป ไม่น่าจะเกินวันพรุ่งนี้ครับ           ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ..........................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต     “ ข้าใช้ชีวิต เสมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต”