จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 30 งานถ่ายโฆษณา 1 Re

            ไป่เจ๋อตื่นมาตอนตี3 เขาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานถ่ายโฆษณาวันนี้ เขาหยิบเสื้อ กางเกงรองเท้า นาฬิกา ออกมาอย่างชำนาญเขาสามารถจับคู่พวกมันได้อย่างลงตัวโดยไม่ต้องพึ่งสมุดโน๊ตของเมิ่งเจี่ยเมื่อเซ็ตผมเรียบร้อย เขาก็ออกมารอเมิ่งชิงชิงที่ป้ายรถเมล์

             

             

            ไป่เจ๋อนั่งรอที่ป้ายรถเมล์ไม่ถึง10 นาที เมิ่งชิงชิงก็ขับรถสีขาวมาจอดตรงหน้าเขา เมื่อไป่เจ๋อเปิดประตูรถเข้าไปเมิ่งชิงชิงถึงกับตกตะลึง เพราะไป่เจ๋อดูเปลี่ยนไปมากตามปกติเธอมักจะเห็นไป่เจ๋อในชุดนักเรียนแต่มาวันนี้ไป่เจ๋อได้เปลี่ยนรูปลักษณ์จากเด็กมัธยมต้น กลายเป็นชายหนุ่มมาดเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอไม่รู้จะติตรงไหนจริง ๆ หากเธอไม่รู้จักไป่เจ๋อมาก่อนเธอคงเป็นเหมือนหญิงสาวทั่วไปที่จะหลงไหลเขา หากเทียบไป่เจ๋อกับซีโม่เธอคิดว่าซีโม่ด้อยกว่ามาก ทั้งรูปลักษณ์และบรรยากาศรอบตัว

             

             

            “พี่ชิงชิงถ้าพี่ยังไม่ออกรถ เราจะสายนะครับ” ไป่เจ๋อหันมายิ้มให้กับเมิ่งชิงชิงทำให้เธอรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวและรีบเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัวออกไป

             

             

            “ไป่เจ๋อนายนอนก่อนก็ได้นะ อีกตั้ง 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงสตูดิโอถ่ายโฆษณา” เมิ่งชิงชิงกล่าว

             

             

            “ครับอ้อ ถ้าพี่ชิงชิงจะแวะทานข้าวล่ะก็พี่จัดการได้เลยนะ ปล่อยผมนอนในรถก็ได้”ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

            “เอ๋นายไม่กินข้าวเช้าไม่ได้นะ เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก” เมิ่งชิงชิงเอ่ยเตือน

             

             

            “ผมกินมาแล้วครับขอนอนย่อยก่อน” ไป่เจ๋อกล่าวเขาไม่มีทางบอกเมิ่งชิงชิงเด็ดขาดว่าทุกวันนี้เขากินแต่อาหารลมปราณ (อาหารเม็ด)เท่านั้น

             

             

            จากนั้นไป่เจ๋อก็เอนเบาะลงแล้วนอนหลับไป เมิ่งชิงชิงขับรถไปแวะที่ปั๊มน้ำมัน เธอซื้อข้าวกล่องมาทานที่รถเสร็จแล้วจึงขับต่อไป

             

             

            รถมาถึงสตูดิโอที่ใช้ถ่ายโฆษณาตอน7 โมงเช้า ตอนนี้มีทีมงานอยู่บางตา พวกเขากำลังประกอบและติดตั้งอุปกรณ์กันอยู่

             

             

            “ไป่เจ๋อตื่นได้แล้ว ถึงสตูดิโอถ่ายทำแล้ว” เมิ่งชิงชิง ปลุกไป่เจ๋อ ส่วนไป่เจ๋อนั้นค่อย ๆเปิดเปลือกตาของเขาขึ้น เขาปรับเบาะเข้าที่ จัดเสื้อกับทรงผมให้เรียบร้อยเธอมองไป่เจ๋ออยู่ตลอดราวกับต้องมนตร์สะกดก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวและพบว่าไป่เจ๋อกำลังจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เธออยู่

             

             

            “ทะ...ทำอะไรของนายน่ะ”เมิ่งชิงชิงถามใบหน้าเธอขึ้นสีแดงระเรื่อจากสัมผัสมือที่วาดผ่านเส้นผมของเธอไปเมื่อครู่

             

             

            “พี่ชิงชิงถ้าพี่ลงไปสภาพหัวยุ่งเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยมันเหมือนพี่ชิงชิงเพิ่งจะทำ...กับผมในรถก่อนจะมาที่นี่น่ะครับ” ไป่เจ๋อยิ้ม

             

             

            เมิ่งชิงชิงคิดตามก่อนจะเอามือปิดหน้าที่กำลังร้อนผ่าวเธอทั้งโกรธทั้งอาย นี่เธอถูกไป่เจ๋อแกล้งอีกแล้วด้วยความโมโหเธอรีบเปิดประตูลงจากรถไป พร้อมกับพูดว่า “เจ้าคนลามก”ก่อนเธอจะปิดประตู

             

             

            ส่วนไป่เจ๋อก็เปิดประตูรถเดินตามลงไปติดๆ พร้อมกับเรียกอาหารที่เขาเตรียมไว้ออกมาจากแหวนมิติโดยทำเป็นเปิดประตูหลังและแกล้งทำเป็นหยิบของเมิ่งชิงชิงแปลกใจว่าไป่เจ๋อไปซื้อของพวกนี้มาตอนไหนกัน เธอไม่เห็นรู้เรื่องเลยแต่ยังไม่ทันที่เธอจะคิดอะไรได้มากนัก ไป่เจ๋อก็เดินไปตรงโต๊ะที่ไม่มีของวางอยู่ก่อนจะทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง

             

             

            “สวัสดีครับผมไป่เจ๋อ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมจะมาร่วมงานกับทุกคน 3 วัน ขอฝากตัวด้วยนะครับ”ไป่เจ๋อทักทายด้วยน้ำเสียงไม่ดังเกินไป ทำให้ทุกคนหันมามองที่เขา

             

             

            “นั่นน่ะเหรอนายแบบที่จะมาถ่ายโฆษณาวันนี้”

             

             

            “ได้ข่าวว่าเป็นนายแบบมือใหม่นี่นายังดีที่เขารู้จักค่าน้ำร้อนน้ำชาด้วย”

             

             

            “เจ็บนะมาจิกแขนฉันทำไมเนี่ย”

             

             

            “อ๊ะขอโทษ ฟินเกินไปหน่อย เขาราวกับเทพบุตรเลย”

             

             

            “อ๊านี่ใช่เด็กมัธยมต้นจริง ๆ เหรอเนี่ย”

             

             

            “เสื้อนั่นแบรนด์เทียนซานของเมิ่งเจี่ยนี่ราคาแพงระยับเลยนะ”

             

             

            “เทียนซานไม่มีเสื้อแบบนี้นะ หรือว่าจะเป็น...สั่งตัดเหรอ”

             

             

            ไป่เจ๋อเว้นช่วงให้ทุกคนพูดคุยกันสักครู่หนึ่งก่อนจะชูถุงของกินที่เขาซื้อมาขึ้นให้ทุกคนได้เห็น และเริ่มแผนการผูกมิตรของเขาต่อ

             

             

            “ของกินพวกนี้ผมซื้อมาให้ทุกคนคิดว่าทุกคนคงตื่นเช้ากว่าผมมาก พวกคุณคงยังไม่ได้กินอะไรกันผมจะวางไว้ตรงนี้นะครับ กินได้ตามสบายเลย”ไป่เจ๋อกล่าวพร้อมวางถุงใส่อาหารไว้ที่โต๊ะและมีทีมงานบางคนเริ่มเดินเข้ามาที่โต๊ะเพื่อหาอะไรกิน

             

             

            ไป่เจ๋อไม่ได้จากไปไหนเขาเริ่มพูดคุยทำความรู้จักกับทีมงาน ส่วนเมิ่งชิงชิงรู้สึกว่าเธอเป็นส่วนเกินเพราะตอนนี้ทีมงานกับไป่เจ๋อกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานเธอไม่มีโอกาสแทรกเข้าไปร่วมวงสนทนาได้เลย

             

             

            แต่ไป่เจ๋อสังเกตเห็นเมิ่งชิงชิงที่มีสีหน้าลำบากใจเขาก็เข้าใจทันที จึงคว้าข้อมือของเธอแล้วออกแรงดึงเธอมาอยู่ข้างหน้าเขานอกจากเมิ่งชิงชิงจะตกใจแล้ว ทีมงานเองก็ตกใจเช่นกัน ที่จู่ ๆไป่เจ๋อดึงหญิงสาวหน้าตาดีเข้ามาในวงสนทนากะทันหัน ก่อนจะใช้มือทั้ง 2ข้างจับที่บ่าของเธอ

             

             

            “ขอแนะนำนะครับนี่เป็นผู้จัดการของผม เธอชื่อ เมิ่งชิงชิง ครับ พวกพี่ ๆ ช่วยแนะนำเธอด้วยนะครับในวงการนี้เธอยังเป็นมือใหม่เหมือนกับผมครับ”ไป่เจ๋อแนะนำเมิ่งชิงชิงให้ทุกคนรู้จักหลังจากนั้นเมิ่งชิงชิงก็ได้เข้าร่วมวงสนทนา พวกเขาคุยกันไป ทานอาหารกับขนมร่วมกันทีมงานหลายคนประทับใจไป่เจ๋อที่รู้จักธรรมเนียมค่าน้ำร้อนน้ำชาทีมงานผู้ชายบางคนยังแอบหยอกชิงชิงเล่นด้วย แต่ก็โดนทีมงานผู้หญิงไล่ไปส่วนใครที่อิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อ

             

             

            “ขอบคุณนะ”เมิ่งชิงชิงกล่าวขณะที่เดินเข้ามายืนพิงกำแพงข้าง ๆ ไป่เจ๋อ

             

             

            ไป่เจ๋อมองเธอก่อนจะยิ้มให้เห็นฟันสีขาวกับเขี้ยวเสน่ห์ของเขา ทำให้เขาดูเหมือนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ทั้งเมิ่งชิงชิงและสาว ๆที่อยู่แถวนั้นต่างหน้าแดง ต่างพากันก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย

             

             

            ‘ถ้าเจอแบบนี้สามวันเลือดฉันหมดตัวแน่’ทีมงานผู้หญิงคิด

             

             

            “ผมถือว่าได้รับของตอบแทนมาแล้ว”ไป่เจ๋อกล่าว ก่อนที่จะเดินไปยังห้องแต่งตัว

             

             

            เมิ่งชิงชิงอดสงสัยไม่ได้ว่าไป่เจ๋อได้อะไรตอบแทนจากเธอกันก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอถูกไป่เจ๋อดึงไปแนบชิดตอนพาเธอเข้าร่วงวงสนทนาเมื่อครู่ทำให้เธอรู้ว่าเธอถูกเอาเปรียบอย่างแนบเนียน เธอรู้สึกพ่ายแพ้ทั้งคำพูดและการกระทำเธอตามไป่เจ๋อไม่ทันจริง ๆ

             

             

            “สวัสดีค่ะฉันเป็นคนที่จะมาแต่งหน้ากับทำผมให้คุณในวันนี้ค่ะ”ช่างแต่งหน้าสาวที่เห็นไป่เจ๋อเดินเข้ามารีบพูดทักทายเธอดูไม่เขินอายเหมือนทีมงานผู้หญิงคนอื่นอาจเพราะเธอเจอคนหน้าตาดีเป็นประจำจนชินแล้วไป่เจ๋อโค้งตัวทำความเคารพตอบก่อนจะนั่งลงยังที่ที่ถูกจัดไว้ให้

             

             

            “นี่ธีมของงานโฆษณาคราวนี้ครับรบกวนพี่แต่งหน้าให้ไป่เจ๋อตามธีมนี้ด้วยนะครับ”ทีมงานยื่นรายละเอียดให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องแต่งตัว

             

             

            ช่างแต่งหน้าสาวเริ่มด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าแต่ไป่เจ๋อยกมือห้ามเอาไว้ ก่อนจะจับมือของเธอให้สัมผัสกับหน้าของเขา

             

             

            “นะ...นี่ไม่ได้แต่งหน้าเหรอคะ”ช่างแต่งหน้าสาวใช้มือ 2 ข้างประคองหน้าของไป่เจ๋อ หันซ้ายหันขวา ใช้มือลูบดูก่อนจะไปนั่งกอดเข่าแผ่กลิ่นอายสิ้นหวังออกมา

             

             

            “พี่สาวเป็นอะไรไปครับ”ไป่เจ๋อถาม

             

             

            “ใช่สิฉันมันไร้ความสามารถ ขนาดเธอไม่แต่งหน้าฉันยังดูไม่ออก”ช่างแต่งหน้าเริ่มจมดิ่งในทะเลแห่งความสิ้นหวังทั้งที่เธอเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการดูแลผิวแต่กลับพ่ายแพ้ให้กับผิวของชายหนุ่มตรงหน้า รูขุมขนแทบไม่เห็น ผิวเปล่งประกาย สิวฝ้า กระไม่มีเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ถุงใต้ตากับรอยคล้ำใต้ตาไม่มีให้เห็นยิ่งคิดเธอยิ่งจมดิ่งกับความสิ้นหวังยิ่งขึ้น

             

             

            ไป่เจ๋อเห็นสภาพช่างแต่งหน้าแล้วเขาคิดว่าเธอคงจะอยู่ในสภาวะนี้อีกนานกว่าเธอจะทำใจได้เขาจึงลงมือด้วยตัวเองตั้งแต่การลงรองพื้น เฉดดิ้ง และส่วนของตากับคิ้วจากนั้นเซ็ตผมใหม่ให้ตรงกับกับธีมของน้ำหอมที่จะถ่ายเป็นโปสเตอร์น้ำหอมที่ออกคราวนี้นั้นใส่ในขวดแก้วทรงกระบอก แต่ผิวเป็นเหลี่ยมตัวน้ำหอมสีแดงใสเหมือนกับทับทิม นี่เป็นน้ำหอม 1 ใน 2 ตัวแรกที่เขาต้องถ่าย

             

             

            หลังทำใจได้ช่างแต่งหน้าลุกขึ้นเตรียมจะกลับไปแต่งหน้าให้นายแบบที่เธอต้องรับผิดชอบแต่เธอกลับต้องตกตะลึง

             

             

            ‘นี่ใครกันวันนี้มีนายแบบคนเดียว หรือว่าเขาแต่งหน้าเองเหรอ ภาพลักษณ์ที่ดูร้อนแรง เย้ายวนเข้ากับเสื้อผ้าที่เตรียมเอาไว้นี่มัน ฉันอยากกินคุณ’ช่างแต่งหน้ารู้สึกใจเต้นและรุ่มร้อนภายในใจของเธอพยายามต่อสู้กันระหว่างความคิดผิดศีลธรรมกับความคิดด้านดี

             

             

            “พี่สาวพี่โอเคไหมครับ ผมกลัวว่างานจะล่าช้าเลยแต่งหน้าเอง พี่มีความคิดเห็นเป็นยังไงบ้าง”ไป่เจ๋อถามเพราะเห็นช่างแต่งหน้านิ่งไปเมื่อเห็นเขาในภาพลักษณ์ใหม่หลังแต่งหน้ากับเปลี่ยนชุดแล้วช่างแต่งหน้าที่เหมือนได้สติดรีบเดินเข้ามาดูอย่างละเอียดหากตาของเธอมีแสงเลเซอร์ยิงออกมาได้หน้าของไป่เจ๋อคงพรุนไปแล้ว

             

             

            “นี่...มันยิ่งกว่าใช้ได้อีกอาจารย์โปรดรับฉันเป็นลูกศิษย์ด้วยเถอะค่ะ” ช่างแต่งหน้ากุมมือไป่เจ๋อไว้ในมือเล็กๆ ของเธอ ก่อนจะพูดอะไรแปลก ๆ ออกมาก

             

             

            “ผมไม่กล้าหรอกครับพี่สาวพี่เป็นมืออาชีพที่มีอายุงานมากว่าผมอีกนะ” ไป่เจ๋อกล่าว เขายิ้มแหย ๆ

             

             

            “การแต่งหน้าของเธอมันระดับพอๆ กับพวกตัวท็อปของวงการเลยนะ เอามาเทียบกับพี่ไม่ได้หรอกถ้าให้พี่แต่งให้แล้วเอามาเทียบ มันเหมือนกับอาหารสุดหรูกับอ้วกหมาเลย”ช่างแต่งหน้ากล่าว

             

             

            ไป่เจ๋อจินตนาการหน้าตัวเองเป็นอ้วกหมาก็อดโล่งใจไม่ได้ ดีนะที่เขาดูดซับความสามารถของพี่สาวเจิ้งมาตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณพี่สาวเจิ้งจากใจจริง

             

             

            “งั้นตลอด3 วันนี้ผมจะแต่งหน้าเองนะครับ ถ้าพี่สงสัยตรงไหนก็ถามผมได้เลยครับแต่จะให้เป็นอาจารย์ของพี่ผมคงไม่กล้า” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

            ช่างแต่งหน้าทำหน้าเสียดายเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ามุ่งมั่น เธอตั้งใจว่าภายใน 3วันนี้เธอจะต้องเรียนรู้จากนายแบบคนนี้ให้มากที่สุด

             

             

            แกรก

             

             

            “เสร็จรึยังครับเราจะเริ่มถ่ายกันแล้ว” ทีมงานเปิดประตูเข้ามาถาม

             

             

            “เรียบร้อยแล้วครับ”ไป่เจ๋อตอบ เขาจะลุกขึ้นเดินไปที่ประตูทันที

             

             

            ทีมงานชายที่เห็นไป่เจ๋อไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกเลือดลมสูบฉีด ใจเต้นแรงแปลก ๆบรรยากาศของนายแบบตรงหน้าเขาเปลี่ยนไปจากตอนที่เห็นครั้งแรกตอนนี้เขาราวกับได้เห็นเครื่องผลิตฟีโรโมนเคลื่อนที่มากกว่าจะเป็นคน

             

             

            เมื่อไป่เจ๋อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวสายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เขา ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างหยุดมือจากงานที่ทำอยู่จนไป่เจ๋อเดินมาถึงฉากที่เซ็ตไว้ เขามองหาเพื่อนตัวดีของเขาก่อนจะพบว่ามู่ซื่อเฉิงกำลังมองเขาด้วยสีหน้าเหมือนกับชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในห้วงรักแรกพบ

             

             

            ‘เดี๋ยวนะซื่อเฉิงนายก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอ’ ไป่เจ๋อไม่คิดว่ามู่ซื่อเฉิงที่อยู่กับเขาบ่อยที่สุดและน่าจะมีภูมิคุ้มกันมากที่สุดกลับเป็นไปกับเขาด้วย

             

             

            “เริ่มกันเลยไหมครับ”ไป่เจ๋อพูดขี้นเพื่อให้ทุกคนได้สติ

             

             

            ไป่เจ๋อรอช่างภาพเตรียมทุกอย่างพร้อมเมื่อช่างภาพให้สัญญาณ ไป่เจ๋อก็เริ่มงานของเขาธีมของน้ำหอมนี้เป็นธีมน้ำหอมสำหรับผู้ชายแม้จะใช้สีแดงที่ดูเข้ากับผู้หญิงมากกว่าแต่ไป่เจ๋อก็โพสท่าสื่อสารออกมาได้ดีและต่อเนื่องซึ่งเขาได้เพิ่มเจตจำนงของความร้อนแรงและเย้ายวนลงไปด้วย ดังนั้นภาพที่ถ่ายจึงมีพลังของเจตจำนงไปด้วยไป่เจ๋อมันใจว่ามันจะต้องดึงดูดสายตาผู้คนและทำให้เขาเป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

             

             

            ช่างภาพรัวชัตเตอร์อย่างรวดเร็วเขากำลังตื่นเต้นมาก ทุกท่วงท่าที่นายแบบตรงหน้าแสดงออกมาเขาไม่อยากให้พลาดไปสักการเคลื่อนไหวเดียว

             

             

            ใช้เวลาไม่นานการถ่ายภาพไป่เจ๋อในธีมของน้ำหอมตัวแรกก็เสร็จเรียบร้อยเขาเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุด

             

             

            ตอนนี้ตัวของเขาเริ่มมีเหงื่อออกเพราะความร้อนของแสงไฟที่ส่องมาหาเขาไป่เจ๋อไม่รอช้าแอบใช้ปราณบังคับให้เหงื่อทั้งหมดของเขาเข้าไปบรรจุในขวดและนำมันเข้าไปเก็บในแหวนมิติ

             

             

            เมื่อมาถึงที่ห้องแต่งตัวไป่เจ๋อพบว่ามู่ซื่อเฉิงกำลังนั่งคุยอยู่กับช่างแต่งหน้าสาวอยู่

             

             

            “ยะ...โย่วไป่เจ๋อ วันนี้นายดูร้อนแรงสุด ๆ ไปเลย ขนาดฉันเป็นผู้ชายยังเผลอใจเต้นเลยนะเนี่ย”มู่ซื่อเฉิงกล่าว

             

             

            ไป่เจ๋อเห็นว่ามู่ซื่อเฉิงพยายามระงับตัวเองไม่ให้พุ่งหาเขาส่วนช่างแต่งหน้า เธอพยายามไม่มองมาที่เขาแต่กลับรีบก้มหน้าเตรียมอุปกรณ์สำหรับล้างเครื่องสำอางให้เขาอยู่

             

             

            “ว่าแต่วันนี้สินะที่กลุ่มของต้าถงกลับมาเรียนตามปกติน่ะ”ไป่เจ๋อชวนมู่ซื่อเฉิงคุยเรื่องนี้ ทำให้มู่ซื่อเฉิงหุบยิ้มลงแม้ไป่เจ๋อจะสนิทกับเขาแต่ว่าเขาก็ไม่มีความสามารถเรื่องชกต่อยหรือป้องกันตัวจากต้าถงเมื่อไป่เจ๋อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้มู่ซื่อเฉิงนึกขึ้นได้ว่าต่อไปนี้ความสัมพันธ์ของเขารวมถึงคนในห้องที่มีต่อไป่เจ๋อคงกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ

             

             

            “ขอโทษนะไป่เจ๋อจากนี้ฉันคงพูดคุยกับนายที่โรงเรียนไม่ได้อีกแล้ว” มู่ซื่อเฉิงมีสีหน้าเศร้าลงเขาไม่มีความกล้าพอที่จะมีปัญหากับพวกต้าถง แน่นอนว่าเพื่อนในห้องก็เช่นกัน

             

             

            “ฉันเข้าใจนายไม่ต้องคิดมากหรอก อีกไม่นานพวกเราก็จะจบมัธยมต้นกันแล้วหากเราสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายในเมืองหลวงได้ ต้าถงคงตามมาไม่ได้หรอกหมอนั่นเรียนไม่เก่ง แถมยังไม่มีเส้นสายอะไรเหมือนอี้หานดังนั้นแค่ทนรอจนจบมัธยมต้นก็พอแล้ว” ไป่เจ๋อพูดเพื่อแสดงให้รู้ว่าเขาเจ้าใจ

             

             

            มู่ซื่อเฉิงรู้สึกซึ้งใจที่ไป่เจ๋อเข้าใจเขาสุดท้ายเขาก็พุ่งเข้าไปกอดไป่เจ๋อเหมือนเด็กที่ต้องการการปลอบใจจากผู้ใหญ่

             

             

            “ขอบใจนะไป่เจ๋อที่เข้าใจฉันฉันคิดถูกจริง ๆ ได้นายเป็นเพื่อน” มู่ซื่อเฉิงกอดไป่เจ๋อแล้วร้องไห้ออกมา ส่วนพี่สาวช่างแต่งหน้าที่เห็นภาพชายหนุ่มสองคนกอดกันตรงหน้าเธอรู้สึกถึงของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากรูจมูกของเธอเธอจึงรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาซับมันไว้

             

             

            “อืมตอนนี้นายถอยออกไปก่อนได้ไหม ฉันจะได้เตรียมตัวถ่ายแบบน้ำหอมอีกตัวหากไปได้สวยพวกเราก็จะได้กลับบ้านเร็วขึ้น” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

            มู่ซื่อเฉิงพยักหน้าให้ก่อนจะผละจากไป่เจ๋อและเดินออกจากห้องแต่งตัวไปส่วนไป่เจ๋อก็หันมาหาช่างแต่งหน้าที่กำลังเช็ดเลือดกำเดาของเธออยู่

             

             

            “มาเริ่มงานของเรากันเถอะครับพี่สาว”ไป่เจ๋อหันมา ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน