บทที่ 8 ต่อสู้กับศิษย์เอกแห่งเผิงไหล
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย้ยหยันในคำพูดของไป๋เส้าหัว ศิษย์เกือบทุกคนต่างก็โกรธจัด
ม่อเวิ่นเทียนเองก็ลอบถอนหายใจเบา ๆ หากไม่สามารถเอาชนะไป๋เส้าหัวได้ เื่เสียหน้าถือเป็เื่เล็ก แต่เกรงว่าความมั่นใจของคนรุ่นเยาว์แห่งคุนหลุนจะถูกทำลายลง
"รับมือ!" เซวียนเหลยะโก้อง พร้อมกับร่ายเคล็ดวิชาด้วยมือทั้งสองอย่างรวดเร็ว
เคล็ดชักนำอสนีบาต!
อัสนีสะท้านสายหนึ่งฟาดลงมาบนศีรษะของไป๋เส้าหัว
ตูม!
ไป๋เส้าหัวเคลื่อนกายหลบได้อย่างง่ายดาย อัสนีสะท้านจึงฟาดลงบนพื้นจนเกิดเป็หลุมลึก
ในตอนนั้นเอง ทุกคนจึงได้ล่วงรู้ถึงระดับพลังที่แท้จริงของไป๋เส้าหัว ซึ่งอยู่ที่ระดับนิพพานขั้นสาม ขณะที่เซวียนเหลยอยู่เพียงระดับนิพพานขั้นสอง
ทั้งสองมีระดับพลังต่างกันหนึ่งขั้น ดังนั้นวิชาอาคมของเขาจึงยากที่จะโจมตีให้โดน แต่เซวียนเหลยไม่คิดจะยอมแพ้เพียงเท่านี้
ชักนำอสนีบาตเข้าร่าง!
ประกายสายฟ้าโดยรอบพุ่งเข้าสู่ร่างของเซวียนเหลยอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กลิ่นอายของเซวียนเหลยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่สีหน้าของเขากลับดูย่ำแย่อย่างยิ่ง
ไป๋เส้าหัวไม่ได้ขัดขวาง มุมปากปรากฏรอยยิ้มหยัน
สีหน้าของเซวียนเหลยค่อย ๆ บิดเบี้ยว ดูเหมือนว่าเขากำลังอดทนต่อความเ็ปอันมหาศาล
เหลยป้าผู้เป็อาจารย์รีบเอ่ยเตือนอย่างร้อนใจว่า "เซวียนเอ๋อร์ พอได้แล้ว! หากดูดซับต่อไป ร่างกายเ้าจะพังทลาย"
เซวียนเหลยไม่สนใจ เขากัดฟันอดทนและดูดซับต่อไป สามลมหายใจต่อมา ระดับพลังของเขาถูกยกระดับขึ้นสู่ระดับนิพพานขั้นสามได้สำเร็จด้วยการฝืนทน
แต่นี่เป็เพียงเื่ชั่วคราวเท่านั้น หลังจากพลังสายฟ้าสลายไป ระดับพลังของเขาจะลดลงไปอยู่ที่ระดับนิพพานขั้นหนึ่ง นี่คือผลกระทบหลังจากใช้เคล็ดวิชาลับ ชักนำอสนีบาตเข้าร่าง
"ในเมื่อเ้าพร้อมแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะลงมือแล้วนะ"
พูดจบ กระบี่เล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ พร้อมกับแผ่ซ่านเจตจำนงกระบี่อันแรงกล้าออกมา
วิชายุทธ์ระดับ์ขั้นกลาง หนึ่งกระบี่สยบภูผานที!
ฟึ่บ!
ประกายกระบี่เต๋าพุ่งทะยานออกไปด้วยอานุภาพอันมหาศาล
ตูม!
แม้เหลยเซวียนจะพยายามต้านทานสุดกำลัง แต่ก็ยังถูกฟันจนกระเด็น เขากระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้น พร้อมกับกระอักเืออกมาคำหนึ่ง
เกิดความโกลาหลขึ้นในที่แห่งนั้น พวกเขาไม่คาดคิดว่าไป๋เส้าหัวจะฝึกฝนวิชายุทธ์ระดับ์ขั้นกลางได้สำเร็จ
ด้านเหลยเซวียน สายฟ้าในร่างกายของเขาสลายไปอย่างรวดเร็ว และระดับพลังก็เริ่มไม่คงที่
ระดับนิพพานขั้นสอง!
ระดับนิพพานขั้นหนึ่ง!
เนื่องจากได้รับาเ็สาหัส ระดับพลังจึงมีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงไปอีก
เหลยป้ารีบก้าวเข้าไปนำโอสถระดับพสุธาขั้นสูงออกมาป้อนใส่ปากของเขา จึงทำให้ระดับพลังกลับมาคงที่ได้ หลังจากรักษาอาการาเ็จนคงที่แล้ว เขาก็คิดจะหาเื่ไป๋เส้าหัว
แต่ไป๋เส้าหัวชิงพูดขึ้นก่อน "ผู้าุโเหลย ขออภัยด้วย! ข้าไม่นึกเลยว่าเขาจะต้านทานไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว"
คำพูดนี้ทำให้คำด่าที่เหลยป้าเตรียมจะพูดถูกกลืนลงคอไปทันที เขาจะพูดอะไรได้? ในเมื่ออีกฝ่ายใช้เพียงกระบวนท่าเดียวจริง ๆ
ในตอนนั้นเอง เยี่ยนชิงซือก็ค่อย ๆ เดินเข้ามา ทุกคนที่เห็นเยี่ยนชิงซือต่างก็ตาเป็ประกาย
"ศิษย์พี่เยี่ยนนับวันยิ่งงดงาม"
"ได้ยินว่าศิษย์พี่เยี่ยนััถึงระดับเจตจำนงกระบี่แล้ว ข้าอยากรู้นักว่าไป๋เส้าหัวจะยังโอหังได้อีกหรือไม่"
การมาถึงของเยี่ยนชิงซือเปรียบเสมือนยาชูกำลัง นางเดินไปหยุดตรงหน้าม่อเวิ่นเทียนแล้วเรียกอย่างนอบน้อมว่า "ท่านอาจารย์"
ม่อเวิ่นเทียนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า "ห้ามประมาทเด็ดขาด"
"เ้าค่ะ!"
จากนั้นเยี่ยนชิงซือก็พินิจมองไป๋เส้าหัวอย่างตั้งใจ นางเป็ผู้ฝึกกระบี่ที่ใกล้จะทะลวงเข้าสู่ระดับเจตจำนงกระบี่ ดังนั้นนางจึงไวต่อเจตจำนงกระบี่อย่างมาก และตอนนี้นางก็ััได้ถึงอันตรายจากตัวของไป๋เส้าหัว
'ท่านอาจารย์ เพื่อความปลอดภัย เรียกศิษย์น้องอันมาด้วยเถิดเ้าค่ะ!' เยี่ยนชิงซือส่งกระแสจิตบอกม่อเวิ่นเทียน
'เรียกนางมาจะมีประโยชน์อะไร? นางอายุน้อยกว่าพวกเ้ามาก' ม่อเวิ่นเทียนไม่เข้าใจ
'หากผ่านไปอีกไม่กี่ปี นางคงจะเป็หนึ่งในคนรุ่นเยาว์ แต่ตอนนี้เกรงว่าฝีมือจะยังไม่ถึงขั้น'
เยี่ยนชิงซือกล่าวต่อว่า 'ท่านอาจารย์อาจยังไม่ทราบ เมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ข้าไปส่งโอสถที่ยอดเขาฉางเจี้ยนแทนท่าน ข้าเห็นท่านอาจารย์อากำลังสอนวิถีกระบี่ให้ศิษย์น้องอัน
ตอนนั้นข้าััได้ถึงเจตจำนงกระบี่ในตัวศิษย์น้องอัน และเพราะเหตุนั้นข้าจึงเกิดความเข้าใจ จนสามารถแตะขอบเขตของเจตจำนงกระบี่ได้ หากบ่มเพาะอีกสักปี ข้ามีความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์เ้าค่ะ'
ใบหน้าที่เรียบเฉยดุจน้ำในบ่อโบราณของม่อเวิ่นเทียน ในที่สุดก็ปรากฏความตกตะลึง 'ฉินเทียนสอนวิถีกระบี่ อันเมี่ยวหลิงบรรลุเจตจำนงกระบี่ เ้าแน่ใจหรือ?'
'แน่ใจเ้าค่ะ!' เยี่ยนชิงซือส่งกระแสจิตตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
ข้าว่าแล้วทำไมถึงรู้สึกว่าเ้าหนุ่มนี่ดูแปลก ๆ ที่แท้ก็ซ่อนคมไว้นี่เอง
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ส่งกระแสจิตหาฉินเทียนทันที หลังจากบรรลุเจตจำนงกระบี่แล้ว ต่อให้เป็ระดับนิพพาน ก็สามารถต่อสู้กับระดับสรรค์สร้างได้
เมื่อฉินเทียนได้รับกระแสจิต เขาก็เรียกอันเมี่ยวหลิงให้ไปที่ตำหนักหลักของสำนักด้วยกัน ชื่อเสียงของสำนักนั้น เขายังต้องช่วยรักษาไว้บ้าง
ภายในตำหนัก
หลังจากเยี่ยนชิงซือพูดจบ นางก็ก้าวออกไปเตรียมประลองกับไป๋เส้าหัว
ไป๋เส้าหัวไม่ได้รีบร้อนเริ่มการประลอง แต่กลับเอ่ยขึ้นว่า "เ้าคงเป็ศิษย์พี่ใหญ่ของคุนหลุนสินะ ในเมื่อเ้าลงสนามเอง เช่นนั้นเรามาเดิมพันกันดีกว่า!
ดินแดนลับเซียวเหยากำลังจะเปิดออกแล้ว! สามสำนักของเรา แต่ละสำนักจำกัดคนเข้าได้สามคน เช่นนั้นเราลองเอาที่ว่างหนึ่งที่มาเป็เดิมพันดู
ขอเพียงคนของคุนหลุนสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะยกที่ว่างของข้าให้พวกเ้า ในทางกลับกัน หากพวกเ้าแพ้ ก็ต้องยกที่ว่างให้ข้าหนึ่งที่"
เยี่ยนชิงซือหันไปมองม่อเวิ่นเทียนเพื่อขอคำตอบ
ม่อเวิ่นเทียนพยักหน้า คำพูดของไป๋เส้าหัวช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเขา พวกเขามารวมตัวกันเพื่อแย่งชิงที่ว่างสำหรับเข้าดินแดนลับเซียวเหยาจริง ๆ ด้วย
หลังจากได้รับความเห็นชอบจากม่อเวิ่นเทียน เยี่ยนชิงซือจึงกล่าวว่า "ข้าตกลง หากข้าแพ้ ข้าจะยกที่ว่างให้เ้า และในทางกลับกัน หากข้าชนะ ก็เช่นเดียวกัน"
ในขณะที่พวกเขากำลังจะเริ่มต่อสู้ ฉินเทียนก็พาอันเมี่ยวหลิงมาถึง เมื่อเห็นท่านอาจารยน์อามา เยี่ยนชิงซือจึงเผยสีหน้าหลงใหลออกมาทันที
ศิษย์หญิงคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจละสายตาได้เช่นกัน
ส่วนไป๋เส้าหัวนั้น เขาถูกความงามของอันเมี่ยวหลิงดึงดูดเข้าอย่างจัง เกิดมาจนป่านนี้ เขาเห็นสาวงามมามากมาย แต่ไม่เคยเห็นใครที่มีสง่าราศีเช่นนี้มาก่อน เขามั่นใจว่าตนเองตกหลุมรักั้แ่แรกพบเข้าแล้ว
ขณะเดียวกันก็ตัดสินใจในใจว่า หากชนะการประลอง จะต้องสารภาพรักกับอันเมี่ยวหลิงให้ได้
เมื่อเห็นสายตาละโมบของไป๋เส้าหัว ฉินเทียนก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย "ยืนบื้ออยู่ทำไม? จะประลองก็รีบ ๆ ทำเข้า"
ไป๋เส้าหัวขมวดคิ้ว หันไปพินิจฉินเทียนั้แ่หัวจรดเท้า
เ้าหนุ่มนี่อยู่แค่ระดับจิติญญาเคลื่อนไหว? ระดับแค่นี้กล้ามาสั่งสอนข้า? หากเป็ข้างนอก ข้าคงตบให้ตายไปนานแล้ว
ไป๋เส้าหัวสะกดกลั้นความโกรธ "เ้าเป็ใคร? เหตุใดจึงไร้การอบรมเช่นนี้?"
"เ้านั่นแหละที่ไร้การอบรม!" อันเมี่ยวหลิงและเยี่ยนชิงซือกล่าวขึ้นพร้อมกัน
"นี่คือท่านอาจารย์ของข้า!"
"นี่คือท่านอาจารย์อาของข้า!"
หญิงสาวทั้งสองก้าวออกมาปกป้องฉินเทียนพร้อมกัน
ไป๋เส้าหัวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็นึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินมา คุนหลุนมีท่านอาจารย์อาเล็กที่เป็ขยะ ดูท่าจะเป็คนตรงหน้านี่เอง
ที่หญิงสาวทั้งสองปกป้องอาจารย์อาคนนี้ คงเป็เพราะถูกรูปลักษณ์ภายนอกล่อลวง
ข้าต้องช่วยพวกนางให้ได้ ข้าจะทำให้พวกนางรู้ว่า ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียร พลังอำนาจคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงท้าทายเยี่ยนชิงซืออีกครั้ง
เยี่ยนชิงซือเองก็อยากจะแสดงฝีมือต่อหน้าท่านอาจารย์อา ดังนั้นนางจึงเตรียมทุ่มสุดกำลัง
ที่ด้านข้าง ฉินเทียนพูดกับอันเมี่ยวหลิงว่า "เดี๋ยวอัดมันให้หนัก ๆ เลยนะ"
ทั้งคู่ต่างเป็ผู้ฝึกกระบี่ เมื่อปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ออกมาเต็มที่ ประกายกระบี่ในลานประลองก็วูบวาบไม่ขาดสาย
เจตจำนงกระบี่ถูกใช้จนถึงขีดสุด ขาดเพียงก้าวเดียวก็จะถึงระดับเจตจำนงกระบี่ ระดับพลังของทั้งคู่คือระดับนิพพานขั้นสาม และต่างก็ใช้วิชายุทธ์ระดับ์ได้
สถานการณ์ตกอยู่ในภาวะคุมเชิงกัน ไป๋เส้าหัวรู้ว่าหากยังซ่อนคมต่อไป การประลองครั้งนี้จะถูกตัดสินว่าเสมอ ถึงตอนนั้นที่ว่างก็จะไม่ได้ และสาวงามก็จะไม่มองเขาด้วยสายตาที่ชื่นชม
"เ้าทำได้ไม่เลวทีเดียว คู่ควรให้ข้าใช้พลังที่แท้จริงแล้ว"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ศิษย์ที่มุงดูอยู่ก็มีคนะโขึ้นว่า "ใคร ๆ ก็พูดจาโอ้อวดได้ทั้งนั้น เ้าก็แสดงให้ข้าดูหน่อยสิ"
สิ้นเสียงคำพูดก็ถูกตบหน้าทันที เสียงกระบี่กังวานใสะเืไปทั่วทั้งลาน
ไป๋เส้าหัวปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ออกมาโดยตรง ทำให้เจตจำนงกระบี่ของเยี่ยนชิงซือถูกทำลายลงในพริบตา
ทั่วทั้งลานตกอยู่ในความเงียบงัน ศิษย์คุนหลุนเกือบทุกคนต่างมีสีหน้าผิดหวัง