จางเฉินตื่นแต่เช้าเพื่อออกกำลังกาย ระหว่างที่แต่งตัวอยู่ แม่ของเขาก็มองเขาด้วยความเป็ห่วง
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็อะไรแล้ว แค่ออกกำลังกายเบาๆ ตอนนี้แข็งแรงดีแล้ว”
จางเฉินวิ่งรอบหมู่บ้าน ทักทายชาวบ้านตามปกติ แล้วออกป่าด้านหลังหมู่บ้าน
“เปิด” จางเฉินวาดภาพประตูในใจ ประตูจึงเกิดขึ้นไม่ไกลจากมือของเขา อากาศโดยรอบหมุนวนอย่างรวดเร็ว ดูดจางเฉินเข้าประตูไปมิติที่สร้าง เขากลิ้งไปกับพื้นดินในมิติจนตัวมอมแมม แล้วกระแทกก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งจึงหยุดลง
“นี่ข้าจะตายอีกแล้วหรือนี่”
จางเฉินมองไปที่ประตูมิติที่เปิดขึ้น มันกำลังถ่ายเทอากาศมีลมพัดแรงมาก พอมองแบบนี้เขาก็เข้าใจทันที นี่คือโลกที่มีแต่ดิน มีสภาพเป็ศูนย์ยากาศ เหมือนไม่เคยมีคนใช้งานมาก่อน เขารีบหลบด้านหลังก้อนหินและเริ่มเดินพลังปราณรักษาตัว
ภายในมิติโลกใบเล็กนี้ มีเพียงดินแลุะสภาพแวดล้อมที่เป็ูเา หุบเขา แอ่งกระทะเท่านั้น แต่เดิมไม่มีอากาศ หลังจากจางเฉินเปิดประตูมิติเข้ามา จึงเริ่มถ่ายเทอากาศ มีแสงสว่างส่องไปทั่วทั้งโลกใบเล็กไม่ทราบแหล่งที่มา แต่ก็ทำให้จางเฉินรู้สึกร้อนเล็กน้อย
จางเฉินสื่อสารกับลูกแก้วเพื่อตรวจสอบโลกใบเล็ก เขาใช้พลังิญญาเพื่อสำรวจหาอะไรที่เป็ประโยชน์ในโลกใบเล็ก เขาคาดหวังว่าจะมีตำรา ยา หีบสมบัติ ที่เ้าของเดิมทิ้งไว้ให้
“ไม่มีอะไรเลย”
“ไม่มีอะไรเลย”
“ไม่มีอะไรเลย”
จางเฉินแทบเป็บ้า สติเริ่มค่อยๆ เลือนรางเหมือนจะเป็ลม เขาหยุดใช้พลังิญญาทันที แล้วนั่งพัก หลังจากนั่งไปสองสามชั่วโมง มองไปที่ประตูมิติก็ยังมีการถ่ายเทอากาศอยู่ จางเฉินจึงได้แต่นั่งรอต่อไปเพื่อฟื้นตัวอีก 2-3 ชั่วยาม หลังจากฟื้นตัวแล้วเขาก็ทำการใช้พลังิญญาเพื่อสำรวจต่อไป ทำช้ำๆ หลายครั้ง และแน่นอนไม่เจออะไรเลย
จางเฉินขมวดคิ้ว เขาคิดว่าเขาหาจนทั่วแล้ว คงเหลือแต่ใต้ดิน จางเฉินพยายามใช้พลังิญญาอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาเกือบสิ้นสติทันที เขาจึงต้องนั่งพักต่อไป ไม่นานพายุอากาศก็สงบลง จางเฉินจึงเดินออกจากมิติ แล้วกลับบ้าน
“ทำอะไรมาลูก ทำไมมอมแมมขนาดนั้น “แม่ของจางเฉินอุทานเสียงดัง
“ไม่มีอะไรขอรับ แค่ฝึกกระบวนท่า” จางเฉินไม่อยากให้แม่เป็ห่วง เขาจึงเข้าไปอาบน้ำแล้วนั่งพัก
“จางเฉิน ทานอาหารกลางวัน” แม่จางเฉินเรียกอีกครั้ง
“หืม อาหารกลางวัน??? ” จางเฉินสับสน เขาคิดว่าอยู่ในมิติเกือบ 12 ชั่วยาม รวมกับมาอาบน้ำ นั่งพัก ควรจะเป็อาหารเย็น
“เป็มิติเวลาด้วยเหรอนี่” จางเฉินอ่านเื่ราวตำรา และเื่ราวทั่วไป ในชั้นแรกของศาลาอาจารย์แปรธาตุ จำนวนมาก เขาจึงพอสรุปได้คร่าวๆ อุปกรณ์มิติอันนี้ มีการบิดเบือนเวลาด้วย ดูเหมือนว่ามันจะต่างจากเวลาจริงภายนอก เขาเรียกลูกแก้วของเขาออกมาบนฝ่ามืออีกครั้ง
“ลูกแก้วเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีลักษณะขุ่นมัว นี่คงเป็เพราะอากาศที่เข้าไป ทำให้เกิดชั้นบรรยากาศ ว่าแต่แสงสว่างมาจากไหนไม่เข้าใจเลย และดูเหมือนจะไม่มีกลางคืน” จางเฉินบ่นอย่างช่วยไม่ได้
“จางเฉิน ทานข้าว” เขาโดนเรียกอีกครั้ง จางเฉินรีบวิ่งไปทานข้าวทันที
“เด็กคนนี้ นี่จริงๆ เลยนะ” แม่ของจางเฉินบ่น
หลังจากทานข้าวแล้ว จางเฉินกลับมานั่งพักเขาเริ่มใช้พลังิญญา มองภายในโลกอีกครั้ง เขาพยายามมองไปที่ใต้ดิน โลกใบเล็กนี้เขาเป็เ้าของ เขาสามารถเห็นทุกอย่างได้ถ้าพลังิญญาเพียงพอ โลกนี้มีแกนกลางเป็แม๊กม่าเหมือนกับโลกปกติ มีการหมุนรอบตัวเอง ในชั้นดินหลังจากใช้พลังิญญาแล้วพักเรื่อยๆ เพื่อตรวจสอบก็ไม่พบอะไรเลย
“ไม่มีอะไรเลย อุปกรณ์ิญญาขยะ” จางเฉินบ่น
จางเฉินเดินหากระดาษและพู่กันเพื่อจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น การถ่ายเทอากาศน่าจะเพียงพอแล้ว เขาจึงทดสอบเื่ของเวลา เขาจุดธูปไว้มุมหนึ่งของห้อง แล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในมิติ จุดธูปอีกดอกหนึ่งในมิติแล้วรอจนธูปหมดจึงเดินออกมา ปรากฏว่า ธูปนอกมิติไหม้ไปเพียงเล็กน้อยประมาณ 1 ใน 10
“เวลาโดยประมาณคือ 1 วันเท่ากับ 10 วันสินะ” จางเฉินคิดใคร่ครวญ
ทำอะไรได้บ้างกับมิตินี้ จางเฉินบันทึกข้อมูล
“เป็มิติเหมือนกันแหวนมิติที่เคยเห็นอาจารย์ใช้เก็บของแต่ แต่ระดับสูงกว่า ลักษณะมีแต่ดินเป็ตะปุ่มตะปั่ม มีูเา มีลานกว้างบางพื้นที่ มีหุบเหว มีแอ่งกระทะ เหมือนโลกนี้โดนอุกกาบาศชนหลายร้อยครั้ง ไม่พบอะไรมีประโยชน์เลย” จางเฉินบันทึกข้อมูล
- ปลูกพืชได้ไหม ไม่ได้ไม่มีน้ำ
- ฝึกวิชาในนั้นได้ไหม โอเคค่อนข้างดีเพราะช่วยย้นระยะเวลา แต่ไม่มีพลังิญญาในโลกแห้งๆ นี่เลย
- ใช้เก็บของเหมือนแหวนมิติ อ่า โอเคจัดไป กว้างขวาง สะดวกสบาย
เขาเขียนความคิดต่าง ๆ หลายสิบอย่าง หลังจากพิจารณาในหลายๆ ด้าน จางเฉินเริ่มวางแผนการใช้งานมิติ
“เดี๋ยวนะ เวลา ถ้าปลูกพืชละ มันต้องโตเร็วแน่ๆ เราจะต้องหาสมุนไพริญญามาปลูกเพื่อขาย แล้วมันก็จะส่งเสริมให้โลกมีพลังิญญาด้วยถ้ามีสมุนไพรจำนวนมาก แต่ปัญหาคือน้ำ อ่าก็เปิดประตูมิติดึงน้ำเข้าไป” จางเฉินนั่งเขียนเื่ราวต่างๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อเค้นสมองน้อยๆ ออกมาเป็เื่ราว จนดึกจึงเข้านอน