ทหารอีกคนที่ก่อนหน้าเพียงมองสถานการณ์ที่ได้เปรียบอยู่นิ่งๆตอนนี้เขาวิ่งร่อเข้ามากระแทกล็อกทุ่มตัวอลัมกีร์ให้ล้มลง
หมอกละอองน้ำพุ่งจากประตูที่พวกอลัมเข้ามาปกคลุมทั้งห้องโถง บดบังทัศนียภาพแทบสนิทร่างสัตว์เรียวยาวขนาดใหญ่พุ่งเข้ามางาบทหารยามที่กำลังสู้อยู่อลัมกีร์ก่อนฟาดหางปลดมือทหารที่จับแวมไพร์สาวไว้แวมไพร์สาวกัดข้างคอทหารรายหนึ่งแหว่งเป็คำ
ร่างงูใหญ่นั้นหดกลับเป็สาวทรวดทรงเซ็กซี่ที่ใช้มือได้ข้างเดียวเธอหยิบอลัมกีร์ขึ้นมาอุ้มไว้ด้วยมือซ้าย แล้วคาบชายเสื้อแวมไพร์ตัวกะทัดรัดะโวิ่งออกจากห้องไป
เสียงชายอ้วนะโไล่หลังกลางดงทหารอารักขาเป็ภาษาอิวริก“ัตะวันออกนิ มันมาอยู่นี่ได้ไง”
เธออุ้มทั้งคู่วิ่งมาถึงเกวียนอลัมกีร์รีบแกะกิ้งก่าเขาออกมาเทียมเกวียน ขณะสาวสองคนปะทะกับคนดูแลโรงม้า
สาวน้อยสองคนะโขึ้นเกวียนทันทีที่พร้อมเกวียนพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว อลัมกีร์ยิงคลื่นกระแทกใส่เหล่าทหารยามที่ขวางทางเขามองไปไกลๆ โชคช่วยประตูหน้าวังเปิดอยู่เขาพยายามนึกถึงความรู้สึกตอนกิ้งก่าเขาพุ่งหนีก่อนหน้านี้โฟกัสพลังเวทไปทางกิ้งก่าคู่นั้น แล้วโจแอนน์กับจอนนี่ก็พุ่งทะลุวังไปทันที
บรรยากาศการไล่ล่าเป็ไปอย่างตึงเครียดมีทหารปีศาจขี่กิ้งก่าตามหลังพวกเขามา มายาหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเป่าหมอกแบบเดียวกับที่เห็นในห้องโถงออกมาเฮือกใหญ่ม่านควันพวยพุ่งจากหลังเกวียน บดบังทัศนียภาพเหล่าคนไล่ตาม
พวกเขามุ่งออกจากเมืองไปแล้วล่องขึ้นต่อตามต้นน้ำนัวร์
มายาหอบเธอกุมแผลเก่าที่สีข้างด้านขวาเธอด้วยมือซ้าย
“ขอบคุณมากนะมายา” “ขอบคุณจริงๆมายา” สองคนที่เหลือกล่าวขอบคุณผู้บุกเข้ามาช่วย “แผลเธอยังไม่หายดีแท้ๆ”รุกแซนดราทำแผลที่ท้องมายาให้ใหม่
“ัตะวันออกอย่างงั้นเหรอ”รุกแซนดราพูดแล้วยิ้มให้ “มาไกลไม่ต่างจากฉันเลยนิ มายา”
รุกแซนดรานั่งพิงผนังเกวียนแล้วนึกขึ้นได้“เสียดายของที่เอาเข้าห้องปราสาทไปแหะ” อลัมกีร์สะดุ้งเขาเองก็เสียดายของที่พกเข้าปราสาทไป
มายาได้ยินแล้วก็เปลี่ยนท่านั่งรุกแซนดราเข้าพยุงมายาที่กำลังก้มหน้าลงหมอกฟุ้งออกมาอีกครั้งในเกวียนที่เป็พื้นที่ปิด
พอควันจางหายไปสิ่งที่โผล่มาบนพื้นเกวียนคือกล่องหีบห่อและกระเป๋าหนังใส่ของที่ทั้งคู่พกลงไปที่ปราสาทรวมถึงม้วนสาสน์จากแดนแวมไพร์ รุกแซนดราดีใจโผเข้าไปกอดขอบคุณมายาโดยลืมเื่แผลของมายาไปแต่มายาก็ยิ้มแล้วลูบหัวให้กำลังใจสาวน้อยต่างถิ่นที่ต้องมาเผชิญเื่แบบนี้ด้วยความเอ็นดู
เกวียนของทั้งสามแล่นไปตามลำน้ำผ่านเขตป่าดิบไปอย่างเชื่องช้า พวกเมืองคางทูมไม่ได้ตามออกมานอกเมืองพวกมันคงรู้ว่าการไล่ล่าแขกขององค์ซาตาน กษัตริย์สูงสุดของอบิเซียที่หนีลึกเข้าไปทางเมืองหลวง คงไม่ดีต่อพวกมันนัก
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มทั้งสามหยุดเกวียนเพื่อทำแผลให้อลัมกีร์ที่ทนบังคับเกวียนทั้ง ๆที่เือาบเต็มตัวมานานจนคราบเืแห้งกรัง
กลางป่าลึกไม่ได้เป็ที่โล่งให้ตรงดิ่งได้เหมือนทะเลทรายพื้นดินที่รกไปด้วยรากไม้และเถาวัลย์เป็อุปสรรคต่อการเดินทางต่ออลัมกีร์จึงตัดสินใจตั้งแคมป์ค้างคืน เขารวบรวมกิ่งไม้แห้ง แล้วจุดแคมป์ไฟ
รุกแซนดราอาสาเฝ้ายามกลางคืนเธอเหมาะกับงานนี้ที่สุด ด้วยวัฏจักรการนอนตามธรรมชาติของเธอและการที่แผลจากการต่อสู้ที่สมานจนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยแล้ว
“ฉัน... เออ คือ...”รุกแซนดรารวบรวมผ้าที่ซับเือลัมกีร์มา มองด้วยตาลุกวาว แต่ทำท่าเขินๆ อายๆไม่กล้าพูดออกมา
“มีอะไรจะกินคราบเืคราบน้ำเหลืองนั่นเหรอ” อลัมกีร์ถาม ตัวเขานอนมองท่าทางเธออยู่ข้างๆ
เธอทำตาเลิ่กลั่ก “ขอสักนิดได้มั๊ย แค่สองสามหยดก็พอ” เธอเริ่มบอกอย่างเกรงๆ พร้อมหาข้ออ้าง“พอดีการฟื้นฟูแผลก่อนหน้ามันใช้เวทฉันไปพอสมควรเลย”
“เอาที่สบายใจเถอะใช่ว่าเืกองนั้นมันจะใส่กลับตัวฉันได้ซะที่ไหน” เขาหันกลับไปนอนต่อ“เฝ้าตอนกลางคืนนี้ให้ดีละกัน”
รุกแซนดราค่อยๆ บิดผ้าคั้นคราบเืที่ยังไม่แห้งกรอกเข้าถ้วยใบหนึ่งเธอหยิบถ้วยนั้นขึ้นมาดมเล็กน้อยราวกับน้ำสีแดงข้นในถ้วยถูกๆ นั้นเป็ไวน์ก่อนที่เธอจะจิบเข้าไปคำหนึ่ง
“หืมมม? เข้มข้นสุดยอด!!!” เธอตาลุกวาว “ค่าความจุเวทนายน่าจะเกินห้าไปเยอะเลยนะไม่โดนล่าได้ไงเนี่ย”
“จำไอ้ปลอกคอสีทองที่ฉันเคยใส่ได้ไหมล่ะ”อลัมกีร์ย้อนความ “ฉันใส่มาั้แ่ยังไม่รู้ว่าความว่าคืออะไรหรอกแต่เดาว่าน่าจะเป็ดีบัฟหลอกตาเื่ความแกร่งจริงๆ ของฉันได้แหละ”
รุกแซนดราทำหน้าครุ่นคิดอลัมกีร์ใส่ปลอกคอทาสทับตลอด่ที่อยู่ในซาเล็ม เธอจำได้เพียงรางๆ ถึงปลอกคอทองๆที่เทวทูตหน้าประตูกระชากทิ้งไป
“แกร่งขนาดนี้ยังสู้หนึ่งหนึ่งทหารยามเข้ามาช่วยฉันไม่ได้อีก”เธอยิ้มเยาะขณะกระดกดื่มเืเขาหมดถ้วย “เป็อัศวินที่ไม่ได้เื่เลยจริงๆ นะนายเนี่ย”
“เหอะ ฉันไม่มีพรนิแถมฉันใส่ปลอกคอนั้นมาทั้งชีวิต ฉันยังไม่ชินกับความแกร่งนี้ต่างหากล่ะ”เขาทำเบ่งกล้าม แล้วหันไปอวดทางรุกแซนดราเขาเห็นรุกแซนดรากำลังดูดดื่มผ้าเปื้อนเืเขาอย่างจริงจังหลังจากดื่มเืเขาหมดถ้วยแล้ว
รุกแซนดราคายผ้าลงแล้วหันหน้าหลบ“เืข้นๆ ของนายมันรสดีกว่าเืใดๆ ที่ฉันเคยได้กินมาเลยนิ” เธอหน้าแดงเรื่อๆอลัมกีร์ยิ้มนิดๆ ให้กับท่าทางที่ต่างจากชนชั้นสูงในความคิดเขา ก่อนผล่อยหลับไป
การเดินทางไปผ่านป่ารกโดยพักทุกคืนเป็ไปอย่างเชื่องช้าฝนเ้ากรรมก็ตกอยู่เสมอจนพื้นดินเป็โคลน พวกเขาสวนทางแม่น้ำไปเรื่อย ๆจนแม่น้ำเหลือความกว้างไม่ถึงกิโล แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของเมืองหรือชุมชนเลยแต่ป่าข้างหน้าเขาประหลาดนัก หยากไย่ใยแมงมุมเต็มต้นไม้รอบข้างไปหมด
พวกเขาตั้งแคมป์กันเหมือนหลายวันที่ผ่านมาแต่คืนนี้ความรู้สึกน่าขนลุกรุนแรงจนรู้สึกได้ ทั้งสามนอนแทบไม่หลับเลยสักคนมายาเองก็คืนร่างัพันรอบรถไว้ กลางสายฝนยามค่ำคืน
“อลัมกีร์ทั่นนอนดีเถอะค่า...ชั้นเฝ้าอยู่...ชั้นกันอยู่”มายากระซิบผ่านผนังเกวียนบอกอลัมกีร์ที่นอนอยู่ข้างในเขาข่มใจให้สบายแล้วนอนให้หลับ เขายังต้องคุมเกวียนเดินทางต่อพรุ่งนี้
ทั้งสามเดินทางมาถึงบริเวณที่ป่าเบาบางลงพวกเขามาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชายป่า อลัมกีร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาได้พักสบายๆเสียทีและการที่ต้องรีบซิ่งออกจากเมืองคางทูมทำให้เขาไม่ทันได้ซื้อเสบียงเพิ่มเติมอาหารสำรองของพวกเขาใกล้หมดเต็มทนแล้ว
เขาเข้าพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเขาเป็ปีศาจชราผู้หนึ่ง อลัมกีร์จอดเกวียนข้างบ้านแล้วทำความสะอาดปัดหยากไย่ที่ติดข้างเกวียนเขาออก ชายชราเ้าของบ้านก็เดินเข้ามาหา
“อย่าบอกนะพ่อหนุ่มผ่านป่าแม่หม้ายมาอย่างงั้นเหรอ” ชายชราเสียงสั่น เข้ามาจับค้นตัวเขา“ยังครบสามสิบสี่นะ”
“ผมอยู่ดีครับลุง” เขาตอบไป“ป่าแม่หม้ายคืออะไรเหรอครับ” เขาถาม สาวอีกสองคนก็ทำหน้าสนใจแม้สองคนนั้นจะฟังภาษาอิวริกที่ทั้งคู่ใช้พูดกันไม่ออกก็ตาม
“ป่าแม่หม้ายนั้นเป็ป่าที่เต็มไปด้วยหยากไย่รุงรังเป็ป่ารกใหญ่แต่ไร้สัตว์ป่าเพราะทุกตัวต่างหวาดกลัว เพราะมีนางปีศาจแมงมุมอยู่ตัวใหญ่โต คอยกินคนที่ผ่านไปมา” ลุงเริ่มเล่าเื่ “ปีศาจแกร่งๆที่ผ่านมาแกก็จะจับขังทำผัว จนลูกแมงมุมแกร่งๆ ของนางก็มีเต็มป่า”
เขารู้ถึงสาเหตุของความหลอนที่ััได้กลางป่านั้นแล้วเขารู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องเจอนางหรือลูกๆ ของนางในคืนนั้น
วันรุ่งขึ้นเขาจ่ายเงินซื้อเสบียงมาเพิ่มเติม ก่อนออกเดินทางต่อผู้ใหญ่บ้านบอกเขาว่าถ้าไม่หยุดเลย หนึ่งวันเต็มก็ถึงเมืองใหญ่ต่อไปได้
เขาฝึกมายากับรุกแซนด์ให้พอคุมกิ้งก่าได้บ้างแล้วเขาลองปล่อยให้ทั้งคู่คุมเกวียนเดินทางอย่างต่อเนื่องในคืนนั้น
วันต่อมาอลัมกีร์ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงทะเลาะกันของสองสาวในภาษาอิวริกที่ไม่สันทัดกันทั้งคู่แต่เป็ภาษาเดียวที่เป็ภาษากลางระหว่างทั้งสอง
“คุณผิด คุณผิด”มายาชี้นิ้วไปทางรุกแซนดรา “ฉันบอก ตามน้ำ ตามน้ำ”
“เื่ไม่รู้เว้ย”แม่หนูค้างคาวเถียงยัยงูใหญ่ด้วยสำเนียงเพี้ยนๆ “งูบ้า งูบ้า”
“อะไรกันเนี่ย ฉันนอนแค่งีบเดียวมีอะไรกันเนี่ย” อลัมกีร์พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็แอบขำในใจว่าทั้งคู่ทะเลาะกันราวเด็กพูดไม่เป็
เขานั่งคั่นทั้งคู่ที่กำลังแยกเขี้ยวใส่กันแม้เขารู้ว่าทั้งคู่คงไม่สู้กันจริงๆ จังๆแต่เขี้ยวของทั้งคู่ที่ทำขู่กันอยู่ก็น่าผวานักถ้าพวกเธอจะสู้กันจริงๆ
รุกแซนดราเริ่มฟ้องหัวหน้าขบวนเดินทางเป็ภาษาเกรเซีย“นี่อลัม แม่งูใหญ่มันทำหลง...” แต่ก่อนจะพูดจบอลัมกีร์หยุดคำพูดรุกแซนดราไว้
“เพื่อความเท่าเทียมฉันจะฟังคำฟ้องเป็ภาษาอิวริก” เขาบอกก่อนจะเริ่มสืบสวนเื่ราวจากสองคนผู้พูดได้แค่งูๆ ค้างคาวๆ ไม่เป็ประโยค
ผ่านไปราวชั่วโมงเขาถึงเริ่มจับความได้ว่าสองสาวทำหลงทาง ไม่รู้ว่าความผิดใครคงไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรอก เขาคิดก่อนเสนอทางแก้
“คร่าวๆ น่าจะไปตะวันออกต่อแต่เราคงต้องปีนต้นไม้ขึ้นไปดูทาง” เขาพูดพลางดูเข็มทิศ
“ฉันปีนได้” มายาเสนอตัวแปลงคืนเป็ัตัวยาว แล้วคลานเลื้อยรอบต้นไม้ที่สูงที่สุดที่เห็นขึ้นไป
เธอแปลงกลับมาเป็ร่างคนแล้วะโลงมา“ข้างหน้า บ้าน บ้าน ข้างหน้า”
ทั้งสามเคลื่อนขบวนไปทางที่มายาชี้เพียงครึ่งชั่วโมงเขาก็ผ่านเขตป่ามาสู่เขตเกษตรกรรมทุ่งขนาดใหญ่เต็มไปด้วยต้นไม้พุ่มเตี้ยๆ ผลแดงๆ ปนลูกดิบสีเขียวๆ เล็กๆขนาดลูกองุ่นขึ้นเป็พวง เลยไปมีทุ่งหญ้าที่มีปีศาจกลุ่มเล็กๆ ต้อนแพะกันอยู่สุดเส้นขอบฟ้า แม้เพียงรางๆ เขาก็เห็น มีเมืองอยู่ตรงนั้น
เขาเคลื่อนเกวียนไปสุดเขตทุ่งถึงบ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ตรงขอบนั้นปีศาจหญิงวัยกลางคนเข้ามาทักทายทั้งสามอย่างเป็มิตรเธอชวนทั้งสามลงมานั่งพักที่หน้าบ้านเธอก่อน
ทั้งสามรับไมตรีนั้นไว้แล้วลงมานั่ง หญิงใจดีเข้าครัวไปสักพัก แล้วออกมาพร้อมเครื่องดื่มสามแก้วเครื่องดื่มร้อนๆ ไอพวยพุ่งนั้นมีสีดำเกือบสนิทกลิ่นหอมเป็เอกลักษณ์เตะจมูกทั้งสาม
“เก็บเกี่ยวจากไร่นี้เองแหละหอมอร่อยแน่นอน ป้ารับประกัน” คุณป้ายิ้มพร้อมยกนิ้วให้ก่อนเดินกลับเข้าไปเก็บถาดในบ้าน
“นี้มันน้ำอะไรกัน”รุกแซนด์มองจ้อง ขณะที่มายาลองจิบดูคำเล็กๆ แล้วทำหน้าแหยงรุกแซนด์ลองกระดกดื่มเต็มคำ แต่พุ่งคายออกจากปากลงพื้นดินข้างบ้านทันที“ร้อนลวกปากก็เื่หนึ่ง แต่ว่าทำไมมันขมจัง ปีศาจชอบดื่มอะไรแบบนี้กันเหรอ”เธอเช็ดปาก
อลัมกีร์ไม่ตอบเขาดื่มด่ำกับกลิ่นของน้ำสีดำนั้น แล้วค่อยๆ จิบเข้าไป เขากรุ้มกริ่มแล้วพูดขึ้นมา“ถึงอบิเซียแล้วจริงๆ สินะ นี่มันดีกว่าของเก่าๆ ถูกๆ ที่ฉันเคยขายจริงๆ”เขาหันไปทางสองสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะกลมเล็กๆ “รสชาติแห่งอบิเซีย กาแฟไงล่ะ”