เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ตอนที่ 698 เวทีประลองเก้าชั้นฟ้า (1)

    ตอนที่ 698 เวทีประลองเก้าชั้นฟ้า (1)

     

    หลังจากที่เจียงหลงได้พูดเตือนเจิ้งฟู่และเจิ้งฟู่ได้ตอบกลับไปว่าเขารู้เรื่องนี้แล้วเจียงหลงก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะเขาคิดว่าเจิ้งฟู่จะต้องมีวิธีจัดการของตัวเองอยู่แล้วที่เขาสนใจมีเพียงเรื่องการเข้าร่วมประลองประจำปีมากกว่า เขาอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่ต้องการจะเข้าร่วมไหมซึ่งเขาได้บอกลำดับความแข็งแกร่งของสิบอันดับต้นๆของศิษย์ฝ่ายนอกกับเรื่องรางวัลให้เจิ้งฟู่รู้........

     

    “ขอบคุณศิษย์พี่ที่ช่วยอธิบายทุกอย่างให้ข้าฟังเอาไว้ข้าลองคิดดูก่อนนะว่าข้าจะเข้าร่วมประลองหรือจะไปดูเฉย!”เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณเจียงหลงอย่างจริงใจซึ่งเขายังตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้ว่าเขาจะเข้าร่วมดีไหมเพราะรางวัลในการชนะประลองนั้นไม่ได้น่าสนใจเท่าไหร่สำหรับการประลองของศิษย์ฝ่ายนอก แต่รางวัลสำหรับศิษย์ฝ่ายในและศิษย์หลักน่าสนใจมาก......

     

    “ไม่เป็นไร! ถึงเจ้าไม่ถามข้าข้าก็คิดที่จะบอกเจ้าอยู่แล้ว เอาละ! ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับแล้วเอาไว้อีกเจ็ดวันพวกเราค่อยพบกันไหม แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่!?” เจียงหลงยกมือขึ้นมาปฏิเสธคำขอบคุณของเจิ้งฟู่เพราะเขาคิดที่จะบอกเรื่องนี้กับเจิ้งฟู่อยู่แล้ว และในตอนนี้มันก็ได้เวลาที่เขาต้องกลับเข้าไปในสถานศึกษาแล้ว.......

     

    “แล้วพบกันใหม่ศิษย์พี่!” เจิ้งฟู่พยักหน้าและกล่าวลาชายหนุ่มเช่นกัน.......

     

    “เช่นนั้นข้าน้อยจะไปส่งคุณชายเจียงหลงเองขอรับ!”ไท่เห๋อเห็นว่าการสนทนาจบแล้ว และเห็นว่าเจียงหลงกำลังจะกลับเขาจึงอาสาไปส่งเจียงหลงที่ด้านล่าง........

     

    “ขอบใจเจ้ามาก!แต่ไม่เป็นหรอก เดียวข้าเดินไปเอง!” เจียงหลงยกมือขึ้นมาเพื่อปฏิเสธไท่เห๋อเขาเลือกที่จะเดินไปอีกดีกว่า เพราะเขาไม่อยากรบกวนใคร.......

     

    ขอรับคุณชายเจียงหลง!

     

    หลังจากที่เจียงหลงกลับไปแล้วเจิ้งฟู่ก็อยู่คุยกับไท่เห๋อและช่างเยวี่ยตัวน้อยอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่งทั้งสองคนให้กลับไปที่ภูเขาก่อนเนื่องจากที่แห่งนี้อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับทั้งสองได้.......

     

    “ดูท่าวันพรุ่งนี้เราคงจะไม่ได้อยู่อย่างสงเป็นแน่!”เจิ้งฟู่รับรู้ได้ถึงชะตากรรมที่เขาต้องพบเจอในวันพรุ่งนี้ได้เลยเพราะตั้งแต่วันพรุ่งนี้ได้ร้านอาหารแห่งนี้จะปิดตัวลงเพื่อปรับปรุงใหม่ รวมถึงผู้คุ้มกันทั้งสิบคนจากสมาคมทหารรับจ้างที่จะมาหาเขาด้วย......

     

    เช้าวันถัดมา.......

     

    ในเช้าวันนี้กลุ่มคนจากร้านกลไกหมื่นชิ้นจำนวนมากได้แห่กันมาที่ร้านอาหารแห่งนี้ซึ่งคนที่นำหน้าพวกเขามานั้นก็คือชายวัยกลางคนเฉินปิงผู้ที่รับงาจากเจิ้งฟู่ไปก่อหน้านี้นั้นเอง......

     

    “ว่าไงเจ้าหนู!เจ้าพร้อมให้พวกข้าจัดการกับร้านอาหารของเจ้าหรือยัง?” ชายวัยกลางเฉินปิงเดินมาหยุดที่หน้าของเจิ้งฟู่ก่อนจะถามเขาด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข......

     

    “พร้อมแล้วขอรับท่านผู้อาวุโส!พวกท่านสามารถลงมือได้เลย!” เจิ้งฟู่พยักหน้าตอบรับพร้อมชี้นิ้วไปยังอาคารไม้หลังเก่าที่ด้านหลังของเขา.......

     

    “ถ้างั้นข้าก็ไม่เกรงใจละนะ!เอาละทุกคน! เริ่มลงมือทำงานได้แล้ว!!”เมื่อได้รับคำอนุมัติจากเจิ้งฟู่แล้ว ชายวัยกลางคนเฉินปิงก็สั่งการให้คนของเขาเริ่มงานในทันที.....

     

    โอ้ว!!

     

    ชายวัยกลางนักกล้ามจำนวนมากพากันส่งเสียงตอบรับก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปภายในร้านอาหารหลังเก่าจากนั้นทั้งหมดก็เริ่มลงมือจัดการลื้อถอนชิ้นส่วนต่างๆภายในอาคารอย่างรวดเร็ว......

     

    “ทำงานกันรวดเร็วมาก!”ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำเอาเจิ้งฟู่อดที่จะตกใจไม่ได้เลยเพราะทุกคนล้วนแต่เคลื่อนไหวและทำงานกันอย่างรวดเร็วเพียงแค่เวลาไม่นานผนังไม้หลายด้านก็ถูกลื้อถอนไปแล้วหลายส่วนแถมชิ้นส่วนทุกชิ้นยังอยู่ในสภาพที่ดีด้วย......

     

    “มันแน่นอนอยู่แล้วเจ้าหนู!พวกเราเป็นมืออาชีพในด้านการก่อสร้างนะ จะให้พวกเราทำงานช้าได้อย่างไรกันอีกอย่างเจ้าก็ให้ทุนพวกเราตั้งมากมายด้วย หลังจากนี้อีกสองเดือนเจ้าคอยรับชมร้านอาหารโฉมใหม่ของเจ้าได้เลยว่ามันจะเจ๋งและสุดยอดแค่ไหน!” ชายวัยกลางคนเฉินปิงกล่าวอย่างภาคภูมิใจในฝีมือของตนและลูกน้องพวกเขามั่นใจมากในงานก่อสร้างดังนั้นเขาจึงให้คำมั่นกับเจิ้งฟู่เลยว่าร้านอาหารใหม่จะต้องออกมาดีแน่.......

     

    “ข้าจะรอชมวันนั้น!ว่าแต่ข้าขอถามอะไรท่านหน่อยได้ไห?หากว่ามีคนเข้ามาก่อกวนงานก่อสร้างพวกท่าน พวกท่านจะทำอย่างไรกับคนพวกนั้นเหรอ?”เจิ้งฟู่พยักหน้าให้ ก่อนจะถามอีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เขากำลังกังวลอยู่ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้น......

     

    “ปกติแล้วพวกเราจะไม่ทำอะไรพวกเราจะปล่อยให้เจ้าของงานจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเองแต่ในครั้งนี้ข้าจะยกเว้นเป็นกรณีพิเศษให้ เพราะข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้าหากมีใครที่คิดจะมาก่อกวนการทำงานของข้าและคนของข้าละก็!ข้าจะจับพวกมันฝังดินไปเลย!” ทุกงานชายวัยกลางเฉินปิงไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้แต่ในครั้งนี้เขายกให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเขาถูกชะตากับเจิ้งฟู่.......

     

    “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสมากขอรับ!หากร้านอาหารสร้างเสร็จเมื่อไหร่ข้าจะเลี้ยงอาหารท่านกับคนของท่านสักหนึ่งเดือนเลย!” เจิ้งฟู่รู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินคำตอบแบบนี้และเพื่อเป็นการตอบแทนเขาจึงกล่าวออกไปว่าเขาจะเลี้ยงอาหารเฉินปิงตลอดหนึ่งเดือน.....

     

    “ไม่จำเป็นต้องนานขนาดนั้นหรอกเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ก็เกินพอแล้ว! เอาละข้าขอตัวไปช่วยคนอื่นจัดการลื้อถอนอาคารหลังเก่าของเจ้าก่อนนะ!” ชายวัยกลางเฉินปิงยกมือขึ้นมากล่าวปฏิเสธการเลี้ยงอาหารตลอดทั้งเดือนของเจิ้งฟู่ก่อนจะบอกว่าแค่หนึ่งอาทิตย์ก็เกินพอแล้ว......

     

    “ก็ได้! เช่นนั้นข้าขอฝากร้านอาหารแห่งนี้ด้วยท่านผู้อาวุโส!”เจิ้งฟู่รู้สึกซาบซึ้งใจต่อชายวัยกลางคนเฉินปิงคนนี้มากทั้งเป็นคนตรงไปตรงมา และยังเป็นคนที่ไม่เอาเปรียบใครอีกด้วย......

     

    ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!ฟิ้ว!!

     

    เมื่อพูดคุยกับชายวัยกลางเฉินปิงเสร็จแล้วทันใดนั้นกลุ่มคนสิบคนก็มาปรากฏตัวที่อยู่ด้านหน้าของเขาอย่างฉับพลันโดยที่เจิ้งฟู่ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าพวกเขามาตอนไหนซึ่งคนทั้งสิบคนนี้ก็คือผู้คุ้มกันที่เขาได้จ้างวานไว้เมื่อวานก่อนนั้นเอง.......

     

    “เป็นท่านใช่หรือไม่ที่เป็นนายจ้างของพวกเรา?”ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ในสิบคนนี้พูดถามขึ้นด้วยท่าทางที่ดูสุภาพแต่ก็ไม่ได้อ่อนข้อให้......

     

    “ถูกแล้วท่านผู้อาวุโสทุกท่าน! เป็นข้าน้อยเองที่ว่าจ้างพวกท่านมา!” เจิ้งฟู่ประสานมือขึ้นและทำการทักทายคาราวะทั้งสิบคนอย่างสุภาพและนอบน้อม......

     

    หือ?

     

    ซึ่งการกระทำของเจิ้งฟู่ได้ทำให้ทั้งสิบคนถึงกับขมวดคิ้วของตกใจและไม่เข้าใจเนื่องจากปกติแล้วไม่มีผู้ว่าจ้างคนไหนทำความเคารพและพูดสุภาพกับพวกเขาเท่าไหร่นัก......

     

    “ว่าแต่งานที่คุณชายตัวนี้ต้องการให้พวกเราทำคือสิ่งใด?”ในขณะนั้นเสียงของหญิงสาววัยกลางคนที่มีหน้าดีที่ดูสวยงามและมีรูปร่างที่ดูดีได้พูดถามขึ้น.........

     

    “คุ้มกันร้านอาหารหนะ!” เจิ้งฟู่ตอบกลับหญิงสาวคนนี้ในทันทีด้วยรอยยิ้มที่ดูน่ารัก.....

     

    “อื้ม! เห็นในสัญญาก็ระบุว่าให้มาคุ้มกันร้านอาหาร!แต่ข้าไม่เห็นร้านอาหารที่ไหนเลยสักแห่งแล้วแบบนี้จะให้พวกเราไปคุ้มกันร้านอาหารที่ไหน?!” ซึ่งชาวัยกลางคนอีกคนที่อยู่ในกลุ่มพูดถามขึ้นต่อหลังจากที่เขามองไม่เห็นร้านอาหารใดๆเลยนอกจากอาคารหลังเก่าๆ.......

     

    “นั่นสิ! อาหารที่ท่านต้องการให้พวกเราคุ้มกันอยู่ไหน?”

     

    “อย่าบอกนะว่าเป็นร้านอาหารเล็กๆเก่าๆที่กำลังโดนลื้อถอนอยู่ตรงนั้น?”

     

    “ถูกต้องแล้วขอรับทุกท่าน! ร้านอาหารที่ข้าอยากให้พวกท่านคุ้มกันคือที่นั้นแหละแต่ตอนนี้มันอยู่ในช่วงการปรับปรุงแก้ไขอยู่ มันอาจจะใช้เวลาประมาณสองเดือนถึงจะสร้างเสร็จและในช่วงเวลาสองเดือนนี้ข้าอยากให้พวกท่านคุ้มกันและรักษาความปลอดภัยที่นี้!”เจิ้งฟู่อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานที่เขาต้องการให้ทั้งสิบคนทำซึ่งมันไม่ได้ต่างไปจากใบสัญญาเลยสักนิดเดียว.......

     

    อ่า!!

     

    “ถ้างั้นมันก็เป็นงานที่ง่ายมากเลย แค่คุ้มกันร้านอาหารแห่งนี้ให้ปลอดภัยจนกว่าจะสร้างเสร็จแบบนี้ยิ่งกว่ากินหมูอีกนะเนี่ย!” ชายวัยกลางคนที่ถามขึ้นก่อนหน้านี้ได้พูดออกอย่างสบายใจกับงานคุ้มกันที่แสนจะง่ายดายแบบนี้......

     

    “มันก็ง่ายๆแบบนั้นแหละ!เอาละ! ถ้าเช่นนั้นข้าขอฝากร้านอาหารแห่งนี้กับพวกท่านด้วยข้ายังมีธุระอื่นที่ต้องไปทำอีก”เจิ้งฟู่เห็นว่าทั้งสิบคนดูผ่อนคลายและไม่ได้คิดอะไรมากเขาก็อดที่จะยิ้มอย่างมีเลศนัยไม่ได้ เพราะคนเหล่านี้คิดว่างานนี้เป็นงานง่ายๆแต่แท้จริงแล้วพวกเขาต้องคอยต่อสู้กับพวกคนจากตระกูลระดับที่คุมย่านนี้เอาไว้........

     

    “อ่า! ส่วนเรื่องที่พักของพวกท่านข้าได้สั่งให้คนเช้าโรงเตี้ยมที่อยู่ใกล้ๆนี้เอาไว้แล้วถึงมันจะไม่ได้ดูดีหรือยอดเยี่ยมเหมือนโรงเตี้ยมใหญ่ๆแต่มันก็น่าจะพอให้พวกท่านพักกันได้!” และก่อนที่เจิ้งฟู่จะจากไปเขาได้นึกถึงเรื่องที่พักของคนเหล่านี้ซึ่งเขาได้สั่งให้เสี่ยวเฮ้อไปจัดการไว้ให้แล้ว......

     

    “พวกเรายังไงก็ได้!เพราะยังไงที่พักของพวกเราก็มีอยู่แล้ว ท่านสามารถไว้ใจพวกเราได้เลย!”ชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้ได้ที่พูดขึ้นเป็นคนแรกได้พูดขึ้น......

     

    อ่า!

     

     

     

    เจิ้งฟู่ไม่ได้ต้องการรู้จักกับคนทั้งสิบมากเป็นพิเศษเขาเพียงแค่พูดคุยตามประสานายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น เพียงแต่พูดด้วยความสุภาพและให้เกียรติพวกเขาก่อนที่เขาจะเดินจากไปและทิ้งให้ทั้งสิบคนคอยดูแลร้านอาหารแทนเขา.......

     

    “สารถี! ช่วยพาข้าไปยังเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าที!”สถานที่ที่เจิ้งฟู่ต้องการจะไปในวันนี้นั้นก็คือเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าซึ่งก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่แวบผ่านไปเท่านั้นซึ่งเหตุผลที่เขาต้องการไปที่นั่นก็เพราะเขาอยากไปดูการประลองของพวกผู้ฝึกตนที่ระดับสูงกว่าเขา.......

     

    ขอรับนายท่าน!

     

    เวทีประลองเก้าชั้นฟ้านั่นอยู่ห่างจากร้านอาหารแทนคุณเพียงแค่ไม่กี่สิบลี้เท่านั้นซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สิบห้านาทีก็ถึงแล้ว.......

     

    “ถึงเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าแล้วขอรับนายท่าน!”

     

    “ขอบใจเจ้ามาก!เจ้ารอข้าอยู่ที่นี้หรือว่าจะไปทำธุระของเจ้าก่อนก็ได้เพราะข้าอาจจะใช้เวลาที่นี้นานเสียหน่อย!” เจิ้งฟู่รู้ว่าเขาอาจจะต้องใช้เวลาที่เวทีประลองเก้าชั้นฟ้านานเขาจึงบอกให้สารถีไปทำธุระของตัวเองได้หรือจะรอเขาอยู่ที่นี้ก็ได้......

     

    ขอรับนายท่าน!

     

    ก่อนหน้านี้ที่เจิ้งฟู่มาเวทีประลองเก้าชั้นฟ้านั้นเขามาเพียงเพราะชายชราคิงพามาเพื่อชมสถานที่ขึ้นชื่อของเมืองบัญชาสวรรค์ เขาเลยไม่คิดที่จะเข้าไปชมภายในให้เสียเวลาแต่ครั้งนี้เขาตั้งใจมาด้วยตัวเอง และต้องการที่จะเข้าไปข้างในนั้นเพื่อดูการต่อสู้ด้วย.......

     

    “วันนี้ดูเหมือนจะมีคนเยอะกว่าวันนั้นอีกแหะ?!”ในตอนนั้นเอง เจิ้งฟู่ก็สังเกตเห็นว่าวันนี้มีผู้คนมากกว่าวันที่เขามาวันนั้นอีกมันเยอะกว่าเดิมถึงสองเท่าเลยทีเดียว......

     

    “มันแน่อยู่แล้วน้องชาย!ก็วันนี้มีการต่อสู้ของตัวตนระดับวิถีแห่งเทพขั้นต้นผู้คนถึงได้เยอะแบบนี้ยังไงละ! ว่าแต่น้องชายไม่ได้มาเพราะการต่อสู้นี้หรอกเหรอ?”ในขณะนั้นจู่ๆก็มีเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นซึ่งชายหนุ่มคนนี้ได้สวมใส่ชุดของศิษย์ฝ่ายในนิกายบัญชาสวรรค์อยู่......

     

    “ข้าไม่ได้มาเพราะการต่อสู้นี้หรอกพี่ชาย!เพราะข้าไม่รู้ว่ามีการต่อสู้ของผู้ฝึกตนระดับสูงแบบนั้นจะจัดขึ้นวันนี้ที่ข้ามาเพราะข้ายังไมเคยเข้าไปดูข้างในหนะ!” เจิ้งฟู่ส่ายหัวพร้อมกับบอกเหตุผลที่เขามาที่นี้ให้ชายหนุ่มได้รู้......

     

    อ่า!

     

     

     

    “นี่เจ้ามาที่นี่ครั้งแรกอย่างนั้นเหรอ? อ่า!เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะเป็นคนพาเจ้าเที่ยวชมเอง ตามข้ามาเลยน้องชาย!”เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าเจิ้งฟู่พึ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกเขาก็เปิดปากอาสาเป็นคนนำเที่ยวชมเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าแห่งนี้ให้ ซึ่งดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะมาที่นี่บ่อยน่าดู.....

     

    “ก็ดีเหมือนกัน! ขอบคุณพี่ชายมาก!” เจิ้งฟู่ไม่คิดที่จะปฏิเสธชายหนุ่มคนนี้เลยเพราะเขาสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้คิดร้ายหรือต้องการอะไรจากเขาสิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออกมาให้เห็นคือความสนุกและขี้เล่นเหมือนกับพวกคุณชายจอมเสเพทั่วๆไป.......

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258