บ้าไปแล้ว! ข้าหลงไปในนิยายจีนเซินเจิ้น!

    ตอนที่3-ตำแหน่งไท่จือเฟยนี้มิได้มาโดยง่าย 50%

     "ว๊าย!"เสียงกรีดร้องดังลั่นหน้าประตู ไป๋เจินจูตกใจจนเกือบเหยียบพลาด นางรีบเกาะขอบหน้าต่างไว้แน่น จนเล็บแทบจิกลงไปในเนื้อไม้"คุณหนู! ท่านขึ้นไปทำอะไรตรงนั้นเจ้าคะ!"ไป๋เจินจูหันมามองอีกฝ่ายตาขวาง พร้อมกับตวาด"เจ้าจะเสียงดังทำไม! ข้าก็จะไป...เอ่อ ข้าแค่อยากมองเห็นเจ้านกน้อยบนต้นไม้ให้ชัดอีกหน่อย"นางเหลือบตามองผู้มาใหม่แล้วทำท่ายืนชะเง้อมอง"เจินจู...เจ้าลงมาได้แล้ว""โอ้ ท่านอา ท่านมาเมื่อไรกัน" นางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ขณะกระโดดลงมาจากขอบหน้าต่าง ด้านหญิงสองนางที่เหลือในห้อง พอเห็นการกระทำของนาง ต่างยกมือขึ้นมาทาบอก"เจินจู จะ...เจ้า ดูแปลกไป" ไป๋อี้หลาน มองหลานสาวของตนด้วยสายตาคลางแคลงใจ ปกติไป๋เจินจูนิสัยกรีดกราย เย่อหยิ่ง ไม่มีทางที่จะขึ้นไปเกาะขอบประตูหน้าต่าง ฉีกแข้งฉีกขาไม่สมเป็นกุลสตรีแบบนี้"ข้าหรือแปลก..." ไป๋เจินจูยกนิ้วขึ้นจิ้มอกตนเอง "ท่านอาคิดมากไปแล้ว ดูหน้าข้าสิ ข้าคือใคร...""เจินจู...""ใช่ ข้าคือเจินจู ท่านอา...ถ้าข้าไม่ใช่ข้า แล้วจะเป็นใคร" นางแกล้งพูดวกวนพาคนสับสน "เอาล่ะ ท่าอาเรียกหาข้าเพราะท่านพ่อกระมัง""ใช่ เจ้ารีบไปหาท่านพ่อเจ้า"เห็นท่าทางร้อนรนของไป๋อี้หลาน นางก็หน้านิ่วคิ้วขมวด ตั้งแต่ตายแล้วมาเข้าร่างนี้ นางยังไม่เคยพบ ท่านพ่อ"ทำไมต้องรีบ...""เอ๊ะ! หยุดซักถาม ตามข้ามา" ไป๋อี้หลานดุก่อนฉุดแขนหลานสาวให้รีบเดินตาม ห้องโถงใหญ่ในห้องโถงใหญ่ ปรากฏร่างบุรุษวัยกลางคนนั่งจิบชา ท่วงท่าสบาย ๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจ อัครเสนาบดีไป๋ฉางชิง มองบุตรีเพียงคนเดียวที่เกิดจากฮูหยินเอกผู้ล่วงลับด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไป๋เจินจู เป็นบุตรีหัวแก้วหัวแหวน เพราะเขาและภรรยาอันเป็นที่รักมีลูกยาก และยังมีลูกในวัยเกือบสี่สิบปี ไป๋เจินจูจึงเหมือนของขวัญที่สวรรค์ประทานให้ แต่เพียงไม่นานก็เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้น เมื่อภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากหลังจากคลอดบุตรีตัวน้อยก็เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะเรื่อยมา สุดท้ายก็จากไปตอนที่นางอายุได้เพียงสองขวบ ภรรยาเอกเพียงคนเดียวที่เขารักมั่น ทิ้งลูกสาวให้ดูต่างหน้า เขาจึงรักและตามใจนางตลอดจนเติบใหญ่ วีรกรรมร้ายกาจเอาแต่ใจลอยมาเข้าหูอยู่เนื่อง ๆ หากไม่ถึงขั้นร้ายแรงเขาก็ไม่ตำหนิ แต่ช่วงนี้ดูเหมือนหลายวันที่ผ่านมาบุตรีผู้นี้ดูจะเงียบขรึม สงบเรียบร้อยประหลาด ไม่ก่อเรื่องก่อราว ไม่เอะอะทุบตีสาวใช้ วัน ๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้องหอ แม้กระทั่งสาวใช้คนสนิทก็ไม่ยอมให้เข้าไปติดตามรับใช้ สร้างความสงสัย แปลกใจให้เขามากจนต้องเรียกมาซักถาม"คารวะท่านพ่อ"ไป๋เจินจูเดินมาหยุดเบื้องหน้าชายวัยกลางคนท่าทางองอาจเปี่ยมด้วยอำนาจ ย่อตัวทำความเคารพ แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าวพลางเอามือประสานกัน ท่าทางสงบเสงี่ยมเจียมตัวนางจำท่าทางแบบนี้มาจากละครทีวีที่เคยดูในยุคปัจจุบันหรอก..."อืม" ไป๋ฉางชิงมองบุตรสาว แล้วเอ่ยถาม "ช่วงนี้...เจ้าไม่สบายหรือเปล่า""ข้า?" นางเงยหน้ามองบิดา ท่าทางงุนงง "ข้าก็สบายดีนะเจ้าคะ""อ๋อ" ไป๋ฉางชิงมองบุตรีด้วยสายตาคลางแคลงใจ ปกตินางจะต้องวิ่งเข้ามากอดแขน ออดอ้อน ทำตัวเหมือนยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่รู้จักโต ท่าทางของนางดูแปลกไปจริง ๆ แต่อาจจะเพราะเติบโตขึ้น พ้นวัยปักปิ่นก็เป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้ว จึงรู้จักสำรวมและควบคุมอารมณ์"ท่านพ่อเรียกข้ามา...มีอะไรหรือเจ้าคะ" นางเอ่ยถาม เพราะเริ่มรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกบิดาตรงหน้ามองแล้วนิ่งเงียบ สายตาเปี่ยมด้วยอำนาจมองนางจนเหมือนมองให้ทะลุไปถึงจิตวิญญาณข้างใน"ข้าแค่จะบอกให้เจ้าเตรียมตัว""เตรียมตัว?""วันที่แปดเดือนแปด ขบวนจากตำหนักองค์รัชทายาทจะมารับเจ้า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะมีมามามาสอนธรรมเนียมในรั้ววังให้ เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเสียล่ะ""เอ่อ ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมีเรื่องอยากจะขอ...""ว่ามาสิ" ไป๋ฉางชิงตอบรับโดยง่าย แล้วนึกถึงนิสัยบุตรีก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรมากมายเหมือนที่สาวใช้ข้างกายนางมารายงาน นี่ก็คงจะขอเปลี่ยนบ่าวใหม่ ขายบ่าวเก่าที่ทำให้ไม่พอใจอีกแล้วกระมัง"คือลูก...ไม่อยากแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ" ..........................................................