
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
หลังจากจิตหราได้รับชื่อและที่อยู่ เธอก็รีบบึ่งรถออกไปในทันทีเพื่อตามหาบุรุษผู้ถูกขนานนามว่า "หมอโอม" เนื่องจากตอนนี้ยังมีมหันตภัยลึกลับคอยจ้องเล่นงานอยู่ถ้ามัวแต่ชักช้า คงไม่รอดพ้นจากความตาย
สาวสวยสำรวจเส้นทางที่จะไป ที่อยู่ของหมอโอมนั้นค่อนข้างหายาก เพราะมันเป็บ้านที่ไม่อยู่ติดกับถนนใหญ่ทำให้ต้องเลี้ยวรถเข้าไปในซอยและขับต่อไปอีกหลายกิโล
จิตหราใช้สูตรเดิม นั่นก็คือ....ถามทางผู้คนและดูจุดหมายที่ปักหมุดในเนวิเกเตอร์ไปเรื่อยๆดวงตาคู่งามสำรวจข้างทางเป็ระยะ ในที่สุดเธอก็มาถึงหมู่บ้านของหมอโอม
ทางสัญจรในหมู่บ้านเป็ถนนสองเลนที่วิ่งสวนกัน พื้นผิวของมันค่อนข้างขรุขระบ่งบอกถึงความกันดาร ริมทางซ้ายมือเป็ทุ่งนาเขียวขจีที่กว้างจนสุดลูกหูลูกตามีบ้านเล็กๆแทรกเป็ระยะ ส่วนขวามือเป็คลองขนาดกะทัดรัดที่กว้างประมาณ 15 เมตร ทำให้พอมองเห็นฝั่งตรงข้ามซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน
ภาพที่เห็นเป็วิวธรรมชาติที่ชวนให้เย็นใจ แต่สำหรับหญิงสาว บรรยากาศดังกล่าวไม่ได้ทำให้ใจสงบลงเลยตรงกันข้าม มันกลับร้อนรุ่มราวกับไฟสุมทรวง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็หมูที่กำลังจะขึ้นเขียงและสิ่งที่จะมาเชือดเฉือนก็คือ......มรณภัยจากสิ่งที่ไม่มีตัวตนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจต้าน
……………………..
" อืม.....น่าจะใช่ที่นี่มั้ง " จิตหราแลเศษกระดาษซึ่งระบุที่อยู่จากนั้นก็เหลือบมองเคหสถานที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า
จิตหรานึกฉงนเล็กน้อย เพราะสถานที่แห่งนี้เป็เพียงบ้านปูนสองชั้นด้านหน้าปลูกเป็ร้านขายของชำเล็กๆ มีหญิงชราอายุประมาณ 70 ปีประจำการอยู่ ผู้าุโไว้ผมทรงดอกกระทุ่มพร้อมซ่อนร่างกะทัดรัดในเสื้อคอกระเช้าและผ้าถุง
" เอ.....หรือว่าจะไม่ใช่ที่นี่ เพราะไม่เห็นตำหนักของพ่อหมอโอมเลย "จิตหรานิ่งงัน พร้อมปรึกษากับตัวเอง จากนั้นก็ตัดสินใจ
"ยังไงลองถามคุณยายที่หน้าร้านก่อนดีกว่า "
" สวัสดีค่ะ คุณยาย "สาวสวยเดินเข้ามาทักทาย พร้อมยกมือไหว้ด้วยมารยาทอันดี
ทว่าคุณยายร่างเล็กกลับนิ่งเงียบ ดวงตาขาวขุ่นจับจ้องมาที่จิตหรา เวลาต่อมาปากที่ไร้ฟันก็เริ่มเปิดกว้างและส่งยิ้มอบอุ่นแต่ในความคิดของหญิงสาว มันเป็ยิ้มที่ชวนสยอง
" เอ.....หรือว่าแกจะเป็ิญญาเหมือนคุณลุงคนนั้น " จิตหราเริ่มระแวง เธอถอยหลังออกมาตั้งหลักหัวสมองพยายามคิดคำนวณว่าจะเอายังไงต่อไป
ระหว่างเธอละล้าละลังอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงยานคางของหญิงชราดังขึ้นมาที่ด้านหลัง
" ซื้อของหรือจ๊ะ หนู "
" ว้าย! " จิตหราผวาสุดตัว เธอรีบหันกลับไปดูเ้าของเสียง นั่นทำให้พบกับ......
คุณยายวัยประมาณ 60 ปีเศษ เรือนหน้าของหญิงชรานางนี้ดูละม้ายคล้ายกับคุณยายผมทรงดอกกระทุ่มเธอซ่อนร่างเล็กจิ๋วในเสื้อคอกระเช้าสีชมพูและผ้าถุงขมวดเป็ปมแบบโจงกระเบน
" ตาเถรตก โอ๊ย ตายแล้ว ยายขอโทษจ้ะใมากมั้ยจ๊ะ " คุณยายร้องเสียงหลง สีหน้าท่าทางดูสำนึกผิด
" อ้อ.....ไม่เป็ไรหรอกค่ะ คุณยายย่องมาเงียบๆ หนูเลยในิดหน่อย "หญิงสาวเอามือทาบอก เธอค่อนข้างมั่นใจว่ายายคนนี้น่าจะเป็คนธรรมดา
" โล่งอกไปที ว่าแต่หนูมาซื้ออะไรหรือจ๊ะ" คุณยายถอนหายใจ พลางทวนคำถามเดิม
" ไม่ได้ซื้อของหรอกจ้ะ หนูตั้งใจมาตามหาคนค่ะ" จิตหราตอบยิ้มๆ
" เอ๋ หาใครอยู่หรือ บอกที่อยู่มาสิจ๊ะยายจะบอกทางให้ " คุณยายขันอาสา
" คนที่หนูตามหา เขาชื่อหมอโอม และตามที่อยู่ซึ่งได้รับมาก็คือบ้านหลังนี้ค่ะ" หญิงสาวก้มลงมองรายละเอียดที่อยู่ในเศษกระดาษ พลางเงยหน้าขึ้นตอบ
" เอ.......หมอที่หมู่บ้านนี้ก็มีอยู่คนหนึ่งนะ แต่ไม่ได้ชื่อหมอโอมเขาชื่อหมอเดชต่างหาก หนูได้ชื่อมาผิดรึเปล่าจ๊ะ " หญิงชราถามต่อ
" ไม่น่าผิดนะ หนูได้ยินกับหูตัวเองเลยว่าเขาชื่อ"หมอโอม" เออ...ว่าแต่คุณหมอเดช ท่านอาศัยอยู่ที่ไหนหรือคะ" หญิงสาวสอบถามต่อ ในใจเริ่มสับสน เธอมาถูกที่รึเปล่า
" อ้อ.....หมอเดชอยู่ที่บ้านพักหลังอนามัยของหมู่บ้านเองจ้ะ หนูต้องขับตรงไปที่สะพานข้างหน้าจากนั้นก็เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน พอลงมาหนูก็จะเจออนามัย " คุณยายแจงโดยละเอียด พร้อมชี้นิ้วบอกทางให้เสร็จสรรพ
จิตหรายิ่งมึนขึ้นไปอีกระดับ ทุกสิ่งที่รับรู้ มันผิดไปจากที่คิด ทีแรกเธอนึกว่าจะเจออาศรมหรือไม่ก็ตำหนักที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย แต่สิ่งที่เจอกลับเป็เพียงร้านขายของชำเล็กๆนอกจากนี้คนที่ได้ชื่อว่าเป็หมอหนึ่งเดียวในหมู่บ้าน ดันอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังอนามัยซึ่งไม่สมฐานะของหมอไสยศาสตร์มือหนึ่งเลยซักนิด
" เออ ถ้าหนูไปหา...หมอเดชในเวลานี้ ท่านจะอยู่มั้ยคะ " หญิงสาวถามต่อ เธอนึกในใจว่าตนอาจฟังชื่อของพ่อหมอผิดไปก็ได้หรืออีกนัยหนึ่งหมอเดชอาจมีชื่อเล่นว่า "โอม" ในโลกนี้จะมีซักกี่คนที่ใช้ชื่อประหลาดแบบนี้
" อยู่ซิจ๊ะหมอแกประจำอยู่ที่อนามัยตลอดแหละ ไม่เคยไปไหนหรอก " หญิงชราตอบยิ้มๆ
" อ้อ ดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ "จิตหรายกมือไหว้นอบน้อม แต่ในขณะที่หันหลังกลับ เธอก็ต้องผงะอีกครั้ง เมื่อพบกับ......หญิงชราผมทรงดอกกระทุ่ม
หญิงชราผมทรงดอกกระทุ่มแสยะยิ้มกว้าง ทว่าสิ่งที่ทำให้จิตหราขนลุกจริงๆก็คือ……คำถามที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและยานคาง
" ไอ้หนู เอ็งเป็ลูกใครวะ "
ทันใดนั้นเอง หญิงชราที่สนทนากับเธอเมื่อครู่ ก็แจงกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูขบขันเล็กน้อย
" ฮ่าๆ หนูไม่ต้องกลัวแกหรอกยายคนนั้นเป็แม่ของชั้นเอง แกหลงๆลืมๆแล้ว ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ "
" หา!เหรอคะ " จิตหราร้องเสียงสูง เธอออกอาการเหวอจนอ้าปากค้าง
" ใช่แล้วจ้ะ "หญิงชราพยักหน้ารับคำ
" ฮะๆ งั้นก็ลาล่ะค่ะ "หญิงสาวหัวเราะแห้งๆ พร้อมยกมือไหว้คุณยายทั้งสอง จากนั้นก็จรลาอย่างรวดเร็ว ภายในใจแอบคิด....เธอไม่น่าหลงกลัวหญิงชราผมทรงดอกกระทุ่มเลย ที่เป็อย่างนี้ เพราะดันไปเจอเื่หลอนๆที่บ้านแม่หมอจนเกิดอาการประสาทเสีย
…………………….
ทันทีที่จิตหราเดินทางมาถึงอนามัยหมู่บ้านเธอก็จอดรถคันงามไว้ที่ด้านหน้า
อนามัยแห่งนี้เป็ตึกสองชั้น ชั้นล่างแบ่งเป็ห้องยาวจำนวนสองห้องประตูห้องเป็บานเลื่อนที่ทำมาจากกระจก เผยให้เห็นสภาพข้างในที่อุดมไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ส่วนชั้นบนแบ่งซอยเป็ห้องเล็กๆจำนวนสามห้อง ทุกห้องปิดประตูเอาไว้เลยไม่เห็นข้างใน
จิตหราเหลือบมองไปรอบๆ เลยพบว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยซักคน ด้วยความร้อนใจ เธอจึงเสี่ยงกระทำบางอย่างที่ไม่เข้ากับนิสัยของตนเองนั่นก็คือ.......การะโ
" มีใครอยู่มั้ยคะ "
ในการะโครั้งแรกสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบ ในขณะที่ตั้งท่าจะะโรอบสอง ก็มีเสียงชายวัยกลางคนดังแทรกเข้ามาเสียงนั้นส่อแววเซ็งอย่างสุดซึ้ง
" เอะอะโวยวายอะไรกันวะคนจะหลับจะนอน "
ดวงตาหญิงสาวเบิกโพลงด้วยความดีใจ เพราะเ้าของเสียงอาจเป็หมอไสยศาสตร์คนดังที่ตามหาหรือถ้าไม่ใช่ ก็อาจจะสอบถามว่าหมอเดชซึ่งเป็ความหวังเพียงหนึ่งเดียวอยู่ที่ไหน
" ขอโทษที่มารบกวน หนูมาหาหมอเดชค่ะ" จิตหราตอบกลับไป แม้ยังไม่เห็นโฉมหน้าเ้าของเสียงก็ตามที
" อ้อ มาหาชั้นหรือ แพล็บนะ ขอลงไปก่อน" เสียงชายวัยกลางคนตอบกลับ
" เอ่อ.....ได้ค่ะ " หญิงสาวเริ่มสงสัยแล้ว หมอเดชอยู่ที่ไหนกันแน่
เพียงไม่นานจิตหราก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีมือหยาบกร้านมาแตะมาที่หัวไหล่ของเธอ
" ว้าย! " เธออุทานดัง พร้อมหันหลังกลับไปเผชิญกับบุคคลที่แตะเนื้อต้องตัว
เ้าของมือปริศนาเป็ชายวัยกลางคนร่างสันทัด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงสแล็คสีดำ คลุมชั้นนอกด้วยเสื้อกาวน์สีขาว หน่วยก้านคล้ายแพทย์ แต่ที่ขัดกับเครื่องแบบที่สวมใส่ก็คือหน้าตาที่รกรุงรังไปด้วยหนวดเคราผมบนศีรษะยุ่งเหยิงเป็กระเซิง ปลายเส้นผมมีสีขาวแซมอยู่เล็กน้อย ดวงตาที่ซ่อนภายใต้แว่นตาทรงกลมก็ดูขวางๆคล้ายคนสติไม่ค่อยดีมองไปมองมา คลับคล้ายกับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องมากกว่าที่จะเป็หมอไสยเวทชื่อดัง
" ขอโทษที แอบหนีไปนอนบนแท็งก์น้ำมาน่ะเธอมาหาชั้นทำไม " ชายสติเฟื่องตอบพร้อมชี้ให้ดูหอสูงที่ใช้เก็บแท็งก์น้ำขนาดใหญ่
" คุณ...คือ....หมอเดช.." จิตหราอ้าปากค้างเธอไม่อยากเชื่อเลยว่าชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าคือบุคคลที่ตามหา
"ใช่ ชั้นเอง ตกลงมีอะไรกันแน่ " หนุ่มใหญ่สติเฟื่องเริ่มเน้นคำหนักขึ้น
" เออ.....พอดีแม่หมอมาลีแนะนำให้หนูมาหาหมอเดช นี่คือที่อยู่ซึ่งได้รับจากแม่หมอค่ะ" จิตหราหยิบกระดาษจดที่อยู่ให้หมอเดช แต่เ้าตัวโบกมือเป็เชิงไม่รับ พร้อมสวนกลับโดยเร็ว
" แม่หมอมาลีอะไร ชั้นไม่รู้จักหรอกว่าแต่เธอเป็อะไร ป่วยรึไง "
" เอ่อ....ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ " หญิงสาวยิ่งงงหนักกว่าเดิม เพราะดูท่าทางหมอเดชคงจะไม่รู้จักแม่หมอมาลีจริงๆแต่ภายในก็นึกหมั่นไส้เล็กน้อยกับความไม่เอาใครของหนุ่มใหญ่สติเฟื่อง
" อ้าว....แล้วตกลงเป็อะไร รอบเดือนมารึไง " หนุ่มใหญ่ปากปีจอเริ่มหาเื่
ความปากร้ายของหนุ่มใหญ่ ทำให้จิตหรารู้สึกโกรธ แต่เธอก็พยายามข่มอารมณ์ร้ายพร้อมบอกธุระที่มาอย่างรวดเร็วและตรงประเด็นที่สุด
" ไม่ใช่ค่ะ ที่ชั้นมานี่ เพราะอยากจะให้พ่อหมอช่วยจัดการิญญาร้ายที่คอยติดตาม"
" ว่ะ จะบ้าหรือ ชั้นไม่ใช่หมอผีนะชั้นเป็หมอรักษาคน มาทางไหนไปทางนั้นเลย ก่อนที่จะเรียกรถมาจับเธอไปส่งโรงพยาบาลบ้า" หมอสติเฟื่องโวยลั่น
" ค่ะ สวัสดีค่ะ ชั้นลาล่ะ "จิตหราโกรธจัดถึงขีดสุด เธอกล่าวลาเสียงแข็ง พร้อมหันหลังกลับโดยไม่ยกมือไหว้
ระหว่างที่จิตหรากำลังก้าวขึ้นรถ ก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเลยรีบหันกลับไปสอบถามหมอสติเฟื่องอีกครั้ง
" เอ่อ.....พี่คะ หมู่บ้านนี้มีคนชื่อ "โอม" หรือเปล่า "
" อ้าว....แล้วเธอมาหา “โอม” ทำไม เธอเป็เพื่อนเขา.....หรือว่าเป็....แฟน " ชายวัยกลางคนถามละลาบละล้วงแบบไม่เกรงใจใคร น้ำเสียงดูอ่อนลงอย่างชัดเจน
ในขณะที่จิตหราจะปฏิเสธ ไหวพริบปฏิภาณในสมองก็สั่งให้ตอบกลับ
" อ้อ..ไม่ใช่แฟนค่ะหนูเป็เพื่อนของเขา " สิ้นคำตอบ จิตหราก็แสร้งทำเป็อายเล็กน้อย เพื่อหลอกให้หมอเดชคิดลึก
" ฮี่ๆ ไอ้หนูนั่น ฝีมือไม่ใช่ย่อยเลยนี่หว่าหาแฟนได้สวยซะขนาดนี้ ฮี่ๆ " ชายสติเฟื่องกอดอก เขาพึมพำเบาๆสลับกับหัวเราะแปลกๆ
" เอ่อ.....ว่าแต่ นายโอม เพื่อนของหนู เขาอยู่ที่ไหนหรือคะ " หญิงสาวแกล้งตีเนียนเพื่อไถ่ถามต่อ
" ฮ่าๆ มันก็อยู่หลายที่นะบางทีก็อยู่กับเพื่อนฝูงในซอยถัดไป บางทีก็อยู่บ้านตัวเอง บางทีก็แอบหนีเข้ากรุงเทพบางทีก็หายตัวไปอย่างลึกลับ แต่เอ....เวลานี้"
ชายสติเฟื่องก้มลงมองนาฬิการูปร่างประหลาดที่ดูคล้ายสิ่งประดิษฐ์ต่างโลกก่อนเงยหน้าขึ้นมาตอบ
" มันน่าจะอยู่ที่สนามบอลหลังวัด"
" ขอบคุณมากค่ะ " หญิงสาวยิ้มใสพร้อมไหว้ลาเสียงหวาน
" จ๋า..... ไม่เป็ไรหรอก แล้วมาหาอาจารย์อีกนะ แม่หนูคนสวย " ชายวัยกลางคนยกมือรับไหว้ใบหน้ายิ้มระรื่น อันเป็กิริยาที่ผิดกับเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน บ่งบอกว่าชายเพี้ยนที่อยู่ตรงหน้าคงจะถูกชะตากับคนที่ชื่อ "โอม" มิใช่น้อย
…………………….
หญิงสาวเดินทางมาถึงวัดประจำหมู่บ้าน พอมาถึงเธอก็สอบถามชาวบ้านทุกคนที่เดินผ่านเพื่อหาข้อมูลก่อนที่จะเจอตัวจริง ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกันว่านายโอมคือเด็กหนุ่มอายุ 20 เขาเป็ลูกเ้าของสวนส้มโอ เรียนมหาลัยเอกชนที่กรุงเทพเป็คนอัธยาศัยดี มีน้ำใจ และเป็ที่ชื่นชอบของชาวบ้าน
จิตหรารู้สึกงงงวยหนักกว่าเดิม เพราะลักษณะท่าทางที่ได้รับทราบจากชาวบ้านมันดูไม่ใกล้เคียงกับการเป็หมอไสยศาสตร์ชื่อดังเลย
จิตหราเดินมาถึงจุดหมาย มันเป็ลานปูนขนาดเท่าสนามฟุตซอล บนลานกว้างมีเด็กชายเด็กหญิงประมาณ 10 กว่าคนวิ่งไล่เตะลูกกลมๆกันอย่างสนุกสนาน กลางวงปรากฏกายเด็กหนุ่มร่างสันทัดเขากำลังง่วนอยู่กับการเตะบอลกับเด็กๆ ดูไปแล้วหญิงสาวไม่น่าจะพบกับ "นายโอม"ในสถานที่แห่งนี้
" เฮ้อ......หายากหาเย็นจังเลยนะ นายโอม " จิตหราถอนหายใจ เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะทำยังไงต่อไป
สายลมพัดโชยแ่ ให้ความเย็นใจเย็นกายแก่จิตหรา ซึ่งบัดนี้กำลังนั่งเอนหลังอยู่ที่ม้านั่งหินหลังสนามเธอคิดว่าจะพักผ่อนชั่วครู่แล้วออกตามหานายโอมต่อ ขณะที่กำลังเคลิบเคลิ้มโสตประสาทก็แว่วเสียงของพวกเด็กๆ
" ฮ่าๆ พี่โอมแพ้แล้วไปเก็บบอลมาซะดีๆ "
" เอ๊ะ " เธอหลุดออกจากภวังค์โดยพลันทันใดนั้นเอง ลูกบอลสีกระดำกระด่างก็กลิ้งมากระทบขาเรียว
จิตหราเหลือบมองไปข้างหน้า เธอเห็นเด็กหนุ่มผิวคล้ำวิ่งตรงมายังเธอ ใบหน้าของเขาดูซื่อๆมีแว่นทรงกลมประดับที่ดวงตา ดูไปแล้วไม่ใช่คนหล่อเหลาอะไร อันที่จริงค่อนข้างจะขี้เหร่เสียด้วยซ้ำ
" พี่ครับ ขอโทษที ขอลูกบอลด้วยครับ" เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ ท่าทางจะเป็คนอารมณ์ดี
" ได้จ้ะ " หญิงสาวยิ้มตอบ เธอหยิบบอลขึ้นมาแล้วโยนให้ซึ่งเด็กหนุ่มก็ใช้เท้ารับบอลลงพื้นอย่างง่ายดาย บ่งบอกว่าเขาน่าจะเล่นลูกกลมๆได้เก่งพอตัว
" ขอบคุณครับ " เด็กหนุ่มยิ้มเปิดเผยพร้อมกล่าวขอบคุณ
" เร็วๆดิ พี่โอม กำลังมันเลยช้าจริง คนแก่เนี่ย " เด็กชายหญิงวัยสะรุ่นเริ่มบ่นที่เห็นเด็กโค่งชักช้า
" เออ โว้ยทำอย่างกะพวกเอ็งอ่อนกว่าข้าเยอะนักนี่ ห่างกันแค่สิบปีเอง " เด็กหนุ่มหันกลับไปโวยและเตรียมตั้งท่าเตะบอลกับพวกเด็กๆต่อ
จิตหราได้ยินอย่างชัดเจนว่าเด็กน้อยกลุ่มนี้เรียกเด็กหนุ่มว่า "พี่โอม"เธอจึงร้องทักเสียงดัง
" เดี๋ยวก่อน น้อง "
เด็กหนุ่มผิวคล้ำหยุดวิ่ง ก่อนหันกลับมาถามด้วยสีหน้าที่ดูสงสัย
" ครับ มีอะไรหรือครับ "
" น้องชื่ออะไรนะ " หญิงสาวถามรัวเร็ว
" ผมชื่อ.....โอมมีอะไรรึเปล่า พี่ " เด็กหนุ่มตอบกลับ สีหน้าของเขาดูงงหนักกว่าเดิม ด้วยอยู่ๆมีสาวสวยวัยรุ่นพี่มาถามชื่อ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
