อรุณสวัสดิ์ค่ะ 06.42 น. เช้าแล้วยังไม่ได้นอน ^^ มีใครตื่นแล้วบ้าง เช้านี้ Nachan มีเื่มาแจ้งนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้ต้นฉบับ เล่ห์รัก ลวงใจ ได้เสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการ รีไรท์ เกาสำนวน เพิ่มเนื้อหาตามความเหมาะสม อาจจะใช้เวลาอีกสักระยะ ส่วนในเื่ของ E-Book กับรายละเอียดอื่นๆ จะแจ้งตามมาทีหลังเมื่องานใกล้เสร็จนะคะ ส่งท้ายอีกนิด หากรีดมีคำถามอะไรเกี่ยวกับเื่ที่แจ้งไว้้า สามารถฝาก Q&A ไว้ได้นะคะ Nachan จะรวบรวมคำถามแล้วค่อยมาเปิดประเด็นคุยกัน ในวันว่างๆ ค่ะ
ตอนนี้นายคามน์กำลังช้ำใน ฝากรีดดูแลลูกชายไรท์ด้วยนะคะ กันต์จัดหนักจริงๆ ค่ะ สงสารธาราด้วย แต่พอเขียนไปเขียนมา ทำไม่ไรท์ใจเอียงไปหาราฟาเอลได้นะ T^T
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
ดวงตากลมโตมีแววเหนื่อยล้า มองเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบอกเวลาของเช้าวันใหม่ เสียงเคาะประตูเอ่ยเรียกเธอ เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ธารธาราได้แต่เช็ดน้ำตา พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็งเพื่อไม่ให้คนอื่นๆ ต้องทุกข์ใจไปกับเธอด้วยแดดอ่อนๆ ทำให้คนอดนอนเริ่มแสบตาเมื่อโดนแสงกระทบ ร่างบางจึงเร่งฝีเท้าเดินไปตามทางที่ใช้เป็ประจำ ทันทีที่เดินมาถึงห้องอาหารบ้านอัศวเมฆินทร์ ต้องหัวเราะออกมาอย่างนึกขัน เมื่อเห็นคริมาน้องสาวตัวแสบของคามินทร์ กำลังนั่งเถียงกับบิดาอย่างเอาเป็เอาตาย ใบหน้าสวยงอง้ำดูก็รู้ว่ากำลังถูกขัดใจ พอจะหันไปขอความช่วยเหลือจากมารดา หรือพ่อกับแม่ของเธอ พวกท่านก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ราวกับคำพูดเจื้อยแจ้วนั่นเป็เพียงแค่สายพัดผ่าน กระทั่งดวงตาคม หวานหันมาเจอเธอ รอยยิ้มยิ่งฟันก็ถูกส่งมาประจบประแจง รีบวิ่งเข้ามาดึงเธอให้ไปเป็พวก
“พี่ธาราช่วยครีมด้วยสิคะ คุณพ่อจะให้ครีมเป็ตัวแทนบริษัทไปประสานงานกะอีตาโรคจิตนั่น ครีมไม่อยากทำ”คริมาเอาศีรษะถูไถต้นแขนอย่างออดอ้อน ทั้งสีหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ถูกชะตากับลูกค้า
“โรคจิตที่ไหน แล้วประสานงานเื่อะไร”คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวเลิกขึ้นอย่างสงสัยว่าอีตาโรคจิตที่น้องสาวคนเก่งของเธอพูดถึงคือใคร
“ก็นายตี๋แต๋วแตก จอมโรคจิตของพี่คามน์ไงคะ คุณพ่อจะให้ครีมไปทำหน้าที่แทนพี่ธารา แต่ครีมไม่ชอบหน้านายนั่น”ปากสีชมพูระเรือยื่นออกมาแสดงอาการแง่งอน ดวงตาค้อนขวับส่งให้บิดา
“เดี๋ยวเถอะยัยครีม ไปเรียกพี่เขาอย่างนั้นได้ยังไง นี่สงสัยจะโดนพี่ชายตัวดีของเราเป่าหูล่ะสิท่า ถึงได้ตั้งป้อมไม่ชอบขี้หน้าเขาขนาดนั้น”นารีนาทดุบุตรสาวไม่จริงจังนัก เมื่อนึกรู้สาเหตุว่าทำไมคริมาถึงได้ดื้อรั้นกับเื่นี้นัก
“ไม่รู้แหละยังไงครีมก็ไม่ยอมไปทำงานกับอีตานั่นเด็ดขาด”คนพูดยื่นคำขาดไม่ยอมลงให้บิดา คิดว่าอย่างไรก็ต้องชนะ ยังนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจคิดว่าเย็นนี้ตัวเองจะมีเื่ไปพูดอวดพี่ชายแล้ว
“เอางั้นก็ได้ คนี้เีไม่ยอมทำงาน พ่อจะยึดบัตรเครดิต อายัติเงินสดเอาไว้ก่อน จนกว่างานจะคืบหน้า” เ้านายใหญ่ที่เป็คนจ่ายเงินเดือนยื่นคำขาดกลับมาให้เช่นกัน
“คุณพ่อ!!!”คริมาอยากจะลงไปชักดิ้นชักงอเหมือนสมัยเด็กๆ นัก ให้ตายเถอะ แค่ไม่ยอมทำงานกับนายนั่นเอง
“ ธารามาทานข้าวกันดีกว่า อย่าไปสนใจยัยเด็กดื้อด้านเลย”นารีนาทยื่นชามข้าวต้มหอมกรุ่นมาไว้ตรงหน้าหญิงสาว แล้วหันไปถามถึงบุตรชายคนโตที่ยังไม่เห็นแม้แต่เงากับคริมาที่ยังนั่งส่งสายตาอ้อนวอนบิดาอยู่
“นี่พี่ชายเราเขาไปไหนยัยครีม แม่ตื่นมาใส่บาตรเมื่อเช้าก็ไม่เห็นรถแล้ว”
“เมื่อเช้าที่ไหนกันคะคุณแม่ เมื่อคืนต่างหาก ครีมเห็นขับรถออกไปเร็วยังกับจรวดแน่ะ สงสัยใครจะตายมั้งคะ” คริมาหันมาตอบมารดา แต่ก็ยังอดเหน็บแนมพี่ชายตัวดีไม่ได้ ไม่เคยทำตัวดีๆ ให้คนอื่นสบายใจซะเลย
“เดี๋ยวเถอะยัยครีม ปากเรานี่มันชักจะได้เื่ขึ้นทุกวันแล้วนะ”สายตาพิฆาตส่งมาตำหนิบุตรสาว พอหันมาอีกทีก็เห็นท่าทางธารธาราที่เอาแต่เหม่อลอย ไม่ยอมแตะอาหารตรงหน้า
“ยัยธาราเป็อะไรลูก ข้าวต้มไม่อร่อยหรือไง กินให้เยอะๆ หน่อยนะ พักนี้หนูผอมลงไปมาก”ห่วงเหลือเกินแล้ว เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้เื่ทุกอย่างกำลังจะดีแล้วแท้ๆ
“ผอมตรงไหนคะคุณแม่ พี่ธาราออกจะมีน้ำมีนวล อวบขึ้นตั้งเยอะ”เมื่อขอความเมตตาจากบิดาไม่ได้ผล คริมาจึงหันมาสนใจอาหารเช้าและเพื่อนร่วมโต๊ะแทน
“พี่อ้วนมากไหมครีม เห็นชัดเลยเหรอ”น้ำเสียงตื่นตระหนกแฝงริ้วความกังวลถามคริมา เธอเพิ่งจะสามเดือนนิดๆ ท้องไม่น่าจะออกมากนี่น่า
“ไปฟังอะไรกับยัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่เห็นหนูจะอ้วนสักหน่อย แต่ป้าว่าผิวพรรณหนูดูผุดผ่องขึ้นกว่า่ก่อนซะอีก ”นารีนาทเอ่ยขัดยุติความกังวลของหลานสาว ก่อนจะผินหน้าออกไปด้านนอก เมื่อเห็นสาวใช้จากบ้านโน้นเร่งฝีเท้าเข้ามา
“มีอะไร”
“คุณทิชากรมาขอพบคุณธาราค่ะ คุณผู้หญิง”
ทิพย์ธารามองบุตรสาว เธอเห็นความเหนื่อยล้าในแววตา ก็สงสารจับใจ เมื่อคืนคงไม่ได้นอนอีกตามเคย สาเหตุก็คงมาจากหลานชายที่เช้าป่านนี้แล้วก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน
“พี่นิ่มบอกเขาไปหรือยังว่าธาราอยู่กำลังทำอะไรอยู่”
“ยังค่ะ พอเธอมาขอพบ ก็รีบมาหาคุณธาราเลย”
“ดี กลับไปบอกเขาเถอะว่าธาราไม่สบาย ไม่พบใคร”
‘ขอโทษนะทิชา แต่ฉันเป็เพื่อนกับเธอไม่ได้อีกแล้ว ฉัน…เกลียดเธอจริงๆ’
ทิชากรมองประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนปิด ในใจก็รู้สึกว้าเหว่ขึ้นมา ธาราไม่สบายจริงๆ หรือแค่ไม่อยากพบ ทั้งโทรฯ หาไม่รับ ไลน์ไปไม่อ่าน เป็เธอเองใช่หรือเปล่าที่ผิดมาั้แ่ต้น เธอรู้ทุกเื่จริงๆ รู้แม้แต่ความรู้สึกที่คามินทร์กับธารธารามีต่อกัน รู้กระทั่งเื่บาดหมางของทั้งคู่ แต่ก็ยังเป็เธอที่ยอมตกปากรับคำคบหาเป็แฟนกับชายหนุ่ม จนเลยเถิดถึงขั้นเกือบจะได้แต่งงานกัน เธอเห็นแก่ตัวหวั่นไหวกับความรักที่คามินทร์แสดงต่อธาราผ่านตัวเธอ อิจฉาที่ทุกลมหายใจธาราสำคัญที่สุดสำหรับเขา เธอถลำลึกเกินไปจริงๆ กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็เพื่อนที่แย่แค่ไหนก็สายเกินไปแล้วจริงๆ
“ขอโทษค่ะ วันนี้คุณกันต์ออกไปประชุมกับลูกค้าั้แ่เช้า ไม่กลับเข้าบริษัทแล้ว ไม่ทราบว่าคุณจะฝากโน๊ตอะไรไว้ไหมคะ”เลขาหน้าห้องท่านประธานมองเก็บรายละเอียดหญิงสาวตรงหน้า น้อยมากที่จะมีผู้หญิงมาขอพบเ้านายตัวเอง
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณมาก”
แดดตอนเที่ยงในย่านสุขุมวิทบวกกับควันจากท่อไอเสีย ไหนจะการจราจรติดขัด หนุ่มสาวออฟฟิศที่เร่งฝีเท้าเพื่อกลับให้ทันเข้างานใน่บ่าย ทำเอาทิชากรเกือบเป็ลมขึ้นมา โชคยังดีที่มีคนช่วยพยุงพาเธอมานั่งหลบแดดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ พออาการดีขึ้นยังคิดว่าจะกลับที่พักแต่เธอกลับต้องวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เกินกว่ามาตรฐานชายไทย บอกลักษณะเชื้อชาติต่อผู้พบเห็น แม้จะแต่งตัวไม่สะดุดตาแต่หากเป็คนที่เคยเห็นหน้าย่อมจำได้ พวกเขายืนหอบอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตร ให้ตายเถอะจับตัวยากเย็นจริงๆ มีหวังกลับไปรายงานคุณมีร่า พวกเขาคงโดนซ้อมปางตายแน่
แท็กซี่เพิ่งจะเทียบหน้าอาคารสำนักงานยังไม่ทันได้จอดนิ่งด้วยซ้ำ แต่ผู้โดยสารกลับเปิดประตูรถทันควัน ทั้งยังส่งเงินหนึ่งพันบาทยัดใส่มือ จะเรียกให้เอาเงินทอนก็ถูกปิดประตูใส่หน้าแล้ว เขาได้แต่มองงงๆ แล้วรีบขับออกไป กลัวว่าเ้าหล่อนจะเปลี่ยนใจ
ทิชากรคุ้นเคยกับอัครเมฆินทร์ กรุ๊ป เป็อย่างดี พอเข้ามาในอาคารก็รีบกดลิฟท์ให้พาเธอไปยังชั้นผู้บริหารทันที
คุณสมรเลขาคนเก่ง เพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมองยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หญิงสาวแปลกหน้าก็เปิดประตูเข้าไปด้านในแล้ว
ทำเอาเธอลมแทบจับ วันนี้คุณคามน์อารมณ์ไม่สู้ดีนัก เกรงว่าจะเกิดเื่ใหญ่เข้าให้แล้ว
“คุณคะ เข้าไม่ได้นะ คุณ!”คุณสมรเพิ่งวิ่งตามเข้ามาก็ได้แต่อ้าปากค้าง ยืนนิ่งไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนเมื่อครู่กำลังกอดเ้านายเธอแน่น
“คุณสมร ออกไปก่อนเถอะ”คามินทร์หันมาบอก เขาใมาก ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ ทิชากรจะเข้ามาหาถึงที่บริษัท “เกิดอะไรขึ้น”
“คนของมีร่าหาทิชาเจอแล้ว ทิชากลัว”
“เจอได้ยังไง ก่อนออกมาคามน์ทิ้งบอดี้การ์ดให้คอยเฝ้าอยู่ ถ้ามีเื่อะไรพวกนั้นต้องรายงานคามน์มาแล้ว”
“ทิชาแค่ไม่รู้จะทำยัง เลยคิดว่าจะไปหาธารากับกันต์ แต่ก็ไม่ได้พบทั้งคู่ ก็บังเอิญเจอคนของมีร่าเลยโดนไล่ตาม ทิชาหนีมาได้ก็รีบนั่งแท็กซี่มาหาคามน์เลย”
พอได้ฟังชายหนุ่มก็ถอนหายใจ คงจะปล่อยให้อยู่ข้างนอกคนเดียวไม่ได้แล้วจริงๆ ผู้หญิงของราฟาเอลไม่ปล่อยให้ทิชากรมีชีวิตอยู่ดีๆ แน่
“เอากุญแจห้องมาเถอะ คามน์จะให้วัตรไปเก็บของ”คามินทร์หันมาออกคำสั่งกับหญิงสาว หลังจากที่นั่งเงียบฟังมานาน
“เก็บของ ไปไหน”ทิชากรเอ่ยถาม เมื่อยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะให้เธอเก็บของทำไม แล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหน และคำถามอีกมากมายที่เธออยากรู้ แต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อชายหนุ่มไม่ตอบอะไรเธอเลยสักอย่าง
“ทำตามที่คามน์บอกเถอะ แล้วทิชากับลูกจะปลอดภัย เชื่อคามน์นะ”ชายหนุ่มบอกหญิงสาวที่ยังคงนั่งมองเขาอย่างรอคำตอบ
ห้องทำงานใหญ่เงียบสนิท มีเพียงเสียงปากกาที่ลากไปบนกระดาษกับเสียงพลิกหน้าเอกสาร ร่างสูงนั่งเซ็นเอกสาร ทั้งที่ใจไม่เป็สุขคิดไม่ตก เมื่อมองนาฬิกาบนผนักห้อง ไม่รู้ว่าป่านนี้ธารธาราจะยังรอเขาอยู่ไหม แต่ในเวลานี้ทิชากรไม่มีใครนอกจากเขา แต่ธารายังมีอีกหลายคนที่ยังรักและห่วงใย เขาได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจ และยังเชื่อใจเขาอย่างที่เคยให้สัญญาต่อกัน
รถยนต์แล่นผ่านสิงโตสลักคู่เข้ามาจอดนิ่งอยู่หน้าประตูด้านใน นอกรถมีสาวใช้อยู่ 2-3 คอยรับหน้า แต่วันนี้กลับต้องแปลกใจ เมื่อเห็นคนที่ลงมาจากรถของบุตรชายเ้าของบ้าน ไม่ใช่ว่าเมื่อเช้าก็มาขอพบคุณธาราของพวกเธอหรืออย่างไร ทำไมตอนค่ำถึงได้ตามเ้านายอีกคนของพวกเธอมา สาวใช้ในบ้านอัครภูดล ทั้งอัศวเมฆินทร์มีใครบ้างไม่รู้เื่ที่ผ่านมา ดังนั้นความเป็มิตรที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้ายอมเป็ศูนย์ ก็คนที่จ่ายเงินเดือนให้พวกเธอไม่ใช่คุณคามน์เสียหน่อย ทำไมต้องประจบเอาใจคนที่ทำให้เ้านายของพวกเธอเสียใจ
“ได้ยินเสียงรถแว่วๆ ตาคามน์คงกลับมาแล้วมั้ง”นารีนาทเพิ่งยกผลไม้วางบนโต๊ะรับแขกในห้องโถง ก็ชะโงกหน้าคอยดู
“นั่นมันยัยทิชานี่คะแม่”คริมาเอี้ยวหน้ามองตามเสียงของมารดา ก็ทันเห็นพี่ชายเดินเข้ามาด้านใน ทั้งยังเห็นคนที่เธอชังน้ำหน้าตามมาด้วย
“สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า”ทิชากรยกมือไหว้บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก สีหน้าของเธอหนักใจกับแผนการที่คามินทร์เพิ่งจะบอกเธอก่อนลงจากรถ ยิ่งได้เห็นว่าธารธาราอยู่ด้วย ความรู้สึกผิดยิ่งทวีมากขึ้นไปอีก แต่เธอก็ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว
“นั่นข้าวของอะไรกันตาคามน์”นารีนาทหน้าตึงมองสาวใช้ที่ขนกระเป๋าเข้ามาในบ้าน สีหน้าแต่ละคนไม่เต็มใจนัก ลางสังหรณ์ทำให้เธอนึกกลัวกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมาในไม่ช้า เมื่อสังเกตคามินทร์ที่นิ่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็
“ทิชาจะมาอยู่กับเราครับแม่”เสียงทุ้มตอบข้อสงสัย ก่อนจะเหลือบมองร่างเล็กของภรรยา ที่นั่งมองเขานิ่งเฉย สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
“อยู่ บ้านเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะพี่คามน์”คริมาโพล่งออกมาอย่างที่ใจคิด ไม่สนใจว่าจะถูกตำหนิกับคำพูดที่ไม่น่าฟังของเธอ
คามินทร์หันกลับมามองหน้าทิชากรที่ยืนอยู่ข้างๆ ตัดสินใจอีกครั้ง มือหนาเลื่อนลงมากอบกุมมือบาง บีบเบาเพื่อให้กำลังใจ เื่นี้เขาจะออกหน้าให้เอง ทั้งมารดากับคริมานั้นเขาไม่กังวลอะไร แต่ที่ทำให้รู้สึกลำบากใจคงเป็สายตาที่ธารธาราใช้มองเขา แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำ จะทำให้ธารธาราเสียใจมาก แต่เขาก็ยังเชื่อว่าเธอจะยอมรับฟังเหตุผล และเข้าใจในสิ่งที่เขาทำเพื่อปกป้องเพื่อนรักของเธอ
“ทิชากำลังมีหลานครับแม่ คามน์ไม่อยากให้ทิชากับลูกอยู่ข้างนอกกันลำพัง”ประโยคตอบกลับมารดาสั่นไหวกว่าครั้งไหน เมื่อหันมามองธารธารา ดวงตากลมโตคู่นั้นมองเขาอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ
“เกิดอะไรขึ้นคามินทร์”นารีนาทถามบุตรชาย ทั้งใ ทั้งผิดหวัง ทั้งเป็ห่วง
“อิ่มแล้วค่ะ”ธารธาราลุกออกไปจากห้อง โดยที่ไม่พูด ไม่แสดงความคิดเห็น ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิด
แสงสลัวจากรอยแยกของม่านหนาหนัก ส่องให้เห็นร่างบางของหญิงสาวที่กำลังสั่นไหวตามแรงสะอื้น น้ำตารินไหลออกมาไม่ขาดขาดสาย สีหน้าของหญิงสาวบอกถึงความเ็ปจนแทบขาดใจ แต่ไม่สามารถส่งเสียงร้องไห้ออกมาได้ มือเรียวเล็กที่พยายามกดหน้าอกไว้แน่น ราวกับ้ายับยั้งความเ็ปที่แล่นขึ้นมาเป็ริ้วๆ คำพูดของชายหนุ่มที่ยังดังก้องอยู่ในหู มันดังซ้ำไปซ้ำมาเสียจนร่างกายของเธอแทบทานทนไม่ไหวกับความเ็ปนี้ เธอเคยคิดว่าหัวใจของเธออาจจะเ็ปจนด้านชาไม่รู้สึกอะไรได้อีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับไม่ใช่
เสียงของเด็กผู้ชายค่อยๆ ดังขึ้นมาในความทรงจำ นับั้แ่วันที่เด็กชายคามินทร์ประกาศคำสั่งห้ามเธอรักใคร คำที่บอกว่าเขารักเธอ จนกระทั่งคำขอแต่งงานมันเสียดแทงหัวใจจนรวดร้าวไปทั้งดวง คามินทร์ขอให้เธอเชื่อใจเขา แต่เขากลับโกหกหลอกลวงเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
จนถึงวันนี้เขากำลังจะมีลูกกับผู้หญิงที่เขารัก กำลังจะมีครอบครัวอบอุ่น พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก มือบางลูบหน้าท้องราวกับปลอบประโลมลูกรัก ไม่อยากให้รู้สึกเ็ปไปกับเธอ ดวงตาคู่หวานจ้องรูปถ่ายในกรอบไม้ ข้อความเล็กๆ ที่เขียนเอาไว้อย่างเป็ระเบียบยิ่งสั่นคลอนหัวใจของเธอ ‘เ้าบ่าวของธารา เ้าสาวของคามินทร์ ’มันจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ไม่มีวันมีอีกแล้ว
“ลูกจ๋า แม่จะทำยังไงดี แม่ต้องทำยังไง”เสียงสั่นเครือถามลูกน้อยอย่าง้าที่พึ่ง ดวงหน้าสวยของหญิงสาวนิ่วลง เมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย มือบางควานหาโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกลรีบกดหาเบอร์ปลายสาย ‘อย่าเป็อะไรลูก แม่จะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีหนู’
รถเบนซ์สีขาวขับพุ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์อัครภูวดล แทบจะชนเข้ากับขบวนผู้สูงอายุที่พากันมาที่บ้านกันตพลก้าวพรวดพราดลงมาจากรถ ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่มีเวลาจะหันไปขอโทษขอโพยใคร รีบวิ่งขึ้นไปยังห้องของธารธารา ด้วยใจร้อนรนห่วงทั้งเพื่อน ห่วงทั้งหลานยิ่งกว่าสิ่งไหน พอเปิดประตูเข้าไปเห็นธารธาราหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ เม็ดเหงื่อไหลซึมจนไรผมเปียกชื้น สีหน้าเ็ปจนเขาได้ยินเสียงร้องครางเบาๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ไม่เท่ากับเืที่ไหลซึมเปรอะผ้าปูที่นอนจนเห็นได้ชัด ขาของเขาแทบหมดแรงที่จะก้าวเดิน
“กันต์ช่วยลูกธาราด้วย”น้ำเสียงแ่เบาวอนขอ เมื่อเห็นร่างสูงของกันตพล
ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วพาลงมาด้านล่าง ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของสมาชิกทั้งสองครอบครัวที่ตามหญิงสาวกลับมาบ้านด้วยความเป็ห่วง
“พี่กันต์ พี่ธาราเป็อะไรคะ”คริมาวิ่งตามมาช่วยเปิดประตูรถทันได้ช่วยจับขาธารธาราให้เขาไปด้านในของตัวรถ
“หลบไปก่อนครีมพี่ไม่มีเวลาอธิบาย”กันตพลผลักคริมาให้พ้นทาง พอขึ้นรถได้ก็รีบขับออกไป ด้วยใจที่ห่วงว่าจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับธารธารา “แกอย่าเป็อะไรนะธารา เกาะมดลูกแม่เขาไว้ก่อนนะลูก”ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดขนาดไหน ชายหนุ่มก็ยังมีอารมณ์ขันเสมอ และยิ่งดีใจเมื่อเห็นว่าธารธารามีรอยยิ้มออกมาบ้าง
หน้าห้องฉุกเฉินชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่ไม่ว่าสาวแท้หรือสาวเทียมเห็นเป็ต้องเหลียวหลังมอง เดินวนไปเวียนมากระสับกระส่าย ผุดลุกผุดนั่ง กระวนกระวายใจอย่างไม่อาจอธิบายเป็คำพูดใดๆ เมื่อเห็นหมอและพยาบาลที่พาตัวธารธาราเข้าไปในห้องนั้น ยังไม่มีวี่แววจะกลับออกมาสักคน เขามึนงงไปหมดไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คิดแล้วก็พาลโกรธไปถึงพ่อของหลาน ไม่รู้ดูแลกันยังไง พอเห็นว่าอีกฝ่ายโทรฯ มาก็ไม่อยากรับ เพียงแค่ส่งไลน์กลับไปหาป้าทิพย์ว่าไม่ต้องเป็ห่วงเท่านั้น
“คุณหมอ เพื่อนผมกับหลานเป็ยังไงบ้าง แล้วทำไมถึงได้มีเืออกแบบนั้น แล้ว….”กันตพลแทบจะเขย่าร่างคุณหมอที่มัวแต่อึ้งกับคำถามยาวเป็ขบวนรถไฟ เพราะร้อนใจเหลือเกิน
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ตอนนี้คนไข้กับเด็กปลอดภัยแล้วค่ะ เดี๋ยวหมอจะย้ายไปห้องพักฟื้นแล้วให้น้ำเกลือ คงต้องรอดูอาการสัก 2-3 วัน”
กันตพลเดินตามคุณหมอเ้าของไข้มายังห้องพัก รอฟังคำอธิบายด้วยใจจดจ่อ หินหนักๆ ในใจร่วงหายไปแล้วก้อนหนึ่ง ยังดีที่ธารากับหลานไม่ปลอดภัยด้วยกันทั้งคู่
“แล้วตกลงเพื่อนผมเป็อะไรครับ ทำไมถึงได้มีเืออกแบบนั้น”
“จากที่ตรวจของคนไข้ หมอพบอาการภาวะแท้งคุกคาม แต่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ หมอฉีดยากันแท้งให้เรียบร้อยแล้ว อาการแบบนี้ถือว่าเป็เื่ปกติสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ จะมีเืออกบ้างในบางราย ส่วนสาเหตุหมอยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด อาการที่เกิดขึ้นเป็ได้จากหลายปัจจัย แต่เท่าที่หมอสอบถามคนไข้อาจจะเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ เลยทำให้มีอาการเืออก”คุณหมอกล่าวจบก็ขอตัวออกไป ทิ้งให้ร่างสูงของกันตพลทรุดนั่งลงกับเก้าอี้อย่างหมดแรง ทุกสารพัดความรู้สึกถูกปลดเปลื้องออกไปเหมือนยกูเาออกจากอก ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว
ธารธาราค่อยๆ รู้สึกตัว มองไปรอบห้องกว้าง ก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ เมื่อได้สติสิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือลูก มือเรียวทาบลงบนหน้าท้อง พยายามพยุงตัวขึ้นนั่ง แต่ก็โดนเสียงเข้มดุมาแต่ไกล จนหัวใจกระตุกวาบ กลัวว่าคนที่เดินเข้ามาจะเป็คนที่เธอไม่อยากจะเจอหน้า และไม่อยากให้รู้ว่าเขากำลังจะมีลูกกับเธอ แต่เมื่อหันไปกลับพบว่าเป็กันตพลเดินหอบหิ้วอาหารเข้ามาในห้อง ด้วยใบหน้าดุดันราวกับเธอเป็นักโทษปะา กำลังรอคำพิพากษาจากเขาอยู่ก็ไม่ปาน
“ลุกขึ้นมาทำไม จะเอาอะไรก็กดออดเรียกพยาบาลสิ”กันตพลรีบวางถุงอาหาร เข้ามาประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง”ระวังนะ ไหวหรือเปล่า”
“กันต์ ลูกล่ะ ลูกธารา”เสียงหวานสั่นเครือยามเมื่อถามถึงลูกอันเป็ที่รัก เธอกลัวเหลือเกินว่าจะต้องเสียเขาไป
“ใจเย็นๆ ธารา เ้าตัวเล็กยังนอนอุตุอยู่ในท้องแกนี่แหละ อย่าห่วงเลยหิวหรือยังกันต์ซื้อโจ๊กมาให้แน่ะ”ชายหนุ่มโชว์ถุงโจ๊กที่กำลังร้อน พร้อมจัดการเอามาป้อนคุณแม่คนเก่งถึงเตียง
พอท้องอิ่มก็ได้เวลาชำระความ แต่พอยิ่งฟังคิ้วหนาก็เริ่มขมวดมุ่น ใบหน้าขาวคมบึ้งตึงโกรธจัด เมื่อได้ฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากปากของธารธารา
“นี่กล้าทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ แล้วนี่แกบอกเื่ลูกไปหรือยัง”กันตพลโวยเสียงดัง เจ็บใจนัก
“ยังไม่ได้บอก”เสียงกระซิบแ่ ความเ็ปที่เพิ่งจากหาย แล่นขึ้นมาเป็ระลอกยามต้องเอ่ยเล่า เื่ราวทั้งหมดให้ชายหนุ่มฟัง
“ดี กันต์ขอสั่งนะธารา ถ้าแกยังเห็นฉันเป็เพื่อนอยู่ล่ะก็อย่าบอกคามน์เด็ดขาด คนอย่างคามินทร์ไม่เหมาะที่จะมาเป็พ่อของหลานกันต์ด้วยซ้ำ”เสียงเข้มบอกอารมณ์อย่างชัดแจ้งถึงความโกรธ มันน่าเจ็บใจนัก ทั้งคามินทร์ ทั้งยัยทิชากร ทำแบบนี้มันหยามกันชัดๆ “ออ คุณหมอให้แอดมิทดูอาการนะ ส่วนเื่ทางบ้านธารา กันต์จะจัดการให้เอง”
“ขอบใจนะกันต์ ธาราเหนื่อย ขอนอนหน่อยได้ไหม”ร่างบางของหญิงสาวค่อยๆ หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เธอเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยไปทั้งหัวใจ ความรู้สึกเ็ปกลายเป็ความด้านชา ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็กำแพงสูงชัน
ร่างสูงที่ถูกคลุมด้วยผ้าห่มสีขาวั้แ่หัวจรดเท้า ใช้มือหนาควานหาเ้าสิ่งที่ส่งเสียงดัง ด้วยความรำคาญใจ กันตพลงัวเงียลุกขึ้นบิดตัวซ้ายขวาอย่างเกียจคร้าน ก็เห็นธารธารานั่งมองเธออยู่บนเตียงนิ่งๆ ก็พลันร้องว๊ายออกมาด้วยความใ สติที่ยังไม่เข้าที่ทำให้มองเห็นร่างบางที่ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ยุ่งนิดๆ ดูคล้ายผีสาวในเื่เล่า ทำให้อดใไม่ได้ ธารธาราที่เห็นความโก๊ะกังของเพื่อนก็หัวเราะคิกคักถูกใจ กันตพลอ้าปากเตรียมพ่นคำด่าแต่ยังไม่ทันจะได้บริภาษแม่ผีหัวยุ่ง เสียงเคาะประตูก็ดันดังเป็สิ่งห้ามทัพของทั้งคู่ไปโดยปริยาย
“ขอโทษค่ะ จะมาพาคุณแม่ลงไปที่ห้องอัลตร้าซาวด์ค่ะ”นางพยาบาลนำรถเข็นเข้ามาด้านใน แจ้งความประสงค์การเข้ามารบกวนคนไข้ ก่อนที่จะได้รับรอยยิ้มยินดี ตื่นเต้นจากคนทั้งสอง
กันตพลน้ำตานองหน้า มองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนหน้าจอ ยิ่งได้ฟังเสียงหัวใจดวงน้อยๆ ด้วยแล้ว มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน มือหน้าเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากดวงหน้าหวาน ส่งรอยยิ้มอย่างยินดีให้กับเพื่อนรัก ก่อนจะเอื้อมมือออกไปรับภาพถ่ายมาจากมือคุณหมอ ที่กำลังอธิบายโครงสร้างร่างกายของเ้าลูก อ๊อดตัวเล็กๆ ในท้องของหญิงสาว เขาทั้งตื่นเต้น ตื้นตัน ราวกับเป็แม่เสียเอง
“ยังไงหมอแนะนำให้คนไข้พยายามอย่าเคลื่อนไหวหรืองดใช้กำลังหนักๆ ใน่อาทิตย์นี้นะคะ ถ้าเป็ไปได้อยากจะให้นอนอยู่นิ่งๆ จะดีที่สุด พอครบหนึ่งสัปดาห์แล้วค่อยกลับมาตรวจอีกครั้งตามใบนัดนะคะ”
“ได้ครับ ผมจะดูแลกำกับคุณแม่จอมดื้ออย่างดีเลย”กันตพลรับปากเป็มั่นเหมาะ “งั้นเรากลับบ้านกันเลยไหม” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาถามความคิดเห็น
“ไปบ้านกันต์ได้ไหม”ธารธาราเงยหน้าถาม เธอกลับไปที่บ้านของตัวเองในเวลานี้ไม่ได้จริงๆ
“เอางั้นก็ได้ อยู่กับกันต์ไปก่อน จะได้ไม่มีใครสงสัยเื่ที่แกต้องนอนนิ่งๆ เป็ผักอยู่บนเตียงอย่างเดียว แล้ว กันต์จะบอกคุณป้าเอง”
ทิชากรยืนมองร่างสูงที่เอาแต่นั่งนิ่งด้วยแววตาสับสนกับสิ่งที่เธอและเขาได้ทำลงไป เธอรู้สึกผิดเหลือเกินที่ทำให้เื่ราวระหว่างธารธารากับคามินทร์มาถึงจุดที่ยากจะแก้ไข แต่เธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ กับปัญหามากมายที่ประดังถาโถมเข้ามาในชีวิตของตัวเอง ที่นี่ปลอดภัยสำหรับเธอกับลูกอย่างที่ชายหนุ่มบอก เพราะมีร่าและคนของเขา ไม่มีทางตามเจอแน่นอนหากเธออยู่ที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้ามายังศาลารับลม มือบางเอื้อมมาแตะแขนชายหนุ่ม ดวงตาคมหม่นหมองเต็มไปด้วยความกังวล สับสน หวาดกลัว คล้ายกับมีเื่มากมายเหลือเกินค้างคาอยู่ในใจ
“คามน์ ทิชาขอโทษนะ ที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง ทิชาไปคุยกับธาราให้ไหม อย่างน้อยจะได้ไม่เข้าใจผิด”ทิชากรเสนอตัว ไม่อยากเห็นชายหนุ่มเป็ทุกข์ ถ้าธาราได้ฟังคำอธิบายทุกอย่างน่าจะดีขึ้น
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวคามน์จัดการเอง” เอ่ยตอบไปทั้งที่ในใจเขานั้นกลัวเหลือเกินว่าธารธาราจะไม่ยอมฟัง เขาเห็นแววตาคู่นั้น มันไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว
“คามน์ อยากระบายให้ทิชาฟังบ้างได้ไหม อย่างน้อยคามน์จะได้ไม่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียว”เธอมองดวงตาคมที่เคยสะกดสาวๆ ได้อยู่หมัด แต่ตอนนี้คล้ายกับว่าเขากลายเป็เพียงเด็กหลงทาง ไม่รู้ว่าตัวเองควรต้องเดินไปทางไหนดี
“คามน์ รักทิชา รักมานาน แต่กับธารา คามน์ก็รัก….”ใบหน้าเครียดขึง เื่ราวทุกอย่างดูจะตีกันจนยุ่งเหยิง จนเขาแยกแยะไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน และไม่รู้ว่าจะเล่าเื่ราวที่อยู่ภายในใจออกไปอย่างไร
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคามน์ เอาล่ะทิชาเข้าใจแล้ว”มือบางตบลงบนไหล่หนาอย่างให้กำลังใจ
“เข้าใจอะไร?”คามินทร์หันมองทิชากรอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อเข้ายังไม่ได้เล่าอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมเธอถึงทำราวกับเข้าใจเขาได้ทะลุปรุโปร่ง
“คามน์ยังจำที่ทิชาเคยบอกได้ไหม ว่าคามน์ไม่เคยมองธาราอย่างเพื่อนเลยสักครั้ง และคามย์รักธารามากกว่าทิชา”ทิชากรมองชายหนุ่มที่มองเธออย่างไม่เข้าใจในความหมายนั่น ก่อนจะถอนหายใจเสียงดังออกมา อย่างเอือมระอา “คนฉลาดอย่างคามน์ บทจะโง่งี่เง่าขึ้นมา ก็ดันโง่ในเื่ที่ไม่ควรจะโง่จริงๆ”
“ทิชา!!”เสียงรอดไรฟันเน้นหนักชื่อของหญิงสาวออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ร่างสูงทำท่าจะลุกหนีเมื่อเ้าตัว
ยังไม่ยอมพูดอะไร ได้แต่มองเขาด้วยแววล้อเลียน แต่กลับต้องนั่งลงอีกครั้งเมื่อถูกมือบางฉุดรั้งเอาไว้
“ใจเย็นๆ สิ ทิชาแค่อยากจะบอกว่าสิ่งที่พวกเราทุกคนเห็นคือคามน์รักธารา รักมากที่สุดในชีวิต ในสายตาของคามน์ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะมีทิชาอยู่ในนั้น มีแต่คามน์นั่นแหละที่คิดเองเออ แล้วถ้าคามน์ยังไม่แน่ใจ ตอบทิชาได้ไหมล่ะว่าคามน์เริ่มรักทิชาั้แ่เมื่อไหร่”ทิชากรเลิกคิ้วรอคำตอบ คามินทร์ฉลาดเหลือร้ายแทบจะทุกเื่ แต่ทำไมเื่ของธารธารา เพื่อนของเธอคนนี้ถึงได้โง่งมจนน่าโมโห
“ก็….คงหลังจากสอบตอนปีหนึ่ง”
“ทำไมคามน์ถึงรักทิชา เพราะธาราเปลี่ยนไปใช่ไหมล่ะ แล้วคามน์รู้ไหมว่าเพราะอะไร”
คิ้วหนาขมวดมุ่น มองดวงหน้าสวยที่เหมือนจะเล่นตอบปัญหายี่สิบคำถามกับเขา
“วันนั้นหลังจากที่พวกเราแยกกัน ทิชากับธารากำลังจะไปหากันต์ แล้วบังเอิญเดินผ่านตรงที่คามน์กับพวกดนัยนั่งอยู่ จำได้ไหมว่าศิลาถามอะไรคามน์ และคามน์ตอบไปว่ายังไง”
ร่างสูงนั่งนิ่งงันกับคำถาม ก่อนดวงตาคมจะเบิกโพลงขึ้นเมื่อจำเื่ราวได้ ว่าวันนั้นเขาพูดอะไรออกไปบ้าง‘ยัยธารากับทิชาเหรอ ฉันก็ต้องเลือกยัยนั่นสิ ไม่งั้นฉันคงโดนตัดออกจากกองมรดกแหงๆ ก็หลานรักแม่ฉันนี่จะทำไงได้ น่าเบื่อจะตาย ต้องคอยเอาใจยัยนั่นทุกวันรำคาญจะแย่ ใครจะไปรักลง ถ้าฉันจะหาเ้าสาวสักคนก็ต้องเป็ทิชาอยู่แล้ว ’
“อย่าบอกนะ…”คามินทร์หันมาหาหญิงสาวที่ได้แต่พยักหน้ารับ ว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง
“ธาราน่ะได้ยินเต็มชัดสองรูหูเชียวล่ะ”นิ้วเรียวจิ้มลงไปบนหน้าอกชายหนุ่มแรงๆ อย่างนึกหมันไส้กับความโง่งม
“เื่แค่นี้เอง…ธาราถึงกับ…”เขาแทบพูดไม่ออก ไม่รู้จะสรรหาคำว่าอะไรมาอธิบายเื่บ้าบอนี่ดี
“คามน์ การที่เรารักใครสักคนจนหมดใจน่ะ มันไม่ใช่แค่คำว่า เื่แค่นี้ หรือเื่แค่ไหน แค่ได้ยินว่าเขาไม่รักมันก็เ็ปมากเกินกว่าจะทนได้นะ”
“แล้วทิชารู้ได้ยังไง ว่าคามน์รักธารา”คามินทร์หันมามองหญิงสาวอย่างงงๆ ขนาดตัวเขาเองยังมั่นใจว่ารักทิชากร แล้วทำไมหญิงสาวถึงดูออกมาเขารักธารธารา
“นี่พ่อคุณ ทิชาไม่ได้โง่หรอกนะ คนอื่นเขาก็ดูออกกันหมดทุกคนนั่นแหละ มีแต่คามน์กับธาราที่เอาแต่ปิดหูปิดตาอยู่กับทิฐิบ้าๆ แล้วจะบอกอะไรให้นะ ยัยธาราไม่เคยเลิกเป็ห่วงนายเลยสักวัน ทุกเื่ที่ทิชาเคยให้คำปรึกษา ยิ้มรับความดีความชอบเอาไว้คนเดียว ก็เป็ยัยธาราทั้งนั้นที่คอยตามแก้ปัญหาให้นาย”
ถ้อยคำต่อว่าพรั่งพรูออกมาแทนเพื่อนพร้อมกับเื่ราวที่เขาไม่เคยได้รู้ ทำให้หัวใจของเขาพองโตอย่างบอกไม่ถูก ธาราไม่เคยเลิกรักเขา ไม่เคยเกลียดเขา และทำทุกอย่างเพื่อเขาเสมอมา
“แล้วทิชาจะบอกอะไรให้นะ สิ่งที่คามน์กลัวที่สุดในชีวิต ไม่ใช่กลัวว่าจะขาดทิชาไม่ได้ แต่กลัวว่าธาราจะไม่รักต่างหาก แล้วสิ่งที่คามน์โหยหาที่สุดก็คือความรักจากธาราไม่ใช่เงาอย่างทิชา ”
คามินทร์ที่หูตาสว่างนิ่งค้างอยู่กับที่ เกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็ใคร อยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ หลายปีที่ผ่านมาเขาทำบ้าอะไรไปบ้าง อะไรทำให้เขามองไม่เห็นความ้าของตัวเอง อะไรทำให้เขามองไม่เห็นว่าธารารักเขามากแค่ไหน เขา…แม่ง โง่บัดซบ
“นี่ ยังจะนั่งอึ้งอีกนานไหม ไม่ไปหายัยธาราหรือไง”ทิชากรเห็นชายหนุ่มทึ้งผมตัวเองจนเจ็บแทน
“ขอบใจนะทิชา คามน์จะรีบไปสารภาพทุกอย่างกับธาราเดี๋ยวนี้เลย”ร่างสูงดึงหญิงสาวตรงหน้าเข้ามากอด ก่อนจะรีบวิ่งข้ามไปยังคฤหาสน์อีกหลัง หวังว่าเธอจะยังให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง แต่ก็ชนเข้ากับคริมาเข้าเสียก่อน
“ไปไหนมาครีม ธาราอยู่บ้านหรือเปล่า”คามินทร์ถามน้องสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“คงจะดีใจกับครอบครัวใหม่มากสินะคะ ถึงไม่รู้ว่าพี่กันต์ต้องรีบบึ่งรถมาหิ้วพี่ธาราไปโรงพยาบาล”คริมามองพี่ชายด้วยหางตา เบี่ยงตัวเดินเลี่ยงออกไป
“ป้าทิพย์ ครีมบอกว่ากันต์พาธาราไปโรงพยาบาล”คามินทร์วิ่งมาถึงโถงกว้างเห็นวายุกับทิพย์ธารานั่งคุยอยู่กับพ่อแม่ของเขา สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก
“ผมขึ้นข้างบนก่อนนะ”วายุลุกเลี่ยงออกจากห้อง ไม่แม้จะมองหน้าชายหนุ่มที่ยกมือขึ้นไหว้
“ไม่มีอะไรหรอกลูก ยัยธาราแค่ปวดท้อง คามน์กลับไปก่อนดีไหม เดี๋ยวป้าต้องออกไปข้างนอกแล้ว”ทิพย์ธาราเงยหน้าขึ้นบอกหลานชายทั้งที่ท่านเองก็รู้สึกผิดหวังกับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ต่างจากสามี
ร่างสูงได้แต่นั่งหน้าจ๋อยอยู่หน้าบ้าน เขาไม่ได้โง่รู้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้วทั้งป้าทิพย์กับลุงยุ วันนี้ความรู้สึกที่พวกท่านมีต่อเขามันไม่เหมือนเดิม แต่เมื่อนึกถึงเื่ราว คำพูดสารพัดที่เขาทำไว้กับธารธารา ใบหน้าคมกลับยิ่งสลดลงไปอีก ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขารอสารภาพมันจะเพียงพอทำให้หญิงสาวหายโกรธผู้ชายโง่เง่าอย่างเขาไหม
“คุณคามน์คะ คุณผู้หญิงเรียกพบค่ะ”สาวใช้จากบ้านเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขารู้ดีแก่ใจว่ามารดา้าพบเขาเื่อะไร
หลายวันมานี้โชคดีที่กันตพลคอยรับหน้าคนจากที่บ้าน เธอถึงได้หลบพักอยู่ที่เซฟเฮ้าว์ของเขาอย่างสบายใจ ธารธาราไล่ดูรูปถ่ายในมืออย่างสุขใจ เมื่อได้รับคำยืนยันจากคุณหมอว่าเ้าตัวเล็กของเธอแข็งแรงดี รอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นจนเกือบเผลอปล่อยเสียงหัวเราะออกมา ทั้งกันตพลกับคุณหญิงรำไพผลัดกันเฝ้าประคบประหงมเธอราวกับไข่ในหิน แม้จะกินข้าวยังแย่งกันป้อน คิดว่าถ้าไม่ได้ออกจากบ้านมาพบหมอตามนัดเธอคงได้เป็ง่อยไปแล้วจริงๆ ระหว่างที่รอกันตพลอยู่หน้าห้องยา สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่ยืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องตรวจ เหมือนกับกำลังมองหาใครสักคน ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะทักทายเขา อย่างน้อยก็เป็คนคุ้นเคย
“คุณราฟน์!”ธารธาราสะกิดเรียกร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทยที่ยืนอยู่หน้าแผนกสูตินรีเวช แปลกใจเมื่อพบเขาที่นี่อีกครั้ง
ราฟาเอลสะดุ้งใ พอหันมาเห็นว่าเป็ธารธาราก็ส่งยิ้มให้ ดีใจที่ได้พบเธออีกครั้ง“ธารา มาหาหมออีกแล้วเหรอ อาการไม่ดีขึ้นหรือครับ” เขายกแตะหน้าผากวัดไข้หญิงสาวอย่างห่วงๆ ไม่ได้สนใจสายตาวาว ของคนที่เพิ่งเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างหญิงสาวแม้แต่น้อย
“แล้วคุณล่ะคะ มาทำอะไร ทำไมธาราเจอคุณที่โรงพยาบาลบ่อยจัง หรือว่ามาจีบพยาบาลที่นี่คะ”คิ้วเรียวเลิกมองชายหนุ่ม ล้อเลียนเขาด้วยแววตา
“ผมมาทำธุระครับ แต่ถ้าจะให้จีบ ผมขอจีบคุณก่อนดีกว่าไหมธารา”เสียงทุ้มเอ่ยหยอกล้อ นึกสนุกจนได้ยินเสียงกระแอมขัดขึ้นนั่นแหละ
“รออยู่ตรงนี้ก่อนนะยัยธารา ถ้ามีพวกโรคจิตมาลวนลามแกล่ะก็ร้องให้ดังๆ เชียว”กันตพลหันมาบอกหญิงสาวแต่ก็ยังไม่วายเหน็บแนมชายหนุ่ม ที่มองเขาอย่างขำๆ กับท่าทางหวงเพื่อน ก่อนจะเดินออกไปรับยาตามรายชื่อที่ถูกเอ่ยเรียก แม้ว่าจะเป็เ้านายของก้องภพ แต่มาทำมือไวถึงเนื้อถึงตัวกับเพื่อนรักของเขาทั้งที่เพิ่งพบกันเพียงไม่กี่ครั้งมันก็ออกจะเกินไปหน่อย ยิ่งชื่อเสีย…ใช่อย่างราฟาเอลต้องใช้ว่าชื่อเสียนี่แหละถูกต้อง เสื้อผู้หญิงในคราบสุภาพบุรุษที่หว่านเสน่ห์ให้ผู้หญิงทั่วอิตาลีแทบจะฆ่ากันตายเพราะเขา ยิ่งต้องกันออกให้ห่าง ไว้ใจไม่ได้
“ไม่สบายอย่างนี้ ผมคงอดพาคุณเที่ยวแล้วล่ะมั้งครับ น่าเสียดายวันนี้ผมต้องกลับแล้วด้วย”ราฟาเอลแกล้งทำหน้าจ๋อย
“ทำไมรีบกลับนักล่ะคะ”ก่อนหน้านี้ก็คิดจะถามตามมารยาทเท่านั้น แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของชายหนุ่ม เธอก็นึกเอ็นดูเขานิดหน่อย จะบอกว่าเขาเสแสร้งก็คงเป็การเสแสร้งที่น่ารักทีเดียว
“ธุรกิจที่โน่นมีปัญหา ผมเลยต้องรีบกลับ ธุระของผมก็คงไม่ได้เื่อีกตามเคย คืนนี้ผมก็ต้องขึ้นเครื่องแล้วด้วย”สีหน้าชายหนุ่มดูเป็กังวล หันไปทางบอดี้การ์ดที่เพิ่งเดินเข้ามารายงานอะไรบางอย่าง ก่อนจะล่าถอยออกไปเมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของเ้านายหนุ่ม
“อย่าคิดมากนะคะ ปัญหาทุกอย่างมันมีเวลาของมัน ถ้าคุณยังมุ่งมั่นที่จะทำมันอีกไม่นานคงจะสำเร็จ”ธารธาราแม้ไม่รู้ว่าเขากำลังหาอะไร ทำได้แค่กำลังใจเขา
“ขอบคุณครับธารา ผมคงต้องไปก่อน”ราฟาเอลขอตัวกลับไปด้วยสีหน้าผิดหวังจนเธออดจะสงสารไม่ได้
จากตอนเช้ามืดอากาศเย็นๆ ถึงกลางวันที่แดดร้อนจนแสบผิว เคลื่อนคล้อยลงมาจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี กระทั่งถึงดึกดื่นค่อนคืน ไม่ได้ทำให้ความอดทนของชายหนุ่มหมดลง หลังจากถูกมารดาเรียกพบเมื่อหลายวันก่อน เขาก็ถูกสอบสวนราวกับนักโทษอยู่ในห้องทำงานของบิดาอยู่นาน แม้จะไม่พูดโกหก แต่ก็ไม่ได้เล่าเื่ราวออกไปทั้งหมด ทิชากรยังจะได้อาศัยอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ส่วนเื่ของธารธาราเขาต้องเป็คนแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง
ร่างสูงของชายหนุ่มผุดลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในคฤหาสน์ คามินทร์ใจเต้นแรงไม่เป็ระส่ำ มือหนาเย็นเชียบ ลุกลี้ลุกรนจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เขานั่งรอธารธารามาหลายวันเพราะทุกคนในบ้านไม่สามารถให้คำตอบกับเขาได้ว่าเ้าตัวจะกลับมาเมื่อไหร่ เฟอร์รารี่สีดำมันปลาบเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก ร่างบางค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถ โดยมีกันตพลคอยช่วยพยุง เขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อาการไม่ดีขึ้นเลยเหรอ
“แน่ใจนะ ว่าจะไม่ให้กันต์เดินไปส่ง”กันตพลเป็ห่วง ใจอยากจะขึ้นไปส่งถึงบนห้อง ให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าอีกฝ่ายปลอดภัยดีแล้ว
“อย่าห่วงเลย ธาราสัญญาว่าจะค่อยๆ เดิน กันต์กลับเถอะ”ธารธารายกนิ้วขึ้นสัญญา เมื่อเห็นว่ากันตพลยังทำหน้ายู่ไม่ยินยอม ไหนจะอ้อมแขนแข็งแรงนี่อีก คอยพยุงต้อนหน้าต้อนหลังจนเธอเองยังได้แต่นึกขำ ถ้าจะล้มก็คงไม่ใช่เพราะเธอเดินไม่ระวังแล้วล่ะ
“ก็ได้ๆ กันต์กลับก็ได้ แล้วก็อย่าลืมกินยาตามที่หมอสั่งล่ะ ถ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษก็ไลน์ไปบอกนะ จะหิ้วเข้ามาให้”คุณหมอจำเป็สั่งกำชับเธออีกครั้ง ก่อนจะขับรถคันหรูออกไปจากบริเวณบ้าน
“ไปไหนกับกันต์มาน่ะธารา ทำไมหายไปเป็อาทิตย์ ถามใครก็ไม่รู้ว่าไปไหน จะกลับเมื่อไหร่”เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย มองสำรวจคนตรงหน้าว่ามีอะไรตรงไหนผิดปกติหรือไม่
ธารธาราสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด อย่าได้ถูกความห่วงใยจอมปลอมของเขาหลอกอีก ทำให้เหมือนกับว่าเธอนั้นเข้มแข็งอย่างยิ่ง เื่อะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย แต่พอคิดถึงตรงนี้หัวใจดวงน้อยก็เจ็บแปลบขึ้นมาอยู่ดี เธอเกือบจะต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเธอไปเพราะเขา กี่ครั้งแล้วที่เธอต้องทนอยู่กับความเ็ปทนทรมานกับการเป็เพียงแค่ ‘เงา’ พอหรือยัง เธอเจ็บมาพอแล้วหรือยัง
*** ลงให้ครบทั้งตอนแล้วนะคะ ขอฝากคามินทร์กับธารธารธาด้วยค่ะ อยากให้ทุกคนลุ้นและติดตามไปด้วยกันว่าสุดท้ายแล้วความรักของพวกเขาต้องพบเจอเื่ราวอะไรบ้าง ขอให้ทุกคนมีความสุขและสนุกไปกับการอ่านค่ะ
ขอทิ้งท้ายอีกนิด ไรท์ขอฝากรีดเดอร์ผู้น่ารักที่แวะเวียนมาหาตาคามน์กับหนูธารา คอมเม้นต์ แนะนำ ติ ชม พูดคุยกัน เพื่อเป็ทั้งกำลังใจและไรท์จะได้นำความคิดเห็นไปพัฒนา ปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป ขอบคุณค่ะ