สุยจี แห่งตำหนักเทพ ครั้นเห็นว่า ชายหนุ่มอัปลักษณ์ คิดจะฆ่าสังหารคนสนิทของเขา เสียง"ฆ่า"ถูกคำรามออกมาดังกู่ก้อง
ใบหน้าของ สุยจี แห่งตำหนักเทพ มืดทะมึนอยู่ไม่น้อย ก่อนพุ่งหายออกไปอย่างฉับพลัน ราวกับหมอกควัน ยกดาบเขี้ยวมังกร ขวางกั้นหอกเลือด อี้เฉินไว้ในเสี้ยววินาที เสียงปัง!!ดังออกมากู่ก้อง เมื่อดาบเขี้ยวมังกร ตัดผ่านจุดสามเหลี่ยม ที่หอกเลือด อี้เฉินจะพุ่งแทงร่าง ตงหยางหมายจะปลิดชีพเขาลง ส่งระลอกคลื่นปราณพลัง แผ่ซ่านออกมาเป็นวงกว้าง
"เจ้าคิดจะฆ่าสังหารคนของข้างั้นหรือ หากทำได้ก็ลองดู"สุยจี แห่งตำหนักเทพ กล่าวคำพูดออกมาด้วยความเดือดดาล จ้องเขม็งมาที่อี้เฉินด้วยความเกรี้ยวกราด
ตัวอี้เฉินถึงกับถอยร่นออกไปหลาย10ก้าว หอกเลือดที่เขาถือครอง ถึงกับแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ด้วยขั้นพลังของอาวุธที่ต่างกัน จดจำชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าได้ในทันที เขานั้นก็คือสุยจี แห่งตำหนักเทพ ที่เคยไปเยือนยังดินแดนเบื้องล่าง เมื่อในยามก่อน ใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลาอยู่ไม่น้อย มาพร้อมดวงตาสีทองคมกล้า ทิ่มแทงทุกสรรพสิ่งที่จ้องมอง กายากำยำ แข็งแรง เต็มไปด้วยมัดกล้าม มองเห็นร่างเปลือยเปล่าท่อนบน ได้เป็นอย่างดี ว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพด้านกายา เนื้อตัวถูกสัก ไปด้วยลวดลายมังกรสีทองล้อมพัน ราวกับรอยสัก ที่มีชีวิต ขยับไหวไปตาม กายา
...ทว่าในเสี้ยววินาที ที่อี้เฉินยังไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา เขาไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่อี้เฉิน ในฉับพลัน ปล่อยปราณเพลิงเข้าใส่เขา ชนิดไม่ได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ เสียง"ตู้ม"ดังออกมาก้อง มาพร้อมเปลวเพลิงสีฟ้าคราม ที่แผดเผาทุกสิ่ง พุ่งเข้าใส่อี้เฉิน ชนิดไม่เก็บออม "เจ้าเปิดปากพูดออกมาเสีย เด็กสาวนางอยู่ที่ไหน"
อี้เฉินถอยกระเด็นออกไปหลายสิบก้าว อีกครา กายาร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที เขาไม่คิดว่าไอ้สองคนนี้มันจะโจมตีตัวเขาเข้ามา ในช่วงเวลาไล่ๆ กันเช่นนี้ "เจ้า! เจ้า! พูดเรื่องบ้าอะไรของเจ้า ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ" อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา กล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่ "เจ้าอย่าทำไขสือไปหน่อยเลย หากเจ้าไม่เอ่ยคำพูดออกมาเจ้าได้ตายแน่"
อี้เฉินครุ่นคิด 'หรือว่าที่ชายหนุ่มปริศนา ตามหาจะเป็น เยว่ เยว่?' ก่อนอี้เฉินจะยันร่างขึ้น ต่างฝ่ายต่างยืนขนาบสามมุม จดจ้องไปที่อีกสองคนอย่างไม่วางตา ประหนึ่งพวกเขาทั้งสามเป็นศัตรูของกันและกันในยามนี้ หากใครที่คิดลงมือ ฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในทันที พวกเขาจึงจ้องมองกันอยู่ เฉกเช่นนั้น ราวกับอ่านใจของอีกฝ่าย อยู่หลายชั่วอึดใจโดยไม่มีท่าทีขยับไหวกายา แม้แต่น้อย
ตงหยาง ที่ดูชมการต่อสู้ อยู่ห่างๆ ยังรู้สึกถึงแรงบีบคั้น บางอย่าง ที่ส่งออกมา จากพวกเขาทั้งสามคน ซึ่งมันบ่งบอกตัวเขาได้เป็นอย่างดี ว่าตัวเขา อยู่คนละระดับกับกลุ่มคนพวกนั้น ทว่าเขาก็ไม่มีความจำยอม ในอดีตเขาก็เคยได้ชื่อเป็นอัจฉริยะผู้สูงส่ง แต่ความมั่นใจของเขาพลันสลายไปหมดสิ้น เมื่อพบเจอเด็กหนุ่มผมขาวผู้หนึ่ง เหยียบย่ำตัวเขาจนแทบจมพสุธา
สุยจี แห่งตำหนักเทพ เขาไม่อาจ อดรนทน ไหวได้อีกต่อไป ครั้นเมื่อนึกถึงกลุ่มคนของเขาถูก ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ฆ่าสังหาร ระเบิดพลังกายา ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มังกรที่ถูกสลักภายในร่างประหนึ่งถูกปลุกให้ฟื้นตื่นขึ้นมา มัดกล้ามต่างๆ ขยับขยายอย่างรวดเร็ว เสียงเปรี๊ยะ!!ดังออกมาลั่น พลังกายาพลุ่งพล่าน ขึ้นมาในฉับพลัน ง้างกำปั้นพุ่งเข้าใส่อี้เฉินในเสี้ยววินาที มาพร้อมกับหมัดที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลัง สีทองพร่างพราว แหวกอากาศดังออกมากู่ก้อง
"เจ้าจงตายไร้ที่กลบฝังไปเสีย"
อี้เฉินที่เห็น เขาระเบิดกายา ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นมาในฉับพลัน สร้างม่านพลังโอบล้อมกายาตนเองไว้ในเสี้ยววินาที หมายมั่นจะป้องกันการโจมตี จากหมัดสีทองคู่นั้น ทว่าเสียง"เคร้ง!!"ก็ดังขึ้นมากู่ก้อง ส่งผลให้ กายาอี้เฉิน ถอยร่นออกไปหลายสิบก้าว ม่านพลังที่สร้างขึ้นมาแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ริมฝีปากถึงกับมีเลือดไหลซึมออกมา ไม่คิดว่าการปะทะกับผู้สูงส่ง จะยากลำบากถึงเพียงนี้
"เจ้า! เจ้า! บัดซบ บัดซบ" ก่อนอี้เฉินจะเช็ดเลือดออกจากมุมปาก
"หืม เจ้ายังรอดพ้นหมัดของข้าไปได้อีกหรือ ไม่เลว ไม่เลว ช่วยทำให้เลือดภายในกายาของข้าเดือดพล่านขึ้นมาหน่อย" สุยจี แห่งตำหนักเทพ ยกยิ้มขึ้นมา
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา เขาเองก็ไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ไป ระเบิดพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงสีฟ้าคราม ลุกท่วมกายาในฉับพลัน จิตสังหารทะลุทะลวง ปลดปล่อยหมัดเพลิง กวาดพวกเขาทั้งสองจนถอยร่นออกไปหลาย10ก้าว ต่างฝ่ายก็ ต่างกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันไว้แน่น แม้ว่า การโจมตีของพวกเขา จะดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยพลังทำลายล้างที่บ้าคลั่ง หากผู้ใดเพลี่ยงพล้ำ ได้ตายตกในหมัด หมัดเดียวเป็นแน่
ฉับพลัน ไอสังหารก็โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาต พุ่งเข้าใส่กัน ราวกับศรที่ถูกยิงออกไปเป็นสายแสง ปะทะกันไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน เสียงปัง!!ดังออกมาก้องไม่ขาดสาย ส่งระลอกคลื่นแผ่ซ่าน ออกไปกว้างไกล เทือกเขาโดยรอบพังครืน ลงมาในฉับพลัน เสียง"ฆ่า"ของทั้งสามคนคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ประหนึ่งราชันหนุ่ม ทั้งสามยืนประจันหน้ากัน ปลดปล่อยศักยภาพที่น่าคร้ามเกรงออกมา ไม่หยุดยั้ง
พวกเขาที่ปะทะกันไป ร่วมๆ จะ100กระบวนท่า เริ่มเห็นผลการต่อสู้ ช้าๆ กายาค่อยๆ เกิดรอยฟกช้ำ โลหิตเริ่มสาดกระเซ็น แต่งแต้ม หลายๆ ส่วนของกายา มาพร้อมเสียงกระดูกแตกร้าวดังออกมากู่ก้อง มิติ หุบเหวสวรรค์ โดยรอบที่พวกเขาปะทะกันสั่นไหวไม่หยุด ปล่อยแสงที่น่าคร้ามเกรงออกมาพร่างพราว
กลุ่มคนที่เข้าไปนั่งหยั่งรู้ภายใน ลานหยั่งรู้ ยังสัมผัสได้ว่ามีการปะทะครั้นใหญ่ ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจปลีกเวลาออกไปดูชมได้ ถึงอย่างไร ในยามนี้ ลานหยั่งรู้ ย่อมสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ มันอุตส่าห์เกิดก่อนกำหนด จะให้ไปต่อสู้เฉกเช่นคนเขลา ได้เช่นไรเล่า
อี้เฉินที่กัดฟัน ยืนหยัดต่อสู้ไปได้อีกสักระยะ กายาของเขาก็เริ่มชาหนึบ ผิวกายรู้สึกร้อนผ่าว จนเนื้อตัวไหม้ไปหลายส่วน กระดูกทั้งร่าง ลั่นไปทั้งตัว ด้วยความหวาดกลัว 'นี่สินะคือ การต่อสู้ของผู้สูงส่งที่แท้จริง' ก่อนที่กายา อี้เฉินกับ ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา จะถอยกระเด็นออกจาก สุยจี แห่งตำหนักเทพ กายาอยู่ในสภาพสะบักสะบอมไม่น้อย พ่นเลือดปะปนมาพร้อมฟันหัก หลายซี่
สุยจี แห่งตำหนักเทพ ปรายตามองมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยสายตาคมกล้า "ความโอหังของพวกเจ้าทั้งสองไม่เลว แต่คิดจะมาต่อสู้กับจอมยุทธผู้สูงส่ง มันยังเร็วเกินไปสำหรับพวกเจ้าสองคน จงตายไร้ที่กลบฝังไปเสีย"
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา ทำเสียง "ชิ" เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม เท้าเหยียบอากาศอย่างรุนแรง ปัง! ส่งหมัดเข้าใส่ สุยจี แห่งตำหนักเทพ อย่างไม่หวาดเกรง
สุยจี แห่งตำหนักเทพ เขาคำรามออกมาก้อง "เจ้าพวกมด ปลวก ช่าง ไม่รู้จักเจียมตัวเอง รับหมัดของข้าไปเสีย"
ทว่าในเสี้ยววินาที ที่พวกเขาจะปะทะกัน อี้เฉิน เขากล่าวออกมาตัดพ้อตนเองอยู่ไม่น้อย พร้อมพุ่งกายาเข้าไปปะทะอย่างไม่เกรงกลัว "หากขั้นพลังของข้าอยู่ในขั้นพลังเดียวกับพวกเจ้า มีหรือเจ้าจะพูดจาโอหัง เช่นนี้" ในเสี้ยววินาที อี้เฉินเขาก็เรียกกระถางทองแดงใบใหญ่ออกมา จากทะเลความรู้ สาด เท เลือดภายในบึงน้ำ บางส่วน ออกมาเปรอะเปื้อน พวกเขาทั้งสองในฉับพลัน
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา แม้ว่าจะถอยหนี ก็ไม่วายถูกโลหิต ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง เมื่อพบว่า โลหิตที่สาดเทลงมา จากกระถางทองแดงใบใหญ่ มีคำสาปกัดกินอยู่ "เจ้า เจ้า ไอ้เวรเอ๊ย!!"
สุยจี แห่งตำหนักเทพ เขาเองก็รับรู้ได้เช่นกันจู่ๆ ขั้นพลังของเขาก็ยุบลงไปฮวบฮาบ ปราณพลังภายในร่าง สลายออกจากกายา ไปไม่น้อย "บัดซบ! บัดซบ! ไอ้เวรตะไล เจ้าถึงกับใช้วิธีสกปรกเช่นนี้เลยงั้นหรือ"
"เจ้าจะพูดเช่นนั้นมันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ...ถึงทีข้าเอาคืนพวกเจ้าแล้ว เตรียมรับโทสะจากข้าได้เลย" อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาในยามนี้ยังปะทะกับ จอมยุทธ์ผู้สูงส่งตรงๆ ไม่ได้ ทว่าเมื่อมี คำสาปเลือดอยู่ความเป็นไปได้นั้นจะหายไป แม้กายาของเขาจะติดคำสาปก็ไม่ส่งผลกับขั้นพลังของเขา ข้อนี้จึงเป็นข้อได้เปรียบของเขาในยามนี้