ณ บ้านไร่แสงตะวัน..
"นาริน" ที่กำลังจะเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอกำลังพยายามที่จะลืมตาเพื่อให้ดวงตาปรับแสงที่ส่องสว่างเข้ามาภายในห้องนอนของเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ต้องปิดเปลือกตาลงไปอีกครั้ง ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่สัักพักนึง เธอจึงสามารถลืมตาได้อย่างเต็มที่เมื่อ "นาริน" พยายามขยับกายหมายที่จะลุกขึ้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรงยามเมื่อเธอเริ่มขยับตัว ทำให้เธอต้องหลับตาลง และใช้มือกดนวดบริเวณขมับเอาไว้หวังว่าจะช่วยบรรเทาความปวดลงได้บ้างไม่มากก็น้อย
"นาริน" จึงค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นมาอย่างช้าๆ ไปที่หัวเตียงเพื่อเป็หลักให้เธอได้นั่งพิงสักหน่อย เพราะในตอนนี้ร่างกายของเธอไม่มีเรี่ยวแรงเอาสะเลย ทันใดนั้นเองเมื่อร่างกายััถึงความเย็นที่เข้ามากระทบกับผิวทำให้ "นาริน" รีบก้มลงไปสำรวจร่างกายของเธอในทันที ทันใด ก็ต้องใสุดขีดกับสิ่งที่ได้เห็น ทำไมถึงไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่อยู่เลย กรี๊ดดด!!
"อัศวิน" ที่กำลังไปเตรียมอาหารมาให้กับคนป่วยในห้อง เมื่อเดินมาใกล้จะถึงก็ได้ยินเสียงร้องของ "นาริน" ทำให้ชายหนุ่มรีบเดินแกมวิ่งเข้ามาดูพร้อมถาดอาหารที่อยู่ในมือ ยังไม่ทันได้วางลงที่โต๊ะข้างเตียงเลยด้วยซ้ำ "อัศวิน" นั้นใมากนึกว่าสาวน้อยเป็อะไรไปอีก
"น้องริน เป็อะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่า ร้องเสียงดังจนพี่ใหมดเลย"
"อัศวิน" ถามออกไปอย่างเป็ห่วง เป็ใย น้ำเสียงร้อนรน ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะวางถาดอาหาร และยาไว้ที่โต๊ะ และรีบเดินมานั่งข้างๆ เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่แต่ "นาริน" นั้นกลับดึงผ้าห่มคลุมสูงขึ้นมาจนถึงใต้คางจ้องมองมาที่ "อัศวิน" หน้าตาตื่นใสุดขีด ใบหน้าแดงปลั่งรามมาจนถึงใบหู
"อัศวิน" นึกไปว่าไข้ขึ้นสูงอีกรึเปล่านะ ชายหนุ่มรีบยื่นหลังมือไปแนบที่หน้าผากมนของ "นาริน" เพื่อตรวจเช็กอุณหภูมิในร่างกายเบื้องต้น ผลที่ได้มันทำให้ "อัศวิน" ถึงกับถอนหายใจยาวออกมาเลยทีเดียว โล่งอกไปทีไข้ลดลงไปมากแล้วเหลือแค่ตัวรุมๆ เท่านั้นในตอนนี้
แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอนจนกว่าจะได้ทานยา และร่างกายพักผ่อนให้เพียงพอ อ้าวแล้วเมื่อครู่ "นาริน" เป็อะไรไปกันล่ะ ทำไมถึงต้องร้องออกมาสะเสียงดังขนาดนั้นด้วย "อัศวิน" งงไปหมดจ้องมองดู "นาริน" อย่างนึกเป็ห่วงระคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ
“น้องริน ไม่สบายตรงไหนรึเปล่าครับ หรือว่าปวดหัวมาก”
"นาริน" จ้องมอง "อัศวิน" อย่างเอาเป็ เอาตาย พลางเบียงกายถอยหนีทำเหมือนกับไม่ยากอยู่ใกล้
“พี่วิน! ทำอะไรกับรินค่ะ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำไมรินถึงได้เหลือแค่ชุดชั้นในแบบนี้ค่ะ”
"นาริน" พูดไปหน้าก็แดงไปด้วย โวยวายใส่ "อัศวิน" เสียยกใหญ่
“น้องริน ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ฟังพี่อธิบายก่อน คือว่าน้องรินไม่สบายหนักมาก ตัวก็ร้อนดังไฟสุม พี่จำเป็ต้องเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้นะครับ”
"อัศวิน" อธิบายให้กับ "นาริน" เข้าใจพลางหัวเราะเบาๆ ให้กับอาการตื่นใของ "นาริน" นี่คงคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าร้ายเขาอยู่เป็แน่
“แค่เช็ดตัวไม่เห็นต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดเลยนี่ค่ะ คนนิสัยไม่ดีจอมฉวยโอกาส”
"นาริน" ว่าร้ายให้กับ "อัศวิน" ไม่เลิก แทนที่จะขอบคุณกับโดนว่าสะนี่
“น้องรินก็ว่าให้พี่เกินไป ถอดหมดอะไรกันครับ พี่ยังเหลือชั้นในสองชิ้นไว้ให้นั่นไงครับ ถอดหมดจริงๆ ต้องไม่ให้เหลือเลยสักชิ้นจริงมั๊ย”
"อัศวิน" กล่าวแย่งออกไปอย่างยิ้มๆ ทำตากรุ่มกริ่ม อย่างหยอกเย้า "นาริน" ให้โมโหเล่น
“รินไม่ยากที่จะเห็นหน้าพี่วินอีกต่อไปแล้ว ออกไปจากห้องของรินเดี๋ยวนี้เลยนะ คนบ้า”
"นาริน" พูดว่าออกไปเสียงดังไม่ได้จริงจังอะไรหรอก แค่รู้สึกอับอายไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีแล้ว
“โธ่! อย่าใจร้ายกับพี่อย่างนั้นสิครับ น้องริน นึกว่าตื่นขึ้นมาจะขอบคุณกลับไล่ไปสะอย่างงั้น”
"อัศวิน" ใบหน้าสลด พูดอย่างน้อยใจออกไป
“พี่วินเป็ผู้ชายนะค่ะ มาเช็คตัวให้กับรินแบบนี้ได้ยังไงกัน อีกอย่างรินก็ไม่ได้ขอให้พี่วินมาเช็ดตัวให้สักหน่อย ทำไมพี่วินถึงไม่ไปเรียกป้าแจ่มหรือจันทร์มาเช็ดตัวให้รินก็ได้นี่ค่ะ”
"นาริน" กล่าวว่าให้ด้วยเหตุผล และทำงอนใส่เขาอีกด้วย
“ตอนนั้นมันเร่งด่วนนี่ครับ พี่เข้ามาเห็นรินพี่ก็ใมากทำอะไรไม่ถูกเลย คิดอะไรก็ไม่ออกด้วย รู้แต่ว่าต้องช่วยเช็ดตัวลดไข้ให้น้องรินก่อนเพราะตอนนั้นไข้สูงมากจริงๆ อย่าโกรธพี่เลยนะครับ พี่ขอโทษก็ได้ที่ทำอะไรไปโดยพลการ แต่ทั้งหมดที่ทำไปนี้มาจากความห่วงใยน้องรินนะครับ พี่ไม่คิดลามกเลยจริงๆ ครับ”
"อัศวิน" อธิบายออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จริงใจ ทำให้ "นาริน" นิ่งฟังจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาอีกเลย ได้แต่คิดไปว่าพี่วินเป็ห่วงเธอจริงๆ น่ะหรือ เป็ไปได้หรือ "นาริน" รู้สึกสุขใจ อิ่มเอมใจ ซาบซึ้งใจเข้ามาแทนที่ อารมณ์ที่หลากหลายก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น
“น้องริน ทานข้าวก่อนนะครับ จะได้รีบทานยา เดี๋ยวไข้ขึ้นมาอีกจะแย่”
"อัศวิน" บอกพร้อมยกถาดอาหารมาใกล้ๆ เพื่อจะป้อนให้กับ "นาริน"
“ไม่เป็ไรค่ะ พี่วิน รินทานเองดีกว่าค่ะ”
"นาริน" บอกออกไปทั้งที่ "อัศวิน" นั้นได้ตักอาหารมาแล้ว กำลังจะป้อนให้กับเธอ
“ให้พี่ป้อนดีกว่านะครับ น้องรินยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงดีเท่าที่ควร”
"อัศวิน" พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แล้วค่อยๆ บรรจงป้อนให้กับ "นาริน" อย่างตั้งใจ เห็นเธอทานได้เขาก็มีความสุขสุดๆ แล้วส่วน "นาริน" นั้นลอบมอง "อัศวิน" ที่ค่อยเอาใจใส่ดูแลเธออย่างใกล้ชิดมาตลอด ทำให้ซาบซึ้งตรึงใจจนเผลอยิ้มออกมา คิดไปว่าถ้าตื่นมาได้เจอกัน ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปคงจะดีไม่น้อย
“น้องรินอาหารถูกปากมั๊ย อร่อยรึเปล่าครับ”
"อัศวิน" เอ่ยถามออกไป ชายหนุ่มมองสบั์ตาหวานอย่างรอคำตอบจากสาวน้อย
“อืม อร่อยมากเลยล่ะค่ะ ฝีมือของป้าแจ่มใช่มั๊ยค่ะ”
"นาริน" ถามกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ที่ไหนกันล่ะ อาหารพิเศษมื้อนี้พี่ตั้งใจทำให้น้องริน ลงครัวด้วยตัวเองเลยนะ”
"อัศวิน" บอกด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจให้กับเธอ
“โอ้โห้ ฝีมือร้ายกาจจริงๆ เลยค่ะ ไม่คิดมาก่อนว่าพี่วินจะทำอาหารอร่อยมากเช่นนี้ เป็บุญปากของรินแท้ๆ ที่ได้ทาน ขอบคุณนะค่ะ พี่วิน”
"นาริน" พูดออกมาด้วยใจจริงพร้อมรอยยิ้มสดใสด้วยความประทับใจที่ได้รับรู้ในอีกแง่มุมหนึ่งของ "อัศวิน"
“ถ้าน้องรินชอบ พี่ก็ดีใจไว้วันหลัง พี่จะทำให้ทานบ่อยๆ กลัวแต่ว่าน้องรินจะเบื่อไปสะก่อนน่ะสิ”
"อัศวิน" กล่าวพร้อมเปิดยิ้มกว้างอย่างสุขใจ
“ไม่เบื่อง่ายๆ หรอกค่ะ ของอร่อยแบบนี้ใครจะเบื่อได้กัน แต่ถ้าเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ น่าทานก็คงจะติดหนึบฝากท้องอยู่กับพี่วินนี่แหละค่ะ คริคริคริ”
"นาริน" เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ได้เลยครับ คุณผู้หญิง อยากทานอะไรพี่เต็มใจทำให้อยู่แล้ว สั่งมาได้ทุกอย่างเลยครับนายหญิง”
"อัศวิน" พูดจากใจจริงๆ ชายหนุ่มจ้องสบั์ตาของ "นาริน" หวานซึ้งสื่อความหมาย ทำให้สาวน้อยเอียงอายรีบเสมองไปทางอื่นแทน กับอาการเต้นของหัวใจรัวแรงเป็จังหวะอย่างกับตีกลองชุดก็ไม่ปาน เสียงระรัวจนแทบจะทะลุทะลวงออกมานอกอกอยู่แล้ว
เมื่อทานอาหารเสร็จสิ้นลง "อัศวิน" ก็รีบจัดแจงวางถ้วยชามลง แล้วเตรียมยาหลังอาหารให้กับ "นาริน" ในทันที แต่สาวน้อยนั้นเมื่อเห็นยาที่ต้องทานกลับทำหน้าพะอืดพะอมขยาดกับยาเม็ดขมๆ ส่วนตัวของเธอเองนั้นเป็คนกินยายากอยู่แล้ว "นาริน" จึงทำท่าทีบ่ายเบี่ยงไม่ยอมกินยาสักที
“น้องรินรีบกินยาก่อนนะครับ จะได้หายเร็วๆ เดี๋ยวตัวร้อนขึ้นมาอีกนะ”
"อัศวิน" บอกกับเธอด้วยสายตาห่วงใย
“ไม่ค่ะ รินไม่ชอบกินยา มันขม ไม่ทานได้มั๊ยค่ะ พี่วิน”
"นาริน" ทำเสียงอ่อน เสียงหวาน ออดอ้อนให้ชายหนุ่มคล้อยตาม
"ไม่กินไม่ได้นะครับ คนป่วยทานยาแล้วถึงจะหาย กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมยังไงล่ะครับ"
"อัศวิน" พูดจาหว่านล้อมให้สาวน้อยยอมกินยาแต่โดยดี
“รินไม่กินนะค่ะ รินเคยกินยาแล้วมันติดคอจนขมมากๆ เลยค่ะ ทำเอารินเกือบตายแหนะ ไม่รู้ล่ะ ยังไงรินก็ไม่กินยานั่นเด็ดขาด”
"นาริน" ไม่ยอมท่าเดียวกอดอกยืดตัวอย่างไม่ยอมแพ้ในความคิดของตัวเอง
“ไม่ได้ขมขนาดนั้นหรอกนะ ถ้าน้องรินกลัวก็ดื่มน้ำอมไว้นิดหน่อยตามด้วยยาแล้วรีบกลืนตามด้วยน้ำอีกซักอึกสองอึก นะครับคนดี กินยาก่อนนะ จะได้หายเร็วๆ ยังไงล่ะครับ”
"อัศวิน" กล่าวพลางยื่นยาและแก้วน้ำส่งมาให้กับเธอ
“ไม่ค่ะ รินไม่กิน”
"นาริน" พูดขึ้นเสียงดังหันหน้าหนีอีกด้วย ทำให้ "อัศวิน" ยืนเครียดไปเลยทีเดียว
“น้องริน!”
"อัศวิน" ถึงกลับต้องเรียกชื่อเธอเสียงดัง เขาจะทำยังไงกับเด็กดื้อคนนี้ที่ไม่ยอมกินยาสักทีเนี่ย
“ถ้าน้องรินยังอิดออดไม่ยอมกินยาเองละก้อ พี่นี่แหละจะป้อนให้เองเลยคอยดู”
"อัศวิน" พูดจริงๆ นะไม่ใช่แค่ขู่
“ถ้ารินไม่ยอมสะอย่าง พี่วินจะป้อนได้ยังไงกันค่ะ”
"นาริน" ถามกลับไปอย่างสงสัยบนท้าทายเล็กน้อย เชิดหน้านิดๆ
“พี่ก็มีวิธีป้อนของพี่ แต่ไม่ได้ใช้มือป้อนหรอกนะ แต่จะใช้ปากนี่แหละป้อนแทนอยากจะลองดูมั๊ยล่ะครับ”
"อัศวิน" กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ทำตาเ้าเล่ห์ ส่งสายตาร้ายกาจมองมาที่เธอ
“เชอะ! รินไม่มีวันยอมให้พี่วินป้อนยารินด้วยวิธีนั้นแน่”
"นาริน" แค่คิดก็ขนลุกไปหมดล่ะ ใบหน้าแดงขึ้นสีเลยทีนี้
“ถ้าขืนยังดื้อดึงอีกล่ะก้อ ไม่ยอมยังไงก็ต้องยอมแล้วล่ะ เพราะเดี๋ยวพี่จะทำให้น้องรินยอมกินยาเอง”
"อัศวิน" พูดจบก็ค่อยๆ ยื่นหน้าหล่อคมเข้าไปใกล้ๆ หาเธออย่างช้าๆ จนทำให้ "นาริน" ต้องรีบเบี่ยงหน้าหลบในทันทีด้วยความเขินอาย
“อย่าเข้ามานะค่ะ พี่วินก็ถอยออกไปหน่อยสิ รินยอมกินยาเองก็ได้ค่ะ พี่วินไม่ต้องมาป้อนหรอก”