ตอนที่ 1: รอยยิ้มใต้เงาจันทร์
ม่านราตรีคลี่คลุมเหนือทิวเขาวายุคลั่งลมหนาวพัดกวัดแกว่งยอดสนจนส่งเสียงหวีดหวิวราวเสียงเพรียกของภูตพรายแสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงบนพื้นหินอ่อน สะท้อนร่างเพรียวบางของ ‘ซูเม่ย’ศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่ฟ้าใส นางสวมชุดรัดกุมสีฟ้าคราม ชายผ้าพลิ้วไหวตามแรงลม บนแผ่นหลังสะพายกระบี่หงส์เหินประกายตาเย็นเยียบดุจธารน้ำแข็งพันปี
ภารกิจลับที่ได้รับมอบหมายจากเ้าสำนักมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือการออกตามหา ‘คัมภีร์ดาราจรัส’ ของวิเศษที่สาบสูญไปจากยุทธภพเนิ่นนานเบาะแสแรกระบุว่าลายแทงส่วนต้นถูกซ่อนไว้ในป่าหมอกทมิฬชายแดนระหว่างฝ่ายธรรมะและดินแดนรกร้าง ซูเม่ยเร่งฝีเท้าเหยียบยอดหญ้าโดยไร้เสียงทว่าบรรยากาศเงียบสงัดเกินไปจนกลิ่นอายสังหารเริ่มคละคลุ้ง
ฟึ่บ!
เสียงแหวกอากาศแหลมเล็กดังขึ้นจากความมืดซูเม่ยดีดตัวลอยขึ้นฟ้าหมุนตัวหลบเข็มพิษประกายเงินสิบแปดเล่มที่ปักลงบนลำต้นไม้ใหญ่จนเปลือกไม้ไหม้เกรียมเป็สีดำร่างในชุดดำแปดสายทะยานออกจากเงามืด ล้อมรอบตัวนางไว้แ่าอาวุธในมือสะท้อนแสงจันทร์วาววับ
"ศิษย์สำนักกระบี่ฟ้าใส...ส่งแผนที่ลายแทงมาเสีย หากไม่อยากให้กระบี่หงส์เหินต้องเปื้อนเืตนเอง!" ชายชุดดำผู้เป็หัวหน้าเค้นเสียงเหี้ยม
"คิดปล้นของจากข้าพวกเ้ายังประเมินฝีมือตัวเองสูงเกินไป!" ซูเม่ยตวาดเสียงเรียบ
มือเรียวชักกระบี่ออกจากฝักแสงกระบี่สีเงินประกายครามสว่างวาบรังสีเย็นเยียบแผ่กระจายจนน้ำค้างบนยอดหญ้ากลายเป็เกล็ดน้ำแข็งเพลงกระบี่ฟ้าใสกระบวนท่า ‘หิมะโปรยเก้าชั้นฟ้า’ ถูกขับเน้นร่างของนางพริ้วไหวราวกับผีเสื้อกลางพายุหิมะ ปลายกระบี่สกัดจุดและปัดป้องอาวุธฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ
แม้เพลงกระบี่ของซูเม่ยจะสูงส่งแต่ศัตรูทั้งแปดคนกลับใช้ค่ายกลสังหารประสานงาลอบส่งอาวุธลับและใช้ผงพิษสลายปราณโปรยปรายรอบทิศทางทำให้การไหลเวียนลมปราณของนางเริ่มติดขัด ช่องโหว่เพียงเสี้ยววินาทีเปิดออกดาบใหญ่ของหัวหน้านักฆ่าฟันแหวกอากาศตรงเข้าที่กลางแผ่นหลังของนางอย่างหมายชีวิต
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องประกายไฟสว่างวาบกลางความมืด ดาบั์สีนิลกาฬเล่มหนึ่งพุ่งลงมาจากยอดไม้ปักขวางวิถีดาบของนักฆ่าได้อย่างเฉียดฉิวแรงปะทะสะท้อนกลับจนหัวหน้านักฆ่ากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาหม่นร่อนลงแตะด้ามดาบอย่างแ่เบา ชายหนุ่มผู้นั้นมีใบหน้าคมคายดวงตาเป็ประกายดั่งดวงดาวแต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับดูเ้าเล่ห์และไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
"แปดรุมหนึ่งช่างเป็ภาพที่น่าละอายใจนัก หากยอดฝีมือฝ่ายอธรรมทำตัวเยี่ยงสุนัขลอบกัดเช่นนี้ข้าคงปล่อยผ่านไปไม่ได้" หลี่เหวินกล่าวพลางดึงดาบสีนิลขึ้นมาพาดบ่าอย่างสบายอารมณ์
"เ้าเป็ใคร!อย่าแส่หาเื่ตาย!" นักฆ่าตวาดลั่น
"ข้าก็แค่คนพเนจรที่บังเอิญผ่านทางมาดื่มสุราใต้แสงจันทร์แต่พวกเ้ากลับส่งเสียงดังทำลายบรรยากาศจนข้าหมดสุนทรีย์"
สิ้นคำพูดร่างของหลี่เหวินก็เลือนหายไป กลายเป็เงาดำสายหนึ่ง เพลงดาบของเขาดุดัน รวดเร็วและหนักหน่วงดุจขุนเขาถล่ม ดาบสีนิลกวัดแกว่งสร้างคลื่นลมปราณสีดำทมิฬตัดผ่านอากาศซูเม่ยมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง กระบวนท่าของเขาแปลกประหลาด ไม่สังกัดสำนักใดแต่กลับเปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
เพียงไม่ถึงสิบกระบวนท่าเหล่านักฆ่าต่างาเ็สาหัส ล้มระเนระนาดหัวหน้านักฆ่าเห็นท่าไม่ดีจึงซัดะเิควันลงพื้นก่อนจะพาร่างที่เหลือล่าถอยหนีหายไปในความมืด
ความเงียบกลับคืนสู่ป่าอีกครั้งซูเม่ยเก็บกระบี่เข้าฝัก นางข่มความเ็ปจากพิษที่เริ่มแทรกซึมในชีพจรหันไปมองชายแปลกหน้าด้วยสายตาระแวดระวัง
"เ้าเป็ใครมีจุดประสงค์อันใดจึงยื่นมือเข้ามายุ่ง?" น้ำเสียงของนางยังคงเ็าและเหินห่าง
หลี่เหวินหมุนตัวกลับมามองสตรีตรงหน้าที่ใบหน้างดงามหมดจดราวกับหยกสลัก แต่กลับเ็าไร้ความรู้สึกเขายิ้มกว้างพลางยักไหล่
"แม่นางข้าเพิ่งช่วยชีวิตเ้าไว้ อย่างน้อยคำขอบคุณสักคำก็ควรมีมิใช่ชักสีหน้าปั้นปึงใส่ผู้มีพระคุณเช่นนี้"
"ข้าไม่ได้ขอให้เ้าช่วยและข้าจัดการพวกมันได้" ซูเม่ยตอบอย่างทระนง แม้ใบหน้าจะเริ่มซีดเผือด
"อ้อ...จัดการได้ด้วยการยอมเอาหลังรับดาบงั้นหรือ?" หลี่เหวินก้าวเข้ามาใกล้สายตาจับจ้องไปที่แขนเสื้อของนางที่มีรอยคราบเืสีคล้ำ
"แถมยังโดนผงพิษค้างคาวราตรีเข้าไปอีกหากฝืนเดินลมปราณต่อไปอีกเพียงครึ่งชั่วยามเส้นชีพจรของเ้าจะถูกแช่แข็งจนขยับไม่ได้"
ซูเม่ยชะงักนางรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริง พิษเริ่มแล่นสู่หัวใจแต่นางไม่อาจไว้ใจคนแปลกหน้าในยุทธภพได้หลี่เหวินเห็นท่าทีหวาดระแวงจึงล้วงขวดยาเคลือบสีขาวออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนให้นาง
"ยาถอนพิษร้อยสมุนไพรกินเข้าไปเสีย อย่าเพิ่งรีบตายตรงนี้ ข้ายังไม่อยากแบกศพใครกลับเมือง"เขากล่าวกลั้วหัวเราะ
"อีกอย่างเส้นทางข้างหน้าอันตรายกว่านี้นัก ข้าเองก็มีธุระที่ต้องไปทางทิศประจิมเช่นกันดูเหมือนชะตาจะลิขิตให้เราต้องร่วมทางกันชั่วคราวแล้ว แม่นางน้ำแข็ง"
ซูเม่ยรับขวดยาไว้พิจารณากลิ่นยาครู่หนึ่งก่อนจะกลืนลงไป นางสบตากับเขาความโอหังและขี้เล่นของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้หัวใจที่ปิดสนิทของนางเกิดความรู้สึกประหลาดแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่การเดินทางคนเดียวในสภาพาเ็ย่อมไม่ปลอดภัย
"ข้าชื่อซูเม่ย"นางกล่าวสั้นๆ
"และข้ามิได้ชื่อแม่นางน้ำแข็ง"
หลี่เหวินหัวเราะร่ารอยยิ้มของเขาใต้แสงจันทร์เต็มไปด้วยเสน่ห์อันยากจะคาดเดา
"ข้าหลี่เหวินยินดีที่ได้ร่วมทาง หวังว่าตลอดการเดินทาง เ้าจะยอมยิ้มให้ข้าเห็นสักครั้งนะแม่นางซู"