“ค่ะ ปานบอกแต่งให้มันจบๆไป”พัศนัยทำหน้านิ่งเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ
“วันนี้ปานมากับใคร”
“คนเดียวค่ะยังไงถ้าเจอกันทักปานบ้างนะคะหน้าเศร้าชอบกล เกดสงสารเพื่อนค่ะ อกหักดังเป๊าะ”
“อกหักจริงเหรอออกจะสาวมั่นขนาดนั้น” พัศนัยทำหน้าตาบ่งบอกว่าไม่เชื่อสิ่งที่น้องสาวพูด
“พี่บีมไม่รู้อะไรปานไม่เคยคบใครเป็แฟนนะคะ”คนคิ้วหนาเข้มทำสีหน้าไม่พอใจทันทีที่การะเกดพูดจบ
“ไม่มีแฟนแต่จะแต่งงานตลกมากนะเกด”
“คนที่จะแต่งงานด้วยเขารักปานมากค่ะรักมานานด้วย ปานสงสารด้วย เลยแต่งเพื่อจบเื่พี่บีมด้วยค่ะ”คนฟังถึงกับถอนหายใจเบาๆ
“ทำเพื่ออะไรพี่ไม่อยากเชื่อนะ”
“ขนาดรูปถ่ายพี่บีมสมัยเรียนจบปานยังเก็บไว้ไม่เคยทิ้งเลยค่ะ”การะเกดพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนพัศนัยมองหน้าแล้วอดยิ้มไม่ได้ก่อนจะใช้มือตบที่ไหล่เบาๆ
“ซุบซิบอะไรกันคะครูบีม การะเกด” นิรมลเอ่ยทัก
กาญเกล้าหายไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมขอโทษการะเกดที่ต้องขอตัวกลับ เพราะรู้สึกปวดศีรษะมากขอตัวไปพักผ่อนพัศนัยรีบพาหญิงสาวไปพักผ่อนที่บ้านพ่อแม่เขาที่อยู่ห่างจากบ้านการะเกดไม่ไกลมากนักก่อนจะกลับเข้ามาในงานอีกครั้ง
พัศนัยเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนๆของการะเกดอีกครั้งก่อนจะมาสะดุดตากับคนร่างบางในชุดแซกแขนกุดสีฟ้าอ่อนที่สั้นเหนือเข่าจนเผยให้เห็นเรียวขาที่ขาวเนียนชวนมองยิ่งนักผมที่ถูกรวบขึ้นสูงอย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นต่างหูคู่ยาวที่ดูโดดเด่นสักพักเ้าของร่างบางที่เขากำลังจ้องค่อยๆหันหน้ามา ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มสีสันบางๆยิ่งทำให้ไม่อยากละสายตาเอาเสียเลย
“สวัสดีค่ะครูบีม”ปานระพียกมือไหว้พร้อมกับจ้องหน้าเขากลับเช่นกัน พัศนัยรับไหว้และทักท้วงกลับบ้าง
“ทำไมไม่เรียกพี่บีมครับ”
“ไม่เหมาะมั้งค่ะคนเยอะแยะแบบนี้” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังรู้สึกถึงความห่างเหินทันที
“เอ่อ ตอนกลับมีคนมารับไหม” พัศนัยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“เกดให้น้องชายไปรับไปส่งค่ะพอดีหนูมาคนเดียวแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ”
พัศนัยทำท่าครุ่นคิดสักพัก
“พี่บีมไปส่งนะบ้านเราอยู่ไม่ไกลนี่แค่บอกทางมาไปถูกครับ”
“ไม่มีใครว่าเหรอคะ”หญิงสาวย้อนถามพร้อมกับยิ้มมุมปาก
“ไม่มีครับตามนี้นะ”
เมื่อเสร็จพิธีการทุกอย่างแล้ว พัศนัยขับรถมาส่งปานระพีถึงบ้านก่อนเ้าของบ้านจะเชิญให้ไปนั่งด้านใน
“หนูไปเปิดไฟด้านหลังก่อนนะพี่บีมดื่มน้ำไปก่อนค่ะ” หญิงสาวพูดจบก็วางกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์มือถือไว้ที่โซฟา
พัศนัยมองเ้าของบ้านจนลับสายตาชายหนุ่มหยิบกระเป๋าเงินที่วางไว้ขึ้นมาอย่างคนเสียมารยาทแต่เขาแค่้าดูบางสิ่งบางอย่างในนั้นเพื่อพิสูจน์คำพูดของการะเกดแค่นั้นเองรูปเขาอยู่ในนั้นจริงๆด้วย ใบหน้าคมเข้มเริ่มมีรอยยิ้มทันที สักพักเสียงะโจากหลังบ้านก็ดังขึ้น
“พี่บีมหนูลืมกระเป๋ากับโทรศัพท์มือถือที่รถพี่บีมค่ะ”
“ลืมอะไรล่ะอยู่ที่โซฟานี่เอง”
“อ้าวเหรอลืม”
“ปานกลับกรุงเทพฯวันไหน”
“อีก3-4วันค่ะ” หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างสงสัยในคำถาม
“ไปเที่ยวบ้านพี่ที่ขอนแก่นไหมเดี๋ยวร้องเพลงให้ฟังด้วย”หญิงสาวนิ่งสักพักก่อนจะตอบพร้อมรอยยิ้มจนตาแทบปิด
“ก็ได้ค่ะกำลังเบื่อ“
“พรุ่งนี้เจอกันเดี๋ยวพี่มารับตอนเย็นๆครับ”
กาญเกล้ารู้สึกไม่สบายพอกินยาก็หลับยาวจนพัศนัยกลับไปก็ยังหลับอย่างคนไม่รู้สึกตัวอาจเป็เพราะฤทธิ์ยาพอรุ่งเช้าหญิงสาวรู้สึกค่อยยังชั่วแต่มีธุระด่วนเลยขอตัวกลับขอนแก่นก่อน พอตกเย็นพัศนัยรีบบึ่งรถไปรับปานระพี่ที่บ้านก่อนจะเดินทางไปขอนแก่นด้วยความที่นั่งรถได้ไม่นานเลยทำให้หญิงสาวหลับตลอดทางจนถึงบ้านของชายหนุ่ม
“ตื่นๆอะไรนี่กินเสร็จนอนยาวเลยพี่ต้องนั่งคนเดียวไม่มีเพื่อนคุยเลย”
“ถึงแล้วเหรอคะหนูง่วงมากค่ะพี่บีม” คนพูดยังคงหาวต่อพร้อมทำตาปรือๆ
บ้านชั้นเดียวสีขาวทรงน่ารักมีสองห้องนอน ห้องรับแขกถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายมีเพียงชั้นวางหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือหลากหลายประเภทถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อยหญิงสาวสำรวจรอบๆจนไปสะดุดกับกรอบรูปตั้งโต๊ะที่มีรูปพัศนัยกับกาญเกล้าก่อนจะหยุดมองแล้วหันหน้าไปพูดกับเ้าของบ้าน
“แฟนพี่บีมสวยเหมาะกันดีนะคะ”น้ำเสียงที่แสนเบาราวกับพึมพำคนเดียว
“เคยเจอแล้วนี่คนเดียวกันที่เคยเจอล่ะ ชื่อกาญ”
“ค่ะเอ่อ หนูนอนห้องไหนค่ะ”
“ซ้ายมือทำความสะอาดทุกวันนอนได้เลยครับเจอกันตอนเช้านะ” พูดจบทั้งสองก็แยกย้ายไปคนละห้อง
สักพักใหญ่ๆพัศนัยกลับออกมานั่งที่ห้องรับแขกในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงทรงหลวมๆขายาวพร้อมกับหยิบกีต้าร์ตัวโปรดมาเล่นเพลงช้าๆพอจบก็ต่อด้วยเพลงจังหวะเร็วขึ้นพร้อมกับส่งเสียงร้องดังลั่นบ้านประตูห้องนอนของแขกที่เพิ่งมาเยือนถูกแง้มออกเบาๆพร้อมหมอนข้างลอยละลิ่วมายังนักร้องที่ส่งเสียงรบกวนทันทีเสียงหัวเราะดังคิกคักจนเ้าของบ้านทนไม่ไหวต้องเดินไปตามเสียงที่เล็ดลอดออกมาชายหนุ่มผลักประตูออกพร้อมเสียงดังปึก!
“โอย!เจ็บนะผลักประตูทำไมนี่”คนเจ็บคลำหน้าผากตัวเองไปมา
“หลบทำอะไรด้านหลังประตูพี่จะรู้ไหม”
“เจ็บ!!ค่ะ” คนเจ็บพูดย้ำด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดัง
“พี่ก็เจ็บปาหมอนมาโดนหน้าพี่ทำไมใส่ชุดเดิมล่ะ ไม่อาบน้ำเหรอเป็สาวเป็นางแท้ๆ” คนพูดทำท่าเอามือปิดจมูก
“หนูลืมไปว่าไม่มีชุดใส่นอนค่ะเลยไม่อาบน้ำดีกว่า” พัศนัยไล่หญิงสาวไปอาบน้ำพร้อมกับหาชุดของเขามาให้ใส่นอน