เื่ของความรัก ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่มีวันเข้าใจ... ว่าทำไมคนเราถึงยอมเจ็บซ้ำๆ ได้ขนาดนี้
แสงสลัวจากโคมไฟทอดเงาลงบนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมถึงลาดไหล่เนียน ทว่าก็ไม่อาจซ่อนไออุ่นของกิจกรรมที่เพิ่งจบลงได้...
แพรไหมนอนตะแคงนิ่ง ลมหายใจของเธอยังคงติดขัดอยู่เล็กน้อย ความคุ้นชินที่ร่างกายตอบสนองต่อััของเขา สามารถทำได้อย่างไร้ข้อกังขา เป็สิ่งยืนยันว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บทบาทระหว่างเ้านายและลูกน้องลงเอยด้วยภาษากายบนเตียง มันเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน...
ตอนที่เธอเข้ามาทำงานเป็เลขาฯ ให้กับเขา ในคืนงานเลี้ยงบริษัท แพรไหมดื่มหนักจนแทบประคองตัวไม่ไหว คุณปริมเลยอาสาขับรถมาส่งเธอที่ห้อง... แล้วคืนนั้นทุกอย่างก็เกินเลยไปไกล จนกลายเป็ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลากยาวมาถึงทุกวันนี้
พร้อมกับกฎเหล็ก 3 ข้อที่เขาขีดเส้นเอาไว้:
1. อยู่ข้างนอกต้องทำตัวเป็แค่เ้านายและลูกน้อง
2. ห้ามเรียกร้องสถานะมากกว่านี้
3. ห้ามมีคนอื่นนอกจากเขา
“รีบตื่นทำไมครับ... รู้ไหมว่าเมื่อคืนคุณสูบพลังผมไปหมด จนแทบไม่ได้นอนเลยนะ”
เสียงทุ้มงัวเงียปลุกเธอออกจากความคิดคุณปริมขยับกายเข้ามาชิดจนแผ่นหลังของเธอััได้ถึงแผงอกอุ่นหนา ก่อนที่วงแขนแกร่งจะตวัดดึงร่างของเธอเข้าไปกอดซุก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ที่ซอกคอ ก่อนที่เขาจะกดจมูกลงบนไหล่บางเบา ๆ
แพรไหมครางแ่เบาในลำคอ เสียงใสติดจะแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่น
เธอยกมือเรียวขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขา ทว่าแทนที่จะผลักไสอย่างจริงจัง ปลายนิ้วของเธอกลับลากไล้ผ่านมัดกล้ามเนื้อแน่นอย่างเผลอตัว ก่อนจะช้อนสายตาปรือปรอยขึ้นสบตาบอสหนุ่มในระยะประชิด
“วันนี้คุณปริมมีประชุมแต่เช้านะคะ...”
เธอเอ่ยเตือนเสียงหวาน ั์ตาคู่งามฉายแววระยิบระยับยามที่เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกรั้นเฉียดผ่านแก้มสากของเขาเบา ๆ ราวกับจะแกล้งหยอก
จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ยอมปล่อยให้ผ้าห่มผืนหนาร่วงหล่นลงไปกองที่เอวคอด เผยแผ่นหลังเนียนละเอียดและรอยรักสีกุหลาบจาง ๆ ปรากฏต่อสายตาเขาอย่างเป็ธรรมชาติ
เธอบิดกายไล่ความเมื่อยขบเล็กน้อย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานแกมเอ็นดูให้คนบนเตียง
“แพรว่าคุณรีบไปเตรียมตัวดีกว่า ถ้าไปไม่ทัน...แพรไม่รับผิดชอบนะ”
แทนที่จะตอบรับคำเตือนเื่งาน ปุริมกลับทิ้งตัวนอนหนุนหมอนตามเดิม สายตาคมกริบค่อย ๆ จดจ้องไปตามร่างระหงที่เพิ่งก้าวลงจากเตียง
“เลื่อนไปก่อนไม่ได้เหรอ ผมเพลียมากเลย” เขาพึมพำเสียงพร่าอยู่ชิดผิวเนื้อของเธอ
นึกอยากจะกักขังผู้หญิงคนนี้ไว้บนเตียง ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นความงดงามนี้ นอกจากเขาคนเดียว
“ไม่ได้ค่ะ” แพรไหมปฏิเสธเสียงแข็ง
หญิงสาวรีบขยับตัวลุกหนี ก้าวเท้ายาว ๆ ไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อดีมาสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกายที่แสนดึงดูดสายตาคู่นั้น
เธอมัดปมเชือกที่เอวอย่างแ่า ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าห้องน้ำไปทันที โดยไม่ยอมหันกลับไปมองคนที่นอนงัวเงียและส่งสายตาเสียดายอยู่บนเตียงอีกเลย
ในรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรใน่เช้า บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แพรไหมทำหน้าที่เป็คนขับรถเหมือนทุกครั้ง ขณะที่คุณปริมตื่นเต็มตาแล้วและกำลังนั่งเช็กเอกสารอยู่ที่เบาะข้างๆ
“คุณแพร... ขอรายละเอียดของบริษัทคู่ค้าที่จะเจอเช้านี้” น้ำเสียงปุริมราบเรียบและเป็งานเป็การ
“ค่ะ... บริษัทที่จะเข้าพบเช้านี้คือทีแอนด์เคกรุ๊ป เขาอยากคุยเื่ข้อตกลงการขนส่งใหม่” แพรไหมตอบกลับไปอย่างมืออาชีพ
เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกบริษัท แพรไหมรีบลงจากรถเพื่อเดินไปเปิดประตู ปุริมก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางสง่างามและน่าเชื่อถือในชุดสูทเนี้ยบกริบ
สายตาหลายคู่ของพนักงานที่เดินผ่านไปมามองมาที่เขาด้วยความชื่นชม และมองมาที่เธอด้วยสายตาที่รู้กันดีว่า... เธอคือเลขาฯ คู่ใจที่อยู่ข้างกายเขาเสมอ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ข้างกายที่ว่านั้น มันไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานไปมากแค่ไหน
“คุณแพร เดินเร็วๆ หน่อย” ปุริมหันมาสั่งเสียงเข้มก่อนจะก้าวขาฉับๆ นำเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหาร
“ค่ะ” แพรไหมรับคำสั้นๆ เธอสาวเท้าเดินตามหลังเขาไป
ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด แพรไหมนั่งประจำที่อยู่ทางด้านซ้ายมือถัดจากคุณปริม มือของเธอคอยจดบันทึกการประชุมอย่างแม่นยำ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอสไลด์และสลับมามองท่าทางของเ้านายหนุ่มเป็ระยะ
เวลาที่คุณปริมทำงาน เขาจะกลายเป็อีกคนทันที ดวงตาคมกริบเด็ดขาด น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังที่ใช้ต่อรองกับตัวแทนของทีแอนด์เคกรุ๊ป ทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา
“ข้อเสนอเื่ค่าขนส่งทางเราคงรับตามนี้ไม่ได้ครับ ถ้าทางคุณไม่ลดลงอีกห้าเปอร์เซ็นต์ เราคงต้องขอพิจารณาเ้าอื่น”
ปุริมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันในที ทำเอาฝั่งคู่ค้านิ่งอึ้งไป แพรไหมรีบส่งเอกสารเปรียบเทียบราคาต้นทุนที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้าให้เขาแทบจะในวินาทีเดียวกัน ปุริมรับไปเปิดดูโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอ มีเพียงคำพูดสั้นๆ ที่ออกจากปาก
“ขอบคุณครับคุณแพร”
การเจรจาอันยาวนานกินเวลาไปจนถึงเที่ยงวัน ในที่สุดดีลนี้ก็จบลงด้วยความสำเร็จตามที่ปุริมตั้งเป้าไว้
ตอนนี้ในห้องประชุมเหลือเพียงเธอกับเขาแค่สองคน แพรไหมเริ่มเก็บเอกสารและไอแพดเข้ากระเป๋าก่อนจะออกไปเคลียร์งานต่อที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
“เหนื่อยหน่อยนะ วันนี้ทำได้ดีมาก”
แพรไหมชะงักมือที่กำลังเก็บปากกา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นปุริมกำลังคลายเนกไทออกหลวมๆ ใบหน้าคมคายนั้นดูเหนื่อยล้าจากการใช้สมองอย่างหนัก
“ขอบคุณค่ะ”
ปุริมลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอ แต่ก่อนที่มือหนาจะแตะลงบนผิวเนื้อของเธอ เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณปริมที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาเสียก่อน
'คุณแม่'
ปุริมชะงักมือทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังและรีบผละตัวกลับไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ โดยไม่หันมามองเลขาฯ อย่างเธออีกเลย
แพรไหมได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองดูแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไปคุยโทรศัพท์ที่มุมห้อง ความอึดอัดที่ว่าแน่ ยังไม่เท่าความจริงที่กำลังจะตามมาหลังจากสายโทรศัพท์นี้ชัวร์ๆ
“ครับคุณแม่... ครับ ผมเพิ่งประชุมเสร็จพอดี”
น้ำเสียงของปุริมที่กรอกลงไปในสายนั้นนอบน้อมและเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด
“เื่นัดดูตัวกับหนูพิมพ์ใจ... แม่จัดการล็อกวันให้แล้วนะสอง เสาร์นี้ห้ามอ้างว่าติดงานเด็ดขาด”
คำว่า ‘ดูตัว’ มันเหมือนค้อนที่ทุบลงมากลางอกของแพรไหมอย่างจัง ลมหายใจของเธอสะดุดกึกจนตัวชา
แพรไหมยืนนิ่งอยู่กลางห้องประชุม มือที่กุมกระเป๋าเอกสารบีบเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เธอไม่อยากแอบฟัง แต่ในห้องที่เงียบกริบแบบนี้ เสียงจากปลายสายก็เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเป็ระยะ
“ครับคุณแม่ ผมทราบแล้วครับ วันเสาร์นี้ผมจะไปตามนัด” ปุริมตอบรับอย่างง่ายดาย ไม่มีท่าทีขัดขืนแม้แต่น้อย
ทันทีที่เขาวางสาย บรรยากาศในห้องประชุมก็กลับมาเงียบงันอีกครั้ง ปุริมหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาเรียบเฉย
“คุณแพร เสาร์นี้ผมมีนัดสำคัญ ช่วยเช็กตารางงานวันเสาร์ให้ทีว่าไม่มีอะไรแทรกใช่ไหม” เขาพูดสั่งการด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับว่าประโยคเมื่อครู่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจของเลขาฯ คนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ค่ะ... วันเสาร์นี้ตารางของคุณปริมว่างค่ะ แพรเคลียร์ไว้ให้หมดแล้ว” เธอฝืนบังคับเสียงไม่ให้สั่น
“ดีมาก งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ ่บ่ายถ้ามีเอกสารอะไรด่วนค่อยเอาเข้ามาให้ผมเซ็น” ปุริมพูดจบก็เดินนำออกไปจากห้องประชุม
แพรไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดก้อนความเสียใจลงไปในส่วนที่ลึกที่สุด เธอก้าวขาที่หนักอึ้งเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง กองเอกสารมากมายไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความทรมานนี้ได้เลย
7 ปีที่ยอมปฏิบัติตามกฎเหล็กอย่างเคร่งครัด... สุดท้ายแล้วสิ่งที่ได้รับกลับมา มีเพียงความจริงที่ว่า เธอเป็ได้แค่...ที่พักใจชั่วคราว ในตอนกลางคืนเท่านั้นเอง