“เ้าจะไปล่องเรือดูโคมกับพี่เ้าหรือ” หนิงลี่เอ่ยถามบุตรสาว ที่เมื่อก่อนไม่ชอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก สถานที่ที่จื่อเหยียนโปรดปรานคือห้องครัวที่เหลาสราญ ซึ่งมีพี่ชายนางเป็เ้าของกิจการ ครอบครัวของนางเหลาอาหารมาหลายรุ่น นางเองก็เป็คนมีฝีมือปลายจวักติดตัวมาไม่น้อย ซึ่งลูกสาวก็ได้รับถ่ายทอดความสามารถทางด้านนี้จากนางไปด้วย
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าขอพี่ใหญ่แล้ว ท่านแม่อนุญาตให้ข้าไปเถอะนะเ้าคะ”
“แม่ไม่ได้ว่าอะไร เ้าอย่าเพิ่งทำท่าจะออดอ้อนขอร้องแม่เลย” ผู้เป็มารดาค้อนน้อยๆ ให้ลูกสาว หลังๆ เหยียนเอ๋อร์มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมาก ซึ่งเป็การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สามีนางยังเอ่ยชมลูกไม่ขาดปาก
“ขอข้าไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ”
สองแม่ลูกหันไปทางประตู ที่บัดนี้มีจื่อหรานยืนอยู่ตรงนั้น ตอนนี้แม่ของนางถูกส่งไปยังอารามในชนบท นางในตอนนี้เหมือนคนหัวเดียวกระเทียมลีบก็ไม่ปาน กระนั้นจื่อเหยียนก็ไม่คิดรังแก หากนางไม่พยายามเข้ามายุ่งวุ่นวายในเรือนใหญ่
“ใครให้เ้าเข้ามา”
“ข้า เอ่อ...”
“ช่างนางเถอะเหยียนเอ๋อร์”
“ช่างไม่ได้เ้าค่ะ ั้แ่แม่ของนางถูกขับไล่ออกจากจวน นางทำตัวเสียมารยาทแบบนี้หลายครั้งแล้ว คิดจะเดินไปไหนก็ไปโดยไม่บอกกล่าว เกิดนางออกไปข้างนอก ทำตัวแบบนี้ให้ผู้อื่นพบเห็น คงได้ขายหน้ามาถึงท่านพ่อท่านแม่กับตระกูลแน่เ้าค่ะ”
จื่อหรานหน้าซีดเผือด นางยอมรับว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุกเข้ามาในเรือนใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้นางเหมือนตัวคนเดียว นาง้ามาเอาอกเอาใจฮูหยินใหญ่
“เช่นนั้นแม่จะลงโทษด้วยการกักตัวนางให้อยู่ในเรือน”
หนิงลี่ไม่ใช่คนใจร้ายพอที่จะรังแกลูกอนุ หากแต่นางก็ใจดีไม่พอ ที่จะอุ้มชูเอ็นดูเหมือนลูกในไส้ นั่นเพราะนางทราบดีว่า จื่อหรานมีนิสัยถอดแบบมารดาของนาง
“ให้นางไปนั่งสวดมนต์ด้วยเ้าค่ะ จะได้ขัดเกลาจิตใจ” จื่อเหยียนข่มกลั้นความโกรธ นางรู้ดีว่า ทำไมจื่อหรานถึงอยากไปล่องเรือด้วย ในชาติก่อนนางก็ขอตามพี่ใหญ่ไปด้วย แม่ของนางเข้ามาขอร้องท่านพ่อ นั่นแปลว่า คืนเกิดเื่น้องสาวต่างมารดาผู้นี้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
“พี่รอง... ได้โปรดอย่ารังแกข้าเลย”
“ข้าหรือรังแกเ้า มีแต่เ้าที่หาเื่เอง กฎบ้านมี แต่กลับไม่ปฏิบัติตาม แล้วยังกล้าพูดว่า ข้ารังแกเ้า”
“ข้าขออภัยเ้าค่ะ”
จื่อเหยียนปรายตามองน้องสาวที่กำลังพยายามทำตัวให้เหมือนดอกสาลี่ต้องหยาดฝน เกือบงามแล้ว หากไม่ถูกจับได้ว่า กำลังเสแสร้งบีบน้ำตา
“อยู่กันแค่นี้เ้าไม่ต้องแสร้งทำ แม่ข้าไม่มีวันเอ็นดูเ้ามากไปกว่านี้หรอก และถ้าเ้ายังกล้าแสดงกิริยาแบบนี้ต่อหน้าผู้คนให้เข้าใจท่านแม่ข้าผิด ข้าจะขอให้ท่านพ่อส่งเ้าไปอยู่ที่อารามกับแม่ของเ้า”
“พะ พี่...”
“ข้าไม่ได้ขู่เ้านะจื่อหราน ข้าพูดจริงทำจริงทุกประการ”
น้ำเสียงของจื่อเหยียนยังให้จื่อหรานเย็นะเืไปถึงกระดูกสันหลัง พักนี้พี่สาวนางเปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนจื่อเหยียนไม่ใช่คนพูดเก่งขู่เก่งเช่นนี้ หรือว่า... พี่รองจะล่วงรู้แผนการของท่านแม่ แล้วซ้อนแผนกันนะ จื่อหรานช้อนสายตาขึ้นมองพี่สาวอย่างกล้าๆ กลัวๆ และนางได้พบว่าอีกฝ่ายกำลังจับจ้องมาไม่วางตา นั่นทำให้อดตัวสั่นไม่ได้
“เหยียนเอ๋อร์ให้อภัยน้องสาวเ้าเถอะ ส่วนเื่ไปดูโคม แม่ให้เ้ากับพี่ชายเ้าตัดสินใจ”
“พะ พี่รอง”
“ฮึ จะไปก็ไปสิ”
จื่อเหยียนแค่นเสียงในลำคอ หากนางพบว่า จื่อหรานเกี่ยวข้องกับเื่ที่พี่ชายนางตกน้ำ จนต้องเป็หนี้บุญคุณคนอื่น ก็อย่าหาว่า นางไม่เตือนก็แล้วกัน
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“เ้าออกไปเถอะ แล้วจำเอาไว้ว่า อย่าทะเล่อทะล่าเข้ามาที่เรือนนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต แม่ข้าอาจจะใจดีกับเ้า แต่ข้าไม่”
จื่อเหยียนมองตามแผ่นหลังบอบบางของน้องสาวต่างมารดา ที่เผ่นแน่บออกไปโดยไว
“เหตุใดจึงพูดแรงเช่นนั้นเล่าเหยียนเอ๋อร์ อย่างไรนางก็ขึ้นชื่อว่า เป็น้องเ้านะ”
“ก็เพราะนางเป็น้องข้านี่แหละเ้าค่ะ ข้าถึงต้องกำราบนางเอาไว้”
“เ้าคิดว่า นางจะทำอันใด”
“ข้ายังไม่แน่ใจเ้าค่ะ แค่มีลางสังหรณ์ว่า นางอาจก่อเื่”
“นางก็ตัวแค่นั้น จะก่อเื่ก่อราวอันใดได้” หนิงลี่โคลงศีรษะ
“แล้วถ้านางคิดทำร้ายข้าหรือพี่ใหญ่ ท่านแม่จะโกรธหรือไม่”
“หากเป็เช่นนั้น แม่จะส่งนางไปอยู่ที่อารามร่มธรรม”
มุมปากอิ่มกดลึก นางมีลางสังหรณ์ว่า อีกไม่นานจื่อหรานอาจได้ไปอยู่กับแม่ของนาง ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่ใช่อย่างที่นางคิดก็แล้วกัน ขอให้นางอย่าได้คิดร้ายกับพี่ใหญ่ สมรู้ร่วมคิดกับคนพวกนั้น เพราะนางจะไม่ปล่อยให้คนชั่วช้าลอยนวลแน่!