บทที่31
พิธีชงชาของโทโคโยะ
พวกเรายืนอยู่หน้าห้องที่มองออกไปเห็นสระบัวด้านหน้าเมื่อได้เวลาบ่ายโมงตรงเป๊ะหรือเวลาที่หนิงหลงเรียกว่ายามเว่ยคุเรไนเปิดประตูห้องออกมา
เขาอยู่ในชุดกิโมโนสีเขียวเข้มไม่มีลายมีกิโมโนซับในสีขาว สายคาดเอวเป็สีดำสีหน้าของชายหนุ่มสงบเงียบต่างจากปกติราวกับเป็คนละคน
“อาหง!”ถิงถิงทักทาย แต่คุเรไนโค้งตัวให้เราโดยไม่พูดและหนิงหลงโค้งตัวกลับแทบจะจังหวะเดียวกัน ฉันเลยรีบทำตาม เริ่มััความศักดิ์สิทธิ์ได้พวกเราล้างมือและล้างปากในอ่างหน้าห้อง จากนั้นก็ได้เข้าไป
มีผ้าผืนใหญ่ปูอยู่บนพื้นและมีเบาะให้พวกเรานั่งบนผนังห้องนี้มีม้วนภาพูเาแขวนอยู่และในห้องมีอุปกรณ์ชงชาทำจากดินเผาตั้งอยู่พร้อมถ้วยชา
พวกเรานั่งทับขาบนเบาะคุเรไนนั่งลงทีหลังด้วยท่วงท่าสง่างาม สะบัดแขนเล็กน้อยเพื่อให้ชายเสื้อเข้าที่
“อาหารกลางวันอร่อยไหมทุกคน?”ในที่สุด คุเรไนก็ยิ้มเพื่อคลายความตึงเครียดของบรรยากาศ “เรียวรบกวนเ้าเป็โชเคียคุด้วย”
“อืม” ชายหนุ่มรับคำ ชวนคุยต่อ“เ้าไม่ได้เตรียมม้วนภาพหรือจัดสวนฉะนั้นข้าจะถามเ้าว่าเ้าคิดอย่างไรกับพวกมัน”
“สระน้ำดูแลดีเสียดายที่เป็ฤดูที่บัวเริ่มโรยรา ม้วนภาพนี้ก็เป็ม้วนภาพที่ดี...ดอกเหมยบานสะพรั่งกลางทิวเขาสูง ดูจากฝีแปรงแล้ววาดโดยปรมาจารย์”ผู้นำพิธีกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ “พวกเ้าท่าทางจะเกร็งกันสุดๆ ข้าจะอธิบายก่อนพิธีชงชาของโทโคโยะจะมีจังหวะว่าผู้ชงชากับแขกจะพูดคุยได้ในเวลาใดเพราะจุดประสงค์ของพิธีชงชาส่วนหนึ่งคือการชื่นชมธรรมชาติ หรือเป็การนั่งสมาธิกลายๆข้ามอบหมายให้เรียวเป็โชเคียคุหรือแขกาุโคอยนำพิธี พวกเ้าทำตามที่เขาทำก็พอไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น”
ระหว่างพูดเขาจุดเตาถ่านสำหรับให้ความอบอุ่น่นี้ฉันเห็นซูเหลียงเริ่มเอามันออกมาเตรียมเพื่อฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
ห้องชงชาอุ่นขึ้นมีกลิ่นของเครื่องหอมโชยมาจากทางเตา
“ถ้าพวกเ้ายังไม่ได้ทานอาหารตามปกติ่นี้จะเป็่ที่ข้าจะยกอาหารชุดมาให้ เป็อาหารชุดที่ไว้ดื่มก่อนชาเข้มข้นเพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นอาหารก็เช่นข้าว ซุปเต้าเจี้ยว ผักต้ม และอื่นๆ ซึ่งลำดับในการกินมันยุ่งยากเกินไปเพราะฉะนั้นข้าจะข้ามไปที่ขนม”
คุเรไนยกขนมมา
“น่าเสียดายที่ข้าไม่มีขนมติดตัวมาจากโทโคโยะข้าเลยขอให้ซูเหลียงช่วยหาอะไรมาสักอย่าง และเขาให้เ้านี่มา ซึ่งน่าจะเป็ของที่เขากะเก็บไว้กินเอง”เขาเลื่อนจานใส่ขนมชิ้นเล็กมาตรงหน้าเรา
“เฮอะ” ซูเหลียงหัวเราะขึ้นจมูก
ฉันอธิบายไม่ถูกว่าขนมที่เขาให้มาคืออะไรด้านนอกดูเหมือนขนมเปี๊ยะ แต่พอกินเข้าไปกลับพบว่าข้างในรสชาติเหมือนผลไม้อะไรสักอย่างและอีกสักพักฉันถึงได้กลิ่นว่าผลไม้กวนที่ว่าคือแอปเปิลกวน มีความเปรี้ยวของแอปเปิลนำมาก่อนและตามมาด้วยความหวานแป้งร่วนเป็ชั้นๆ
“ถิงถิงอยากกินขนมอีก!” เด็กหญิงกล่าวหลังใช้ส้อมไม้จิ้มกินคำเดียวหมด ปากยังเคี้ยวตุ้ย
“ว่าแล้วเพราะฉะนั้นข้าเตรียมมาพิเศษสำหรับถิงถิง แต่นแต๊น ขนมเปี๊ยะไส้เกาลัด อร่อยนะ”คุเรไนปรนนิบัติเด็กหญิงด้วยขนมต่างๆ และรอยยิ้ม ฉันเดาว่าเขาน่าจะมีพี่น้องหลายคน
พวกเราเริ่มคุยกัน ฉันขาชาจนต้องขอออกไปยืนหน้าห้องเราเลยออกมากันหมด ถิงถิงเอาแต่พูดถึงขนมที่ทานไป ส่วนหนิงหลงยืนเงียบๆสมเป็แขกาุโ
“ครั้งแรกที่เคยทำอะไรแบบนี้เลย” ฉันชวนเขาคุย
“ข้าเองไม่ได้เข้าพิธีชงชาบ่อยแต่พอมีประสบการณ์บ้าง จุดประสงค์ของพิธีชงชาคือการทำให้จิตใจสงบ เพราะฉะนั้นเ้าไม่จำเป็ต้องเกร็งดื่มด่ำกับความตั้งใจของอาหงก็พอ”
“พิธีชงชาทำกันอย่างนี้เหรอขอรับ?อึดอัดเหมือนกัน”
“คนที่ไม่ชินก็จะว่าอึดอัด แต่ที่จริงมันคือการให้เวลาเราอยู่กับปัจจุบันอาหงไม่ได้เป็ผู้ชงชามืออาชีพก็จริง แต่ข้าดูออกว่าเขาตั้งใจมาก”
“เชิญความจริงข้าต้องตีฆ้องแต่ที่นี่ไม่มีฆ้อง ฉะนั้นเชิญ”คุเรไนโผล่หัวออกมาเชิญเราเข้าห้องหนิงหลงล้างมือและปากอีกครั้งก่อนจะเข้าไปด้านในเรานั่งลงที่เดิมและได้เวลาของพระเอกของงานคือชาเขียว
ในห้องมีบรรยากาศขลังได้ยินเสียงน้ำร้อนและมองเห็นไอน้ำสีขาว ไม่มีใครพูดอะไรขณะคุเรไนล้างถ้วยชาและไม้สั้นๆที่ใช้สำหรับชงชา หมุนถ้วยด้วยการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายทว่าสง่างามเขาเทน้ำร้อนในถ้วยทรงสูงด้านข้าง เช็ดด้วยผ้าสะอาดสีขาวที่ดึงมาจากอกเสื้อใช้เสร็จก็สอดผ้ากลับเข้าไปในอกเสื้อกิโมโน
หลังจากนั้นชายหนุ่มเปิดกระปุกชาด้วยกิริยาเนิบช้าแบบที่ดูแล้วรู้ว่าซ้อมมาดีเขาใช้ช้อนขนาดเล็กตักผงชาเขียวใส่ถ้วย ใช้กระบวยไม้ไผ่ด้ามยาวตักน้ำร้อนจากหม้อบนเตาขึ้นมาได้แบบไม่หกสักหยดเทใส่ถ้วยพอประมาณก่อนจะเทน้ำร้อนที่ไม่ใช้คืนหม้อ
“หืม...”
ซูเหลียงส่งเสียงเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นการวางกระบวยคืนของคุเรไนเขาวางตัวกระบวยบนปากหม้อ ด้ามกระบวยพาดบนท่อนแขน ค่อยๆลดท่อนแขนลงให้ด้ามพาดบนปากหม้อน้ำร้อนพอดีแทนที่จะใช้มือวางกระบวยทรงตัวอยู่บนปากหม้อพอเหมาะ
เท่จริงฉันปรบมือในใจ
ไม้ตีชาถูกหยิบขึ้นมาใช้ตีชาเรียกว่าการนวดชาจนชานั้นแตกฟอง เขาปาดมันกับขอบก่อนจะหยิบออกเป็อันชงเสร็จหนึ่งถ้วย
เขาเลื่อนมันไปที่หนิงหลงโดยหันด้านที่มีรูปวาดไปทางแขกและเริ่มชงถ้วยถัดมาเขาชงเบ็ดเสร็จสี่ถ้วยสำหรับพวกเราสี่คน
“ขออนุญาต”หนิงหลงพูดแ่เบาเมื่อเขาหยิบถ้วยชาที่ลักษณะคล้ายชามข้าวนั้นขึ้นด้วยมือขวา “มองข้านะ”เขาเอาถ้วยชาวางบนฝ่ายมือซ้ายหมุนถ้วยตามเข็มนาฬิกาเพื่อให้ด้านที่มีการตกแต่งของถ้วยหันไปทางผู้ชง จากนั้นจึงดื่มรวดเดียวหมดใช้กระดาษเช็ดบริเวณที่ดื่ม ก่อนจะหมุนถ้วยกลับมาทางเดิมและวางลงโค้งขอบคุณผู้ชงเล็กน้อย
“ชาที่เ้าใช้ชงชานี้เข้มข้นจริงๆรสชาติล้ำลึกและไม่ขมปร่า แสดงถึงคุณภาพชั้นเลิศ เป็ชาจากที่ใดรึ?”
“ข้าได้รับมาจากหัวหน้าตระกูลคามิอาสึมะบิดาบุญธรรมของข้า” เขาตอบ “เป็ชาที่ผ่านกระบวนการทำโดยร้านชาที่มีประวัติกว่าสี่ร้อยปีรสชาติเข้มข้นหอมมัน ดีใจที่เ้าชอบ”
ซูเหลียงที่ได้รับชาเป็คนถัดมาสามารถเลียนแบบพิธีการของหนิงหลงได้อย่างไร้ที่ติเมื่อชาถูกเลื่อนมาตรงหน้า ฉันเริ่มเครียดเพราะจำขั้นตอนไม่ได้
“หยิบขึ้นด้วยมือขวา วางบนมือซ้ายจากนั้นหมุนให้ด้านที่มีรูปดอกโบตั๋นหันไปทางอาหง”หนิงหลงอธิบายแบบไม่ต้องรอให้ถาม “ถือเป็การให้เกียรติผู้ชงชาปกติจะดื่มให้หมดในคราเดียว แต่เ้าไม่ต้องรีบหรอก”
“ใช่ คนกันเอง” คุเรไนเสริมฉันทำตามที่หนิงหลงบอกและยกถ้วยชาจรดริมฝีปาก
ชาข้นจนแทบจะเป็ครีมและมีรสขมแต่ยังมีความมันๆ นุ่มละมุนและมีรสชาติแบบที่ชิมแล้วรู้เลยว่าของแพงชัวร์
ฉันใช้ผ้าที่ได้รับมาพร้อมชาเช็ดขอบที่เป็รอยปากก่อนจะหมุนรูปดอกโบตั๋นกลับมาทางตัวเองและวางถ้วยชาลงคำนับขอบคุณคุเรไนแบบที่เห็นสองหนุ่มก่อนหน้าทำ
ถิงถิงได้รับเป็คนสุดท้ายไม่ได้ดื่มแบบเคร่งครัดมากนักเธอดื่มๆ หยุดๆ ตามใจและไม่มีใครว่า แต่เด็กหญิงยังระวังไม่ให้ดื่มด้านที่มีรูปภาพถือเป็มารยาทของการดื่มชาในพิธีชงชา
คุเรไนจุดเครื่องหอมและเติมถ่านลงในเตา
“ที่พวกเ้าดื่มไปเมื่อครู่คือโคอิฉะชารสเข้ม ถัดมาจะเป็อุซึฉะหรือชารสอ่อน คราวนี้พวกเ้าไม่ต้องเกร็งกันขนาดนั้นพูดคุยได้อะไรได้”
ฉันนั่งฟังเสียงน้ำและเสียงต่างๆของกระบวนการชงชา เขาเลื่อนชามาตรงหน้าเราทีละคน เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ อย่างละเมียดละไมระหว่างนั้นเขากับหนิงหลงนั่งคุยกันเื่เครื่องกระเบื้องที่ใช้ในวันนี้
“ข้าเตรียมอุปกรณ์สำหรับพิธีชงชาเผื่อมาให้ความบันเทิงเหล่าขุนนางของซิงกวนแต่ไม่มีโอกาส ท่าทางเหล่าขุนนางของแคว้นนี้จะไม่ได้ว่างกันถึงเพียงนั้น”คุเรไนพูดไปเรื่อยเปื่อย “เอาล่ะ เท่านี้ก็จบแล้ว”
คุเรไนส่งเราออกจากห้องรอจนมองไม่เห็นเราแล้ว เขาเข้าไปเก็บของที่ใช้ในพิธีโดยไม่ให้ใครอื่นช่วยแต่สุดท้ายเพราะนี่ไม่ใช่พิธีชงชาแบบสุดจะทางการ พวกเราเลยย้อนกลับไปช่วยเขาเก็บ
“เ้าก็อย่าน้อยหน้าพรุ่งนี้ชงให้ข้าสักหน่อยก่อนไป”
“ข้าจะเก็บของเดินทาง”
“เถอะนะ”คุเรไนคะยั้นคะยอหนิงหลงไม่หยุด ชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีแดงจึงตอบตกลง
วันนั้นฉันเริ่มเก็บของสำหรับเดินทางนอนจินตนาการถึงทิวทัศน์ที่จะได้เห็นและพิธีชงชาของหนิงหลงที่จะได้ััในวันพรุ่งนี้