EP3 : ความขัดแย้งภายในของมัณตราสินีย์
เสียงฝนยังซัดไม่หยุด ความมืดข้างนอกแทบกลืนเงาของเรือนทั้งหลัง ที่พวกเขาได้พบเจออยู่ใกล้ๆ แสงจากโคมไฟกระพริบวูบอีกครั้ง ก่อนจะนิ่งลงท่ามกลางความเงียบที่อึดอัดราวกับเวลาเองก็กลั้นหายใจ
ร่างหนึ่งลุกขึ้นมา เป็ภาพย้อนแสงที่ดูลึกลับ และไม่อาจเห็นสีหน้าอารมณ์ได้ชัดเจน
อาจารย์คงหันกลับไปมองก่อนคนอื่น"นั่น… มัณตราสินีย์? เธอตื่นขึ้นมาแล้วสิ ?"
มัณตราสินีย์ยืนอยู่ในเงามืด "ดูเหมือนพวกคุณจะเริ่มมองเห็นแล้วสินะ ว่า “โลก” ที่เรายืนอยู่ตอนนนี้ มันไม่ใช่โลก้เดิม ที่เราเคยอยู่..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
เมฆา(วิทย์)เอียงหัวข้างหนึ่ง ขณะสำรวจดูมัณตราสินีย์อีกครั้ง "แล้วคุณหมายความว่ายังไงครับ โลกคู่ขนาน? หรือเป็ผลข้างเคียงของแรงโน้มถ่วงเชิงควอนตัมที่บิดเบี้ยวที่เกิดจากสมุดเล่มนั้นหรือ ?"
เมฆา(เวท)พ่นลมหายใจเบา ๆ "อย่าเอาแรงควอนตัมมาโยงเลยน่า มันคือผลข้างเคียงของ 'เวทแห่งสัจจะ' และอาถรรพ์ของ'สมุด'เล่มนั้น ต่างหาก"
อาจารย์คงส่ายหน้า "ฟังดูเหมือนพวกนายสองคนกำลังจะทะเลาะกันระหว่างคัมภีร์ กับตำราเรียน…"
"ผมไม่ได้ทะเลาะครับ" เมฆา(วิทย์)ว่า 'ผมแค่ไม่คิดว่าความจริงจะต้องมีคาถาร่วมด้วยเท่านั้น
เมฆา(เวท)สบัดหางตาอันคมกริบไปทางเมฆา(วิทย์) "แล้วนายจะอธิบายยังไงว่าเรามายืนอยู่ในห้องเดียวกัน ทั้งที่นายกับฉัน… เป็คนคนเดียวกัน?"
เมฆา(วิทย์)นิ่งไปครู่ "…อืม ก็จริงแฮะ… หรือว่านี่เป็บั๊กจักรวาล?"
"บั๊กจักรวาลบ้าบออะไรของพวกนาย…!" อาจารย์คงส่ายหัว "ฟังสิ เสียงในอากาศมันเปลี่ยน…"
“ฟู่…”
เสียงลมหายใจเหมือนบางสิ่งกำลังซึมออกจากเงาของมัณตราสินีย์
กลิ่นเหมือนควันเทียนผสมเหล็กไหม้ลอยคละคลุ้ง
เมขลากับครูชัยรัตน์จับมือกัน และถอยออกไปอยู่ด้านหลังของทั้งสามอย่างหน้าตาตื่น
ฟ้าผ่าซ้ำลงอีกครั้งจนกระจกหน้าต่างสั่นรัว เหมือนโลกภายนอกกำลังถูกใครบางคนบิดเบี้ยวทีละเส้น
สมุดวาดเขียนบนโต๊ะเปิดเองโดยไม่ต้องมีใครแตะ แผ่นกระดาษพลิกไปมา เสียงเหมือนกระซิบแ่เบาอยู่ในอากาศ
เมฆา(เวท)หรี่ตาจ้องมอง "มัน… มันกำลังวาดเองอีกแล้ว เห็นไหม?"
"สมุดไม่มีระบบอัตโนมัติครับ อย่าบอกนะว่านี่คือ “โหมดเขียนผีเข้าร่าง” เมฆา(วิทย์)ว่า
อาจารย์คงหูผึ่ง "โหมดอะไรนะ!? ฟังเหมือนชื่อเมนูในเกมเลยว่ะ"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น—แต่ไม่ใช่ของใครในห้อง
มันเป็เสียงของ “กัมปนาท” เสียงที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาต และเย่อหยิ่ง
"พวกเ้า คิดว่า จะหนีข้าไปได้รึ... เวทของพวกเ้า มันก็แค่ เศษหมึก จากปลายนิ้วของข้า"
มัณตราสินีย์เงยหน้าช้า ๆ ดวงตาเธอกลับกลายเป็สีแดงเรื่อ เหมือนเืผสมเพลิง
ริมฝีปากเธอขยับ... แต่เสียงที่เปล่งออกมา ไม่ใช่ของเธอ
เสียงของกัมปนาทนั้น แท้จริง กลับออกมาจากปากของมัณตราสินีย์
"พวกเ้าคิดว่ามิตินี้จะทำให้พวกเ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือข้า... ที่แท้มันก็เป็เพียง “เศษภาพวาด” จากสมุดของข้าเท่านั้น..."
ลมในห้องหมุนวนรุนแรงจนกระดาษปลิวว่อน ไฟเทียนดับพร้อมกัน
แสงสีแดงจากดวงตาของมัณตราสินีย์กลายเป็พลังสายฟ้าสาดใส่ทั้งสามคน
เมฆา(วิทย์)ะโหลบแทบไม่ทัน "โอ๊ย! แฟลชใส่หน้าฟรีแบบนี้ไม่ขอรีวิวดี ๆ นะครับ!"
เมฆา(เวท)สะบัดแขนร่ายยันต์ป้องกัน "อย่ามัวพูดเล่นสิฟะ! มันคือพลังของกัมปนาทจริง ๆนะ!"
"ใจเย็น ๆ เดี๋ยวหัวใจข้า จะวายตายไปซะก่อน!" อาจารย์คงร่ายยันต์กลางอากาศเช่นกัน
แสงแดงกระจายไปทั่วพื้น แต่กลับสะท้อนแปลก ๆ เหมือนโดนกำแพงที่มองไม่เห็น
มัณตราสินีย์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว น้ำเสียงในหัวเธอเริ่มแ่ลง
"ทำไม... ทำไมพลังข้า ถึงไม่เต็ม..." เสียงกัมปนาทแ่เบาลง
แล้วเสียงของมัณตราสินีย์ที่เป็เสียงของตัวเองก็พูดขึ้น "เพราะ...ที่นี่ไม่ใช่โลกของท่านซะทีเดียว... นี่คือ 'เงา' ของมิติ... ที่เวทแห่งสัจจะนั้น ได้สร้างขึ้นด้วย..."
ดวงตาเธอเปลี่ยนกลับเป็ปกติ
ร่างกายเริ่มสั่น — เหมือนมีสองจิตต่อสู้กันอยู่ภายใน
เมฆา(เวท)นิ่งมอง "เธอกำลังสู้กับมันอยู่..."
อาจารย์คงมองนิ่ง "เธอควบคุมร่างได้บางส่วนสินะ เหมือนคลื่นสัญญาณหลุดๆ ติดๆ"
เมฆา(วิทย์)หันไปมองอาจารย์คง "งั้นเราต้องรีบก่อนที่คลื่นปีศาจจะครอบเต็มแบนด์วิดธ์น่ะสิ"
อาจารย์คงหันขวับ "หุบปากเถอะเมฆา เดี๋ยวนี้พูดอะไรอาจารย์ไม่เข้าใจเลย!"
สมุดวาดเขียนเริ่มเปล่งแสงอีกครั้ง คราวนี้เป็แสงสีน้ำเงินเย็นเยียบ
เส้นหมึกบนกระดาษขยับราวกับมีชีวิต มันกำลังวาดเป็ประตู — วงกลมซ้อนวงที่ดูเหมือนตราประทับเวทผสมสมการ
"เดี๋ยวสิ… " เมฆา(วิทย์)หน้าตาตื่น "สมการพวกนี้มันเหมือนรหัสการบิดมิติที่ผมเคยอ่านตอนจำลองแรงโน้มถ่วง!"
เมฆา(เวท)พยักหน้า "และส่วนกลางนี่… คือวงเวทสัจจะที่ฉันกับอาจารย์คงได้วาดไว้"
ทั้งสองเมฆาสบตากัน
ในเสี้ยววินาที ทั้ง “เหตุผล” และ “เวทมนตร์” กลับเข้ามาอยู่ในกรอบเดียวกัน
อาจารย์คงถอนหายใจ "เออ… เห็นทีอาจารย์จะได้เห็นประวัติศาสตร์ใหม่ ที่เรียกว่า 'ฟิสิกส์สายเวท' แล้วสิ
เมฆา(วิทย์)หัวเราะแห้ง "ขออย่างเดียว อย่าให้ต้องสอบปลายภาคนะครับ"
มัณตราสินีย์ทรุดลงกับพื้น แสงสีแดงในร่างเธอจางลง เหลือเพียงแสงหม่นในดวงตา
เธอเงยหน้ามองทั้งสามคน น้ำเสียงกลับมาอ่อนโยน
"มัน…มันจะกลับมาอีก ฉันรู้สึกได้…" มัณตราสินีย์พูดเสียงแ่
เมฆา(เวท)จ้องเธอ "แล้วเธอจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ?"
มัณตราสินีย์เงยหน้า สายตาดูอ่อนล้า "ไม่รู้สิ… แต่ถ้าพวกคุณจะออกจากที่นี่ได้ สมุดเล่มนี้… จะต้องถูก 'วาดจบ' ก่อน"
"วาดจบ?" เมฆา(วิทย์)เลิกคิ้ว "หมายความว่า ต้องวาดตอนจบของโลกนี้ให้เสร็จเหรอ?"
"งั้นก็แปลว่า..." อาจารย์คงสอดขึ้น "มันก็เหมือน เรายังอยู่ในสมุดนั่นเองสินะ?!"
ทั้งสามหันมามองหน้ากัน — พร้อมเสียงฟ้าร้องที่เหมือนคำตอบ
"ถ้าอย่างนั้น..." สีหน้าเมฆา(เวท)เคร่งเครียด "เราต้องเขียนตอนจบเองสินะ"
ยังไม่ทันได้มีใครพูดอะไรต่อ เสียงลมพายุริบด้านก็พัดแรงขึ้น ก่อนที่สมุดจะเริ่มสั่นแรง
บนหน้ากระดาษ มีภาพใหม่ค่อยๆปรากฏขึ้น... ภาพของ “มือที่ไม่ใช่ของใครในห้อง”
มันกำลัง เขียนบางอย่างต่อ อย่างช้า ๆ
ตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละตัว:
“ผู้เขียนจะต้องเลือกว่า ใครจะอยู่ และใครจะลบเลือน…”
เมขลาและครูชัยรัตน์จับมือกันแน่นกว่าเดิม สีหน้ายิ่งหวาดหวั่นหนัก
ทั้งห้องนิ่งเงียบลงอีกครั้ง — จนแต่ล่ะคนราวกับ ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองอย่างชัดเจน...
*โปรดติดตามตอนต่อไป*