จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีไปยังการนำทางไปยังการค้นหาศิลาจารึกของอียิปต์โบราณเป็วรรณกรรมชนิดลายลักษณ์อักษรอย่างหนึ่ง อาศัยการบันทึกบนเนื้อศิลา ทั้งชนิดเป็แผ่น และเป็แท่ง โดยใช้โลหะแหลมขูดเนื้อศิลาให้เป็ตัวอักษร เรียกว่า จาร หรือ การจารึกศิลาจารึกมีคุณค่าในเชิงบันทึกทางประวัติศาสตร์ ผู้จารึกหรือผู้สั่งให้มีศิลาจารึกมักจะเป็ผู้มีอำนาจ มิใช่บุคคลทั่วไป เนื้อหาที่จารึกมีความหลากหลายตามความประสงค์ของผู้จารึก เช่น บันทึกเหตุการณ์ บันทึกเื่ราวในศาสนา บันทึกตำรับตำราการแพทย์และวรรณคดี เป็ต้น[1]จารึกบนแท่งศิลานั้นมีความคงทนและ คงสภาพอยู่ได้นับพันๆ ปี ด้วยเหตุนี้ นักประวัติศาสตร์และนักภาษาศาสตร์จึงสามารถสืบสานความรู้ย้อนไปได้นับพันๆ ปี โดยเฉพาะความรู้ด้านอักษร และภาษา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาจารึกที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ได้แก่ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง นับเป็ศิลาจารึกภาษาไทยยุคแรกๆ บอกเล่าเหตุการณ์ในสมัยสุโขทัยได้อย่างดีจารึก "สฺยํกุก" ที่ระเบียงภาพปราสาทนครวัด อันเป็แหล่งความรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับที่มาและความหมายของคำว่า สยามศิลาโรเซตตา พบที่เมืองโรเซ็ตตา ประเทศอียิปต์ เป็จารึก 3 ภาษา นับเป็กุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักภาษาศาสตร์สามารถอ่านความหมายของอักษรภาพอียิปต์โบราณได้สมบูรณ์ขึ้นอย่างมาก
ไปยังการนำทางไปยังการค้นหา
เป็วรรณกรรมชนิดลายลักษณ์อักษรอย่างหนึ่ง อาศัยการบันทึกบนเนื้อศิลา ทั้งชนิดเป็แผ่น และเป็แท่ง โดยใช้โลหะแหลมขูดเนื้อศิลาให้เป็ตัวอักษร เรียกว่า จาร หรือ การจารึก
ศิลาจารึกมีคุณค่าในเชิงบันทึกทางประวัติศาสตร์ ผู้จารึกหรือผู้สั่งให้มีศิลาจารึกมักจะเป็ผู้มีอำนาจ มิใช่บุคคลทั่วไป เนื้อหาที่จารึกมีความหลากหลายตามความประสงค์ของผู้จารึก เช่น บันทึกเหตุการณ์ บันทึกเื่ราวในศาสนา บันทึกตำรับตำราการแพทย์และวรรณคดี เป็ต้น[1]
จารึกบนแท่งศิลานั้นมีความคงทนและ คงสภาพอยู่ได้นับพันๆ ปี ด้วยเหตุนี้ นักประวัติศาสตร์และนักภาษาศาสตร์จึงสามารถสืบสานความรู้ย้อนไปได้นับพันๆ ปี โดยเฉพาะความรู้ด้านอักษร และภาษา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา
จารึกที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ได้แก่