ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๓๐ ศัตรูรายล้อม (re-edition)

            ยามค่ำคืนอุทัยและเจ้าธรรมนั่งเล่นคุยกันอยู่บนชานระเบียงหน้าห้องพัก ใกล้เข้าฤดูร้อนอากาศเริ่มอบอ้าว ท้องฟ้าใสกระจ่างมองเห็นหมู่ดาว คืนนี้เป็นคืนขึ้นสิบค่ำพระจันทร์แขวนลอยอยู่กลางท้องฟ้าส่องแสงนวลตายิ่งนัก

            อุทัยนำดาบสั้น ‘สยบจักรภพ’ มาทำการเช็ดถูด้วยผ้าผืนเดิม ผ้าที่บิดาผู้ให้กำเนิดใช้ห่อพันดาบสั้นแต่แรก ส่วนเจ้าธรรมนั่งนับอัฐเป็นการใหญ่ มันได้อัฐมาหลายทางทั้งส่วนแบ่งกึ่งหนึ่งจากรางวัลของอุทัยและจากการชนะพนัน .. ท่าทางมันเบิกบานใจกระหยิ่มยิ้มไม่ยอมหยุด

            “รวมทั้งสิ้น แปดตำลึงสามบาทสามเฟื้องกับสองอัฐ .. เป็นการค้าที่ทำกำไรนัก .. ฮี ฮี” เจ้าธรรมนับอัฐไปยิ้มไป

            “นี่ของเจ้า สองตำลึง ..” เจ้าธรรมกล้าวพร้อมดันกองอัฐมาให้อุทัย แล้วกล่าวต่อ “รางวัลจากการชนะ แต่ละรอบได้หนึ่งตำลึง บวกกับหนึ่งตำลึงก่อนหน้าที่เข้ารอบสุดท้าย หักส่วนของข้ากึ่งหนึ่งแล้ว ... ถูกต้องหรือไม่”

            อุทัยจ้องมองกองอัฐจึงกล่าวว่า “ขอเพิ่มอีกรอบละสลึงได้หรือไม่”

            อัตราอัฐของแคว้นอโยธยา .. แปดอัฐเป็นหนึ่งเฟื้อง สองเฟื้องเป็นหนึ่งสลึง สี่สลึงเป็นหนึ่งบาท สี่บาทจะเท่ากับหนึ่งตำลึง

            “ฮ่า ฮ่า ย่อมได้ .. อ่ะ เพิ่มให้เจ้าอีกสามสลึง” เจ้าธรรมยิ้มๆ แล้วดันกองอัฐมาเพิ่มให้

            “สามสลึงได้อย่างไร !!! ต้องบาทหนึ่งจึงจะถูกต้อง เข้ารอบสุดท้ายแลชนะอีกสามรอบ ..” อุทัยกล่าวประท้วง

            “อ่ะ อ่ะ เพิ่มให้อีกหนึ่งสลึง พอใจแล้วหรือไม่ ..” เจ้าธรรมกล่าว

            อุทัยไม่กล่าวกระไรนั่งขัดถูดาบสั้นของมันต่อไป เจ้าธรรมละสายตาจากกองอัฐจ้องมองดาบสั้นในมือของอุทัย

            เจ้าธรรมกล่าว “มีดอันใดยาวดีแท้ .. แต่หาความคมไม่ได้แม้แต่น้อย”

            อุทัยกล่าว “มีดอันใด .. เป็นดาบสั้นต่างหาก บิดาให้ข้ามาตั้งแต่มัธยะปุรา”

            เจ้าธรรมกล่าวล้อ “ดาบสั้นก็ดาบสั้น แต่หัดโดนหินลับเสียบ้างหนา เข้าครัวไปหั่นเนื้อทั้งวันก็ไม่เสร็จ”

            อุทัย “...”

            เจ้าธรรมเอ่ยถาม “แล้วเจ้าใช้มีด เอ้ย .. ดาบเป็นหรือ?”

            อุทัยตอบ “มิเป็นดอก ร่ำเรียนแต่วิชาหมัดมวย .. มิเคยหัดรำดาบแม้แต่น้อย”

            เจ้าธรรมเงยหน้าจ้องมองดวงจันทร์ กล่าวรำพัน “บิดาเจ้าเป็นทหารมิใช่รึ .. น่าจะสอนเคล็ดวิชาดาบไว้บ้างหนา .. อึ่มมมม จันทร์คืนนี้ส่องแสงนวลตานัก”

            อุทัยเอะใจ หยิบฉวยผ้าเก่าคร่ำครึที่บิดามอบให้มาพร้อมดาบ เป็นผ้าเก่าสากสีมัวหม่นไม่รู้จัดทำมาตั้งแต่ยุคสมัยใด มันคิดอันใดได้จึงลองแผ่พลังปราณบางเบาลงบนผืนผ้านั้น

            อุทัย !!!

            บนผ้าผืนกลับปรากฏรูปบุคคลร่ายรำดาบพร้อมตัวอักษรบรรยายจางๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง อุทัยตกใจจ้องมองภาพอักษรเหล่านั้น จนดวงตาเกิดประกายอย่างล้ำลึก เมื่อหยุดแผ่พลังปราณภาพเหล่านั้นจึงหายไป

            อุทัย ‘เป็นเคล็ดวิชาดาบ บิดามอบแก่ข้ามาพร้อมด้วยแล้ว’ มันครุ่นคิด

            เจ้าธรรมหันหน้ากลับมา มันมิได้เฉลียวใจอันใด ปากกล่าววาจา “มีอันใดรึ !!! เป็นเจ้ากังวลการชกพรุ่งนี้ใช่หรือไม่”

            เจ้าธรรมกล่าวต่อ “อ้ายฉลองชัยมีเชิงมวยมิใช่ชั่ว ตั้งแต่เอ็งประหมัดมา ข้าว่ามันเป็นนักมวยที่แกร่งสุดแล้ว”

            อุทัยตอบ “ข้าก็คิดเห็นเช่นเจ้า เชิงมวยมันแข็งแกร่งยิ่ง แต่ผลแพ้ชนะมิใช่เรื่องสำคัญหรอกหนา”

            เจ้าธรรมกล่าวประท้วง “มิได้ .. มิได้ .. พรุ่งนี้เอ็งต้องชนะ ข้ากะวางเดิมพันด้วยอัฐที่มีทั้งหมดของข้านี้ .. ฮ่า ฮ่า”

            อุทัย “...”

            นั่งคุยกันอยู่พักหนึ่งจิตใจอุทัยกลับว้าวุ่น มันเกิดลางสังหรณ์อัปมงคล คนหลับตาแผ่ขยายพลังปราณออกโดยรอบ

             

            ขณะเดียวกันภายในอารามหลักของเทวสถานมีแสงสีน้ำเงินเรืองเล็ดลอดออกรำไร ราชิตนั่งโคจรพลังปราณเพื่อฟื้นฟูวิชาฝีมือ บนพื้นใต้กายมันปรากฏ ‘สัญลักษณ์มนตราพิสุทธิ์’ เป็นรูปสามเหลี่ยมซ้อนทับกันเป็นดาวหกแฉกอยู่ในวงอักขระโบราณกว้างนับศอก มันนั่งอยู่กลางวงนั้นทั้งรูปสัญลักษณ์และร่างกายของราชิตส่องประกายน้ำเงินพิสุทธิ์

            ตั้งแต่ราชิตได้รับการรักษาจากอุทัยอาการบาดเจ็บจากพิษร้ายแรงก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายกลับมาสมบูรณ์เกิดเป็นรูปลักษณ์ที่สูงสง่าศักดิ์สิทธิ์ดังเทพเซียนจุติลงมา แต่มันรู้ตัวดีพิษในกายมันเพียงทุเลาลงเท่านั้นยังมิสามารถรักษาให้หายขาดได้

            ราชิตอ “!!!” 

            ประตูอารามพลันเปิดออกวูบหนึ่งแล้วปิดลงโดยไร้เสียง ดังถูกพลังงานไร้สภาพขุมหนึ่งกระทำ บุรุษผู้หนึ่งมายืนอยู่ด้านหลังราชิตแล้ว

            ราชิตกล่าวทั้งยังหลับตา “ในที่สุดท่านก็หาข้าจนเจอ หูตาช่างรวดเร็วนัก”

            บุรุษผู้มายืนอยู่ในความมืด มันสวมใส่ชุดสีดำรูปร่างสูงโปร่ง รูปลักษณ์ดูน่าเกรงขามแม้มิได้แผ่พลังปราณออกมา

            บุรุษผู้มากล่าว “ข้าตามหาท่านมาสิบห้าปี กลับมาอยู่เมืองเพชรปราการ”

            ราชิตกล่าว “ยังมีความตั้งใจเดิมอยู่หรือ .. เวลาล่วงเลยมานานแล้วเหตุใดจึงไม่ยอมปล่อยวางกันเสียบ้าง”

            ทั้งสองพูดจาราวรู้จักคุ้นเคยกันมาอย่างดี บุรุษผู้มาเยือนมีท่าทีผ่อนคลายจ้องมองเบื้องหลังราชิตพร้อมสีหน้าสลดลง มันกล่าวทอดถอนใจ “มิใช่ข้ามิยอมปล่อยวาง แต่เป็นคำสั่งของเบื้องบน ไม่สามารถไม่ปฏิบัติตามได้”

            ราชิตกล่าว “ชิ .. ตำหนักเทพยุทธ์ยิ่งใหญ่นักหรือ .. ท่านจึงไม่เห็นน้ำใจอันเก่าก่อนของพวกเรา”

            บุรุษผู้มากล่าวตอบ “ลำพังตัวข้าคงปล่อยผ่านไป แต่กับบุคคลอื่นมิได้คิดเช่นนี้”

            บุรุษผู้นั้นสำรวจสภาพพลังของราชิตแล้วจึงถาม “ดูท่านเหมือนมิใช่ผู้ถูกพิษ”

            ราชิตตอบอย่างไม่ใส่ใจ “พิษทูตวิญญาณล้างเทวาช่างร้ายกาจ ข้านี้เกือบไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้”

            บุรุษผู้นั้นกล่าวอย่างสงสัย “ช่างน่าอัศจรรย์ .. มิเคยมีผู้ใดรอดตายจากพิษร้ายนี้มาก่อน”

            ราชิตไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องราวจึงถามกลับว่า “มังคละ .. นอกจากท่านยังยกขบวนกันมาอีกเท่าไร อย่าลืมเสียนี่เป็นดินแดนแคว้นอโยธยา มิใช่สถานที่ที่พวกเจ้าทำตามอำเภอใจได้”

            ราชิตเอ่ยนามบุรุษผู้มา มันมีนาม ‘มังคละ’ ต่างเป็นสหายกัน แต่เพราะเหตุใดจึงเหมือนมีความขัดแย้งกันอยู่

            มังคละกล่าว “ยังมีตามมาอีกมากมายนัก ข้าเห็นแก่ความเป็นสหายผ่านความเป็นตายกันมา จึงล่วงหน้ามาสนทนาก่อนก้าวหนึ่ง”

            ราชิตกล่าว “เห็นแก่ความเป็นสหายรึ !!! วาจานี้ท่านช่างกล้ากล่าว !!!”

            มังคละทอดถอนใจจึงกล่าวว่า “อย่าทำข้าลำบากใจเลย มอบคัมภีร์พลิกสวรรค์มาเทิด หากผู้อื่นติดตามมาถึง แม้แต่ชีวิตท่านก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว”

            มันทวงถาม ‘คัมภีร์พลิกสวรรค์’ จากราชิต สิ่งนั้นเป็นสิ่งของเยี่ยงไร?

            ราชิตกล่าวแดกดัน “มารดาท่าน !!! ตำหนักเทพยุทธ์ช่างหน้าหนายิ่งนัก กลับทวงถามสิ่งที่มิใช่ของตน”

            มังคละหน้าเสียมันไม่มีวาจาใดจะกล่าว กลับถูกสหายเก่าด่าแทงใจดำเข้าให้แล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่ไม่มีผู้ใดกล่าวคำพูดใด ผ่านไปครู่หนึ่งมังคละจึงกล่าวว่า “พวกมันมากันแล้ว ข้ามิสามารถช่วยท่านได้แล้ว ..”

             

            อุทัยใจหายวาบ !!! มันสัมผัสได้ถึงกลุ่มพลังปราณหลายขบวน เป็นปราณเข้มข้นนับหลายสิบจุด กำลังมุ่งตรงมาเทวสถานแห่งนี้ ท่าร่างของพวกมันรวดเร็วดุจสายลม

            อุทัยหน้าตาตื่นกล่าวอุทาน “บิดามัน !!! แย่แล้ว !!!”

            เจ้าธรรมตื่นตระหนกตาม “มีอันใดหรือ ???”

            อุทัยรีบกล่าวร้อนรน “มิต้องถามมากความ !!! รีบเร่งไปหาลุงชิดกันก่อน !!!”

            เจ้าธรรมร้องถาม “ลุงข้า .. ลุงเป็นอะไรหรือ ..” ธรรมตกใจมันกับลุงชิดผูกพันกันราวบุตรบิดา

            อุทัยเร่งฉุดลากเจ้าธรรมไปยังอารามหลักของเทวสถาน เจ้าธรรมถูกท่าทางร้อนรนของอุทัยระบาดเข้าใส่ คนวิ่งออกติดตามไปหน้าตาตื่นแม้แต่อัฐก็ยังละทิ้งไว้

            มาถึงเพียงครึ่งทางบุคคลกลุ่มหนึ่งกระโดดขึ้นยืนอยู่บนกำแพง อุทัยหันมองพบเห็นผู้มาสามคน

            สามสมิงภูทมิฬ !!!

            .. สมิงจยอง .. สมิงเย้าลี .. และสมิงเหยียน ความแค้นของพวกมันยังคับแน่นอยู่เต็มอก เมื่ออุทัยชกมวยชนะจนมีชื่อกระฉ่อน ไม่ใช่เรื่องยากแล้วที่จะติดตามหา พวกมันทั้งสามเสาะหาสถานที่อยู่ของอุทัยจนเจอ

            สมิงเหยียนคล้ายทุเลาหายดีร่างกายสมบูรณ์ดังเดิม หลายวันมานี้ไม่รู้มันดูดพลังชีวิตของบุคคลอื่นไปเป็นจำนวนเท่าไร

            สมิงจยองร้องหัวเราะก้อง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าเต่าน้อย .. คืนนี้มึงต้องตายแน่แล้ว”

            สมิงเย้าลีกล่าวอย่างใจเย็น “ไอ้วานรหัวเกรียน !!! ดูซีว่าคราวนี้จะหนีได้อีกหรือไม่ ฮ่า”

            สมิงเหยียนแววตาดังสัตว์ป่า “แค้นนี้ต้องชำระ ข้าจะดูดพลังชีวิตของเจ้า .. โฮ๊กกกกก” มันร้องคำรามดังเสือดำตัวหนึ่ง ตัวที่มันดูดพลังชีวิตในคืนนั้น

            แต่อุทัยหาสนใจไม่ มันยังคงวิ่งตะบึงลากถูเจ้าธรรมต่อไป

            สมิงจยองเห็นดังนั้นจึงร้องบอก “กลัวหากจุกตูดเลยซีท่า เอ้า .. วิ่งให้เร็วขึ้น เร็วขึ้นอีก .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            ที่อุทัยวิ่งหนีมิใช่เพราะมันทั้งสาม ห่างไปอีกด้านหนึ่งปรากฏบุคคลอีกสามคนโผล่ขึ้นบนหลังคาเรือนพักของมัน

            เงาร่างสามสายหยุดยืนจ้องมองมา พวกมันสวมคลุมชุดดำปกปิดรูปโฉมราวกับจะเปิดเผยหน้าตาแก่บุคคลอื่นไม่ได้ แต่อุทัยคุ้นเคยกับพลังชีวิตของพวกมันสองในสามเป็นอย่างดี

            อาจารย์สุรินทร์ !!!

            อาจารย์ชัยยะ !!!

            และยอดยุทธ์ที่มันไม่รู้จักอีกหนึ่ง !!! ร่างกายแผ่พลังรุนแรงระดับอัคระปราณขั้นสุด

            สุรินทร์และชัยยะ ทั้งสองไม่ทราบเกิดความสามัคคีกันตั้งแต่เมื่อไร พวกมันชักชวนยอดยุทธ์อีกผู้หนึ่งมาทวงหนี้บัญชีแค้นกับอุทัยในคืนนี้

            อาจารย์สุรินทร์ยืนจังก้ามือขวาถือดาบชี้หน้าอุทัย “ได้เด็กโสโครก ! คืนนี้ต่อให้มีอีกสิบยอดยุทธ์ก็รั้งชีวิตของเจ้าไว้ไม่ได้ .. ฮา”

            ส่วนอาจารย์ชัยยะเมื่อพบเห็นอุทัย ดวงตาของมันแดงฉานด้วยโทสะ .. มันสาบานกับตนเอง ต้องสับร่างอุทัยเป็นพันชิ้น ให้สาสมกับที่บุตรชายของมันถูกกระทำจนบาดเจ็บปางตาย

            อุทัยเสียวสันหลังวาบพาเจ้าธรรมวิ่งห้อ ยังไม่ทันวิ่งถึงอารามหลักราชิตก็โผล่พรวดออกมา ทั้งหมดพบกันที่ลานโล่งกลางทาง

            เจ้าธรรมร้องอย่างตื่นตระหนก “ท่านลุง !!! เจ้าทัย !!! .. เกิดอันใดขึ้น” .. มันไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่อุทัยและราชิตยังนิ่งเงียบ .. ทั้งคู่จ้องมองผู้มาเยือนรอบด้าน

            มังคละเดินออกมาจากอาราม มันหยุดยืนมองดูราชิตด้วยสายตาเศร้าหมอง

            เบื้องบนหลังคาอารามปรากฏเงามืดวูบวาบนับสิบเงา ทั้งหมดจ้องมองพร้อมแผ่พลังปราณอันพิสดารมายังราชิต

            .. องครักษ์เทพ .. ตำหนักเทพยุทธ์ !!!

            สิบองครักษ์เทพ พวกมันสวมชุดรัดรูปสีดำมีเกราะอ่อนเป็นเกล็ดดำวาวบางเบา เกราะปิดตามจุดสำคัญทั้งอกไหล่แขนและแข้ง โพกศีรษะด้วยผ้าดำพกพาอาวุธครบมือ มองดูคล้ายทหารหมู่หนึ่ง ทั้งหมดมีพลังยุทธ์สูงส่งก้าวล้ำขอบเขตปราณยุทธ์ไปแล้ว

            องครักษ์เทพผู้หนึ่งกล่าว “.. ยังมีผู้อื่นมาเพิ่มอีก !!!”

            องครักษ์เทพอีกผู้หนึ่งกล่าวตอบ “พวกมันคงคิดแย่งชิงคัมภีร์วิเศษเช่นกัน”

            องครักษ์เทพอีกผู้หนึ่งพลันกล่าว “เจ็บใจยิ่งนัก ! .. สหพันธ์ปักษาเทวา เล่นไม่ซื่อแล้ว”

            องครักษ์เทพผู้เดิมมองเห็นมังคละที่เบื้องล่างจึงกล่าว “อ่ะ !!! ท่านมังกรฟ้าเทพยุทธ์ก็มาด้วย ไม่ธรรมดาเสียแล้ว .. ฮ่า ฮ่า”

            ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันและกัน .. ทั้ง .. กลุ่มสมิงภูทมิฬ กลุ่มสำนักตักสิลา กลุ่มตำนักเทพยุทธ์ .. ส่วนอุทัยและพวกถูกตรึงไว้ตรงกลาง ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวไปที่ใดได้

             

            ห่างไปนับเส้น .. เบื้องบนหลังคาของอาคารสูงแห่งหนึ่งก็ชุมนุมไปด้วยกลุ่มบุคคล .. เป็นหนึ่งเฒ่าชรา หนึ่งบุรุษ และเด็กหญิงลักษณะเดียวกันอีกเจ็ดคน .. ทั้งหมดกำลังจับตามองเหตุการณ์

            พวกมันคือกลุ่มคนของสหพันธ์ปักษาเทวา .. นำขบวนโดยเฒ่าปักษาวายุ และยังมีญานินญาดารวมอยู่ด้วย

            เฒ่าปักษาวายุกล่าวกับบุรุษด้านข้าง “เหตุใดจึงมีผู้คนหลายขบวนเยี่ยงนี้ .. ใช่ข่าวสารรั่วไหลหรือไม่ ..”

            บุรุษด้านข้างกล่าวอย่างนอบน้อม “เรียนท่านผู้เฒ่า .. มิควรเป็นเช่นนั้นขอรับ กระบวนการส่งข่าวสารของเราไม่เคยปรากฏมีการรั่วไหลมาก่อน” มันกล่าวต่อ “ตามบัญชาของท่านผู้เฒ่า ข่าวสารถูกส่งออกสองทาง สารของจอมเวทมนตราพิสุทธิ์ส่งให้ตำหนักเทพยุทธ์ทางหนึ่ง”

            มันกล่าวรายงานต่อ “ส่วนข่าวสารของบุคคลที่มียันต์อักขระสีทองตามร่างกายนั้น ถูกจัดส่งไปยังแคว้นมัธยะปุราตะวันตกอีกช่องทางหนึ่ง .. ทุกอย่างดำเนินตามกระบวนการของสหพันธ์เราตามปกติ .. ไม่อาจเกิดปัญหาได้ขอรับ”

            เฒ่าปักษาวายุ “แล้วปัญหาเกิดจากที่ใดกัน?”

            “...” บุรุษด้านข้างนิ่งเงียบ .. มันก็ไม่รู้สาเหตุเช่นกัน

            เฒ่าปักษาวายุทำท่าครุ่นคิด สายตายังจับจ้องมองราชิตและอุทัยที่กลางลานเทวสถาน

            ญานินญาดาพบเห็นอุทัยอยู่ท่ามกลางวงล้อมของยอดยุทธ์มากมาย ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงรู้สึกเป็นห่วงหนุ่มโล้นผู้นี้ ทั้งคู่มีทีท่ากระสับกระส่าย .. ใบหน้าแดงร้อนผ่าว .. และที่กลางอกก็รู้สึกรุ่มร้อนขึ้นมาแล้ว

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189