ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ต้องนำพาคนทั้งหมู่บ้านให้ร่ำรวยไปด้วยกัน ที่นี่คือจุดยุทธศาสตร์แรกที่เขาจะใช้สร้างความยิ่งใหญ่! แน่นอนว่าพวกเดนคน ข้าไม่มีทางข้องแวะด้วยเด็ดขาด
เขาไม่มีคุณธรรมพอจะเกลี้ยกล่อมให้คนเลวกลับตัวเป็คนดี มีเพียงความเด็ดขาดที่จะปล่อยให้คนเ่าั้ยอมรับโชคชะตาของตนเองเท่านั้น เจียงหนานเยี่ยนยังคงดื่มด่ำกับรสชาติของหมูสามชั้นเปรี้ยวหวาน เมื่อได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าตอบรับ
"อ้อยหวานทั้งการซื้อและขนส่งต้องใช้เวลาเจ็ดแปดวันกว่าจะถึงเมืองจิงเฉิง กว่าจะสร้างโรงน้ำตาลและหาหัวหน้าคนงานที่ไว้ใจได้ อย่างน้อยสิบวันถึงครึ่งเดือนคงยังไม่เรียบร้อย"
"น้องหลิน เ้าเคี่ยวน้ำตาลต่อไปเถิด มีเท่าใดข้าขอรับซื้อไว้ทั้งหมด"
เจียงหนานเยี่ยนคิดว่าการซื้อสูตรในราคาห้าหมื่นตำลึงเงินนั้นตนเองได้กำไรมหาศาล จึงไม่ยอมให้หลินอวี่ต้องเสียเปรียบอีก อย่างไรเสีย การซื้อน้ำตาลจากหลินอวี่ไปขายต่อ หรือนำไปใช้เองก็ล้วนแต่ได้กำไร ทว่า เขากลับมีความคิดที่กล้าหาญขึ้นมาอย่างหนึ่ง
"น้องหลิน ข้าอยากจะทำธุรกิจกับเ้าอีกสักเื่ ไม่ทราบว่าเ้าจะยอมสละให้ได้หรือไม่?"
"ว่ามาสิ"
"ขายสูตรอาหารที่ใส่น้ำตาลให้ข้าสักสองสามสูตร สูตรละหนึ่งร้อยตำลึงเงิน"
หลินอวี่จ้องมองนิ้วมือที่เจียงหนานเยี่ยนชูขึ้นมา และเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเสน่ห์ของนายทุนนั้นเป็อย่างไร
คนรวยในเมืองมีเยอะจริง ๆ พี่เจียง เพื่อนที่จริงใจและใจกว้างผู้นี้ ข้าหลินอวี่ขอคบเป็สหายแน่นอน!
"ที่บ้านไม่มีกระดาษกับพู่กัน"
"บนรถม้ามี ข้านำของพิเศษมาให้ท่านด้วย"
แม้ว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ใช้ แต่เจียงหนานเยี่ยนก็ยังหยิบแบบแปลนแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ คลี่ออกให้หลินอวี่ดู ในแบบแปลนเป็รูปชุดเครื่องมือคั้นน้ำผลไม้แบบทำมืออย่างง่าย
โดยใช้ไม้และร่องที่ขุดเป็รู ใช้ไม้สร้างเป็ตัวหนีบ วางอ้อยไว้ตรงกลาง แล้วใช้หลักการคานดีดคานงัดในการบีบ ให้น้ำไหลออกมาตามร่อง และเสียบกระบอกไม้ไผ่ไว้ที่จุดเชื่อมต่อ วิธีนี้จะช่วยประหยัดแรงงาน ลดเศษอ้อยที่จะปนออกมา และเพิ่มปริมาณน้ำอ้อยได้มากขึ้น
"น้องหลิน แบบแปลนนี้ส่งมาจากหนานเยว่ ที่นั่นเวลาดื่มน้ำอ้อยจะใช้วิธีบีบแบบนี้"
เจียงหนานเยี่ยนเลิกคิ้วอย่างภูมิใจ รอให้หลินอวี่แสดงสีหน้าประหลาดใจและเอ่ยชมตนเองสักคำ จะได้ไม่ถือว่ามากินมื้อเช้าของผู้อื่นเปล่า ๆ ทว่า หลินอวี่กลับพับแบบแปลนคืนให้เขา พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
"มันสะดวกดีอยู่แต่ยังทำงานได้ไม่ดีพอ รอให้โรงน้ำตาลของพี่เจียงสร้างเสร็จ ข้าจะมอบชุดเครื่องมือคั้นน้ำที่ทำจากโม่หินให้ท่านชุดหนึ่ง"
เครื่องมือคั้นน้ำที่ทำจากโม่หิน?
โม่หินที่ใช้บดแป้งข้าวนั้น มีปริมาณมากกว่าและคุณภาพดีกว่าการใช้มือบดอย่างเห็นได้ชัด แค่ฟังก็รู้ว่ายอดเยี่ยมเพียงใด เจียงหนานเยี่ยนมองหลินอวี่ด้วยสายตาเลื่อมใสยิ่งขึ้น น้องหลินช่างเก่งกาจยิ่งนัก รู้แจ้งในทุกเื่เลย!
หลินอวี่มีหรือจะดูไม่ออกว่าเจียงหนานเยี่ยนกำลังชื่นชมตนเอง สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์เช่นนี้ เขาเต็มใจอย่างยิ่ง เพราะการมีบารมีและวาทศิลป์ถือเป็ข้อได้เปรียบอย่างมากในการคบหาผู้คน
"ลุงถง ข้าจะเขียนสูตรอาหารให้สิบอย่างก่อน ดูผลตอบรับอย่างไรแล้วค่อยจ่ายเงิน"
"ดี ๆ ๆ "
เถ้าแก่ถงไม่คิดว่าตนเองจะได้ลาภลอยเพิ่มขึ้นมาอีก
สำหรับเขา สูตรน้ำตาลเป็เพียงผลงานชิ้นหนึ่งในประวัติการทำงาน เขาแก่แล้วคงไม่ได้ใช้ ลูกหลานไม่ได้ทำธุรกิจก็ไม่สามารถส่งต่อประโยชน์ให้คนรุ่นหลังได้ แต่รายได้จากหอสุรานั้น คือเงินปันผลที่เป็ตัวเงินจริง ๆ เขาจึงรีบไปหยิบกระดาษและพู่กันที่รถม้า เพื่อให้หลินอวี่เขียนลงไป
ในขณะนั้น ป้าใหญ่หลินที่จัดการลานบ้านเสร็จแล้ว ก็นำเหล่าคนงานเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล
"เ้าอวี่ เถ้าแก่หอสุราว่าอย่างไรบ้าง การส่งน้ำตาลล่าช้า พวกเรายังสามารถเคี่ยวน้ำตาลต่อไปได้หรือไม่?"
ไม่ใช่แค่ป้าใหญ่หลินและพวกที่มีความกังวล ชาวบ้านที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านก็กังวลเช่นเดียวกัน อ้อยป่าที่พวกเขาซื้อมา หากไม่มีหลินอวี่เป็ผู้รับซื้อ ก็จะกลายเป็ของค้างคลังจนเน่าเสีย หลายคนยอมทุ่มเงินเก็บทั้งครอบครัวเพื่อหวังกำไรจากการขายอ้อยป่า หากเงินก้อนนี้สูญเปล่า ทั้งครอบครัวต้องอดมื้อกินมื้อไปอีกหลายปีกว่าจะเก็บเงินคืนมาได้
มีเพียงเฉินฟางจวี๋ที่ชอบดูเื่สนุกและไม่เกรงกลัวสิ่งใด ที่เบียดตัวมาอยู่หน้าฝูงชน พร้อมกับเอ่ยเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"พวกเ้าดูถูกเ้าอวี่เกินไปแล้ว ตอนที่พ่อของเ้าอวี่ตาย เถ้าแก่หอสุราชิงเจียงยังส่งซองเงินมาช่วยเลย จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่ยอมรับเ้าอวี่เป็ญาติ เพียงเพราะเื่เล็กน้อยอย่างการส่งของล่าช้า"
คำพูดของนางดูเหมือนจะยกย่องหลินอวี่ แต่ตั้งใจพูดให้เจียงหนานเยี่ยนได้ยิน เห็นได้ชัดว่า้าทำให้เจียงหนานเยี่ยนรู้สึกรำคาญ ทั้งยังเป็การเหน็บแนมว่าปกติหลินอวี่ชอบโอ้อวดว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหอสุราชิงเจียง
ในสายตาของเฉินฟางจวี๋ ต่อให้หลินอวี่จะเก่งเพียงใด ก็เป็เพียงชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านสือหลิน ส่วนเจียงหนานเยี่ยนเป็คุณชายผู้สูงศักดิ์ ฐานะของทั้งสองคนแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
นอกจากเื่ธุรกิจแล้ว จะมีความผูกพันอะไรกันได้ ตอนนี้หลินอวี่ส่งของไม่ได้ เกรงว่าก้อนเมฆก้อนนี้คงจะลอยจากไปในเร็ว ๆ นี้
นางรอให้หลินอวี่ต้องอับอายต่อหน้าผู้คน ธุรกิจล่ม และชาวบ้านต้องปล่อยให้อ้อยป่าเน่าคาบ้าน ถึงตอนนั้น ผู้ที่มีอำนาจในหมู่บ้านก็ยังคงเป็คนเดิม ส่วนหลินอวี่ อย่าหวังว่าจะได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปเลย!
"ภรรยาจ๋า ถ้าพูดไม่เป็ก็อย่าพูดมั่วซั่ว ผู้สูงศักดิ์อย่างเถ้าแก่เจียง ไม่ใช่ใครที่จะมาอ้างความเป็ญาติได้ตามใจชอบ"
หลินซีเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ ช่วยเสริมด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย และไม่ลืมที่จะส่งยิ้มประจบประแจงให้เจียงหนานเยี่ยน เขาเคยพบเห็นผู้มีอำนาจมามาก จึงรู้ดีว่าคนเ่าั้เห็นแก่ผลประโยชน์ พวกขุนนางและคหบดีในอำเภอ แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านอย่างเขายังไม่เห็นหัว นับประสาอะไรกับเด็กเมื่อวานซืนอย่างหลินอวี่
เขารอให้หลินอวี่หาเื่ใส่ตัว และถูกชาวบ้านทั้งหมู่บ้านที่ต้องเสียเงินรุมโจมตี เหมือนกับวันที่คนทั้งหมู่บ้านช่วยหลินอวี่ บีบบังคับให้เขาตีภรรยา
"น้องหลิน ข้านับว่าเ้าเป็สหายสนิท แต่เ้ากลับนับข้าเป็ญาติเชียวหรือ?"
เจียงหนานเยี่ยนดูเหมือนจะฟังไม่ออกว่าเฉินฟางจวี๋และหลินซีเฟิงพูดประชด เขาตบไหล่หลินอวี่แล้วหัวเราะอย่างยินดี
"ฮ่า ๆ ขอบคุณท่านลุงหลินที่ยังเหลือความเป็ญาติไว้ให้ข้า เ้าวางใจเถิด วันหน้าหากมีปัญหาอะไรให้มาหาข้า เื่ไหนที่แก้ได้ข้าจะแก้ให้ เื่ไหนที่แก้ไม่ได้ ข้าจะหาคนมาช่วยเจัาแก้"
ขอบใจมากนะ ท่านญาติ
หลินอวี่ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เมื่อต้องเผชิญกับท่าทางทะเล้นของเจียงหนานเยี่ยน จากนั้นเขาจึงหันไปพูดกับชาวบ้านที่เต็มไปด้วยความหวัง และครอบครัวของหลินซีเฟิงที่ยืนอึ้ง ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "เมื่อครู่พี่เจียงบอกแล้วว่าข้าผลิตน้ำตาลได้เท่าไหร่ เขาจะรับซื้อทั้งหมด ทุกคนลงมือทำได้อย่างเต็มที่เลย"
"ยอดเยี่ยมที่สุด!"
"เถ้าแก่เจียงเป็ผู้ใจบุญจริง ๆ !"
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของกลุ่มคน มีเพียงเฉินฟางจวี๋และหลินซีเฟิงที่อ้าปากค้างด้วยสีหน้าอยากจะด่า แต่เนื่องจากเจียงหนานเยี่ยนมีฐานะสูงส่ง จึงไม่กล้าด่าออกมาดัง ๆ พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเ้าโง่ที่เคยถูกพวกเขารังแก จะมีที่พึ่งอย่างหอสุราชิงเจียงอยู่เื้ั!
"ถ้ารู้แบบนี้ ตอนนั้นน่าจะไปรีดไถเงินจากหอสุราชิงเจียง"
เฉินฟางจวี๋นึกเสียใจที่ใน่สองปีครึ่งที่เลี้ยงเ้าโง่ไว้ แต่ไม่สามารถรีดเอาผลประโยชน์จากตัวเขาออกมาให้หมดสิ้น หลินซีเฟิงได้ยินดังนั้น ก็ถลึงตาใส่เฉินฟางจวี๋อย่างดุร้าย
วัน ๆ คิดแต่จะรีดไถและคำนวณผลประโยชน์
หากไม่ใช่เพราะเฉินฟางจวี๋คอยยุยงเขา เขาก็คงไม่ปฏิบัติกับหลินอวี่หลานชายคนนี้อย่างเลวร้าย ถ้าเขาสามารถอาศัยหลินอวี่เกาะเส้นสายความเป็ญาติกับเจียงหนานเยี่ยนได้ เวลาไปงานเลี้ยงที่ไหนในเมืองจิงเฉิง ก็คงมีที่นั่งอันทรงเกียรติ
ส่วนเ้าสามที่อยากเข้าเรียนในสำนักศึกษาที่ดีที่สุดในเมืองจิงเฉิง ก็คงเป็เื่ง่ายเพียงแค่คำพูดเดียวของเจียงหนานเยี่ยน ทว่าตอนนี้จะพูดอะไรก็สายไปแล้ว! ทั้งหมดเป็เพราะนางผู้หญิงใจโฉดคนนี้!
"ท่านพี่ ข้าจะปล่อยให้หลินอวี่ได้ใจแบบนี้ไม่ได้ ข้าจะไปบอกเถ้าแก่หอสุราชิงเจียงว่าหลินอวี่เป็คนไร้คุณธรรมเพียงใด แม้แต่ลุงกับป้าตัวเองเขายังไม่ยอมรับ... อื้อ ๆ ..."
หลินซีเฟิงกลัวว่าเฉินฟางจวี๋จะพูดมากจนเผลอเล่าเื่ที่เคยทารุณหลินอวี่ในอดีตออกมา ซึ่งจะทำให้ผู้สูงศักดิ์เกิดความรังเกียจ นอกจากจะไม่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว ยังจะลากคนทั้งครอบครัวให้เดือดร้อนไปด้วย เขาจึงรีบปิดปากนางแล้วลากออกจากฝูงชน เดินกลับบ้านไปด้วยความหดหู่
ทางด้านเจียงหนานเยี่ยนที่ได้รับคำขอบคุณและคำชมอย่างงง ๆ เขาไม่ยอมรับคำชมเ่าั้มาเปล่า ๆ จึงตัดสินใจตอบแทนด้วยการแนะนำช่องทางหาเงินให้กับทุกคน