"สวัสดีค่ะพี่น้ำมนต์" เสียงใสดังออกมาจากโน๊ตบุ๊คใน่สายของวัน
"สวัสดีครับนัท วันนี้มาก่อนเวลาได้ยังไงเนี่ย" ผมแกล้งแซวน้องนัทนักเรียนที่มักมาสายที่สุดของกลุ่มกลับไป
"โหยย ก็นัทอยากมาอวยพรวันเกิดพี่น้ำมนต์เป็คนแรกนี่คะ สุขสันต์วันเกิดน้าพี่น้ำมนต์~" น้องนัทอวยพรผมผ่านจอด้วยรอยยิ้มสดใส
"ขอบคุณครับ"
“สุขสันต์วันเกิดค้าาา" เสียงใสของนักเรียนในคลาสอีกคนดังขึ้น
"สวัสดีครับแนน ทำไมไม่เปิดกล้องล่ะครับ"
"ยังแต่งหน้าไม่เสร็จค่ะพี่น้ำมนต์ ไม่แป๊ะไม่มีแรงเรียนแต่วันนี้อยากมาอวยพรพี่น้ำมนต์ก่อน เลยต้องปิดกล้องค่ะ" ผมอดที่จะหัวเราะให้กับคำตอบของแนนไม่ได้ เพราะเ้าตัวเป็คนที่สวยแป๊ะตลอดเวลา แม้จะเป็แค่การติวสอบออนไลน์ก็ตาม
"ขอบคุณครับ เดี๋ยวเรารอนาวาก่อนเนอะ อ่านชีทรอคราวๆกันไปก่อนก็ได้ครับ"
"ไม่อ่านได้ไหมค้า~ ขอนั่งมองหน้าพี่น้ำมนต์ก่อน" เสียงนัทดังแทรกขึ้นมาเมื่อผมพูดจบ
"ผมมาแล้วครับพี่น้ำมนต์ สุขสันต์วันเกิดครับ" นาวาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างที่มักมีประดับบนใบหน้าหวานเสมอ
"ขอบคุณครับทุกคน พระคุ้มครองนะ"
"พี่น้ำมนต์ ลุงมากเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ" เสียงแนนแทรกเข้ามาหลังจากที่ผมอวยพร
"เปิดชีทเลยครับแนน ทำข้อแรกให้พี่ดูเดี๋ยวนี้เลยทำโทษที่ว่าพี่เป็ลุง" ผมพูดขึ้นก่อนจ้องไปที่แนน พยายามทำหน้าดุเพื่อแกล้งเ้าตัว
"โถ~ พี่น้ำมนต์ล้อเล่นค่ะ หน้าพี่น้ำมนต์เด็กกว่าแนนอีก"
"งั้น...พี่ล้อเล่นก็ล้อเล่นครับ ทุกคนเปิดชีทเลยเดี๋ยววันนี้เราจะไปแบบช้าๆ สงสัยตรงไหนถามเลยนะครับ"
"ค่ะ/ครับ"
ผมติวสอบจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายสอง น้องๆเริ่มประท้วงว่าไม่ไหวแล้วและพร้อมใจกันขู่ผมว่าจะอ้วกออกมาเป็แคลคูลัสถ้าผมไม่พักเบรก
"พี่น้ำมนต์ครับ ผมจะอ้วกออกมาเป็ตัวเลขจริงๆแล้วนะครับ" นาวาพูดขึ้นด้วยสีหน้างอแง
[นาวาวันนี้เข้าประชุมแทนพี่ด้วยนะ] เสียงทุ้มนุ่มดังออกมาจากฝั่งของนาวา
"พี่พร้อมจะไปแกลลอรี่อีกแล้วใช่ไหมครับ" นาวาถามคนที่อยู่ด้วยกันกลับไป
[ใช่ครับ]
"ถึงยังไงอาทิตย์หน้าพี่ก็ต้องไปทำงานที่บริษัทนะครับ ทำไมวันนี้ไม่เข้าไปพร้อมกัน"
[รอให้ถึงอาทิตย์หน้าก่อนค่อยไป วันนี้ฝากด้วยนะครับ]
"พี่น้ำมนต์~ ผมเบื่อพี่พร้อม" นาวาหันมาบ่นพี่ชายตัวเองเสียงงอแง
"นาวา เราอยากเจอพี่ชายนาวาอ่า~~" นัทพูดขึ้นด้วยใบหน้าเคลิ้ม
"ใช่ๆ เราก็อยากเจอ เสียงพี่พร้อมหล่อมากเลย" แนนเสริมขึ้นมาอีกเสียง
"ไม่ทันแล้ว พี่พร้อมไปแกลลอรี่แล้ว"
"ว้า~ เสียดายจัง ไว้วันหลังเราไปเที่ยวแกลลอรี่พี่พร้อมบ้างดีกว่า"
"ดีๆ เราไปด้วยๆ" เด็กๆพากันเคลิ้มฝันไปกับพี่ชายนาวาจนผมนึกเอ็นดู
"ไปก็ไม่เจอหรอก พี่พร้อมอยู่แต่ในห้องวาดรูป" และนาวาก็รับหน้าที่เป็คนดับฝันของเพื่อนๆเรียบร้อย
"โหย แบบนี้เมื่อไหร่เราจะได้เจอตัวจริงอ่า" นัทเริ่มงอแงขึ้นเมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ถูกใจ
"เอาล่ะๆทุกคนครับพักยี่สิบนาทีและเดี๋ยวเรามาเฉลยข้อสอบกันดีไหม"
"เย้/ดีค้า/ดีครับ" พอได้ยินคำว่าพักเบรกทุกคนก็วิ่งหายไปทันที ทิ้งไว้แค่ชีทให้ผมดูต่างหน้า
ผมละสายตาออกจากโน๊ตบุ๊กเพื่ออ่านข้อสอบที่น้องๆทำเสร็จแล้วในแทปเลต ก่อนที่อยู่ๆจะมีเสียงปริศนาที่ผมไม่น่าจะเคยได้ยินดังขึ้น
"...สุขสันต์วันเกิด..."
"......?"
/// ใคร? ///
"...สุขสันต์วันเกิดนะน้ำมนต์..." เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง และในครั้งนี้ผมจับต้นเสียงได้ว่ามันดังออกมาจากโน๊ตบุ๊กที่เปิดค้างอยู่นั้นเอง
"...ไว้เจอกันนะ..."
"ใครครับ" ผมถามกลับเข้าไปในจอภาพที่ว่างเปล่า ความรู้สึกคุ้นเคยเกิดขึ้นในใจแต่ผมกลับรับรู้ได้ทันทีว่าเสียงนี้ไม่ได้มาจากคนที่มีชีวิตอยู่แน่ๆ
/// อีกแล้วสินะ ///
หลังจากติวสอบเสร็จใน่เย็น ผมจึงเตรียมตัวกลับบ้านเพื่อไปหาคุณปู่ที่สมุทรปราการ ถึงจะเพิ่งเจอกันเมื่อวานแต่เพราะได้รับปากท่านไว้แล้ว ถึงยังไงก็ต้องกลับและเหมือนปู่จะมีเื่สำคัญที่อยากคุยกับผมด้วย
????????
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังจัดของลงกระเป๋า
"ว่าไง" ผมรับสายเพื่อนคนเดียวของผมด้วยความคุ้นเคย
"มึงทายสิว่าพี่หนึ่งคบกับกูไหม" เฟียสถามขึ้นเสียงใสจนผมนึกมั่นไส้
"คบ" ผมตอบกลับไปอย่างมั่นใจ
"ไอ้สัด! อย่างแม่น"
"เสียงมึงร่าเริงขนาดนี้ เป็ใครก็รู้ครับเพื่อนรัก"
"ชัดขนาดนั้นเลยเหรอวะ
"ชัดมากบอกเลย"
"เหรอวะ...แล้วมึงทำไรอยู่ ไปกินข้าวกันไหมกูเลี้ยงเอง"
"กำลังเก็บของ วันนี้ต้องกลับบ้านวะ"
"กลับบ้าน? แต่มันเย็นแล้วนะ มึงจะไปยังไง"
"รถเมล์ไง เยอะแยะ"
"เดี๋ยวกูไปส่ง"
"แล้วมึงไม่ไปอยู่กับพี่หนึ่งเหรอ เพิ่งคบกันนะมึงจะเทพี่เขาแล้ว?"
"ไม่ใช่อย่างนั้น มึงนี่ก็คิดได้เนอะ ตอนนี้หนึ่งเขากำลังทำชุดสังฆทานเตรียมตัวไปทำบุญอยู่ น่าจะอีกพักใหญ่กว่าจะเสร็จ เดี๋ยวกูค่อยกลับมากินข้าวกับเขาพรุ่งนี้"
"งั้นดีเลย เพราะกูก็ี้เีนั่งรถเมล์อยู่พอดี แต่เดี๋ยวกูก็จะเอารถกลับมาใช้แล้ว รบกวนเพื่อนอีกไม่นานแน่นอนครับ"
"กูคนหนึ่งจะไม่นั่งรถมึง" เฟียสพูดขึ้นทันทีที่ผมบอกจะเอารถตัวเองกลับมาใช้
"อายุครบยี่สิบห้าแล้วครับเพื่อน รอดแล้ว"
"ใครบอกมึงว่ารอด?"
"ปู่กูเอง"
"งั้นหลังจากนี้ฝากชีวิตด้วยนะเพื่อนรัก กูขับให้มึงนั่งมาห้าปีแล้วต่อไปนี้มึงขับให้กูบ้าง" เสียงของเฟียสเปลี่ยนไปทันทีที่รู้ว่าปู่เป็คนรับรองความปลอดภัยของผม
"มึงนี่มันกวนตีนจริงๆ เจอกันข้างล่างน่ะเดี๋ยวลงไปรอ" ผมบอกเฟียสกลับไปเมื่อเก็บของเสร้๗เรียบร้อยแล้ว
"เค เจอกัน"
ผมนั่งรอไอ้เฟียสหน้าคอนโดได้ไม่นานหลังจากวางสาย รถยนต์เจ็ดที่นั่งสีขาวก็ขับเข้ามาจอดตรงหน้า ล้อรถเฉียดปลายเท้าไปแบบจงใจกวนตีนสุดๆ
"ขึ้นมาเลยเพื่อนรัก!" เฟียสลดกระจกลงก่อนะโออกมาจากในรถ
"กวนตีนนักนะ" ผมด่ากลับไปเมื่อเห็นหน้าเพื่อนตัวเองที่กำลังส่งยิ้มแป้นแล้นมาให้
เท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหยุดชะงักทันที กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลคลุ้งไปทั้งลานหน้าคอนโด กลิ่นสาบออกมาจากรถไอ้เฟียสก่อนจะค่อยๆหายไป
"ไอ้เฟียส มึงเอารถไปทำอะไรมา"
"ทำอะไรวะ?"
"ก่อนหน้านี้มีใครเอารถมึงไปใช้ไหม"
"ไอ้น้ำ!! มึงรู้ได้ไงวะ" เฟียสถามขึ้นหน้าตาตื่น
"ใคร?"
"พี่กูอะดิ แม่งเอารถกูไปทะเลกับเพื่อนมา นี่กูเพิ่งล้างมาเลยนะเว้ยตอนแรกอย่างเหม็น กูว่าต้องมีคนแดกปลาหมึกแห้งในรถกูแน่ๆ"
"พี่ไฟเหรอ"
"เออ ั้แ่มีแฟนแม่งไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่อง แม่กูบ่นทุกวัน" เพื่อนผมพูดถึงพี่ชายตัวเองอย่างหัวเสีย
"พี่เขาก็โตแล้วนะมึง มีแฟนก็ไม่แปลก"
"มันก็ใช่มึงแต่แบบไม่รู้วะช่างแม่งเถอะ ว่าแต่กูขอแวะเอาของกับพี่หนึ่งที่แกลลอรี่แป๊บนะ"
"ได้ดิ วันนี้กูไม่รีบ"
รถของเฟียสจอดลงหน้าแกลลอรี่ที่พี่หนึ่งและเพื่อนเป็เ้าของ ร้านกาแฟสไตลญี่ปุ่นผมชอบมานั่งบ่อยๆตอนที่เฟียสยังตามจีบพี่หนึ่งถูกจัดไว้ในโซนด้านหน้าของแกลลอรี่เชื่อมกับสวนเซนที่ถูกตกแต่งขึ้นอย่างลงตัว
"มึงจะรอในรถไหม" เฟียสถามผมหลังจากถอยรถจอดเรียบร้อย
"ไม่อะ เดี๋ยวไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟรอ"
"งั้นเดี๋ยวกูเสร็จธุระแล้วไปหาที่ร้าน" เฟียสพูดขึ้นก่อนเดินเข้าไปในแกลลอรี่ ส่วนผมก็ตรงไปร้านโปรดของตัวเองทันที
"นมร้อนหนึ่งที่ครับ" ผมสั่งนมร้อนก่อนออกมานั่งรอด้านนอกที่เป็สวนเซน โซนนี้ไม่ค่อยมีคนใน่เย็นเท่าไหร่นัก อาจจะเป็เพราะยุงเริ่มเยอะ่พลบค่ำ
"ทำไมยุงในสวนถึงเยอะนะ..."
"ทำไมในสวนถึงมียุง..."
"ทำยังไงดี ถึงจะไม่มียุง..."
นั่งดื่มนมร้อนพร้อมตบยุงไปสักพักก็ได้ยินเสียงคนพูดพึมพำอยู่ใกล้ๆ เป็เสียงที่คุ้นหูจนบอกไม่ถูกแต่เมื่อผมพยายามมองหากลับไม่เจอใคร
/// อีกแล้วเหรอ ///
"น้ำมนต์! เสร็จแล้วไปกันเถอะกูหิว!" เป็เสียงเฟียสที่ะโเรียกผมจากในร้าน ทำให้เสียงที่กำลังบ่นหายไป
/// ทำไม่นี้เจอบ่อยจังนะ ///
เฟียสขับรถไม่นานก็มาถึงหน้าประตูไม้หลังใหญ่ บ้านคุณปู่เป็บ้านปูนกึ่งบ้านสวน ด้านล่างของตัวบ้านทั้งหมดทำเป็สถานที่ไว้รองรับแขกและทำอาหารเวลามีลูกศิษย์มาหา ส่วนที่พักจะเป็ส่วนของชั้นสอง
"จอดรถไว้ข้างนอก" ผมบอกไอ้เฟียสก่อนมันจะทำหน้างง
"มึงเชื่อกูเฟียส จอดไว้ข้างนอก" ผมย้ำกับเพื่อนตัวเองพร้อมทำสีหน้าจริงจัง ไอ้เฟียสจ้องหน้าผมก่อนพยักหน้าเข้าใจ
เฟียสจอดรถไว้นอกบ้านตามที่บอก ผมเดินเข้ามาในบ้านและไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ศาลพระภูมิ
"ฝากด้วยนะครับ อย่าให้มันเข้ามา" ผมเอ่ยขึ้นเสียงเบาหน้าศาล ก่อนที่เฟียสจะยกมือไหว้ตาม
"ไอ้น้ำ เอาจริงๆนะ มึงเริ่มทำกูกลัวแล้ว" เฟียสเอ่ยขึ้นหลังจากได้ยินในสิ่งที่ผมพูด
"ตอนนี้ไม่มีอะไรหรอก ยังไม่ตัองกลัว" ผมพูดขึ้นเพื่อให้เ้าตัวสบายใจ
"สบายใจละกู" และเพื่อนผมก็สบายใจขึ้นจริงๆ
หลังจากไหว้ศาลเรียบร้อยพวกเราก็เดินเข้าบ้าน คุณย่ากำลังนั่งสมาธิอยู่ลานกว้างหน้าทีวี ผมกับเฟียสจึงพยายามเดินผ่านให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนท่าน
เราสองคนกำลังจะก้าวเท้าขึ้นไปเก็บของที่ห้อง กลิ่นอาหารก็ลอยมาแตะจมูก เฟียสเดินแซงผมหน้าตั้งเข้าไปในครัวทันทีเหมือนกับเป็บ้านของตัวเอง
"ป้าหอมสวัสดีค้าบ ทำอะไรให้ผมกินเอ่ย" เฟียสทักป้าแม่บ้านอย่างออดอ้อน
"ขนมจีนน้ำยาปูค่ะ" ป้าหอมตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"คุณปู่ล่ะครับป้าหอม"
"อ่าว เมื่อกี้เห็นท่านบอกจะออกไปรับน้องน้ำมนต์นี่คะ"
"ไม่เห็นนะครับ"
"แต่เพิ่งเดินไปเมื่อกี้เองนะคะ"
"ไม่เป็ไรครับ สงสัยคลาดกัน เดี๋ยวพวกผมขึ้นไปเก็บของก่อนแล้วค่อยลงมาไหว้ท่านก็ได้ครับ"
ผมกับเฟียสเก็บของเรียบร้อยก็ลงมาทานขนมจีนน้ำยาปูของโปรดที่ป้าหอมทำไว้ให้ เฟียสถูกใจอาหารบ้านผมมาั้แ่สมัยเรียน มาทีไรเป็ต้องฝากท้องทุกรอบ หลังจากผมอิ่มท้องก็ยังไม่เห็นปู่เข้ามาจนผมเริ่มแปลกใจ
"เฟียส มึงช่วยป้าหอมเก็บโต๊ะนะ เดี๋ยวกูออกไปหาปู่ก่อน" ผมบอกเพื่อนตัวเองก่อนเดินออกมานอกบ้านเพื่อหาคุณปู่แต่ก็ไม่เจอ
/// คุณปู่ไปไหนนะ? ///
ในขณะที่ผมจะหันหลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน กลับมองเห็นคุณลุงนุ่งขาวห่มขาวยืนอยู่หน้าประตูรั้ว นั่นไม่ใช่คุณปู่ของผมแน่นอนแต่ก็พอจะรู้ว่าท่านเป็ใคร
/// เขาคือใครครับ ///
[เดรัจฉานวิชา หน้าไม่อาย] เสียงชายชราดุดันดังออกมาด้วยความโกรธ
/// ทำยังไงดีครับ ///
[มีคนไล่มันไปแล้ว]
/// ไล่ไปแล้ว? ใครครับ? ///
[เดี๋ยวเอ็งก็เจอ]
/// ครับ? ///
และก่อนที่ผมจะถามอะไรต่อคุณลุงก็หายไปแล้ว ผมจึงเดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับความสงสัย
"สวัสดีครับคุณย่า" คุณย่าที่ออกจากสมาธิพอดีเมื่อผมเดินกลับเข้ามา ผมจึงเข้าไปกอดคุณย่าพร้อมกับเอาหน้าถูไปที่พุงนุ่มๆอย่างที่ชอบทำทุกครั้งที่กลับบ้าน
"ไหว้พระเถอะลูก สุขสันต์วันเกิดมีความสุขมากๆ ตั้งอยู่ในศีลในธรรมนะลูกนะ"
"ขอบคุณครับคุณย่า"
"น้ำมนต์ ขึ้นมาหาปู่หน่อย" เป็เสียงคุณปู่ที่ยืนอยู่บนบันไดบ้านพร้อมเอ่ยเรียก
/// คุณปู่อยู่บนบ้านหรอกเหรอเนี่ย หาตั้งนาน =_=///
ผมเดินตามท่านขึ้นมาในห้องพระ ก่อนที่คุณปู่จะจุดธูปสามดอกและยื่นมาให้ผม ผมรับธูปมาพร้อมกับนั่งท่าเทพบุตรและเริ่มอาราธนาศีล หลังจากไหว้พระเสร็จผมกับคุณปู่ก็นั่งสมาธิต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมง
"ปู่มีเื่อะไรจะคุยกับผมครับ" ผมถามคุณปู่ขึ้นทันทีหลังจากออกสมาธิ
"น้ำมนต์" ปู่เอ่ยเรียกพร้อมถอนหายใจ
"ครับ"
"รู้ใช่ไหมว่าเราไม่ใช่หลานแท้ๆของปู่"
"รู้ครับ"
"อยากรู้ไหมว่าเรามาอยู่กับปู่ได้ยังไง"
"ปู่รับผมมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้าไงครับ"
"นั้นก็ใช่ แต่จริงๆแล้วปู่รู้จักกับญาติของหลานคนหนึ่งเขาเป็เพื่อนกับปู่ เป็ลุงแท้ๆของหลาน"
"......" ผมรอฟังในสิ่งที่คุณปู่กำลังจะบอกต่อโดยไม่พูดอะไร
"ลุงของหลานเป็เพื่อนกับปู่ั้แ่เด็ก ท่านบวชเป็พระั้แ่ที่เรารู้จักกัน" คุณปู่พูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมองมาที่ผมนิ่ง
"แต่อยู่ๆท่านก็หายตัวไป ทุกๆคนช่วยกันออกตามหาแต่ก็ไร้วี่แวว สมัยนั้นการตามหาคนหายก็ไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทร เวลาผ่านไปนานหลายปีทุกคนก็เริ่มถอดใจ แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับมีพระธุดงค์มาหาปู่ที่บ้าน และพระธุดงค์องค์นั้นก็คือลุงของหลาน ท่านมาหาปู่พร้อมกับขอร้องให้ไปรับหลานจากบ้านเด็กกำพร้า และหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย..."
"......" ผมยังคงนิ่งเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ปู่เล่า
"ตอนนั้นปู่ก็งงนะ ว่าทำไม่ต้องให้ปู่เป็คนเลี้ยงหลานและพ่อแม่ของหลานไปไหน แต่ลุงของหลานก็ไม่ได้อธิบายอะไร นอกจากขอร้องปู่ บอกว่าหลานต้องมาอยู่กับปู่เท่านั้นพร้อมกับกำชับให้ปู่ดูแลหลานดีๆจนกว่าจะอายุครบยี่สิบห้า"
"ทำไมครับ" ผมถามขึ้นทันทีด้วยความสงสัย
"มีคนไม่อยากให้หลานมีชีวิตอยู่ ลุงหลานบอกมาแค่นี้" คุณปู่พูดจบก็ยื่นกล่องไม้ขนาดเล็กให้กับผม
"อันนี้ลุงของหลานท่านฝากมา บอกให้ปู่เอาให้หลานตอนที่อายุครบยี่สิบห้า” ผมรับกล่องไม้จากมือคุณปู่ก่อนเปิดออกดู ภายในกล่องเป็สร้อยทองคำขาวแขวนด้วยจี้ยาวที่ข้างในมีตะกรุดเล็กบรรจุอยู่
"ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเจออะไร ปู่ก็ขอให้เราปลอดภัยนะลูกนะ" คุณปู่พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง
"ขอบคุณครับปู่"
"เอ่อ มีอีกเื่ที่ปู่จะถาม เรารู้ไหมใครช่วยเราให้เดินทางมาถึงที่นี่"
"ใครช่วย ช่วยเื่อะไรครับ"
"ก็ช่วยไม่ให้ผีพรายมันพาตกถนนตายไง เราไม่รู้เหรอว่ามีอะไรติดมากับรถ"
"ก็พอรู้ว่ามีอะไรครับปู่ แต่ไม่รู้ว่าคือผีพราย"
"พ่อหนุ่มผีที่หล่อๆเขาช่วยไว้ วันหลังทำบุญไปให้เขาด้วยนะ"
"ผีหนุ่มหล่อไหนครับ"
"จะไปรู้ได้ยังไง รู้แค่หล่อๆตัวหอมๆ แล้วก็อย่าลืมทำบุญให้เขาด้วยนะตอบแทนที่เขาช่วยไว้" คุณปู่พูดจบก็เข้าสมาธิทันทีทิ้งให้ผมนั่งงงกับผีหล่อๆ ตัวหอมๆ อยู่คนเดียว
/// อะไรกัน มีที่ไหนผีหล่อๆ ตัวหอมๆ ///
*** Rw