ดีนและเจมส์รีบวิ่งไปยังโขดหินที่ผูกเรือไว้ก่อนจะดันเรือออกจากโขดหินแล้วทั้งสองคนก็รีบขึ้นเรือไปเพื่อที่จะมุ่งตรงไปยังเกาะหมอก
“เธอสองคนอยู่ที่นี้มันอันตรายพวกเธอไม่ต้องตามมาด้วย” เจมส์หันไปสั่งแอนนี่และอลิซที่ทำท่าจะขึ้นเรือมากับพวกเขาด้วย
“แต่เราก็เป็ห่วงแจ็คเหมือนกันนะ”อลิซตอบออกไป
“ถ้าต้องคอยดูแลพวกเธอไปด้วย ฉันรับประกันความปลอดภัยให้ไม่ได้พวกเธอรออยู่ที่นี้ นี่เป็คำสั่ง” เจมส์สั่งอย่างเด็ดขาดทำให้พวกเด็กผู้หญิงทั้งสองคนจำใจยอมทำตามแต่โดยดี
“แจ็คจะไม่เป็อะไรใช่ไหมค่ะ”แอนนี่ถามพลางน้ำตาคลอเป้าตา
“ไม่ต้องเป็ห่วงฉันจะพาแจ็คกลับมาอย่างปลอดภัย” เจมส์พูดก่อนจะสั่งให้ดีนนำทางไปยังเกาะหมอกในทันทีปล่อยให้พวกเด็กผู้หญิงยืนมองบนฝั่งด้วยความเป็ห่วง
“เรากลับไปรอที่บ้านเถอะ” อลิซพูดขึ้น
“อือ” แอนนี่ตอบพลางปาดน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นตาของเธออยู่ให้ออกไปแล้วเด็กผู้หญิงทั้งสองคนจึงรีบเดินกลับบ้านไป
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แจ็คจึงได้ค่อยๆไต่ลงมาจากต้นไม้แล้วแอบตามรอยของพวกที่ตามล่าเขาเมื่อคืน ว่าพวกเขาทั้งหมดนั้นหายไปอยู่ที่ไหนซึ่งในระหว่างทางแจ็คก็ได้เอาขนมที่เก็บเอาไว้ออกมากินเพื่อระงับความหิว กระหายที่กำลังจะทำให้เขาเป็บ้าให้สงบลง
“พวกนั้นหายไปไหนกันแน่นะ” แจ็คพูดกับตัวเอง ก่อนจะเงียบเสียงลงไปเพราะได้ยินเสียงบางอย่าง แจ็ครีบหมอบตัวอย่างรวดเร็วแล้วค่อยๆ ตามเสียงนั้นไป
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกนั้นเองที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างเศร้าสร้อยอยู่เพราะตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับเ้านายผู้เป็ที่รักของมัน
“ปีปิก ปีปิก” แจ็คดีใจอย่างเป็ที่สุดที่นกแก้วเพื่อนยากของเขาไม่ได้เป็อะไรเขารีบเรียกปีปิกด้วยเสียงที่เบาที่สุดเพื่อไม่ให้ใครคนอื่นได้ยิน
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกร้องด้วยความดีใจที่ได้เห็นใบหน้าของเ้านายของมันอีกครั้งปีปิกรีบบินมาเกาะที่ไหล่ของแจ็คก่อนจะเอาหัวไปซบกับแก้มของแจ็ค
“พอได้แล้วนะเ้านกตะกละเอ่ย”แจ็คพูดพลางลูบหัวปีปิกอย่างดีใจจากนั้นจึงหยิบขนมปังที่ยังพอเหลืออยู่ในกระเป๋าเป๋ออกมาให้ปีปิกกิน
“’งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกพูดพลางจิ๊บกินขนมปังที่แจ็คยื่นให้พลาง
“เ้านกอ้วนจะกละ” แจ็คพูด แต่ภายในใจกลับรู้สึกดีใจที่ตอนนี้เพื่อนรักของเขายังปลอดภัยดี
“เอาละ ปีปิกในเมื่อเราไม่รู้ว่าจะมีใครอยู่เฝ้าที่ชายหาดไหมเดี่ยวเราจะแอบตามเ้าคนพวกนั้นไปดูกันว่าทำไมเขาถึงต้องไล่ล่าเราถึงขนาดนี้”แจ็คพูดกับปีปิกที่ตอนนี้กำลังจิกกินอาหารบนมือแจ็คโดยไม่สนใจสิ่งที่แจ็คกำลังพูดเลยแม้แต่น้อย
แจ็คเดินตามร่องรอยกิ่งไม้ และรอยเหยียบบนพื้นไปบนลึกเข้าไปในตัวเกาะก่อนจะพบเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งมีร่องรอยการเดินเข้าไปในของกลุ่มคนจำนวนมาก
“พวกนั้นจะต้องอยู่ที่นี้แน่ๆ”แจ็คพูด
หลังจากพายเรือมาได้ซักพักดีนก็พายเรือมาถึงจุดที่เขาและแจ็คใช้ซ่อนเรือก่อนที่จะไปเกาะหมอกเมื่อคืนก่อน
“ไหนละเกาะหมอก” เจมส์ถามขึ้นอย่างงุนงงเมื่อมองออกไปก็เห็นแค่เพียงทะเลสาบที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
“คุณต้องมองหาก้อนเมฆที่ลอยต่ำกับพื้นดินไม่ลอยไปไหนครับ”ดีนพูด ก่อนจะชี้ไปยังก้อนเมฆสีขาวก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งก่อตัวอยู่ไกลๆ ไม่ลอยไปไหนตามแรงลม ในขณะที่เมฆบนฟ้ากำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
“นายแน่ใจนะว่านั้นใช่เกาะหมอกจริงๆ”เจมส์ถามเพื่อยืนยัน
“ผมก็คิดว่าน่าจะใช่ครับ” ดีนตอบอย่างไม่มั่นใจเพราะการเดินทางตอนกลางคืนทำให้เขามองเห็นเกาะไม่ชัดมากนักแต่ก็สามารถรู้ได้ว่าเกาะนี้เป็เกาะที่มีหมอกปกคลุมรอบเกาะตลอดเวลา
“เราไม่มีเวลาแล้วไปตามที่นายบอกก็แล้วกัน” เจมส์พูดขึ้นก่อนจะรีบพายเรือตรงไปยังก้อนเมฆที่ดีนชี้ให้เขาเห็น
“แต่คุณต้องระวังนะครับ รอบๆเกาะหมอกจะมีหินโสโครกเยอะแยะเลย” ดีนรีบเตือนทำให้เจมส์พยักหน้ารับปากอย่างเข้าใจ แล้วเร่งพายเรือไปยังเกาะหมอกไปในทันที
แอนนี่กับอลิซเดินตรงมาถึงยังบ้านแต่ก็ไม่มีใครคิดว่าจะเข้าไปในบ้านก่อนเพราะทั้งสองคนกลัวว่าถ้าเกิดถูกถามว่าพวกเด็กผู้ชายไปไหนพวกเธอควรจะตอบว่ายังไงดี หรือควรบอกความจริงไปดีไหม
“ฉันว่าเราควรบอกความจริงไปเลยดีกว่า”แอนนี่พูด
“ไม่ละ ฉันว่ารอให้เย็นก่อนดีกว่าถ้าเจมส์กับดีนไม่พาแจ็คและปีปิกกับมาในเย็นนี้เราค่อยบอกความจริงกับป้าเมย์ และลุงแซม” อลิซพูด
“แต่อลิซ” แอนนี่กำลังจะพูด
“ไม่มีแต่แอนนี่ฉันก็เป็ห่วงพวกเขาแต่เรารอให้ถึงตอนเย็นก่อนดีไหมตอนนี้ก็บอกไปก่อนว่าพวกเด็กผู้ชายแยกออกไปเล่นทะเล” อลิซพูดขัดขึ้นเพราะรู้ว่าแอนนี่จะต้องหาเหตุผลขึ้นมาพูดขัดเธอแน่ๆเธอเลยต้องชิงพูดตัดหน้าแอนนี่ไปก่อน
แจ็คที่เดินผ่านปากถ้ำเข้ามาได้แล้ว จึงเดินสำรวจเข้าไปในถ้ำลึกเข้าไปเรื่อยๆจนเจอห้องๆ หนึ่งที่ถูกทำไว้ด้านข้างของถ้ำ ซึ่งยังมีสภาพดีอยู่เห็นได้ชัดว่าห้องนี้พึ่งถูกสร้างได้ไม่นาน
“นี่มันห้องอะไรกันนะ” แจ็คพูดขึ้นอย่างสงสัยจากนั้นจึงเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูเปิดเข้าไปข้างในก็พบว่าข้างในนั้นเต็มไปด้วยกล่องที่บรรจุอาหารกระป๋องไว้มากมาย ทำให้แจ็คเริ่มหิวขึ้นมาอีกครั้งเพราะก่อนหน้านี้แจ็คยังกินไม่อิ่มก่อนแจ็คจะเอื้อมมือไปหยิบอาหารกระป๋องใบหนึ่งออกมาแต่ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็เปิดไม่ออก
ส่วนปีปิกนั้นบินไปเกาะที่บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของห้อง พลางจิกนู่นจิกนี้ เพื่อระบายอารมณ์หิวของตัวเองที่กำลังพุ่งพล่านอยู่เช่นกัน
“ไปกันเถอะปีปิก เราเปิดฝากระป๋องพวกนี้ไม่ได้หรอก”แจ็คบ่นขึ้นมา แล้วกำลังเดินตรงไปยังประตูแต่ทันใดนั้นเองแจ็คก็ได้ยินเสียงคนหรือสองคนกำลังเดินมาแจ็ครีบวิ่งเข้าไปในสุดของห้อง แล้วซ่อนตรงลังใบใหญ่ใบหนึ่ง
“แอ๊ด” เสียงประตูเปิดออกมา
“นายเอาลังนี้ไปเดี่ยวฉันจะเอาลังนั้นไปเอง” ชายคนหนึ่งพูดกับอีกคนแล้วทั้งสองก็เดินออกจากไป ทิ้งไว้ให้แจ็คที่ตอนนี้นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ด้านในสุดของห้องด้วยความกลัวว่าตัวเองจะถูกจับได้ นั่งอยู่อย่างนั้นไปอีกซักพัก
ปีปิกที่เห็นท่าทีไม่สบายใจของแจ็คจึงบินมาเกาะที่ไหล่แจ็คแล้วงับหูทำให้แจ็ครู้สึกเจ็บ จึงไปผลักปีปิกออกไป
“เศร้าใจเหลือเกินเศร้าใจเหลือเกิน” ปีปิกร้องขึ้น
แจ็คนั่งอยู่อย่างนั้นซักพักจนแน่ใจว่าไม่มีใครจะเข้ามาอีกจึงค่อยๆ เดินตรงไปยังประตูแล้วเอาหูไปแนบไว้ที่ประตูเพื่อฟังเสียงว่ามีใครอยู่ข้างนอกบ้างไหม
“เหมือนจะไปกันหมดแล้วแหะ” แจ็คกระซิบเบาๆ กับตัวเอง แล้วจึงค่อยๆแง้มประตูออกทีละน้อยเพื่อดูสถานการณ์ให้ทั่วเมื่อเห็นว่าไม่มีใครแจ็คจึงรีบออกมาจากห้องนั้น แล้วเดินตรงลึกเข้าไปในถ้ำ
หลังจากเดินมาได้ซักพักแจ็คก็เจอเข้ากับบันไดวนที่ทอดยาวลงไปใต้ดินแจ็คจึงได้เดินลงไปตามทางโดยใช้ไฟฉายเป็ระยะๆ เพราะทางมันมืดมากจนมองไม่เห็นทาง
“โห้พวกนี้สร้างทั้งหมดนี้เพื่ออะไรกันแน่นะ” แจ็คอุทานขึ้นมาเมื่อลงมาจนถึงชั้นสุดท้ายของบรรไดซึ่งพบว่าส่วนนี้เป็ส่วนของห้องโถงใหญ่สว่างมากเพราะไฟที่ติดเอาไว้กับฝาเพดานของถ้ำและในห้องนี้ก็ยังมีทั้งโซฟา เตียงนอน ห้องอาบน้ำ โต๊ะอาหาร ซึ่งอยู่ภายในห้องนี้หมดเลยและยังมีประตูที่แยกเข้าไปลึกในถ้ำนี้อีก
แจ็คเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีร่องรอยของอาหารกระป๋องที่เปิดทิ้งไว้ซึ่งยังพอมีเศษอาหารเหลืออยู่บ้างแจ็คและปีปิกจึงจัดการกินเศษอาหารที่ยังเหลืออยู่จนอิ่มแปล้ เมื่อรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงพอกลับมาบ้างแล้วแจ็คก็เหลือบไปเห็นที่เปิดกระป๋องอันหนึ่งที่ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะแจ็คจึงได้หยิบที่เปิดกระป๋องอันนั้นติดมือกลับมาด้วย
“หยุดกินได้แล้วปีปิกไปข้างในกันเถอะ” แจ็คพูดพลางหันไปเรียกปีปิกที่ตอนนี้ยังคงจิกกินเศษอาหารอยู่อย่างไม่มีท่าทีจะหยุดแต่ปีปิกกลับไม่สนใจ จนแจ็คต้องเดินไปอุ้มปีปิกมาไว้ในอ้อมกอดแล้วพาเดินไปด้วยกันในอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดจากห้องโถ่งนี้
แจ็คอุ้มปีปิกเดินเข้ามาในห้องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดจากห้องโถ่งที่พวกเขาแวะกินอาหารเมื่อกี้ภายในห้องนี้มีสายไฟพาดไปมา และแจ็คก็ได้ยินเสียงเครื่องจักรบางอย่างกำลังดังอยู่ทำให้แจ็คไล่ตามเสียงนั้นไป
หลังจากเดินตามเสียงเครื่องจักรมาได้ซักพักแจ็คก็ชะเงอออกไปมองจากมุมของหินที่เขาแอบอยู่ทำให้เห็นกลุ่มคนกำลังทำงานบางอย่างกันอยู่โดยใช้เครื่องจักรนั้น
“มองไม่ชัดเลยแหะ” แจ็คพูดเบาๆ กับตัวเองส่วนปีปิกที่ไม่ชอบอยู่ในชั้นใต้ดินที่คับแคบแบบนี้จึงได้กางปีก สลัดตัวบินออกจากแจ็คไป
“ปีปิกกลับมานี่” แจ็คกระซิบเรียกให้ปีปิกกลับมาแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะปีปิกบินกลับไปยังห้องโถ่งทางเดินแล้วนั้นทำให้แจ็คต้องถอยกลับออกมาแม้จะอยากรู้ว่ากลุ่มคนเ่าั้กำลังทำอะไรกันอยู่ก็ตามก่อนจะชนเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังแจ็คอย่างเงียบเชียบ
“แกเป็ใคร” พอร์นพูดขึ้นด้วยเสียงที่แข็งกร้าวทำให้แจ็คดวงตาเบิกกว้าง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวจนทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้
“เห้ย มาดูนี่ฉันเจอเด็กคนนึงว่ะ”พอร์นะโเสียงดัง ทำให้คนในกลุ่มคนอื่นๆที่กำลังทำงานอยู่หยุดเครื่องจักรที่กำลังใช้อยู่ตรงมาตามเสียงะโของพอร์น
“ไอ้เด็กนี่มาจากไหน” ชายคนหนึ่งในกลุ่มะโขึ้นถาม
“ไม่รู้สิ แต่เดี่ยวก็คงรู้”พอร์นตอบออกไป
“เห้ย แกนะเป็ใครว่ะ” พอร์นหันกลับมาแจ็คที่ยืนสั่นเทาด้วยความกลัวอีกครั้ง
“ฉัน ชื่อ แจ็ค” แจ็ครวบความความกล้าะโตอบออกไปแล้วใช้ชั่วจังหวะหนึ่งเหยียบเท้าพอร์นอย่างแรงทำให้พอร์นร้องออกมาด้วยความเ็ปแล้วแจ็คก็ใช้จังหวะนั้นวิ่งหนีกลับไปยังประตูที่เชื่อมไปยังห้องโถงใหญ่
“แกจะต้องเสียใจแน่” พอร์นะโไล่ตามหลังมาพร้อมทั้งกลุ่มคนเ่าั้ก็รีบวิ่งไล่ตามแจ็คมาอย่างรวดเร็ว
แจ็คที่หนีผ่านประตูมาได้ รีบล็อกประตูห้องนั้นไปในทันทีก่อนจะวิ่งตรงไปยังบันไดที่เชื่อมไปยังพื้นดิน้าแจ็ครีบวิ่งโดยไม่คิดแม้จะหันกลับไปมองข้างหลังซักวินาทีเดียวเขาคิดเพียงแค่จะออกไปจากที่นี้ให้เร็วที่สุดเท่านั้น
“โครม” เสียงจากด้านล่างที่ห้องโถงดังสนั่นขึ้นนั้นยิ่งทำให้แจ็คยิ่งรีบวิ่งไปให้เร็วกว่าเดิมอีก แต่เมื่อขึ้นจนถึงชั้นบนสุดของยอดบันไดแจ็คก็ต้องหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะข้างหน้ามีจิมและพวกของเขายืนรอแจ็คอยู่
“สวัสดี พอร์นได้บอกแกยังว่าแกต้องเสียใจแน่ๆ” จิมพูดพลางเดินเข้ามาหาแจ็คอย่างไม่หวั่นกลัวโดยมีกลุ่มคนคอยดักหน้าทางเข้าออกจากปากถ้ำไว้แล้ว
“แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบจากทางข้างหลังดังขึ้นทำให้แจ็คหันกลับไปดูปรากฎว่าเป็กลุ่มของพอร์นที่พังประตูและไล่ตามขึ้นมาจากชั้นใต้ดินทำให้แจ็คตอนนี้ไม่สามารถหนีไปทางไหนได้อีก
พอร์นเดินเข้ามาที่แจ็คด้วยความโกรธ ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของพอร์นยิ่งทำให้พอร์นดูหน้ากลัวมากขึ้นไปอีก
“แกชื่อแจ็คใช่ไหมฉันบอกแล้วว่าแกต้องเสียใจแน่ๆ” พูดจบพอร์นก็ต่อยเข้าไปที่หน้าของแจ็คเข้าอย่างจังทำให้แจ็คกระเด็นมาล้มลงใกล้ๆ กับจิมที่ยืนมองดูการกระทำของพอร์นตรงหน้า
“รอก่อนพอร์น เรามีเื่ที่อยากรู้จากไอ้เด็กนี่อยู่”จิมพูด