เว่ยเมิ่งกลับเข้ามาที่ขบวนรถม้าอย่างเงียบเชียบยอดฝีมือที่ค่อยลาดตระเวนไม่มีใครสามารถจับสังเกตชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อยเว่ยเมิ่งเดินเข้าไปในที่พักที่ทางสำนักคุ้มกันเตรียมไว้ โชคดีที่ที่พักนี่มีแค่เขาคนเดียวไม่งั้นคงมีคนอื่นสงสัยแน่ๆที่หายไปไหนตั้งนานยามค่ำคืน
เว่ยเมิ่งมองดูแหวนทองคำที่อยู่ในนิ้วนางแหวนทองคำธรรมดาๆที่แค่มีลวดลายแปลกๆเท่านั้น มันไม่ใช่สมบัติวิเศษอะไรทว่ากลับดึงดูดเว่ยเมิ่งจากสมบัติวิเศษอื่นๆโดยสินเชิง
“รู้สึกว่าเ้าหน้ากากหนังมนุษย์บอกว่าแหวนนี่มาจากแคว้นหวังโบราณ?” เว่ยเมิ่งขมวดคิ้วนึกถึงบันทึกเก่าๆในหมู่บ้าน หรือจะให้เจาะจงกว่านั้นก็คือวิรีเวรวิรีกรรมของตงฟางเทียนหรือปรมาจารย์รุ่นที่สาม
ตงฟางเทียนไม่ได้จารึกแค่ประวัติศาสตร์ในหมู่บ้านเท่านั้นหากแต่มันยังได้ทำสิ่งที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไปตลอดการสี่แคว้นใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานแต่เดิมทีมันไม่ได้มีแค่สี่..หากแต่เป็แปด!ห้าร้อยปีก่อนแผ่นดินนี้ดำรงไว้ด้วยแปดแคว้นใหญ่ทว่าตงฟางเทียนผู้ยิ่งใหญ่ในขณะนั้นกลับถล่มแปดแคว้นใหญ่จนเละไปครึ่งหนึ่ง!สี่แคว้นรอดพ้นหายนะในขณะที่อีกสี่แคว้นล่มสลาย
แต่ที่ทำให้เว่ยเมิ่งขมวดคิ้วไม่ใช่ที่ตงฟางเทียนทำลายทั้งสี่แคว้นไปหากแต่เป็บันทึกที่ตงฟางเทียนเขียนไว้ต่อแคว้นทั้งหลายโดยเฉพาะแคว้นหวัง
‘ข้าเกลียดชั่งพวกมันยิ่งนัก’
ความเกรียวกราดถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษรในบันทึกสู่คนรุ่นหลังเว่ยเมิ่งชายตามองแหวนที่นิ้วนาง ‘เดี่ยวค่อยไปถามตาแก่ผู้คุ้มกฎเอาก็แล้วกัน’ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนรอเวลาออกเดินทางอีกครั้ง
“เห็นไหม?ข้าบอกแล้วว่าท่านกังวลมากเกินไป” หานเหวินหลางกล่าวยิ้มๆกับหัวหน้าขบวนมู่ผ่านมาแล้วหลายวันหลังจากเหตุการณ์โจรบุกโจมตี ทว่านับแต่นั้นก็ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีกเลยการเดินทางราบลื่นไม่มีติดขัด
“...............”
“อีกไม่นานก็จะถึงเมืองหลวงแล้วข้าได้ข่าวมาว่าตอนนี้มีงานชุมนุมลำน้ำ์อยู่บ้างทีท่านจะแวะไปผ่อนคลายที่นั้นดูนะ”หานเหวินหลางยิ้มอย่างอ่อนโยน หัวหน้าขบวนมู่เพียงรับฟังอยู่เงียบๆดวงตาของมันประกายแห่งความเป็กังวลยู่
“ด้วยความเร็วขนาดนี้ดูท่าพวกเราคงจะถึงเมืองหลวงในเร็วๆนี้แล้วล่ะ”เจี้ยนหลานกล่าวกับเว่ยเมิ่งพลางเล่นกับหยางหยางที่บินไปมาในรถม้า
เว่ยเมิ่งยิ้มพยักหน้ากับคำพูดทันใดนั้นชายหนุ่มก็มองไปยังที่ไกลๆ เว่ยเมิ่งเลิกคิ้วขึ้นเหมือนหประหลาดใจเขากระดิกนิ้วสองสามครั้งหยางหยางที่กำลังเล่นกับเจี้ยนหลานก็กลับมาเกาะที่นิ้วเขาเหมือนเดิม
“คุณชายเว่ยท่าน?”
“พวกท่านก็หาที่เกาะเอาไว้เถอะ”เว่ยเมิ่งมีรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้า
“?” เจี้ยนหลานงุนงงแต่เป็ลุงหยางที่นั่งอยู่ข้างๆที่เหมือนััอะไรได้บ้างอย่างบุรุษวัยกลางคนเบิกตากว้าง มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมือหนึ่งคว้าจับร่างเจี้ยนหลานพุ่งออกนอกรถม้าไป
เว่ยเมิ่งที่เห็นทั้งสองคนพุ่งออกนอกรถม้าไปก็กระพริบตาปริบๆมือขวาตบลงที่ตัก “ทำไมข้าพุงออกไปเหมือนกันน่ะ-”
ตูม!
เป็ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งชนรถม้าของเว่ยเมิ่งจนกระเด็นปลิวไปรถม้าพลิกตระหลบนับครั้งไม่ถ้วนก่อนหยุดลงพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกท่วม ไม่ใช่แค่รถม้าของเว่ยเมิ่งที่ถูกโจมตีแต่เป็ทุกขบวนของรถม้าคนในรถม้าต่างหนีตายออกมาจากเปลวเพลิง
“กองโจรเงามรณะ!”เย่คังะโด้วยสีหน้าขาวซีดเมื่อเห็นร่างปรากฏขึ้นมากมายล้อมรอบพวกมันไว้
เจี้ยนหลานเบอกตากว้างในขณะที่กำลังจะชัดกระบี่ขึ้นมาเตรียมพร้อมแต่ถูกลุงหยางหยุดไว้ก่อนบุรุษวัยกลางคนส่ายหน้า “รอดูสถานการณ์ไปก่อน ตอนนี้พวกเราเสียเปรียบเกินไป”
เงามรณะยืนมองเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างเ็าสายตาของมันหยุดลงที่รถม้าคันหนึ่งที่ไม่ได้ผลกระทบใดๆมือยกมือขึ้นเป็สัญญาณว่าให้ลงมือ
ลูกสมุนของกองโจรมรณะพุ่งไปหลายสิบคนแต่พริบาตาที่พวกมันกำลังจะไปถึงรถม้า ร่างของหัวหน้ามู่ก็พุ่งออกมาดาบในมือของมันฟาดฟันในพริบตาเหล่าโจรหลายสิบตัวขาดเป็ชิ้นโดยที่ยังไม่ทันได้ตอบโต้
“หึหึดูเหมือนสัญชาตญาณของท่านจะถูกต้องนะ” หานเหวินหลางเดินลงมาจากรถม้าพร้อมกับหีบสีดำเล็กๆใบหนึ่ง
เงามรณะที่เห็นหีบสีดำก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นมันยกมือเป็สัญญาณอีกครั้งแต่คราวนี้เป็การให้กองโจรเกือบร้อยคนลงมือพร้อมกัน
“คุ้มกันท่านหาน!” เย่คังดึงกระบี่ออกมา ยอดฝีมือของสำนักคุ้มกันภัยมารวมตัวที่หานเหวินหลาง
“สังหารให้หมด”เงามรณะยกมือลง
เสียงโห่ร้องของเหล่ากองโจรเงามรณะดึงกึกก้องยอดฝีมือระดับหกเกือบร้อยคนโห่ร้องพุ่งไปหาเหล่าผู้ที่ยังรอดชีวิต
“ถอยไปที่เมืองหลวง!” หัวหน้าขบวนมู่กัดฟันออกคำสั่ง ยอดฝีมือของสำนักกันคุ้มภัยส่วนมากเป็เพียงแค่ยอดฝีมือระดับห้าไม่มีทางที่จะต้านทานกองโจรมรณะที่มียอดฝีมือระดับหกเกือบร้อยคนได้แน่ๆหานเหวินหลางเป็คนแรกที่เคลื่อนไหว ร่างของขุนนางหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อย่างน่าใระดับฝีมือของมันสูงล้ำถึงระดับเจ็ด!
ในขณะที่คนของสำนักคุ้มกันภัยกำลังหลบหนีเสียงะโไล่หลังหลากหลายก็ดังขึ้น
“ท่านมู่ช่วยด้วย!”
“ท่านเย่ได้โปรดพาพวกเราไปด้วย!”
เหล่าผู้อพยพที่ไม่มีพลังฝีมือะโขอความช่วยเหลือพวกมันกำลังวิ่งตามพวกเขา โดนที่มีเหล่ากองโจรมรณะไล่ตามมา
“หนีไปอีกทาง!พวกเ้ากระจายกันหนีไปอีกทาง!”หัวหน้ามู่ะโกลับไป เป้าหมายของพวกกองโจรเงามรณะคือพวกมันพวกชาวบ้านย่อมไม่มีค่าอะไรในสายตาขอแค่ไม่มาขว้างทางพวกชาวบ้านก็มีสิทธิ์รอด
“อ๊าก!” อย่างไรก็ตามทุกอย่างไม่เป็ไปตามที่มันคิด หัวหน้าขบวนมู่ประเมินพวกกองโจรเงามรณะผิดไปพวกมันแต่คนล้วนมีความวิปลาสเป็ทุนเดิม คมดาบที่กระหายเืของพวกมันย่อมไม่ปล่อยเหยื่อให้หลบหนีไป
โจรบางส่วนแยกตัวออกมาไล่ล่าสังหารชาวบ้านพร้อมกับเสียงหัวเราะ“ฮาๆๆ มาๆเด็กน้อยมาให้สามีคนนี้ลิ้มลองเสียหน่อยเถิด” โจรคนหนึ่งฉุดกระชากหญิงสาวชาวบ้านนางหนึ่งมา
“ท่านแม่!เ้าปล่อยท่านแม่น่ะ!” เด็กสาวอายุหกเจ็ดขวบวิ่งไปทุบขาของโจรโฉดดวงตาของโจรร้ายเต็มไปด้วยความอำมหิต ฝ่ามือของยอดฝีมือระดับหกหากตบไปที่คนธรรมดาย่อมตกตายแน่นอน
ฝ่ามือของโจรโฉดตบไปที่เด็กหญิงอย่างไรก็ตามไม่ทันที่ฝ่ามือจะกระทบถูกเด็กสาว โจรโฉดพลันรู้สึกเย็นวาบที่ล้ำคอเป็เจี้ยนหลานที่ฟันกระบี่อย่างรวดเร็วไปที่ล้ำคอของโจรร้าย
“ยัยหนูเราต้องหนีกันแล้ว!” ลุงหยางที่ไปช่วยเหลือชาวบ้านคนอื่นๆพูดกับเจี้ยนหลานที่กำลังปลอบเด็กหญิงสาวกับแม่ของเด็กสายตาของร้อนรนเมื่อััได้ว่ามีผู้แข็งแกร่งกำลังจ้องมองมาทางพวกตน
“เข้าใจแล้วท่านลุง”
“นึกไม่ถึงว่าจะเจอคนของสำนักกระบี่์อยู่ที่นี่”เสียงของเงาซ้ายดึงขึ้นข้างๆพวกเขาร่างของมันสมองแห่งกองโจรเงามรณะเดินมาทางพวกมัน
“เงาซ้าย!เ้ารับรู้ถึงผลที่จะตามมาหรือไม่หากเ้าแตะต้องพวกเรา!” ลุงหยางคำรามชี้ดาบไปทางเงาซ้าย
“หยางจูหยางจู กาลเวลาไม่ได้ทำให้ความโอ้อวดในสำนักของเ้าหดหายไปบ้างหรือไง”เงาขวาที่ตามสมทบพูดแดกดันอาจารย์อาแห่งสำนักกระบี่์
ลุงหยางจ้องเขม็งไปยังสองเงาซ้ายขวา“พวกเ้า้าอะไร?”
“ฮึข้าจะไม่อ้อมค้อมกับเ้าก็แล้วกัน อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้พวกเราแค่้าของในหีบนั้นเท่านั้น หากเ้าตกลงก็เอาเป็ว่าทางใครทางมัน!” เงาซ้ายพูดอย่างเ็า
“....ได้!” ลุงหยางตอบตกลง การเผชิญหน้ากับสองยอดฝีมือในเื่ที่ไม่พวกมันไม่ได้เกี่ยวข้องไม่ใช่ความคิดที่ดี
“งั้นก็สั่งคนของท่านให้ปล่อยพวกเราและชาวบ้านไป”เจี้ยนหลานเอ๋ยเสริม
เงาซ้ายโบกมือไปยังเหล่าลูกสมุนที่ตามไล่ล่าชาวบ้านเหล่าโจรโฉดแม้ข้องใจแต่ก็ยอมทำตามโดยดี “เช่นนั้นก็ลาก่อนไว้มีโอกาสหวังว่าจะได้พบกันอีก-”
ตูม!
หนึ่งในรถม้าที่ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงะเิออกแต่ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือประตูรถม้าะเิออกพร้อมๆกับที่ร่างๆหนึ่งกำลังพยายามปีนออกมาจากรถม้า
“ให้ตายเถอะหยางหยางเพราะความตะกละของแกแท้ๆข้าถึงต้องมาเสียเวลาตามหาขวดน้ำผึ้งในกองเพลิงเนี่ย!” เว่ยเมิ่งบ่นอุบอิบ