‘ฮึก’เมฆลืมตาตื่นขึ้นพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดเสียงดัง
เขาอยู่ในอาการใกับภาพของตึกนั่นที่กำลังหล่นลงมาทับ
ต้องหนีแล้ว!...เดี๋ยวนะ...ทำไมภาพตรงหน้าเขาในตอนนี้มันคือดวงอาทิตย์ล่ะ?เมื่อกี้ภาพที่เขาเห็นคือตึกที่กำลังหล่นลงมาเหนือหัวไม่ใช่เหรอ?
ตอนนี้ทำไมเขาอยู่ในสภาพที่ตัวเองนอนอยู่?แต่เมื่อกี้เขายืนนี่
ลมพัดทำให้ใบหญ้ากระทบกันเกิดเป็เสียงที่ฟังแล้วเสนาะหู เขาััได้ว่าตอนนี้ตนเองนอนอยู่บนหญ้า
ไม่เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แต่ภาพก่อนลืมตาอีกครั้งยังจำได้ดีมีตึกกำลังหล่นลงมาทับ ใจยังเต้นโครมครามอยู่เลย หายใจถี่ััได้ว่ามีเหงื่อซึมเต็มตัว
เขาตัดสินใจลุกขึ้นนั่งมองไปยังด้านหน้า
วิวทิวทัศน์ทางด้านหน้าของเขา คือทุ่งหญ้าสีเขียวขจีไกลสุดตาหญ้าเหล้านั่นเติบโตพอประมาณ มีลมพัดเอื่อยทำให้หญ้าเคลื่อนไหวส่งเสียงตลอดเวลา
เมฆอึ้งกับภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นสักพักจิตใจเริ่มสงบลง แล้วก็นึกขึ้นได้
“นี่มันที่ไหนน่ะ แล้วเมื่อกี้มัน...ฝันหรอ?”
ที่นี่คือที่ไหน?เมื่อกี้ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ายังเป็ตึกขนาดใหญ่ที่กำลังตกลงมาทับเขาอยู่เลยแต่อยู่ดีๆ ตอนนี้เขาก็ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้สิ่งที่เขาเห็นก่อนจะตื่นนั้นเป็ฝันงั้นเหรอ?
แต่ถ้านั่นเป็ฝัน ทำไมตอนนี้เขาไม่ได้อยู่บนเตียงและที่สำคัญ ตอนนี้ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลยเพิ่งรู้สึกได้ตอนขยับตัวแล้วโดนหญ้าแทงก้น
“แล้วทำไมโป๊ล่ะวะเนี่ย!?”เมฆออกปากะโ
หลายเื่เกิดขึ้นเร็วเกินไปจนคิดไม่ทันปะติดปะต่ออะไรไม่ได้เลย
“ตื่นสักทีนะพ่อขี้เซา”
“เฮ้ย!”
เสียงที่พูดขึ้นมาที่ด้านหลังของเมฆ ทำให้เขาสะดุ้งใพร้อมโดดขึ้นยืน
เมื่อมองกลับมาทางเสียงเรียกนั้น เขาพบกับเด็กหนุ่มแปลกหน้า2 คนยืนอยู่ตรงนั้น
ทั้งคู่ดูมีอายุที่ไม่ต่างจากเขามากนักคนนึงผมสีส้ม ส่วนอีกคนผมสีน้ำตาลอ่อน ทั้งคู่แต่งตัวดูดีด้วยชุดสีขาวทั้งตัว
“คะ...ใครน่ะ!?” เมฆยิงคำถามออกไปทันทีที่พบหน้าด้วยความใเลยพูดขาดคำไปหน่อย
พอลุกขึ้นแล้ว่ล่างก็รู้สึกหวิวๆนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้โป๊อยู่ รีบเอามือมาปิดของหวงตัวเองไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
“โทษทีๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ในะ” เด็กหนุ่มผมสีส้มพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชวนหลงใหล
“ท่านช่างกล้าพูดนะ ก็เห็นอยู่ว่าท่านแอบย่องมาตอนเขาเผลอน่ะ”
“เจฟ เงียบนะ! อย่าทำให้การเปิดตัวต่อหน้าเพื่อนฉันมันป่นปี้สิ”
ทั้งคู่พูดตอบกันไปมาเมฆเข้าใจได้จากบทสนทนาว่าเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนคนนี้ชื่อเจฟ พูดภาษาที่ดูโบราณแทนตัวเองว่า‘ข้า’ ส่วนอีกคนยังไม่รู้ชื่ออะไร
แต่จากบทสนทนาเมื่อกี้ที่ว่า ‘เพื่อน’ หมายถึงใคร เขาหรอ? แต่เขามั่นใจมาก เขาไม่เคยรู้จักกับใครที่หล่อขนาดนี้มาก่อน
เอาไว้ก่อนสิ่งที่เมฆ้าคำตอบไม่ใช่เื่ชื่อ เลยส่งเสียงแทรก
“ตกลงพวกคุณเป็ใครกัน? ที่นี่ที่ไหน? ทำไมผมโป๊อยู่!?” เมฆรัวคำถามไม่ยั้ง
“ใจเย็นน่า ค่อยๆพูดก็ได้ เอาเป็ใส่เสื้อผ้าก่อนแล้วกัน” เด็กหนุ่มผมสีส้มพูดก่อนโยนเสื้อผ้ามาให้เมฆใส่
เมฆหาที่หลบหลังต้นไม้แถวนั้นเพื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงเดินออกมาหาคนแปลกหน้าทั้ง 2คนนั้น
“คือว่าผม...ตายแล้วหรอ?”เมฆก้มหน้าลงพร้อมพูดเสียงเศร้านิดหน่อย
เขาปะติดปะต่อเื่ราวในระหว่างที่ใส่เสื้อผ้าอยู่เรียบร้อยแล้ว
ฉากสุดท้ายก่อนลืมตาตื่นขึ้นที่นี่คือตึกที่กำลังหล่นลงมาทับไม่แน่ใจว่าเผลอหลับตาไปตอนไหน จำไม่ได้ว่าตอนนั้นรู้สึกเ็ปไหม พอลืมตาขึ้นอีกครั้งกลับพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่รู้จัก
ถ้าสิ่งที่เห็นทั้งหมดนั่นเป็ฝันเขาสมควรจะอยู่บนเตียงสิ แต่ที่นี่มันทุ่งหญ้าที่ไหนก็ไม่รู้อีกทั้งยังตื่นมาด้วยสภาพเปลือยเปล่าอีก
ในตอนนี้เขาเลยตีความได้ว่าตนเองนั้นตายแล้ว ที่นี่ก็คือโลกหลังความตาย หรือไม่ก็อะไรเทือกนั้น
คนแปลกหน้าทั้ง 2 คนมองหน้ากัน
“เขารู้ตัวง่ายดีนะ” เจฟพูดกับเด็กหนุ่มผมสีส้ม
“บอกแล้วไง เมฆเป็เพื่อนฉันนะ ไม่เหมือนคนที่ผ่านๆ มาหรอก”
“นี่ท่านโม้เื่เดิมซ้ำมาเป็พันรอบแล้วนะ ไม่เบื่อบ้างหรอ”
เด็กหนุ่มผมส้มคิ้วกระตุก
“เจฟ...นายมันไม่เคารพหัวหน้าตัวเองบ้างเลย”
เมฆนิ่งฟังบทสนทนานั้นแล้วคิดต่อ
สมมุติฐานนั้นถูกต้อง สิ่งที่เขายืนยันได้คือเขาตายแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มผมสีส้มนั้นรู้ชื่อเขาได้ยังไงทำไมเรียกเขาว่าเพื่อนอีก แต่ในตอนนี้มีเื่อื่นที่เขาอยากรู้มากกว่า
“ถ้าผมตายแล้ว พวกคุณเป็ตัวอะไร ผู้นำทางของผมเหรอ? แล้วจะพาผมไปไหนนรกหรือ์?”
ทั้ง 2 คนมองหน้ากันพร้อมกับยิ้ม ดูท่าแล้วเด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขาคงคิดไปไกลแล้ว
เด็กหนุ่มผมส้มกระแอมก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งที่เขาต้องพูดบ่อยๆกับคนที่เขาต้องมารับแบบนี้ มันค่อนข้างสรุปง่ายได้ใจความ
“ก่อนที่จะอธิบายทุกอย่างให้นายเข้าใจ ขอเริ่มที่ว่า เมฆ นายน่ะตายแล้วแต่ในตอนนี้นายได้เกิดใหม่อีกครั้ง และขอยินดีต้อนรับท่านผู้เกิดใหม่ สู่...โลกใหม่!”เด็กหนุ่มพูดประโยคเ่าั้ด้วยรอยยิ้ม เน้นคำพูดตอนท้ายพร้อมผายมือในตอนจบเมื่อเพิ่มความเท่ให้คนฟังประทับใจ
แต่ปัญหาคือคนฟังไม่ได้ประทับใจเลยแม้แต่น้อยใบหน้าที่เหยเกนั่นมาพร้อมกับคำถามที่เพิ่มขึ้นอีกเป็กองแต่พูดไม่ออก
“...หะ?” เมฆส่งเสียงออกไปเพียงสั้นๆ
‘จิ๊ดๆ จิ๊ดๆ’ เสียงของแมลงร้องดังขึ้นกลบความเงียบที่ไม่มีใครพูดอะไร
ต่อด้วยเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของเจฟที่พยายามกลั้นขำมานาน
“อุ๊บ...ฮ่าๆๆ ขออภัยแต่ข้า มะ...ไม่ไหวแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคนเข้าใจข้าตอนเห็นท่านทำท่าบ้าบอแบบนั้น ฮ่าๆๆ”
ปฏิกิริยาจากคนรอบข้างทำให้เด็กหนุ่มผมส้มต้องเขินหน้าแดงตวาดออกมาเพื่อแก้เขิน
“หยุดเลยนะ! อย่าทำให้ฉันเป็เหมือนตัวตลกสิ เมฆ! นายนี่มันไม่รับมุกเอาซะเลยปกติมันต้องประทับใจสิ” เด็กหนุ่มผมส้มตวาดเจฟก่อนหันมาบ่นกับเมฆ
ตกลงว่าที่นี่ที่ไหนแล้วที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ใช่ผู้นำทางเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมรู้ชื่อเขา แล้วยังมาเรียกเขาว่าเพื่อนอีกโลกใหม่คืออะไร
ที่คุยกันมาทั้งหมดเขาพบคำตอบแค่เื่เดียวส่วนเื่อื่นไม่มีคำตอบเลยแม้แต่อย่างเดียว
เมฆได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจนี่เขากำลังคุยกับใครอยู่กันแน่ เ้าปัญญาอ่อนนี่มันเป็ใครถ้าเป็ไปได้หากพระเ้ากำลังฟังอยู่ ขอคนนำทางใหม่ให้เขาทีได้รึเปล่า?
.
.
ผู้ที่เมฆพบหน้า เกลี้ยกล่อมให้ตามพวกเขามา
เพราะไม่เข้าใจอะไรเลยเขาจึงตามผู้ที่เขาพบมาอย่างจำยอมและในระหว่างทางเขาก็ได้ฟังเื่ราวต่างๆ จาก 2 คนนี้
“และนั่นคือเื่ราวทั้งหมด ก็ตามที่นายรู้ ฉันเองก็คือคนจากโลกเดิม แต่ไลฟ์ทำให้เกิดใหม่เมื่อ2 ปีที่แล้ว ส่วนเจฟนั้นเป็คนจากต่างโลก” เด็กหนุ่มผมส้มพูด
ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ ตามคำบอกเล่า
โลกนี้ก็คือโลกใบเดิม ที่ได้เกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกขึ้น
ผ่านไป 100 ปีต่อมา มีประตูมิติเปิดขึ้น พร้อมมนุษย์มากมายเดินทางออกมาจากประตูมิตินั้นพวกเขาเ่าั้มาจากโลกในอีกมิติหนึ่ง มันเรียกว่าเวิลด์
เวิลด์นั้นมีปัญหาหนักชนิดที่ว่าไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกประชากรมนุษย์ส่วนมากเองก็ตายลง เหลือเพียงกลุ่มประชากรจำนวนไม่มาก ที่เหลือจึงเดินทางมาที่โลกใบนี้เพื่อหาที่อยู่ใหม่
ผู้คนจากต่างโลกมีพลังวิเศษที่เรียกว่าเวทมนตร์อยู่ต้นกำเนิดของพลังนั้นคือสิ่งที่เรียกว่าไลฟ์
ไลฟ์นั้นถูกนำเอามายังโลกนี้ด้วย มันทำให้คนที่ตายลงในวันสิ้นโลกฟื้นคืนชีพอีกครั้งมีทั้งที่ได้เกิดใหม่ั้แ่ใน่ที่ผู้คนจากต่างโลกเดินทางมาและยังคงมีคนที่มาเกิดใหม่ด้วยพลังจากไลฟ์อยู่เนืองๆ
แถมตอนนี้ด้วยพลังของไลฟ์ ทำให้ไม่ว่าใครบนโลกนี้ต่างก็ใช้เวทมนตร์ได้
แม้แต่เื่อย่างการเข้าใจภาษา อิทธิพลของไลฟ์ทำให้ทุกคนเข้าใจภาษากันได้หมดหากนั่นเป็สิ่งที่มนุษย์เข้าใจได้
หลังจากที่ผู้คนทั้ง 2 โลกได้พบกัน ก็ร่วมกันสร้างอารยธรรมขึ้นมาใหม่และเรียกโลกใบเดิมนี้ด้วยชื่อใหม่ว่าโลกใหม่
นับจากวันที่พวกผู้คนจากต่างโลกเดินทางมาที่โลกนี้ก็เป็เวลา10 ปีพอดี
เมฆฟังดูแล้วยังไงเื่ทั้งหมดมันก็เหลวไหลทั้งเพเื่แฟนตาซีแบบนั้นมันมีอยู่จริงที่ไหนกันล่ะ
เพราะว่าเขาดูสารคดีบ่อยเขาเลยเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าอะไรที่มันอธิบายไม่ได้ซึ่งความแฟนตาซีนี้มันอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้แน่นอน
จะว่าไป สารคดีที่ดูครั้งล่าสุดก็พูดเกี่ยวกับเื่ต่างโลกอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นยังคิดอยู่เลย ว่ามันไม่เพ้อเจ้อไปหน่อยหรอ
แต่เมื่อเดินทางมาได้สักพัก เขากลับพบกับสิ่งยืนยันบางอย่าง
ระหว่างที่กำลังเดินตามอีก 2 คนออกจากทุ่งหญ้า เขาเดินอ้อมต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้าจึงหันกลับไปมอง
“นะ...นี่มัน” เมฆตาเบิกโพลง พบเื่น่าใสุดขีด
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือโครงกระดูกมนุษย์
เมื่อกี้ที่เขาสะดุด คือส่วนขาของโครงกระดูกมนุษย์ไม่แน่ใจว่าอยู่มานานแค่ไหนแล้ว แต่บนตัวยังใส่เสื้อผ้าอยู่สภาพเสื้อผ้าเริ่มขาดวิ่น
เขาผงะถอยหลัง
“เป็อะไรไป?” เด็กหนุ่มผมส้มเข้ามาดูเพราะเห็นเมฆทำตัวแปลกๆ
พอเขาเห็นสิ่งที่ทำให้เมฆผงะก็ทำท่าเหมือนเห็นของแบบนี้เป็เื่ปกติ
เจฟก็เข้ามาดูด้วยเช่นกัน
“โครงกระดูกมนุษย์หรอ? เื่ปกติล่ะนะ” เจฟพูดออกมาไม่ได้ออกอาการใใดๆ
“หมายความว่าไง!?”เมฆยังคงตื่นตระหนก
“นี่คือโลกที่ฟื้นฟูหลังจากเหตุการณ์ที่เ้าเรียกว่าวันสิ้นโลกนะมีคนตายมหาศาล การที่จะพบโครงกระดูกของมนุษย์ที่ตายลงนับว่าเป็เื่ปกติไม่ใช่เหรอ?”
ชายหนุ่มผมส้มเกาหัว
“ทีแรกที่ฉันเห็นของแบบนี้ก็ใเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนายก็ชินเอง ยังมีเสื้อผ้าอยู่คิดว่าคงตายได้ไม่นาน แต่ก็มากกว่า 10 ปีแล้วล่ะมั้งั้แ่ที่โลกใหม่เริ่มขึ้น ก็ยังไม่มีรายงานคนหายนะ”
เมฆไม่เข้าใจเลยว่าทำไมดูทั้ง 2 คนนี้ไม่ตื่นตระหนกอะไรเลย นี่เป็เื่ปกติจริงใช่ไหม
“เื่จริงหรอเนี่ย?” เมฆพึมพำ
ทั้งเื่วันสิ้นโลก ทั้งเื่แฟนตาซีบ้าบอที่ทำให้โลกนี้เปลี่ยนชื่อเป็โลกใหม่นั่นรวมไปถึงตัวเขาเองที่ตายแล้ว แต่ตอนนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
เื่พวกนั้นไม่ได้โกหกกันเลยสินะ
เด็กหนุ่มผมส้มกับเจฟทำท่าจะออกเดินต่อแต่เมฆยังไม่มีทีท่าจะตามมา ทำให้เขาต้องส่งเสียงเรียก
“เมฆ มาเหอะ ไม่รีบจะเย็นเอานะ”
พอเมฆได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็ตั้งสติได้ลืมไปเลย ว่าทำไมคนแปลกหน้าผมส้มคนนี้ถึงรู้ชื่อของเขาได้
“เดี๋ยวสิ แล้วตกลงคุณเป็ใคร ทำไมรู้ชื่อของผม แล้วทำไมเรียกผมว่าเพื่อนล่ะ?”
เด็กหนุ่มผมส้มคนนั้นทำหน้าเหวอ ก่อนจะยิ้มเพราะนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้สภาพเหมือนเก่าแล้ว
“อื้มๆ นั่นสิน้า ฉันไม่เหมือนเดิมแล้วนี่นาลดความอ้วนนี่มันประสบความสำเร็จเกินคาดเลยแฮะ ขนาดนายยังจำฉันไม่ได้เนี่ยก็นั่นสิ ฉันกลายเป็คนที่หล่อเหลาขนาดนี้แล้วลืมภาพจำไอ้อ้วนแว่นหนาเตอะคนเก่านั่นไปได้เลย หึๆ”
เมฆไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำหน้าภาคภูมิใจอะไรขนาดนั้น
“เอ่อ...เขาปัญญาอ่อนหรอ?”เมฆหันมาถามเจฟที่เขารู้ชื่ออยู่แล้ว เพราะเขาดูจะเป็ผู้เป็คนมากกว่า
เจฟหันหน้าหนี ออกอาการกลั้นขำในทันที
เด็กหนุ่มผมส้มนั้นก็ได้คำพูดของเมฆเขารีบออกปากแก้ตัวทันที
“เดี๋ยวดิ นี่ฉันเอง ไอซ์ไง”
“ไอซ์? ไม่ใช่แล้ว เ้านั่นมันอ้วนจะตาย ไม่มีทางที่จะหน้าตาดี...แบบ..นี้...”
มองดีๆ หน้าตาก็คล้ายอยู่เหมือนกันนะแต่เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมมันหล่อจังล่ะ มันต่างจากเดิมเกินไปหน่อยหรือเปล่า?สภาพตัวผอมแบบนี้เนี่ยนะ
“งั้นก็ได้ ฉันหวังว่านายจะจำไอ้นี่ได้” เด็กหนุ่มผมส้มเริ่มแกว่งมือในท่าที่เมฆจำได้ดีแล้วพูดต่อ
“นี่ฉันไงล่ะ เฟลมไคเซอร์ ใจของฉันน่ะมันกำลังลุกโช- แอ่ก!ต่อยฉันทำไมเนี่ย?”
เมฆไม่รอให้อีกฝ่ายทำท่าเปิดตัวที่เ้าตัวชอบทำเป็ประจำจบเดินเข้าไปต่อยทันที
“เลิกทำไอ้ท่าแบบนั้นเลยนะ ยังไม่เลิกจูนิเบียวอีกหรือไงเจฟกลั้นขำจนตัวสั่นแล้วนะ”
เจฟกลั้นขำจนแทบทนไม่ไหว
“วันนี้เป็วันที่ข้ารู้สึกสนุกที่สุดในชีวิตเลยเชียว”
“เจฟ! นายต้องลืมไอ้เมื่อกี้ไปเลยนะแล้วก็อย่าเอาไปบอกคนอื่นด้วย...ทีนี้นายเชื่อฉันแล้วใช่ไหมว่าฉันคือไอซ์” ไอซ์แก้เขินหันไปตวาดเจฟเพราะเหมือนลืมว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย แต่ก็กลับมารักษาอาการเดิม
ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าเ้านี่คือไอซ์ที่เขารู้จักแม้ตอนแรกเื่ที่ฟังมาั้แ่ต้นจะเชื่อได้ยาก เพราะมันดูแฟนตาซีเกินไปหน่อย และขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ที่เขาพอจะรู้อย่างสิ้นเชิง
แต่ท่าเปิดตัวนั่นทำให้เขาต้องยอมรับและจำใจต้องเชื่อเื่ราวนั้นไป
เมฆทำท่าหน่ายใจกับเพื่อนตัวเองที่ได้พบกันอีกครั้งแต่ดูเหมือนความคิดของเ้าตัวไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย แม้ภายนอกจะดูไม่เหมือนไอซ์ที่เขารู้จักดีก็ตามที
“ก็ได้ ฉันเชื่อแล้ว แต่นี่เรากำลังจะไปไหนกัน?”
ไอซ์ไม่ได้ตอบเพียงแต่เดินนำไปจนถึงสุดเนินใกล้ๆแล้วค่อยพูด
“ก็ไม่รู้หรอกนะ นายจะยินดีกับการเกิดใหม่ในชีวิตที่ 2 นี้ไหม เอาเป็ว่าอย่ามัวคิดมาก แล้วมาพยายามกันเถอะ”
ไอซ์ผายมือไปด้านหน้าเนินนั้นด้วยรยอยยิ้มที่สดใสแล้วพูดต่อ
“ถ้าอย่างนั้นแล้ว ขอยินดีต้อนรับสู่...อาณาจักรแห่งแสง”
เมื่อเมฆเดินไปถึงปลายเนินนั่นก็ต้องอึ้งกับภาพที่เห็น
ภาพของเมืองขนาดใหญ่ที่มีคูน้ำล้อมรอบตั้งตระหง่าอยู่ตรงหน้ามีบ้านรูปทรงยุโรปตั้งเรียงราย ตรงกลางเมืองมีปราสาทลักษณะที่สูงกว่าหลังคาอื่นนิดหน่อยตั้งอยู่
ภาพที่เห็นเหมือนหลุดออกมาจากเมืองในอนิเมที่เขาเคยดูผ่านตามาบ้างการได้เห็นของจริงทำให้เขาพูดไม่ออก
‘นี่สินะ...ความแฟนตาซี’ เมฆคิดในใจพร้อมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ชีวิตใหม่ในโลกเดิมของเขา กำลังจะเริ่มต้นขึ้นณ บัดนี้