Time and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 ภัยพิบัติจากสัตว์ร้าย (1) หมวดที่ 2 ภารกิจทดสอบ: ราชวงศ์จิ้นเหนือ

            ในฤดูใบไม้ร่วง บนที่ราบสูงมองโกเลียจะมีการอพยพของสัตว์และฝูงสัตว์บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ซึ่งพวกมันจะย้ายไปยังทุ่งเลี้ยงสัตว์ในฤดูหนาวทว่าภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายจำนวนมากเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   

            ฝูงสัตว์ใหญ่นับหมื่น ส่วนใหญ่เป็นควายไบซัน กวางเรนเดียร์ กวางมูสกวางแดง ละมั่งทิเบต ตามมาด้วยฝูงสัตว์ดุร้ายนับพันอย่างหมาจิ้งจอก ฝูงหมูป่า รวมถึงเสือดาวและหมีจำนวนน้อยเป็นต้น  

            ควายไบซันมีพละกำลังและหนังหนามาก มีเขาแหลมคมบนศีรษะหากชนกันนับหมื่นก็ยากที่จะหยุดยั้ง สัตว์ชนิดอื่นก็มีเขาบนศีรษะเช่นกันและมีกีบเท้าที่ทรงพลังหากพุ่งใส่กันจริงๆ พลังทำลายล้างคงไม่ใช่น้อยๆสัตว์ป่านับแสนกรูเข้ามาทางลานล่าสัตว์ของราชวงศ์ราวกับกระแสน้ำเชี่ยว ซึ่งเป้าหมายคือค่ายพัก พวกมันพุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วหลายร้อยลี้ในเวลาไม่กี่ยามเฉิน  

            บนทุ่งหญ้าไม่เพียงมีภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายเท่านั้นในป่าก็มีสัตว์จำนวนมากพุ่งมาทางลานล่าสัตว์ของราชวงศ์ หากมีจำนวนมากก็สามารถพังรั้วรอบลานล่าสัตว์ได้ไม่ยาก           

            นี่เป็นการล้อมไว้ทุกด้านในนั้นจะต้องมีครูฝึกสัตว์ที่เป็นคนในคณะละครสัตว์ ทำให้สัตว์ป่าเชื่องแล้วก่อจลาจลจากนั้นก็ต้อนราชาแห่งฝูงสัตว์ดุร้ายให้เคลื่อนมาทางนี้ ซึ่งนำไปสู่การอพยพของสัตว์จำนวนมากพอถึงบริเวณใกล้เคียงก็ใช้เล่ห์กลให้พวกมันแตกกระเจิงแล้วปล่อยให้พวกสัตว์ดุร้ายวิ่งเตลิดเปิดเปิงตามจ่าฝูงของพวกมันในไม่ช้าพวกมันก็จะทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน ฝุ่นตลบอบอวลเต็มท้องฟ้า  

            นับเป็นแผนการที่ยิ่งใหญ่ ทั้งยังชาญฉลาดอย่างมาก มันจะกลายเป็นการจลาจลของสัตว์ป่าที่ทำร้ายฝ่าบาท พระราชนัดดาของฮ่องเต้ ลูกท่านหลานเธอของตระกูลสูงศักดิ์ ขุนนางใหญ่ รวมถึงกลุ่มสตรีโสดที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดหากซูตงเฉินและพวกของเขาปกป้องฮ่องเต้ไม่สำเร็จ ย่อมเป็นความผิดที่ยกโทษให้ไม่ได้หากสำเร็จก็เป็นเพียงความไร้ประโยชน์ของครูฝึกสัตว์ไม่กี่คนที่ไม่อาจเลี้ยงดูพวกมันได้และผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็ยังไม่ถูกเปิดเผย  

            อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ได้คงไม่ใช่คนโง่นอกจากนี้ยังใช้วิธีที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย นับว่าเจ้าเล่ห์และร้ายกาจอย่างเห็นได้ชัดทั้งยังมีกำลังคน กำลังวัตถุ และกำลังทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ทางตอนเหนือ บุคคลที่มีความแข็งแกร่งเช่นนี้มีเพียงคนเดียวนั่นก็คือคังอ๋องที่อยู่เหลียวเป่ยเหอหลินอันห่างไกล  

            หลังฮ่องเต้ได้รับรายงานลับจากเยี่ยนเฟ่ยก็ทรงกริ้วอย่างไม่อาจยับยั้งพระอารมณ์ไว้ได้ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ควรโกรธ พวกเขาจำเป็นต้องคิดมาตรการรับมือและล่าถอยออกมาทันที  

            เมื่อขุนนางคนสำคัญของตระกูลสูงศักดิ์ทั้งหมดได้รับประกาศก็รีบวิ่งเข้ากระโจมของฮ่องเต้อย่างรวดเร็วซูตงเฉิน เจียงหยวนอู่ และสือชิงควบม้าลงมาจากภูเขาเพื่อรีบกลับมายังค่ายพักเยี่ยนเฟ่ยในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่เบ็ดเตล็ดคอยยกชารินน้ำก็เข้าไปในกระโจมฮ่องเต้เพื่อรับใช้เช่นกัน  

            พระโอรส ท่านอ๋อง ขุนนางฝ่ายพลเรือน และผู้บัญชาการทหารที่เข้าร่วมประชุมต่างขมวดคิ้วเมื่อได้ยินฮ่องเต้อธิบายสถานการณ์อิงกั๋วกงหัวหน้าผู้บัญชาการแม่ทัพตระกูลสูงศักดิ์เป็นคนแรกที่เปิดปาก “สถานการณ์เร่งด่วน กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาท พระราชนัดดา พระโอรสทั้งสาม และคนหนุ่มสาวที่ยังไม่มีครอบครัวควรเป็นกลุ่มแรกที่อพยพโดยมีองครักษ์เป็นผู้คุ้มกันเพื่อเดินทางลงใต้ไปยังเมืองจี๋หนิงเป็นการชั่วคราวแบ่งกองทัพสามค่ายใหญ่ของเมืองหลวงเป็นครึ่งหนึ่ง เพื่อคุ้มกันฝ่าบาทไปที่เมืองจี๋หนิงแล้วกลับมาเมืองจี๋หนิงอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยลี้ ขี่ม้าเร็วไปไม่กี่ยามเฉินก็ถึง”                  

            ซิ่นกั๋วกงเห็นด้วย “ถูกต้องความปลอดภัยของฝ่าบาท พระราชนัดดา และพระโอรสทั้งสามเป็นสิ่งสำคัญมากควรล่วงหน้าไปก่อน”  

            อันกั๋วกงประมาณการชั่วครู่ “กลุ่มสตรีโสดกับผู้อาวุโสอ่อนแอทั้งหมดตามกองกำลังกลุ่มสองไปที่เมืองจี๋หนิงหากขี่ม้าได้จะเป็นการดีที่สุด หากไม่ได้ก็ต้องนั่งรถม้าเลือกคันที่มั่นคงและใช้ม้าลากที่แข็งแรงเคลื่อนไปข้างหน้าเบาๆก็สามารถไปถึงเมืองจี๋หนิงได้ภายในสองหรือสามยามเฉินส่วนเสื้อผ้าอาหารและสัมภาระทั้งหมดเอาไปไม่ได้ให้วางไว้ที่ภูเขาก่อนแล้วค่อยกลับมาเก็บทีหลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดต้องนำไปด้วยซึ่งส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของกองทัพ ใต้เท้าทุกท่านขอเพียงดูแลตนเองให้ดีก็พอ”  

            เจิ้งอี้เฉิงรู้สึกกังวลเล็กน้อย “ฝ่ายตรงข้ามใช้เวลาหลายปีในการดึงดูดภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายมากมายเช่นนี้จะต้องไม่มองฝ่าบาทล่าถอยไปจี๋หนิงเฉยๆ แน่นอน เกรงว่าคงมีแผนการ”           

            “หืม? ” อิงกั๋วกงมีปฏิกิริยาทันที “หากศัตรูส่งทหารเข้าไปที่เมืองจี๋หนิงก่อนโดยการปลอมตัวเป็นชาวบ้าน แล้วก่อกบฏหลังจากที่ฝ่าบาทเข้าเมืองโดยที่พวกกระหม่อมไม่ทันได้ตั้งตัวเกรงว่าคงรับมือไม่ง่ายนัก”  

            ซิ่นกั๋วกงขมวดคิ้วพิจารณาเช่นกัน “เมืองจี๋หนิงเป็นเมืองเล็กการที่คนของพวกเราเข้าไปจำนวนมากจะลำบากในด้านปัจจัยสี่ หากถูกปิดล้อมเป็นเวลาหลายวันสถานการณ์จะยิ่งแย่และเกิดความโกลาหลได้ง่าย”  

            เสนาบดีหลายท่านทยอยมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น  

            “อาจเป็นไปได้ที่จะแบ่งคนที่นี่ออกเป็นสามกลุ่มกลุ่มแรกขึ้นเหนือไปเมืองหนิงโจว กลุ่มสองลงใต้ไปเมืองจี๋หนิงฝ่าบาททรงลำบากเล็กน้อย ให้เสด็จตรงไปยังเมืองเร่อเหอเพื่อพักค้างคืน จากนั้นก็เสด็จข้ามกำแพงเมืองจีนแล้วกลับเมืองหลวง”  

            “เวลาไม่คอยท่า ฝ่าบาทต้องรีบเสด็จไปทันที ไม่อาจรีรอได้อีก”           

            ฮ่องเต้พึมพำอยู่ครู่หนึ่งแล้วตรัสถามว่า “หลังจากแบ่งครึ่งสามค่ายทหารใหญ่ของเมืองหลวงแล้วไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพทั้งสามมีความเห็นอย่างไร? ”  

            ซูตงเฉิน เจียงหยวนอู่ และสือชิงสบตากัน เมื่อซูตงเฉินรู้ว่าพวกเขาทั้งสองต้องถ่อมตนอย่างแน่นอน เขาจึงไม่เสียเวลาอีก “ฝ่าบาทกระหม่อมคิดว่าสัตว์ป่าไม่เหมือนกองทัพของมนุษย์ พวกมันไม่ทำตามสถานการณ์ไม่เสี่ยงอันตรายและใช้เล่ห์เหลี่ยม ดังนั้นกระหม่อมจึงคิดว่า บางทีอาจล่อภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายออกไปได้แน่นอนว่าความคิดของใต้เท้าอาวุโสหลายท่านนั้นดีมาก กระหม่อมไม่คัดค้านให้คนที่ลานล่าสัตว์มุ่งหน้าไปทางใต้ทันที กลุ่มแรกถอยไปที่เมืองจี๋หนิง ซึ่งที่นั่นมีกำแพงสูงแข็งแรงสามารถต้านทานการปะทะของภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายได้ ส่วนกลุ่มของฝ่าบาทตรงไปยังเมืองเร่อเหอให้องครักษ์และกองกำลังของสามค่ายทหารจำนวนครึ่งหนึ่งคุ้มกันฝ่าบาทไปในเส้นทางนี้ และเมื่อไปถึงก็ไม่ต้องกลับมาสิ่งสำคัญที่สุดคือ การปกป้องฝ่าบาท พระราชนัดดา ท่านอ๋องทุกคน และเหล่าขุนนางคนสำคัญในราชสำนักหลังจากกระหม่อม ใต้เท้าสือ และใต้เท้าเจียงแยกจากกันก็จะพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ โดยพยายามล่อภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายออกไปเพื่อไม่ให้พวกมันลงใต้ไปโจมตีเมืองต่างๆ ระหว่างทางพ่ะย่ะค่ะ”           

            “ภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายครั้งนี้หายากยิ่งในโลกกระหม่อมต้องรุกคืบและล่าถอยพร้อมกับใต้เท้าซูและใต้เท้าสือพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวนอู่มีท่าทีแน่วแน่ “แม้กระทั่งทหารม้าที่แข็งแกร่งของศัตรูพวกกระหม่อมยังไม่เกรงกลัว เหตุใดต้องกลัวสัตว์ร้ายเล็กๆ น้อยๆ ด้วยเล่า? ”  

            สือชิงกล่าวอย่างกระชับและรัดกุม “กระหม่อมและผู้ใต้บังคับบัญชานายทหารและพลทหาร ล้วนถวายชีวิตเพื่อฝ่าบาทอย่างจงรักภักดีพ่ะย่ะค่ะ”  

            ฮ่องเต้ทรงยินดีอย่างมาก “ดีมาก มีพวกเจ้าอยู่เราก็วางใจแล้ว ตามราชโองการ การป้องกันทุกอย่าง อิงกั๋วกงเป็นผู้สั่งการเรื่องการอพยพทุกคนที่ลานล่าสัตว์ให้เป็นความรับผิดชอบของเสนาบดีเจิ้ง เรื่องหลังจากสามค่ายทหารใหญ่ถูกตัดขาดแม่ทัพซูเป็นผู้ควบคุม แจ้งทุกท่าน ให้ทั้งหมดออกปฏิบัติการพาสัมภาระไปได้เพียงใบเดียว จำเป็นต้องออกเดินทางภายในยามเฉินไปเตรียมการกันเถิด”  

            “รับราชโองการ” เหล่าขุนนางใหญ่ต่างกุลีกุจอออกไปเหลือเพียงเยี่ยนเฟ่ยที่แสร้งทำเป็นเก็บถ้วยชาพลางกระซิบกับฮ่องเต้ว่า “จนถึงขณะนี้ หน่วยสอดแนมที่กระหม่อมส่งออกไปยังไม่พบสัญญาณการเคลื่อนไหวของคนและม้าจำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ”         

            “อืม” ฮ่องเต้ทรงจิบชาสมุนไพรหนึ่งอึกและตรัสด้วยพระพักตร์จริงจัง “สำรวจอีกครั้ง จำเป็นต้องมั่นใจความปลอดภัยในการเดินทางกลับของพวกเรา”  

            “พ่ะย่ะค่ะ” เยี่ยนเฟ่ยตอบรับพลางยกชุดชาถอยออกจากกระโจมของฮ่องเต้และจากไปอย่างเงียบงัน  

            ซูตงเฉินไม่สามารถดูแลครอบครัวของเขาได้ ทว่ายังหาเวลาไปคำนับผู้เป็นบิดา  

            อันกั๋วกงไม่ได้พาหูซื่อมาด้วย เขาพาบุตรชายคนเล็กสองคนและหลานชายคนโตออกมาหาประสบการณ์เพิ่มเติมเท่านั้น ในเวลานี้ต้องล่าถอย ซึ่งเด็กทั้งสามคนขี่ม้าเป็นมีเพียงซูอวี้เมิ่งเท่านั้นที่มีวิทยายุทธ์ขั้นสูง ทว่าซูตงเฉินไม่อนุญาตให้เขาตามไปกับกองทัพและขอให้เขาดูแลท่านปู่และท่านน้าทั้งสองคน  

            “หากต้องสู้ขึ้นมาจริงๆ เจ้าจะเป็นกำลังหลักของครอบครัว” เขาพูดกับบุตรชายด้วยสีหน้าเรียบเฉย “พ่อไม่อยู่ ตรงนี้ต้องพึ่งเจ้าแล้วมีเจ้าเพียงคนเดียวที่แสดงความกตัญญูต่อหน้าท่านปู่ได้ ท่านน้าทั้งสองคนของเจ้ายังเล็กและไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ ขี่ม้าวิ่งตามกองทัพได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว เมื่อถึงช่วงวิกฤต เจ้ายังต้องการให้ท่านปู่สวมชุดเกราะออกรบอีกหรือ?”                     

            ซูอวี้เมิ่งคิดดูก็รู้สึกว่ามีเหตุผลจึงจำใจพยักหน้า “ข้าเชื่อฟังท่านพ่อ และจะต้องดูแลท่านปู่กับท่านน้าให้ดี”  

            ซูตงเฉินลูบศีรษะเขา จากนั้นก็พูดกับอันกั๋วกงว่า “ท่านพ่อจะต้องระมัดระวังให้ดี และปกป้องเจ้าตัวน้อยทั้งสามไปถึงเมืองเร่อเหออย่างปลอดภัยนั่นคือประสบความสำเร็จแล้ว” พวกเขาเป็นตระกูลสูงศักดิ์อันดับหนึ่งและไม่มีกลุ่มสตรีโสดเป็นตัวถ่วงไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ พวกเขาสามารถต่อกรกับศัตรูในช่วงเวลาคับขันได้ ด้วยเหตุนี้จึงถูกจัดให้ติดตามฝ่าบาทไป  

            อันกั๋วกงถอนหายใจ “ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกจริงๆ ไม่ได้ผ่อนคลายเลยสักวัน”  

            ซูตงเฉินยิ้มบาง “ไม่เป็นอันใดผ่านเรื่องร้ายนี้ไป พวกเราก็จะอยู่อย่างสงบสุขแล้ว”           

            อันกั๋วกงพยักหน้า สงครามใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว เขาไม่ต้องการให้จิตใจของซูตงเฉินสับสนจึงยกมือขึ้นตบไหล่บุตรชาย “เอาเถิดเจ้าไปจัดการธุระเสีย ระวังตัวด้วย”  

            “ขอรับ” ซูตงเฉินเดินจ้ำอ้าวจากไป ก่อนจะเรียกรวมนายพลและนายทหารใต้บังคับบัญชาเพื่อมอบหมายงาน  

            ท้ายที่สุด ผู้ที่ไม่ต้องการต่อสู้ในลานล่าสัตว์ก็ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ขุนนางฝ่ายพลเรือน รวมถึงภรรยาและลูกๆ ที่สามารถขี่ม้าด้วยความเร็วสูงโดยไม่ตกลงมาทั้งหมดให้ตามฝ่าบาทไปที่เมืองเร่อเหอ ส่วนผู้ที่นั่งได้เพียงรถม้าเท่านั้นให้ถอยกลับไปยังเมืองจี๋หนิงขุนนางใหญ่ฝ่ายบู๊บุ๋น และทหารมากกว่าห้าร้อยนายให้ติดตามฝ่าบาทไป อีกกลุ่มมีผู้อาวุโสอ่อนแอเด็ก และสตรีรวมกว่าห้าร้อยคนองครักษ์เมืองหลวงที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคุ้มกันมีทั้งหมดแปดหมื่นนาย ห้าหมื่นนายให้ปกป้องฝ่าบาทรวมกับสามค่ายทหารใหญ่ที่ได้จัดสรรยอดฝีมือหนึ่งหมื่นนายเพื่อคุ้มกันฝ่าบาทตรงไปยังเมืองเร่อเหอซึ่งมีกำลังทหารเพียงพอแล้ว   

            องครักษ์เมืองหลวงสามหมื่นนายที่จัดสรรเพื่อคุ้มกันอีกกลุ่มไปยังเมืองจี๋หนิงพวกเขาไม่จำเป็นต้องออกไปต่อสู้ เพียงปิดเมืองและรอคำสั่งถึงกำลังรบจะอ่อนแอเล็กน้อย ทว่าไม่มีอุปสรรค            

            หลังแบ่งกลุ่มเสร็จเรียบร้อย กลุ่มของฝ่าบาทก็จากไปอย่างรวดเร็วพวกเขาทั้งหมดได้เตรียมม้าดี ทั้งยังพาม้าว่างไปเพื่อเปลี่ยนระหว่างทางสิ่งของสำคัญที่เป็นของฮ่องเต้ถูกพาไปด้วยทั้งหมด โดยมียอดฝีมือกลุ่มเล็กคอยแบกและปกป้องตลอดเวลา   

            ทหารชั้นยอดแปดหมื่นนาย อิงกั๋วกงเป็นผู้สั่งการ โดยแบ่งออกเป็นห้ากองหน้า หลัง ซ้าย กลาง และขวา สร้างเป็นแนวเดินทัพและควบม้าไปทางตอนใต้อย่างรวดเร็วฝุ่นและทรายฟุ้งขึ้นทางด้านหลัง บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์อยู่เนิ่นนาน  

            ทันทีที่พวกเขาจากไป สตรีและเด็กที่ถูกทิ้งไว้ก็ลนลานเล็กน้อย พ่อลูกเจิ้งอี้เฉิงยังอยู่ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับการปลอบประโลมทุกคนนำของมีค่าที่พกพาสะดวกเข้าไปในรถม้าอย่างเป็นระเบียบ และตรงไปที่เมืองจี๋หนิงภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์เมืองหลวงกว่าสองหมื่นห้าพันนายวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่เหลือถูกรวบรวมเป็นกองพะเนินโดยมีองครักษ์เมืองหลวงห้าพันนายขนย้ายไปยังถ้ำที่อยู่ไม่ไกลพวกเขาใช้ก้อนหินใหญ่ปิดถ้ำไว้แล้วรีบตรงไปยังเมืองจี๋หนิง                    

            เวลานี้ซูตงเฉิน เจียงหยวนอู่ และสือชิงแบ่งลูกน้องออกเป็นครึ่งหนึ่ง และส่งคนสนิทที่พึ่งพาได้นำกลุ่มองครักษ์ไปอารักขาฝ่าบาทจากนั้นก็เฝ้ามองกลุ่มของฮ่องเต้จากไปทางตอนใต้ ก่อนจะรวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการขั้นต่อไป   

            ซูตงเฉินมีแหล่งต้นกำเนิดข่าวกรองของเยี่ยนเฟ่ย ซึ่งข้อมูลที่ได้รับมานั้นแม่นยำที่สุดเขานั่งยองแล้วใช้กิ่งไม้วาดภูมิประเทศใกล้เคียงและทิศทางการเดินของสัตว์ร้ายฝูงใหญ่หลายฝูงลงบนพื้นทรายจากนั้นก็บอกความคิดของตนเอง “สิ่งที่เป็นภัยคุกคามที่สุดในภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายคือฝูงควายไบซันไม่รู้ว่าราชาควายได้รับสิ่งกระตุ้นอันใดถึงได้วิ่งอย่างบ้าคลั่งไปทางตอนใต้อย่างเอาเป็นเอาตายควายทั้งฝูงถูกมันพาวิ่งมาหาพวกเราตามเส้นทางของพวกมันจะผ่านช่องเขาเสือกระโจนทางตอนเหนือ ซึ่งข้าต้องการสกัดกั้นพวกมันที่นั่นโดยก่อกำแพงที่ปากช่องเขาจากนั้นก็พาคนกลุ่มหนึ่งขี่ม้าเร็วนำหน้า เพื่อล่อพวกมันไปทางตะวันออก พวกมันจะวิ่งอย่างไรก็ไม่เป็นอุปสรรคแล้ว”           

            สือชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พวกเราต้องรีบไปที่ช่องเขาเสือกระโจนเวลาที่ใช้ในการสร้างกำแพงคงมีไม่มากแล้วกระมัง? ”  

            “ใช้ลำต้นของต้นไม้วางซ้อนกันได้” เจียงหยวนอู่ไตร่ตรอง “ใช้กำแพงหินไม่ได้แน่นอนพวกเราโค่นต้นไม้ใหญ่แล้ววางสลับกันให้กลายเป็นสิ่งกีดขวางได้”  

            สือชิงพยักหน้า “อืม แบบนี้คงได้ผล”  

            “เช่นนั้นรีบไปกันเถิด” ซูตงเฉินพิถีพิถันอย่างมากเขาเชื่อว่าการสู้รบคือการเคลื่อนพลอย่างรวดเร็วแม่ทัพใหญ่อีกสองคนก็เข้าใจเช่นกันดังนั้นจึงไม่พูดพร่ำทำเพลงและรีบรวบรวมกองกำลังมุ่งตรงไปทางเหนืออย่างบ้าคลั่งทันที  

     

    คล้ายกับเรื่องTime and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786