บทที่ 23 เจียงเยว่ได้โชคครั้งใหญ่
เจียงเยว่นึกถึงกล่องที่คุณปู่หลี่ให้มา
เธอหยิบมันออกมาจากกระเป๋าผ้าใบสีเขียว
เจียงเยว่มองดูกล่องใบนี้ ด้านนอกบางมาก เมื่อเธอเปิดออก เจียงเยว่เห็นว่าข้างในยังมีกล่องอีกใบหนึ่ง กล่องใบนี้แกะสลักอย่างประณีตมาก ้ามีลวดลายัและหงส์รวมถึงลายอื่น ๆ
เมื่อมองดูกล่องใบนี้ เจียงเยว่รู้สึกว่ามันมีมูลค่าไม่น้อยเลย กล่องนี้ทำจากไม้จันทน์เส้นทอง อีกไม่กี่สิบปี ราคาประมูลของกล่องใบนี้จะมีมูลค่าเป็หลายแสนถึงหลายล้าน
สิ่งที่คุณปู่หลี่ให้เธอมานี้ช่างมีค่ามากเหลือเกิน
เจียงเยว่ใช้กุญแจเปิดกล่องด้านใน แม้ว่าในใจเธอจะมีลางสังหรณ์อยู่แล้ว แต่ของไม่กี่ชิ้นนี้ก็ยังทำให้เธอประหลาดใจ
กำไลหยกสีเขียวอ่อนคู่หนึ่ง แหวนวงหนึ่ง และต่างหูคู่หนึ่ง
คุณปู่คุณย่าของเจียงเยว่ก็มาจากตระกูลใหญ่ เื่เครื่องประดับเหล่านี้ คุณย่าเคยเล่าให้เจียงเยว่ฟังั้แ่เด็ก และยังเก็บเครื่องประดับบางส่วนไว้ให้เจียงเยว่เป็สินสอด เจียงเยว่จึงรู้ถึงมูลค่าของสิ่งของทั้งสี่ชิ้นนี้เป็อย่างดี หากเก็บไว้อีกไม่กี่สิบปี มูลค่าจะสูงถึงหลายสิบล้าน
เจียงเยว่หยิบกุญแจบ้านออกมา ล็อกกล่องแล้วเก็บเข้าที่เดิม จากนั้นก็จัดกล่องด้านนอกให้กลับสู่สภาพเดิม
ตอนเช้า เจียงเยว่กินบะหมี่หนึ่งชาม แล้วไปถึงจุดนัดพบก่อนเวลาไม่กี่นาที
หลังจากขึ้นรถ เจียงเยว่ก็เห็นหวงหรูซื่ออีกครั้ง คราวนี้เจียงเยว่พยักหน้าให้หวงหรูซื่อแล้วเดินไปยังที่นั่งด้านหลัง
หวงหรูซื่อมองเจียงเยว่แวบหนึ่ง สีหน้าดูไม่ค่อยพอใจนัก
เมื่อวานเจียงเยว่ซื้อหนังสือไปกว่าร้อยหยวน เธอได้เล่าเื่นี้ให้ผู้กองเซียวฟัง แม้ผู้กองเซียวจะรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็บอกว่านั่นเป็เื่ของคนอื่น
แต่ใครจะมีภรรยาที่ใช้เงินแบบนี้ ถ้าอยากซื้อหนังสือ ทำไมไม่ซื้อหนังสือมือสองล่ะ ตอนนี้หนังสือเก่า ๆ ราคาแค่ไม่กี่เหมาถึงไม่กี่หยวนต่อกิโลกรัมเท่านั้น
ลู่อวี้เป็คนที่เก่งที่สุดในหน่วยของพวกเขา ได้ยินว่าเคยสร้างผลงานมากมาย คนแบบนี้แต่งงานกับคนที่ใช้เงินมือเติบแบบนี้ ต่อไปจะเป็อย่างไร...
เมื่อวานใช้เงินไปกว่าร้อยหยวน วันนี้ก็ออกไปอีกแล้ว
นี่มันใช่ท่าทางของภรรยาทหารที่ไหนกัน
มันช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
เจียงเยว่หลับตาพยายามจะพักผ่อนสักหน่อย แต่กลับได้ยินเสียงคนวิพากษ์วิจารณ์เธอ
“เมื่อวานนี้ภรรยาของผู้พันลู่ใช้เงินไปเกินร้อยหยวนจริง ๆ เหรอ?”
“โอ้โห เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอซื้อของ ใช้เงินไปเกินร้อยหยวน เมื่อวานก็ใช้ไปอีกเกินร้อยหยวน ่นี้เธอใช้เงินเดือนทั้งปีของผู้พันลู่ไปแล้วนะ”
“ใช่เลย นี่มันสิ้นเปลืองจริง ๆ”
เจียงเยว่ไม่ได้สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนเหล่านี้ สิ่งที่เธอซื้อมานั้นมีประโยชน์
หนังสือมัธยมปลายสามารถซื้อมือสองได้ แต่เจียงเยว่คิดว่าซื้อใหม่จะดีกว่า ไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่ปีกว่าจะได้เรียนมหาวิทยาลัย ถ้าใช้ของเก่าสักหนึ่งปีหรือสองปีอาจจะพังได้ แต่ถ้าเป็ของใหม่ ถ้าใช้อย่างดีก็สามารถใช้ได้หลายปีโดยไม่มีปัญหา
ส่วนหนังสือแพทย์และหนังสือภาษาอังกฤษเ่าั้ ไม่ใช่ของที่หาได้ง่าย ๆ
รถมาถึงอำเภออย่างรวดเร็ว หลังจากลงรถ เจียงเยว่ไปที่ร้านสหกรณ์ก่อน
เธอถามที่ร้านสหกรณ์ว่าช่วยส่งของได้ไหม เมื่อได้ยินว่าช่วยส่งได้ เจียงเยว่จึงซื้อข้าวสารหนึ่งถุง 50 กิโลกรัม แป้งสาลีหนึ่งถุง 50 กิโลกรัม และซื้อลูกอมกับของใช้ในชีวิตประจำวันอีกเล็กน้อย
เจียงเยว่พาคนจากร้านสหกรณ์ไปส่งของที่บ้านหลังใหม่ที่เพิ่งซื้อ
คุณปู่หลี่กำลังนั่งอยู่หน้าประตูบ้าน
“สหายเสี่ยวเจียงมาแล้ว”
“คุณปู่หลี่”
เจียงเยว่กล่าวขอบคุณพนักงานจากร้านสหกรณ์ แล้วหันไปมองคุณปู่หลี่
“สหายเจียง เธอมาแล้ว เมื่อวานฉันกับภรรยาได้จัดเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว พวกเราย้ายไปอยู่บ้านหลังเก่าแล้วล่ะ”
“นี่คือกุญแจ เธอตรวจสอบให้ละเอียดหน่อยนะ ของที่เหลืออยู่ในบ้านทั้งหมดเป็ของเธอแล้ว...”
เจียงเยว่ไม่คิดว่าคุณปู่หลี่และครอบครัวจะย้ายออกอย่างรีบร้อนขนาดนี้
“คุณปู่หลี่คะ พวกคุณรีบร้อนเกินไปแล้ว ฉันไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น” เจียงเยว่รู้ว่าคุณปู่หลี่เป็คนรักษาคำพูด เมื่อนึกถึงกล่องที่คุณปู่หลี่ให้มา เจียงเยว่จึงหยิบมันออกมาจากกระเป๋า
“คุณปู่หลี่คะ ของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
ไม่ว่าคุณปู่หลี่จะพูดอย่างไร เจียงเยว่ก็ไม่ยอมรับ
คุณปู่หลี่จำใจต้องเก็บของชิ้นนั้นกลับไป โดยใส่ไว้ในถุงกระสอบ แต่ในใจเขาก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้
เมื่อเห็นคุณปู่หลี่เก็บของกลับไปแล้ว เจียงเยว่จึงยิ้มและพูดว่า
“คุณปู่หลี่คะ นี่เป็ของที่ฉันซื้อมาฝากคุณปู่กับคุณย่าค่ะ”
เมื่อคุณปู่หลี่ได้ยินว่าเจียงเยว่จะให้ของเขา เขาก็ไม่ยอมรับเช่นกัน
“คุณปู่ฟังฉันก่อน บ้านหลังนี้ ฉันแค่มาเป็ครั้งคราว ปกติก็ไม่มีใครอยู่เฝ้า คนในครอบครัวของฉันอีกหลายวันกว่าจะมา ขอรบกวนคุณปู่ช่วยมาดูแลให้ฉันหน่อยเมื่อมีเวลาว่าง...”
คุณปู่หลี่ได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ ก็โบกมือปฏิเสธ
“สหายเสี่ยวเจียง การช่วยดูแลบ้านให้เธอไม่มีปัญหา แต่ฉันไม่รับของจากเธอหรอก”
เขาขายบ้านให้เจียงเยว่ ก็ถือว่าช่วยเขามากแล้ว เขาจะรับของจากเจียงเยว่ได้อย่างไร นั่นเป็สิ่งที่เขาไม่มีทางรับเด็ดขาด
“คุณปู่หลี่คะ ฉันยังมีเื่ต้องรบกวนคุณปู่อีกหลายอย่างในอนาคต คุณปู่รับของไว้เถอะนะคะ”
แต่ไม่ว่าเจียงเยว่จะพูดอย่างไร คุณปู่หลี่ก็ไม่ยอมรับของเหล่านี้ และยังนำไปวางไว้ในห้อง
เจียงเยว่ไม่คิดว่าคุณปู่หลี่จะปฏิเสธน้ำใจของเธอ จึงจำต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปชั่วคราว
คุณปู่หลี่บอกว่าของที่ร้านรับซื้อของเก่าส่งมาอยู่ในห้องข้าง ๆ ให้เจียงเยว่ไปตรวจนับ
เจียงเยว่ดูผ่าน ๆ แล้วยิ้มพลางบอกว่าไม่มีปัญหา
คุณปู่หลี่ช่วยปิดประตูรั้วให้ก่อนจากไป เขายังบอกอีกว่าถ้ามีอะไรก็ให้เจียงเยว่ะโเสียงดัง ๆ
เพื่อนบ้านรอบ ๆ ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ถ้าเขาและเพื่อนบ้านได้ยินเสียง พวกเขาจะต้องออกมาช่วยเหลืออย่างแน่นอน คุณปู่หลี่ยังกำชับให้เจียงเยว่ระมัดระวังตัวให้มาก ๆ อีกด้วย
หลังจากคุณคุณปู่หลี่จากไป เจียงเยว่ก็เข้าไปในห้องที่เก็บตู้
เธอเปิดลิ้นชักหนึ่งออกมา ข้างในว่างเปล่า เจียงเยว่เอียงศีรษะมองดูลิ้นชัก คุณย่าเคยบอกเธอเกี่ยวกับกลไกลับของตู้เหล่านี้ ตู้หลายใบมีช่องลับซ่อนอยู่
เจียงเยว่ยื่นมือไปดันตรงจุดต่าง ๆ ของลิ้นชัก แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเบา ๆ เธอออกแรงดันต่อ แผ่นไม้ด้านข้างก็เปิดออก สิ่งของที่ห่อด้วยผ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
เจียงเยว่ค่อย ๆ หยิบของออกมาจากลิ้นชักอย่างระมัดระวัง เมื่อเปิดออกก็พบว่าข้างในเป็ทองคำแท่งกว่าสิบแท่งและเครื่องประดับทองคำบางชิ้น
ใน่เวลานี้ ไม่มีใครกล้าสวมเครื่องประดับทองคำออกไปข้างนอก ทุกคนต่างซ่อนไว้ในบ้าน หากถูกค้นพบ สถานการณ์จะร้ายแรงมาก
หลังจากดูเสร็จ เจียงเยว่ก็ห่อของแล้วเก็บคืนที่เดิม
เจียงเยว่เปิดลิ้นชักอีกอันหนึ่ง
ลิ้นชักนี้ก็มีช่องลับเช่นกัน แต่ของข้างในเป็อัญมณีดิบบางชิ้น
หากนำมาประดับเป็มงกุฎ สร้อยคอ หรือแหวน ล้วนแต่จะสวยงามอย่างยิ่ง
เจียงเยว่ตรวจสอบตู้ทั้งหกใบ ลิ้นชักของตู้ทั้งหกใบล้วนมีช่องลับซ่อนอยู่
สิ่งของภายในล้วนเป็เครื่องประดับทองและเงิน มีมูลค่ามหาศาล
เจียงเยว่รู้สึกว่าเธอช่างโชคดีเหลือเกิน
แค่ของพวกนี้ ต่อไปเธอก็จะกลายเป็เศรษฐีนีแล้ว
ไม่รู้ว่าของพวกนี้จะเป็ของใครทิ้งไว้
ตอนนี้เธอยังไม่สามารถนำของพวกนี้ออกมาได้ จำเป็ต้องเก็บกลับเข้าไปในลิ้นชักก่อน รอให้มีโอกาสค่อยนำกลับบ้านที่เมืองหลวง