บทที่ 1 หนึ่งหยดเืเฟิ่งหวงแลกกับสามร้อยปีแห่งความมั่งคั่งของตระกูล
“เซียวนั่ว ในฐานะบุตรชายของตระกูลเซียว มันถึงเวลาที่เ้าจะทำเพื่อตระกูลแล้ว”
“นายน้อยแห่งสำนักกระบี่ขุนพล์้าเืเฟิ่งหวงในร่างของเ้าเพื่อบรรลุกายาเฟิ่งหวงศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่เ้าเต็มใจส่งมอบเืเฟิ่งหวง สำนักกระบี่ขุนพล์จะปกป้องตระกูลของเราสามร้อยปีเป็การตอบแทน”
“อย่าพยายามต่อต้านเลย เพื่อตระกูลของเรา แค่เสียสละเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น หึหึ”
“การเสียสละของเ้าเพียงคนเดียวสามารถช่วยทั้งตระกูลได้ นี่เป็เื่ดีที่ไม่สามารถร้องขอจากที่ใดได้อีกแล้ว ฮ่า ๆๆๆ"
“มาสิ เอาเืของเ้ามา"
ฟึ่บ!
"..."
"ไม่!"
ทันใดนั้น คมมีดเย็นะเืก็แทงเข้าที่กระดูกสันหลัง ความเ็ปอันรุนแรงแทรกซึมไปถึงิญญาปลุกเซียวนั่วให้ตื่นจากการหลับใหล
"แฮ่ก ๆ!"
เหงื่อเขาโซมกาย และหอบหายใจหนักหน่วง
"ความฝันนี้อีกแล้ว..."
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ แววตาทอประกายความเกลียดชัง และความกรุ่นโกรธลุกโชนราวเปลวเพลิง
เป็เวลาสามปีแล้ว เื่ในคืนนั้นยังคงตามหลอกหลอนไม่ต่างจากฝันร้าย
เซียวนั่วเกิดในตระกูลเซียวแห่งเมืองซีเยว่
ในวันที่เขาเกิด เด็กน้อยเกิดมาพร้อมกับนิมิต ทั้งร่างเปล่งแสงสีแดงทองออกมา หลังจากตรวจสอบดู พบว่ามีหยดเืของ ‘เฟิ่งหวง’ ไหลเวียนอยู่ในกาย
ด้วยพลังของเืดังกล่าว เขาจึงเป็ผู้มีพร์โดดเด่นในหมู่คนรุ่นเดียวกัน และเป็ถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งภายในเมืองซีเยว่
แต่แล้วเมื่อสามปีก่อน...
สำนักกระบี่ขุนพล์ และตระกูลเซียวได้ทำข้อตกลงกัน สำนักกระบี่ขุนพล์้านำ ‘เืเฟิ่งหวง’ ไปให้กับประมุขน้อยเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายฝึกฝนกายาเฟิ่งหวงศักดิ์สิทธิ์
ด้วยเหตุนี้ สำนักกระบี่ขุนพล์จึงเสนอเงื่อนไขมากมายให้กับตระกูลเซียว ให้แม้กระทั่งคำมั่นสัญญาว่า ตราบใดที่พวกเขามอบเืเฟิ่งหวงให้ สำนักกระบี่ขุนพล์ก็ยินดีจะปกป้องตระกูลเซียวเป็เวลาสามร้อยปี!
สำนักกระบี่ขุนพล์คือหนึ่งในเจ็ดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนรกร้างตะวันออก ในสายตาของผู้คน พวกเขาคือมหาอำนาจ
หากได้รับการคุ้มกันจากสำนักกระบี่ขุนพล์ ระดับของตระกูลเซียวก็จะเพิ่มขึ้น!
และเพราะคำสัญญานี้เอง ทำให้ประมุขตระกูลเซียวบังคับเอา ‘เืเฟิ่งหวง’ ออกจากร่างเซียวนั่ว
สำนักกระบี่ขุนพล์ได้รับเืเฟิ่งหวง และรักษาคำสัญญา ไม่เพียงมอบผลประโยชน์มหาศาลให้กับตระกูลเซียวเท่านั้น แต่ยังรับคนรุ่นเยาว์ของตระกูลเซียวเข้าสำนักเพื่อรับการฝึกฝนอีกด้วย
ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตระกูลเซียวพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองซีเยว่
อย่างไรก็ตาม เซียวนั่วผู้ถูก่ชิงเืเฟิ่งหวงไป ได้รับาเ็สาหัส และตกสู่จุดต่ำสุดภายในชั่วข้ามคืน
คำยกยอทั้งหมดเลือนหาย ผู้คนที่เคยรายล้อมอยู่รอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็เ็า
เศร้าโศก! โกรธแค้น! ไม่เต็มใจ! เ็ป! สิ้นหวัง!
เซียวนั่วถูกผลักเข้าสู่ก้นบึ้งแห่งหายนะอย่างช้า ๆ
เขาพยายามขอคำอธิบายจากสำนักกระบี่ขุนพล์ แต่กลับถูกปฏิเสธ ถูกขับไล่เยี่ยงสุนัขข้างถนน และบางครั้งก็ถูกตีด้วยไม้
เพื่อไม่ให้สำนักกระบี่ขุนพล์ขุ่นเคือง เหล่าผู้าุโของตระกูลเซียวจึงขับไล่เซียวนั่วออกจากตระกูล และตัดชื่อของเขาออกจากลำดับวงศ์ตระกูล!
กล่าวคือ ตอนนี้เซียวนั่วคนปัจจุบันไม่ควรค่าแก่การได้รับชื่อเสียด้วยซ้ำ
“พวกเ้าเหยียบย่ำร่างของข้า และปฏิบัติต่อข้าราวกับสุนัข ตระกูลเซียว สำนักกระบี่ขุนพล์... วันหนึ่ง ข้าจะให้พวกเ้าชดใช้หนี้เืครั้งนี้ ข้าจะทำมันอย่างแน่นอน...”
ข้อนิ้วส่งเสียงลั่นจากการกำมือแน่นเกินไป แววตาคมกริบดุจหนามแหลม
"เฮ้อ!"
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดแล้วลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขาอยู่ภายในเทือกเขาที่อันตรายอย่างยิ่ง
เทือกเขาแห่งนี้มีชื่อว่า เทือกเขาเฮยฉง
เซียวนั่วเดินทางมาที่นี่เพื่อหาสมุนไพรสำหรับรักษาร่างกายของตน เมื่อครู่เขากำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ และเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
ตอนที่เืเฟิ่งหวงถูกนำออกไปจากร่างเมื่อสามปีก่อน ชายหนุ่มต้องทุกข์ทรมานจากโรคภัย และการบ่มเพาะก็ไม่คืบหน้าอีกเลย
ผลประโยชน์ที่ตระกูลเซียวได้รับ เขากลับไม่ได้รับมันแม้แต่น้อย และทำได้เพียงเสาะหาแหล่งสมุนไพรด้วยตนเอง
“ที่นี่อยู่ใกล้กับใจกลางของเทือกเขาเฮยฉง..."
เซียวนั่วเอ่ยกับตัวเอง และสะพายตะกร้ายาไว้บนหลัง
เทือกเขาเฮยฉงนั้นอันตรายมาก ตัวูเาทอดยาวราวกับร่างของัโบราณ ป่าหนาทึบราวกับมหาสมุทรสีดำ เซียวนั่วเองก็ไม่กล้าเข้าไปลึกถึงใจกลางเทือกเขา
ระดับขั้นการบ่มเพาะสามารถแบ่งออกได้เป็ ขั้นก่อร่าง ขั้นสร้างรากฐาน ขั้นควบคุมลมปราณ ขั้นผสานจิต ขั้นปรมาจารย์ ขั้นราชัน ขั้นปราชญ์ ขั้นก้าวสู่จักรพรรดิ...
แต่ละขั้นแบ่งออกเป็เก้าระดับ โดยระดับหนึ่งคือต่ำสุดและระดับเก้าคือสูงสุด
ตอนนี้เซียวนั่วอยู่เพียงขั้นก่อร่างระดับสี่เท่านั้น และสามารถรับมือได้เพียงอสูรระดับต่ำบางชนิด โชคดีนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเดินทางมายังเทือกเขาเฮยฉง จึงคุ้นเคยกับเส้นทาง ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้
"แต่เทือกเขาเฮยฉงวันนี้ดูเหมือนว่าจะเงียบกว่าปกติ..."
ทุกครั้งเมื่อมาที่นี่ ส่วนลึกของเทือกเขาเฮยฉงจะค่อนข้างเสียงดัง เสียงคำรามของอสูรดุร้ายหลายชนิดมักจะดังก้องขึ้นเป็ระลอก
แต่วันนี้ มันกลับเงียบอย่างน่าประหลาด
ชายหนุ่มเดินหน้าต่อ คิดจะออกจากเทือกเขาก่อนมืด
แต่กลับพบว่าตัวเองกำลังหลงทาง!
"ดูเหมือนว่าข้าจะไม่เคยมาแถวนี้นะ..."
เซียวนั่วขมวดคิ้วเข้าหากัน และมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
ขณะนี้ เขาได้เข้ามาสู่ป่าทึบ ซึ่งดูเหมือนรังขนาดใหญ่
ในใจรู้สึกเหมือนมดที่ตกลงไปในหลุมลึก ไม่สามารถแยกแยะทิศทางได้
ครั้งก่อนที่มาเยือนหุบเขานี้ เซียวนั่วทิ้งเครื่องหมายบอกทางเอาไว้ แต่ตอนนี้ กลับไม่พบเครื่องหมายเ่าั้เลย
“แปลกจริง ๆ ข้าไม่เคยไปไกลกว่านี้..."
ชายหนุ่มพูดกับตัวเอง และเงยหน้าขึ้นมองฟ้า เวลานี้ เหนือเทือกเขาเฮยฉง ปรากฏกลุ่มเมฆสีดำปกคลุมไปทั่ว และดวงดาวก็มากันราวกับมีัที่น่าสะพรึงกลัวเกาะอยู่บนผืนฟ้า
"อากาศกำลังเปลี่ยนอย่างนั้นหรือ? ข้าต้องรีบหาทางกลับออกไปโดยเร็วที่สุด..."
ชายหนุ่มเร่งความเร็วขึ้น
ครู่ต่อมา แท่นบูชาโบราณก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"นี่มัน?"
เซียวนั่วตกตะลึง
มันเป็แท่นบูชาที่ไม่รู้ว่าถูกทิ้งร้างมานานแค่ไหนแล้ว โครงสร้างทั่วไปของมันเป็รูปวงแหวน ล้อมรอบด้วยวงกลมมากมาย แผ่กลิ่นอายลึกลับบางอย่าง
บนแท่นบูชาดังกล่าวมีเสาหิน และรูปปั้นของเทพเ้าโบราณ
ส่วนบนของรูปปั้นสูงหลายสิบจั้ง*[1] และส่วนล่างถูกเชื่อมเข้ากับแท่นบูชา
ด้านหลังของมันมีวงแหวนขนาดใหญ่ลอยอยู่ มือข้างหนึ่งของรูปปั้นชูขึ้น และอีกข้างก็ยื่นไปข้างหน้า
ไม่รู้เลยว่าแท่นบูชาตรงหน้าผ่านลมผ่านฝนมานานกี่ปี พื้นผิวของมันกลายเป็หลุมเป็บ่อ แต่ตัวรูปปั้นกลับยังสมบูรณ์
"หรือมันจะเป็แท่นบูชาที่คนภายนอกร่ำลือกัน..." ชายหนุ่มพึมพำด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับแท่นบูชาภายในเทือกเขาเฮยฉงมาบ้าง
เมื่อนานมาแล้ว มีข่าวลือว่าภายในเทือกเขาเฮยฉงมีแท่นบูชาลึกลับอยู่ และมักมีคนเดินทางมาบูชาเป็ครั้งคราว
มีข่าวลือว่าบางคนได้รับสมบัติอันทรงพลังจากแท่นบูชานี้
บางคนกล่าวว่าได้เห็นปาฏิหาริย์จากแท่นบูชาด้วย
ทั้งยังมีข่าวลือว่าหากขโมยสิ่งของมีค่าบนแท่นบูชาไป ของทั้งหมดจะกลายเป็เปลือกที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งใด
แน่นอน ข่าวลือมีทั้งจริงและเท็จ แต่การได้พบกับแท่นบูชานั้นคืออีกเื่หนึ่ง
เซียวนั่วเดินไปยังแท่นบูชาอย่างช้า ๆ และเดินไปตรงหน้าของรูปปั้นดังกล่าว
“หากที่นี่มีเทพเ้าอยู่จริง ได้โปรดอย่าตำหนิข้า ข้าหาได้มีเจตนาจะบุกรุก หรือรบกวน… "
ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะประสานหมัดโค้งคำนับ
แม้จะไม่เชื่อในเทพเ้า แต่ก็เต็มใจที่จะแสดงความเคารพและยำเกรง
ในขณะนั้นเอง...
ฟึ่บ!
เสียงแหลมคมจากการตัดผ่านสายลมดังขึ้น เซียวนั่วพลันรู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ดวงตาเบิกกว้าง ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้มลงมอง เห็นหัวลูกธนูแทงทะลุอกของตน...
เืสาดกระเซ็นออกมา เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านหลัง
“ฮ่า ๆๆๆ เ้าสักการะเทพเ้าอย่างนั้นหรือ? ต่อให้เ้าสักการะเทพเ้าไป มันก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของเ้าได้..."
เซียวนั่วหันไปมองตามเสียงทันใด
ร่างสามร่างเดินเข้ามาใกล้
"เ้า… " เขาจดจำคนเหล่านี้ได้ทันที อีกฝ่ายคือสมาชิกของตระกูลเซียวเช่นกัน โดยผู้ที่เป็หัวหน้ามีนามว่า เซียวอี่
เซียวอี่เอียงศีรษะและเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน "ศิษย์พี่เซียวหย่งส่งพวกเราสามคนมาเอาชีวิตอันต่ำต้อยของเ้า..."
เซียวหย่ง?
เมื่อได้ยินชื่อนี้ แววตาพลันเปลี่ยนเป็คมกริบ
เซียวหย่งคือลูกชายคนเล็กของประมุขตระกูลเซียว อายุพอ ๆ กับตน ในอดีต ตอนที่เืเฟิ่งหวงยังไม่ถูกเอาไป เซียวหย่งอิจฉาเซียวนั่วมาตลอด เมื่อเืถูก่ชิงไป เซียวหย่งก็เริ่มหาเื่เขา
“ข้ากลายเป็แบบนี้แล้ว เขายังจะพุ่งเป้ามาที่ข้าอีกอย่างนั้นหรือ!?" ชายหนุ่มยกมือขึ้นกดแผลที่เกิดจากลูกธนู พลางเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว
"หึหึ ..." ชายผู้ถือคันธนูยิ้มและเอ่ย “ตอนนี้เ้าเป็เพียงสุนัขไร้บ้าน คนชั้นต่ำไร้ประโยชน์ พูดกันตามตรง มันไม่มีความจำเป็เลยที่จะต้องสนใจเ้า อย่างไรก็ตาม ในอีกสามวัน ศิษย์พี่เซียวหย่งจะเข้าร่วมกับสำนักกระบี่ขุนพล์อย่างเป็ทางการเพื่อบ่มเพาะ เขาจึง้ากำจัดเ้า และผูกสัมพันธ์กับประมุขน้อย..."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซียวนั่วก็เดือดดาลขึ้นมาอย่างมาก
สำนักกระบี่ขุนพล์และตระกูลเซียวเอาเืเฟิ่งหวงเขาไปแล้ว และตอนนี้ยังอยากจะเอาชีวิตของเขาไปอีกหรือ!?
เซียวอี่เอ่ย “ใน่หลายปีที่ผ่านมา เ้าเดินทางไปยังสำนักกระบี่ขุนพล์เพื่อสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน เพราะเห็นแก่เ้า ทางสำนักจึงไม่สนใจ แต่เ้าก็ยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เพื่อไม่ให้พฤติกรรมโง่ ๆ ของเ้าส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลกับทางสำนักกระบี่ขุนพล์ มันคงจะดีกว่าที่เ้า... จะหายไปซะ!"
เมื่อเอ่ยเช่นนั้น เซียวอี่ก็พุ่งตัวออกไป และตบไปที่หน้าของเซียวนั่วอย่างแรง!
ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นเพื่อสกัดกั้นอีกฝ่าย
ตู้ม!
พลังฝ่ามือถูกทำลาย อากาศโดยรอบสั่นะเืและะเิออก เซียวนั่วที่าเ็กระเด็นออกไป พร้อมกับเืจำนวนมากพุ่งทะลักออกมาจากแผ่นหลัง
เซียวอี่คือลูกน้องข้างกายของเซียวหย่ง ย่อมได้รับส่วนแบ่งปันทรัพยากรที่สำนักกระบี่ขุมพล์มอบให้กับตระกูลเซียวอย่างแน่นอน และการบ่มเพาะก็อยู่สูงกว่าเซียวนั่วหนึ่งระดับ เขาอยู่ขั้นก่อร่างระดับห้า
เวลานี้ เซียวนั่วได้รับาเ็ทั้งภายในและภายนอก เืสาดกระเซ็นไปทั่วแท่นบูชา
แววตาจ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว
เซียวอี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆๆ อัจฉริยะอันดับหนึ่งที่กลายมาเป็สุนัขไร้ค่า ช่างน่าสมเพชเสียจริง!”
พรรคพวกอีกสองคนก้าวขึ้นมาบนแท่นบูชาเช่นกัน
“หยุดพูดเื่ไร้สาระได้แล้ว ฆ่ามันซะ แล้วกลับไปทำงานกันต่อ"
"นั่นเป็สิ่งที่ข้า้าเลย"
"..."
เมื่อมองไปยังกลุ่มคนทั้งสามตรงหน้า ร่างของเซียวนั่วสั่นสะท้าน ความเกลียดชังและความโศกเศร้าเข้าเกาะกุมหัวใจจนไร้ที่ว่าง
‘ข้าจะตายอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ? ข้าเกลียดมัน ข้าไม่ยอมรับ ข้ายังไม่ได้ทวงคืนทุกอย่างที่ข้าสูญเสียไป ข้ายังไม่ได้รับความยุติธรรม ข้าไม่ยอม ข้าเกลียด เกลียดมันจริง ๆ …’
ดวงตาของเซียวนั่วแดงก่ำ เขาเงยหน้า และคำรามขึ้นฟ้า
ภายในใจเศร้าโศกอย่างถึงที่สุด
ขณะที่ทั้งสามกำลังจะลงมือสังหาร เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา...
ครืน!
เซียวอี่และพวกตกตะลึง เมื่อเห็นรูปปั้นโบราณลืมตาขึ้น!
เืของเซียวนั่วที่สาดกระเซ็นอยู่บนแท่นบูชาได้เปลี่ยนเป็อักขระลึกลับนับร้อย
อักขระลึกลับเหล่านี้มีลักษณะเหมือนค่ายกลที่ถูกเปิดใช้งาน เข้าล้อมรอบเซียวนั่วทันที
ครืน!
พื้นที่โดยรอบสั่นะเื ผืนดินสั่นไหว และในพริบตานั้น รูปปั้นโบราณก็ดูราวกับมีชีวิต ลำแสงพุ่งออกจากดวงตาของมัน เข้าห่อหุ้มร่างของชายหนุ่มไว้...
พริบตาต่อมา เซียวนั่วก็หายตัวไปจากแท่นบูชาอย่างไร้ร่องรอย
ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเซียวนั่วก็ตกสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
ท่ามกลางความยุ่งเหยิง สายน้ำแห่งจักรวาลได้ปรากฏขึ้นสู่สายตา ที่ใจกลางของหมู่ดาวนับล้าน ปรากฏหอคอยโบราณอันสง่างาม หอคอยั์ดังกล่าวส่องแสงสีทองเรืองรอง...
“บุรุษผู้ถูกเลือก ขอต้อนรับ... สู่หอคอยทองคำหงเิ*[2]!"
[1] หน่วยวัดระยะทางและความกว้าง-ความสูงแบบจีน
หนึ่งชุ่น เท่ากับ 1 นิ้ว
หนึ่งฉื่อ เท่ากับ 10 นิ้ว
หนึ่งจั้ง เท่ากับ 3.33 เมตร
หนึ่งลี้(ใช้กับระยะทางเท่านั้น) เท่ากับ 500 เมตร
[2] หงเิ คือ ตำนานการสร้างโลกตามคติของจีนสมัยก่อนที่เชื่อว่า โลกเกิดจากความว่างเปล่า เป็ปรากฏการณ์ของกลุ่มพลังงานที่หยุ่งเหยิงควบแน่นจนกลายเป็โลกในปัจจุบัน