****ขอเปลี่ยนระดับพลังของสัตว์อสูรนะครับ เปลี่ยนเป็ระดับ 1 ของสัตว์อสูรจะเท่ากับระดับพื้นฐานของมนุษย์ และในแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็ขั้น คือ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย***
…………………………………………….
“เ้าหนูนี้มีดีกว่าที่ข้าคิดอีกนะเนี่ย” เซี่ยคงพูดขึ้น ขณะที่การประลองวันนี้จบแล้ว
“อืม ถ้ามีอีกสักหน่อย จะหาใครมาเทียบได้ยากแน่นอน” หลินหยางพูดขึ้น
จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็มองหน้ากัน แล้วพยักหน้ากัน
แน่นอนว่าบทสนทนาและการแสดงของทั้งคนนั้นไม่สามารถหลบพ้นสายตาของหลินเย่ได้ ตอนนี้ในใจของเขาเป็ทุกข์ร้อนอย่างมาก
‘ หากยังเป็แบบนี้ ข้าลำบากแน่ ’
……………………………………….
การประลองในวันที่สองก็ได้เริ่มขึ้น
การประลองยังคงดำเนินต่อเนื่อง จนถึง่กลางวัน ในเวลานี้ หลินเฟิง หลินหลาน หลินฮุย และหลินอี้หาน ยังคงชนะต่อเนื่องมาได้
หลินเฟิงกับนั้นยังไม่เจอคู่ต่อสู้ที่อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 6 เลยสักคนเดียว ส่วนหลินหลานกับหลินฮุยนั้นเจอคู่ต่อสู้ที่อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 6 กันมาแล้ว แต่ทั้งคู่ก็เอาชนะไปได้โดยใช้ประมาณ 20 กระบวนท่า จึงจะสามารถล้มอีกฝ่ายลงได้
‘ นี้คือความแข็งแกร่งของหลินฮุยสินะ ’ หลินเฟิงย่นคิ้วพรางคิดในใจ
“หลินเฟิง เ้านี้ร้ายกาจจริงๆนะ บังอาจมาเก็บซ้อนฝีมือเอาไว้ซะได้” เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น
“แล้วเ้าคิดว่าข้าคือใครละ ข้าต้องเก่งอยู่แล้วนะสิ แต่ถึงจะเก่งยังไง คงสู้เ้าไม่ได้หรอก จริงไหม” หลินเฟิงหันไปมองที่ต้นเสียง จากนั้นเห็นว่าเป็หลินหลาน เขาจึงหยอกล้อนางเล่นๆ
แน่นอนว่าที่เขาแสดงออกไปตอนนี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดของเขาที่เขามี ในตอนนี้นั้นเขาสามารถสู้กับหลินฮุยได้เลย และอาจจะชนะได้เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องไปพูดถึงคู่ต่อสู้ที่อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 5 ที่เขาเจอมาตลอดงานประลองเลย
“หึ ทำเป็พูดดี ดูก็รู้แล้วว่าเ้านะ อีกไม่นานก็จะแซงข้าและทิ้งห่างข้าไป” หลินหลานเค้นเสียงอย่างไม่พอใจ และทำหน้ามุ้ยใส่หลินเฟิง แล้วเดินจากไป
“สตรีนี้ช่างเดาใจยากเสียจริง” หลินเฟิงพูดกับตัวเอง
“หลินเฟิง ปะทะ หลินเฉา” เสียงของผู้คุมงานประลองดังขึ้น
ส่วนผู้คนที่อยู่โดยรอบนั้นต่างส่งเสียงดัง ต่างก็พูดคุยกันถึงการประลองคู่นี้
“หลินเฟิงเจอกับหลินเฉารึนี้”
“หลินเฟิงต้องแพ้ครั้งนี้แน่ ถึงจะแข็งแกร่งกว่าระดับพื้นฐานขั้น 5 แต่คงไม่สามารถเอาชนะหลินเฉาที่อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 6 ได้แน่นอน”
ในบริเวณที่นั่งของประมุชตระกูลหลิน
“เ้าหนูต้องเจอกับผู้ที่อยู่สูงกว่า 2 ขั้นแล้วสินะ แบบนี้สิถึงน่าดู” เซี่ยคงกล่าวขึ้นอย่างสนุกสนาน
“เฟิงเอ๋อร์ไม่เป็ลองหลินเฉาแน่นอน แต่ส่วนจะชนะได้ไหมนั้น ต้องรอดู” หลินหยางกล่าวเสริม
“ถ้าพูดเื่ประสบการณ์การต่อสู้ ข้าว่าเฟิงเอ๋อร์ไม่ชนะหลินเฉาขาดแน่นอน” หลินเทียนพูดขึ้นมา
“โฮ่ ทำไมเ้าถึงมั่นใจนักละ?” เซี่ยคงถามกลับ ขณะที่ประหลาดใจกับคำพูดของหลินเทียน หลินหยางก็เช่นกัน เขาค่อนค้างสงสัยในคำพูดของลูกตัวเอง
“เพราะเฟิงเอ๋อร์เข้าไปฝึกฝนในป่าหลังตระกูลอยู่บ่อยๆไงขอรับ” หลินเทียนพูดขึ้นอย่าวภูมิใจ
“เป็เช่นนั้น คงได้สู้กับสัตว์อสูรด้วยสินะ” หลินหยาง พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“เฟิงเอ๋อร์เพิ่งจะฝึกฝนวรยุทธ์ได้ไม่นาน เ้าก็เข้มขวดมากไป” เซี่ยคงพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“นี้ท่านกล้าให้เฟิงเอ๋อร์ไปฝึกในที่ๆอันตรายเช่นนั้น?” น้ำเสียงสตีที่ที่เ็าทำให้หลินเทียนถึงกับขนหัวลุก ไม่เว้นแม้กระทั้งเซี่ยคงและหลินหยางที่ลอบถอนหายใจ
“เอ่อ...ข้านั้นเพียงแค่ดูเฟิงเอ๋อร์ฝึกฝนและคอยให้คำชี้แนะเกี่ยวกับวรยุทธ์เล็กๆน้อยๆที่เขาไม่เข้าใจเท่านั้น ส่วนเื่ไปฝึกฝนในป่าหลังตระกูลนั้น เขาเป็คนขอไปเอง” หลินเทียนกล่าวอธิบายด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ทุกคนในที่นี้ล้วนรู้ถึงนิสัยของเซี่ยหลัวเป็อย่างดี ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าหลินเทียนแต่นั้นก็เพราะว่านางไม่สนใจด้านวรยุทธ์เท่านั้น แต่นางนั้นแข็งแกร่งไม่แพ้หลินเทียนในตอนที่ยังสมบูรณ์ดีเลยด้วยซ้ำ หลินเทียนมักไม่ทำให้เซี่ยหลัวโกรธ เพราะเมื่อนางโกรธแล้วนั้น ชีวิตมันต้องสั้นลงแน่นอน มันก็ใช่ว่าจะไม่เคยโดนสักหน่อย เพียงแต่ว่ามันนานมากแล้วจนมันลืมเลือนไป
“แต่ท่านยังปล่อยให้เฟิงเอ๋อร์เข้าไปในที่ๆอันตรายเช่นนั้น ถูกหรือไม่??” น้ำเสียงของนางนั้นไม่ได้ฟังดูอ่อนโยนขุึ้นเลยเมื่อฟังคำอธิบายของหลินเทียน แต่กับฟังดูเหมือนว่าจะโกรธมากขึ้นด้วยซ้ำ
“เอาละๆ หลัวเอ๋อร์เอ่ย ใยเ้าต้องคิดมากเล่า เฟิงเอ๋อเป็บุรุษ ย่อมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อแข็งแกร่ง” เซี่ยคงเข้ามาช่วยหลินเทียน
“แต่เฟิงเอ๋อร์เพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง แล้วอีกอย่าง เฟิงเอ๋อร์เพิ่งจะฝึกวรยุทธ์ได้ไม่ถึงปี แถมระดับพลังก็อ่อนด้อย แล้วยังจะให้เข้าไปได้อย่างไร ท่านไม่สามารถเอาเฟิงเอ๋อร์ไปเทียบกับเด็กคนอื่นๆได้ถึงเฟิงเอ๋อร์จะอัจฉริยะแต่ก็เพิ่งเริ่มฝึกฝน” นางโต้เถียงพ่อนางอย่างทันควัน
“เราพักเื่นี้ไว้ก่อนเป็ไง เรามาดูเฟิงเอ๋อร์ประลองก่อนดีกว่า ส่วนเื่ของหลินเทียนนั้น กลับบ้านไปแล้วเ้าไปจัดการตอนนั้นก็ยังไม่สาย” หลินหยางพูดขึ้นเพื่อยุติการโต้เถียงนี้ เมื่อเห็นว่าการประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านไม่ช่วยบุตรท่านเล่า” หลินเทียนอุทานออกมาอย่างร้อนรน ยิ่งมันนึกถึงวันที่มันทำให้นางโกรธแล้ว โดนอะไรไปบ้าง มันรู้สึกเลยว่า วันนี้มันจะโดนหนักกว่าเดิมแน่นอน นี้จะไม่ทำให้มันกลัวได้อย่างไร
“เ้าเองก็โตแล้ว มีลูกแล้ว ปัญหาของเ้า เ้าต้องแก้ไขด้วยตัวเอง” หลินหยางพูดขึ้น
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ” เซี่ยหลัวเย็นลง จากนั้นมองค้อนหลินเทียนด้วยสายตาไม่พอใจ และหันไปสนใจหลินเฟิงต่อ
บนลานประลอง
หลินเฟิงกับหลินเฉาได้ขึ้นมาบนลานประลองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เ้าควรยอมแพ้ไปเสีย ถึงเ้าจะแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้เ้ายังสู้ข้าไม่ได้หรอก”หลินเฉากล่าวอย่างยิ่งผยอง
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังทำอะไร”หลินเฟิงกล่าวยังไม่แยแส