สามพี่น้องเข็นรถเข็นที่ใส่หมูที่จะนำมาเป็สินสอดเอาไว้ เมื่อเดินมาถึงบ้านตระกูลเหลียนอวิ๋นเซียวเรียกแม่เฒ่าเหลียนอยู่หน้าบ้าน
“ท่านยายเหลียนขอรับ ท่านยายเหลียนอยู่หรือไม่ขอรับ” อวิ๋นเซียว
“อยู่ๆ ใครมาล่ะนั่น อ้าวอาเซียวกับน้องๆเองหรือ เข้ามาก่อนสิ แล้วนี่เอาอะไรมาเยอะแยะ” แม่เฒ่าเหลียนมองดูรถเข็นที่มีหมูป่าตัวใหญ่ทั้งยังมีไข่ไก่ป่า กระต่ายป่าและไก่ป่าอีกจำนวนหนึ่ง
“เอ่อ คือ.. คือว่าข้าเอก็ไม่ได้มีเงินทองข้าเลยนำของทั้งหมดนี้มาเป็สินสอดเพื่อสู่ขอภรรยาขอรับ หวังว่าท่านยายจะไม่รังเกียจ”
“ไม่รังเกียจ ไม่รังเกียจ ยายไม่รังเกียจเลย ขอบใจเ้ามากนะ หมู่ป่าไม่ใช่จะล่ากันได้ง่ายๆนี่ก็เป็การแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของอาเซียวที่มีต่ออาโหยวแล้ว”
“ขอบพระคุณท่านยายมากขอรับ เช่นนั้นวันนี้ข้าสามารถรับตัวภรรยากลับไปได้เลยหรือไม่” อวิ๋นเซียว
“จะดีหรืออาโหยวยังไม่หายดีเลย จะลำบากให้พวกเ้าต้องมานั่งดูแลนางหรือไม่” แม่เฒ่าเหลียน
“ไม่ลำบากขอรับ ข้าจะดุแลนางอย่างดี”
“เช่นนั้นเข้ามาคุยกันในบ้านเถิด จะได้พูดคุยทำความรู้จักกับพ่อตาแม่ยายและน้องๆของอาโยวด้วย”
“ขอรับท่านยาย”
“อี้ปิง เจี้ยนป๋อ มายกของเข้าไปเก็บในบ้านช่วยอาเซียวหน่อย ส่วนพวกเ้าตามข้าเข้าไปนั่งในบ้านก่อน” แม่เฒ่าเหลียนเรียกลูกชายและลูกเขยออกมาช่วยอวิ๋นเซียวยกของไปเก็บในบ้าน
หลังจากที่ทุกคนมากันครบพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วขาดเพียงแค่เว่ยจื้อโหยวที่ยังนอนอยู่ในห้อง พ่อเฒ่าเหลียนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับแปลงผักก็มาพร้อมกับเว่ยหย่งิที่วิ่งไปตามผู้เป็ตา
“เอาล่ะทีนี้มากันครบทุกคนแล้ว บ้านสกุลเหลียนของพวกเราเ้าเองคงรู้จักกันทุกคนอยู่แล้วคงไม่ต้องแนะนำอีก ส่วนทางนี้เว่ยเจี้ยนป๋อเป็พ่อของอาโย แล้วก็แม่ของอาโหยวเหลี่ยนเหมยชิงซึ่งเป็ลูกสาวของยายเอง เด็กสองคนนี้เป็น้องสาวของอาโย คนโตเว่ยหย่งิ ส่วนคนเล็กเว่ยหย่งคัง”
“คารวะท่านพ่อตาแม่ยายของรับ สวัสดีน้องชายภรรยา นี่คือน้องชายของข้าอวิ๋นซวนและน้องสาวอวิ๋นเฟยขอรับ”อวิ๋นเซียว
“คาระวะท่านลุงท่านป้าเ้าค่ะ”อวิ๋นเฟย
“คารวะท่านลุงท่านป้าขอรับ”อวิ๋นซวน
“เจี้ยนป๋อ เหมยชิงอาเซียวอยากจะรับอาโหยวไปวันนี้พวกเ้าจะว่าอย่างไร”แม่เฒ่าเหลียน
“พวกเขาไม่ขัดข้องขอรับท่านแม่ยาย” เจี้ยนป๋อ
“ข้าเองก็เห็นด้วยกับท่านพี่เ้าค่ะ” เหมยชิง
“เช่นนั้นเ้าไปเรียกอาโหยวให้ลุกขึ้นอาบน้ำผลัดผ้าเสีย เดี๋ยวแม่กับพี่สะใภ้ของเ้าจะช่วยกันเตรียมของให้อาโหยว ส่วนตาเฒ่ากับอาปิงช่วยกันยกไปวางใส่รถเข็น”แม่เฒ่าเหลียนแจกแจงหน้าที่ของแต่ละคน
ใช้เวลาไม่นานสินเดิมที่เตรียมเอาไว้อย่างเร่งด่วนก็ถูกนำไปวางในรถเข็นเว่ยจื่อโหยวถูกผู้เป็แม่ปลุกให้ลุกขึ้นอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบเร่งด่วน ถึงแม้ว่านางจะยังสับสนและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังทำตามคำของมารดาคือไปอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่ที่ท่านปม่และป้าสะใภ้ของนางเร่งมือตัดเย็บขึ้น
“เอาล่ะอาโหยว สามีของลูกมารับแล้ว ต่อไปนี้ใช้ชีวิตที่เหลือยู่ของลูกให้มีความสุข หาก้าให้พ่อแม่ช่วยเหลืออันใดก็สามารถบอกกล่าวพ่อกับแม่ได้”
“เ้าค่ะท่านแม่ ”เว่ยจื้อโหยวได้แต่รับของผู้เป็แม่ในใจพลันก่อนด่าอวิ๋นเซียวจะรีบอะไรขนาดนั้นนางยังไม่หายดีเลยด้วยซ้ำไป
“ท่านแม่ท่านพ่อ ท่านพี่ ข้าพาอาโหยวมาแล้วเ้าค่ะ ข้าวของเตรียมครบหรือยังเ้าคะ”
“เรียนร้อยแล้วเหมยชิง ไปพวกเราไปส่งอาโหยวกัน”แม่เฒ่าเหลียน
“ส่งนางให้ข้าเถอะขอรับท่านยาย” อวิ๋นเซียว
แม่เฒ่าเหลียนส่งหลานสาวถึงมืออวิ๋นเซียว เขาอุ้มนางขึ้นนั่งบนรถเข็นที่เขาจัดแบ่งพื้นที่เอาไว้จากนั้นเขาและน้องชายจึงได้กล่าวลาครอบครัวภรรยาและพาน้องชายน้องสาวเข็นรถกลับบ้านของของพวกเขาไป
เว่ยจื้อโหยวคิดว่ามันแหวกแนวไปหน่อยไหมไม่ใช่ว่าเวลาแต่งงานเ้าบ่าวต้องเอาเกี้ยวมารับเ้าสาวหรือเอารถม้ามารับหรอกหรือ เหตุใดสามีหมาดๆของนางถึงได้เอารถเข็นมารับกันเล่า
“พี่ใหญ่พี่สะใภ้สวยมาก” อวิ๋นเฟย
“อืม ต่อไปเ้าต้องดูแลนางให้ดีนางไม่สบายยังไม่หายดี” อวิ๋นเซียว
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
“เอาล่ะเวลาไม่ช้าแล้วอาเซียวพวกเราฝากอาเซียว” แม่เฒ่าเหลียน
“พี่ใหญ่หากว่าพี่เขยทำไม่ดีต่อท่าน ท่านก็กลับมาหาพวกเรานะขอรับ”เว่ยหย่งิ
“ข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุดขอรับ ข้าลาล่ะ”
จากนั้นเขาก็เข็นรถที่มีเว่ยจื้อโหยวนั่งอยู่ นางมีใบหน้าที่ซีดเซียวแต่ทว่าอาการเจ็บป่วยไม่สามารถกลบความงามของนางไปได้ ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านอวิ๋นเซียวเข็นรถเดินนำหน้าน้องสาวและน้องชายพาภรรยากลับบ้านพร้อมทั้งสินเดิมของนาง
“ไอ้โหยว ข้าไม่คิดเลยว่าเ้าหนุ่มบ้านอวิ๋นจะเอาหมูป่าไปสู่ขอภรรยาจริงๆแถมยังได้ภรรยาคนงามกลับมาเสียด้วย” ชาวบ้านหนึ่ง
“นั่นน่ะซี ข้าว่านะเ้าหนุ่มนี่ชาติที่แล้วคงทำบุญมาไม่น้อย ถึงชาตินี้จะโชคร้ายอยู่บ้างที่ต้องมีญาติร้ายกาจเช่นนางเฉียนซื่อแต่ยังโชคดีได้ภรรยาคงงามแต่งเข้าบ้าน”ชาวบ้านสอง
อวิ๋นเซียวเข็นรถที่เต็มไปด้วยข้าวของและภรรยาหมาดๆเร่งฝีเท้าเดินมุ่งหน้าหลับบ้าน โดยไม่สนใจต่อเสียงซุบซิบนินทา ด้านนางเฉียนซื่อพอได้ยินชาวบ้านพูดถึงเื่ที่อวิ๋นเซียวนำสัตว์ปาไปเป็สินสอดสู่ขอภรรยาก็ได้แต่ก่นด่าสาปแช่ง
เสียดายหมูป่าและยิ่งแค้นเคืองอวิ๋นเซียวกับน้องๆหมูป่าเชียวนะหากนางสามารถเอามาได้จากพวกเด็กเหลือขอพวกนั้นมันจะต้องทำเงินให้นางมากมายเป็แน่
นางเฉียนซื่อหมายมาดในใจว่านางจะต้องแย่งกำจัดเ้าพวกนั้นไปให้ได้ พ่อแม่พวกมันตายไปแล้วยังหลงเหลือลูกของพวกมันนางจะต้องหาทางเอาเด็กเหลือขอสองคนนั้นขายให้พ่อค้าทาสเท่านี้ก็จะหมดเสี้ยนหนามตำใจของนาง
รอก่อนเถอะรอให้ถึงเวลาที่พี่ชายของพวกมันถูกเกณฑ์ไปเป็ทหารเสียก่อนเถอะ ส่วนเมียที่เพิ่งแต่งเข้ามาของมันนางจะจับขายไปเสียด้วยกัน ยิ่งคิกนางเฉียนซื่อก็ยิ่งแค้น ใครใช้ให้พวกมันเกิดมาเป็ลูกของผู้หญิงที่นางเกลียดสุดหัวใจกันล่ะ
เว่ยจื้อโหยวนั่งมาในรถเข็นแบบงงๆ ถึงตอนนี้ยังคงไม่เข้าใจการแต่งงานมันง่ายขนาดนี้เลยหรือ ไม่ต้องมีแม่สื่อมาสู่ขอ ไม่ต้องจัดงานเลี้ยง เพียงแค่เอาสินสอดมาแล้วก็รับเอาภรรยากลับไปเช่นนี้ก็ได้หรือ แถมยังสายตาและคำนินทาของชาวบ้านตลอดทางที่ผ่านมาอีกล่ะ
แต่ช่างเื่ของคำนินทาไปก่อนเถอะ ร่างนี้อายุเพิ่งจะ 17 ยังไม่ถึง 18 เลย แต่ว่าสามีก็หล่อจริงๆนะ ถึงแม้ว่าจพยากจนไปหน่อยก็ไม่เป็ไร ไหนๆก็มีสามีหล่นใส่หัวแล้วนางก็จะเต็มใจรับเอาไว้ก็ได้ เด็กสองคนก็ถือว่าหน้าตาดีมากเพียงแต่ผอมไปหน่อยหลังจากนี้ก็ถึงเวลาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ได้รับมา
เว่ยจื้อโหยวที่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนมาถึงถึงบ้านของอวิ๋นเซียว เขาจอดรถเข็นและอุ้มนางเข้าบ้าน หลังจากที่อุ้มภรรยาไปนอนบนเตียงในห้องนอนอันคับแคบของเขาแล้ว เขาก็ออกมาช่วยน้องชายน้องสาวขนสินเดิมของภรรยาเข้าบ้าน
“อดทนหน่อยนะอาโหยวที่นี่ออกจะคับแคบไปหน่อย แต่ข้าสัญญาว่าจะดูแลเ้าให้ดี ตอนนี้เ้าไม่ต้องคิดอะไรมากเ้านอนพักผ่อนก่อน ตื่นมาจะได้กินข้าว”
“เ้าค่ะ”
“เ้าพักผ่อนเถอะข้าจะออกไปตุ๋นน้ำแกงไก่เอาไว้ให้เ้าบำรุงร่างกาย”
“ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะ”
“ข้าเต็มใจ” อวิ๋นเซียวตอบออกไปพร้อมกับหน้าแดง เขาไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะงดงามปานนี้ ในใจก็กลัวว่านางจะไม่ยินดีและรังเกียจที่เขายากจนแต่ดูแล้วนางคงเต็มใจแต่งให้เขาจริงๆหาใช่โดนบังคับหรือจำใจแต่งให้เขาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตกไปเป็อนุของเศรษฐีเฒ่า
อวิ๋นเซียวปล่อยให้ภรรยาหมาดๆได้นอนพักผ่อน จากนั้นเขาเข้าครัวนำไก่ป่าที่ล่ามาได้ไปตุ๋นเป็น้ำแกงไก่บำรุงร่างกายภรรยา เขาได้แต่หวังว่าจะหาเงินได้เพียงพอที่จะจ่ายให้กับทางการจะได้ไม่ต้องถูกเกณฑ์ไปเป็ทหาร แต่เงินตั้ง 10 ตำลึงทอง เขาจะไปหาทันได้ยังไงกัน
เว่ยจื้อโหยวหลับไปจนถึงพลบค่ำนางตื่นขึ้นมาเพราะอวิ๋นเซียวเรียกให้นางลุกขึ้นมากินข้าวหลังจากที่นางกินน้ำแกงไก่บำรุงร่างกายแล้วอวิ๋นเซียวให้นางดื่มยาต่อทันที จากนั้นเขายกน้ำเข้ามาให้นางเช็ดตัวแล้วค่อยปล่อยให้นางนอนต่อ
เวลาผ่านไปแล้ว 7วันนับั้แ่เว่ยจื้อโหยวแต่งเข้ามาเป็ภรรยาอวิ๋นเซียว ตอนนี้ร่างกายของนางหายดีแล้ว ทุกวันอวิ๋นเซียวจะเข้าป่าล่าสัตว์และนำสัตว์ป่าที่ได้มาไปขายแลกเงิน
จากนั้นก็ซื้อข้าวสารและเครื่องปรุงต่างๆกลับมา ส่วนน้องชายน้องสาวทำงานบ้านและดูแลแปลงผักเล็กๆหลังบ้าน นางได้รับการเอาใจใส่จากอวิ๋นเซียวและน้องสาวน้องชาย เขาดูแลนางอย่างดีดังเช่นที่เขาได้ลั่นวาจาเอาไว้กับครอบครัวของนาง แต่ผ่านมาแล้ว 7วัน นางยังไม่ได้เข้าหอเลยแล้วแบบนี้จะเรียกว่าเป็สามีภรรยากันได้อย่างไร