เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อนคิทก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า เจ.ดี. ลาสซิเตอร์ ออกคําสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทเสียใหม่หรือว่าชิพจะไม่พอใจเกี่ยวกับเื่นี้เธอรู้ว่าชิพวางแผนที่จะดัดแปลงบทของตัวแสดงให้ดีขึ้นกว่าเดิมอยู่แล้วขณะเดียวกันเขาก็จะต้องสอดส่องหาโลเกชั่นที่ดีที่สุด สําหรับการถ่ายทําตลอดเวลาที่พานักอยู่ในแอสเพนหรือว่า ลาสซิเตอร์จะเรียกร้องอะไรที่มันมากกว่านั้นอีก
ผู้ชายคนหนึ่งในกางเกงยีนกับเสื้อวินด์เบรคเกอร์รัดเอวเดินเข้ามาที่เครื่องบินใบหน้าคล้ำๆ บ่งบอกความเป็ชาวอเมริกันเต็มตัวกระจ่างอยู่ด้วยรอยยิ้มและมองตรงมาที่จอห์น เทรวิส
“ขอต้อนรับสู่แอสเพนครับคุณเทรวิสดีใจที่ได้พบคุณอีก”
“ขอบใจมากแดน”
จอห์น เทรวิสก้าวออกไปััมือกับเขาแล้วจึงได้หันมาทางกลุ่ม พูดเป็เชิงอธิบายว่า
“นี่คือแดน โซเมอร์สเขาเป็ผู้อารักขาผมในแอสเพน แดนกับคนของเขาอีกสองคนจะทําหน้าที่ป้องกันพวกแฟนๆทั้งหลายให้อยู่ห่างตัวพวกเรามากที่สุดเท่าที่จะทําได้”
คิทเหลือบตามองไปทางผู้ชายคนนั้นรู้อยู่ว่าจอห์น เทรวิส จะไม่ยอมปรากฏตัวที่ไหนถ้าไม่มีหน่วยอารักขาอย่างน้อยก็หนึ่งคนให้ความคุ้มครอง เมื่อสามปีก่อนเขาถึงกับกระดูกซี่โครงหักมาแล้วด้วยฝีมือของนักเบสบอลล์ที่แกะรอยเขามาเป็เวลาถึงสามเดือนและต่อมาเขาก็ยังถูกพวกแฟนภาพยนตร์รุมล้อมกรอบเข้าให้อีก เมื่อเป็เช่นนี้เขาก็จําเป็จะต้องระมัดระวังตัวให้ดียิ่งขึ้น
ความมีชื่อเสียงกับความหวาดกลัวนั้นดูจะไม่หนีกันไปไหนได้เลยและมันก็ยังเป็สัญลักษณ์แห่งกาลเวลา ยามที่นักแสดงรุ่งโรจน์ขึ้นมาอีกด้วย
“เบิร์ทกําลังไปเอารถมาแล้วครับ”
แดน โซเมอร์สชี้ไปยังรถตู้คันหนึ่งที่กําลังวิ่งมาตามทางวิ่งคอนกรีต
“พอเอากระเป๋าขึ้นเสร็จเราก็ออกเดินทางกันได้เลย”
“ดี”
หลังจากทําความเคารพจอห์นอีกครั้งหนึ่งแล้วแดน ก็ออกเดินตรงไปยังด้านท้ายของเครื่องบินซึ่งตรงนั้นเ้าหน้าที่ประจําเครื่องกําลังขนกระเป๋าเดินทางลงกองไว้กับพื้น
“ตอนแรกผมคิดว่าเอ๊บกับโนแลนจะมารับเราที่นี่เสียอีก”
ชิพขมวดคิ้ว
“ผมอยากจะคุยกับเขาเื่การเตรียมการเบื้องต้นสําหรับการถ่ายทํากับเขาเสียก่อนเพราะรู้สึกว่าโนแลนค่อนข้างจะร้อนใจเื่นี้อยู่”
“ตอนนี้คงจะรอกันอยู่ที่บ้านละมั้ง”
เมื่อรถตู้คันนั้นเคลื่อนเข้ามาหยุดอยู่ใกล้จอห์นก็เอื้อมมาจับแขนคิทพาเดินไปที่รถ
“รอเดี๋ยวคิท”
มัวรี่ร้องบอก
เธอหันกลับไปมองเมื่อเห็นมัวที่กําลังเดินแกมวิ่งตามมาก็ดึงมือออกจากจอห์นบอกกับเขาว่า
“เดี๋ยวตามไปค่ะ”
แล้วก็หันไปหยุดยืนรอมัวรี่อยู่
เขาเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าเธอเนื่องจากเขาเป็คนที่มีรูปร่างต่ำเตี้ยจึงจําเป็ต้องแหงนคอขึ้นพูดกับทุกคน ซึ่งรวมทั้งคิทด้วยเขาจึงต้องฝึกท่าที่เชิดหน้าขึ้นไว้ให้ดูมีอํานาจเชิดจมูกที่เหมือนตะขอขึ้นในอากาศจากจมูกที่เป็สัญลักษณ์ประจําตัวกับสําเนียงนิวยอร์คที่เขาเปล่งออกมาเวลาพูดรวมทั้งความเป็คนค่อนข้างตระหนี่ทําให้ผู้คนเชื่อว่าเขาจะต้องมีเชื้อสายยิวอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง มัวรี่ โรสได้ยอมรับกับคิทว่า แท้ที่จริงเขาไม่ได้มีเชื้อสายยิวมากกว่าบิลลี่ เกรแฮม เลยหลังจากที่เขามาอยู่ฮอลลีวู้ดได้ไม่นาน เขาก็เรียนรู้ว่านักแสดงส่วนใหญ่ชอบที่จะให้เอเย่นต์หรือผู้จัดการของตนเป็ชาวยิวเพราะมันเท่ากับเขามีความสามารถในเื่การต่อรองราคาค่าตัวได้กว่าเอเย่นต์ชาติอื่น
เมื่อเป็เช่นนี้ มัวรี่ โรสจึงปฏิบัติตามสุภาษิตที่ว่า “จงให้ทุกสิ่งที่คน้า” เขาเลิกปฏิเสธต่อใครๆว่าเขาไม่ใช่ยิว ปิดสํานักงานที่ยอม คิพเพอร์ และฮานุคค่ารับคําเชิญไปร่วมงานวันเกิดของบรรดาลูกชายเ้าของสตูดิโอที่บาร์ มิทซว่าห์อยู่บ้านเขาจะกินไข่กับเบคอนแต่พอออกไปนั่งตามร้านก็จะสั่งอาหารยิวมากินเช่นนี้เป็ต้น
ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อมาถึงวันนี้ มัวรี่ โรส ได้กลายเป็บุคคลสําคัญแห่งฮอลลีวู้ดไปแล้ว
“มีเื่อะไรหรือมัวรี่”
คิทถามอย่างแปลกใจเพราะเห็นสีหน้าเขาเคร่งขรึมกว่าเดิม
“ก็มีเื่งานที่คุณจะไปร่วมคืนนี้นั่นแหละ”
เขาคล้องแขนเข้ากับเธอและพาเดินไปยังรถที่จอดรออยู่อย่างไม่เร่งร้อน
“ผมอยากจะให้คุณเกาะติดอยู่กับเทรวิสนับแต่ออกจากบ้านจนกลับจากงานเลย”
“คุณไม่คิดบ้างหรือว่าการทําอย่างนั้นมันน่ารําคาญ แล้วก็ออกจะมากเกินไปหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาเกิดอยากจะขอผู้หญิงสักคนเต้นรําขึ้นมา หรือเขาเกิดอยากเข้าห้องน้ำแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”
เธอแสร้งทำตีหน้าเฉยเมื่อตั้งคําถามหลังออกไป
“นี่มันเื่สําคัญนะคิทเอาใจใส่หน่อยสิ”
“ก็ทําไมเล่า”
เธออดยิ้มไม่ได้
“ฉันจะต้องไปจริงจังทําไมในเมื่อมีคุณคอยจริงจังแทนอยู่ทั้งคนยังงี้”
เธอััความรู้สึกที่ว่าเขาไม่ได้ขบขันตามไปด้วย
“โอเค...จะให้จริงก็ได้เป็อันว่าคืนนี้คุณอยากให้ฉันกับจอห์นเป็แฝดสยามกัน”
“แน่นอนต้องอย่าลืมว่าเราจะต้องพยายามทําให้งานคืนวันนี้ มันเป็งานของเราไปด้วยถ้าใครเขาถ่ายรูปเทรวิส ผมอยากให้มีรูปคุณติดอยู่กับเขาด้วย เพราะฉะนั้นเกาะเขาไว้ให้นานที่สุดแล้วก็มากที่สุด แต่จะต้องพยายามให้ใกล้ชิดกับเขาไว้เสมอจนกระทั่งช่างภาพไม่สามารถจะตัดรูปคุณทิ้งไปได้แล้วกัน”
“ตกลง”
คิทพยักหน้ารับรู้มีความรู้สึกเหมือนตัวเองกําลังเล่นเกมแข่งขันอะไรอย่างหนึ่งขึ้นมาทันทีแต่ใจจริงแล้วเธอไม่ใคร่ชอบความคิดของเขาเท่าไรนัก
“ดีมาก...”
มัวรี่รีบพูดต่อ
“หลังจากที่ใครๆเขาคิดว่าคุณเป็ผู้หญิงของเทรวิส แล้วเขาก็พากันหันมาสัมภาษณ์คุณส่วนใหญ่เขาก็จะถามเกี่ยวกับเื่ท้องถิ่นเพราะมีความรู้สึกว่าคุณมีความรู้เกี่ยวกับบ้านเกิดของตัวเองดีกว่าใคร...อะไรทํานองนั้นเราจะพิจารณาเื่นี้กันอีกทีเอาไว้ให้ถึงเวลานั้นเสียก่อน”
คิทอดลอบถอนใจไม่ได้เพราะหวังไว้ว่าหลังจากงานการกุศลคืนนี้แล้วเธอจะยุติเื่การให้สัมภาษณ์การถ่ายรูปลงชั่วคราวอย่างน้อยก็สักสองสามอาทิตย์จนกว่าถ่ายทําภาพยนตร์จะเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังที่จริงการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์เื่ใหม่นี้ได้ทําล่วงหน้ามาเกือบเดือนแล้วนับแต่วันที่เธอเซ็นสัญญาแสดงบท “อีเด็น” ในเื่ไว้ท์ ไล นี้ในตอนแรกเธอก็ออกจะตื่นเต้นที่ได้พบกับพวกนักข่าว รู้สึกสนุกกับการให้สัมภาษณ์แต่พอมาถึงเวลานี้ความรู้สึกต่างๆ เ่าั้ได้จางหายไปมากเธออยากจะหลบหนีหน้าไปไหนสักพักด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางทําได้เลย
จอห์น เทรวิส ยืนคอยอยู่ข้างรถจับตามองท่าทางเดินทอดน่องของคนทั้งสอง และความรู้สึกทั้งรำคาญและหมั่นไส้ในตัวมัวรี่ โรส ก็เพิ่มขึ้น พอล่าถึงกับถอนหายใจออกมายืดยาวเธอเองก็กําลังจับตามองบุคคลทั้งสองอยู่เช่นกัน
“ถามจริงๆ เถอะคุณปล่อยให้นายนั่นมากับเราทําไม”
พอล่าหันไปถามจอห์น
“จนถึงเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลที่คุณยอมให้เขาติดตามมาเลยนะ”
“คราวหน้าคราวหลังถ้าคุณเข้าไปใกล้ตัวเขาก็สูดลมหายใจให้มันยาวๆ เข้าไว้แล้วกัน”
จอห์นพูดเป็เชิงแนะนําพยายามที่จะไม่แสดงความไม่ชอบหน้าในตัวเอเย่นต์ของคิทออกมาให้ใครเห็น
“ถ้าคุณสูดลมหายใจลึกๆอย่างที่ผมแนะนําละก็ คุณจะได้กลิ่นความละโมบกับความกลัวอย่างชัดเจนทีเดียวอย่าลืมว่าคิทคือใบเบิกทางให้เขาได้มีโอกาสเดินผ่านเข้าไปสู่ความยิ่งใหญ่กับเงินจํานวนมากที่คิทจะต้องทุ่มให้เขา”
“อันที่จริงมัวรี่ โรสก็เป็เอเย่นต์ให้คิทมาั้แ่แรกที่เขาก้าวมาสู่วงการแล้วนี่”
ท่าที่ยักไหล่บอกให้รู้ว่าพอล่า้าจะยุติเื่ที่กําลังจะพูดจากันอยู่ลงเพียงแค่นั้นแต่เมื่อจอห์นอ่านความรู้สึกในสีหน้าของเธอก็พอจะรู้ว่าพอล่าเองก็เห็นด้วยกับคําพูดของเขา
“คุณน่ะเป็เพื่อนสนิทของคิทเพราะฉะนั้นก็ช่วยหาทางพูดให้เขากําจัดนายคนนี้ออกไปให้พ้นหาเอเย่นต์ที่มีฝีมือกว่ามัวรี่ โรส ซึ่งก็มีอยู่ถมไปเสียยังดีกว่า อย่างครีเอทีฟอาร์ติสท์ส หรือวิลเลียม มอร์ริสนั่นก็เป็เอเย่นต์ที่มีอิทธิพลสูงในวงการนี้อยู่แล้ว จะเป็ใครคนใดคนหนึ่งก็ได้รับรองว่าเขาสามารถทําประโยชน์ให้คิทได้มากกว่านี้แน่”
“ฉันว่าเปลืองน้ำลายเปล่าๆคิทน่ะเป็คนสํานึกในบุญคุณของคนเขาไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ หรอก”
รอยยิ้มของพอล่ามีแววสลดเมื่อเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเขาอยู่
“ครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีความเชื่อในเื่พรรค์นั้นอยู่เหมือนกันแล้วคุณล่ะ”
“ผมจําไม่ได้แล้ว”
จอห์นตอบห้วนๆ
“นั่นสินะ...เื่พรรค์นั้นมันก็ผ่านมานานแสนนานสําหรับฉันด้วยเหมือนกัน”
เธอหันหลังให้เขาก้าวขึ้นไปบนรถ
แดน โซเมอร์สเดินมาถึงพร้อมกับมัวรี่และคิท
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ”
เขารายงานจอห์น เทรวิส
“พร้อมแล้วใช่ไหมครับ”
“พร้อมแล้ว”
จอห์นสนองรับยื่นมือให้คิทเกาะเมื่อก้าวขึ้นนั่งบนรถ...