หลินซือเยว่จ้องมองซูหว่านเอ๋อร์ด้วยดวงตาวาวโรจน์ แรงอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นในอกเหมือนูเาไฟที่กำลังจะะเิ แม้ภายในจะวางแผนไว้รอบคอบแค่ไหน แต่บทที่เธอเลือกในตอนนี้...คือบทนางร้ายตัวแม่ ที่พร้อมจะลากพระเอกนางเอกลงจากเวทีรักด้วยมือของตัวเอง
‘อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน… ก็ในเมื่อแกหน้าเหมือนไป๋เยวี่ยไม่มีผิด ขนาดนิสัยที่เสแสร้ง ทำตัวเป็แม่ดอกบัวขาวปั้นหน้าใสซื่อ ก็ยังเหมือนกันจนฉันแทบอาเจียน’
เธอกัดฟันแน่น ยิ้มมุมปากอย่างเ็า ขณะจ้องมองรอยยิ้มหวานของยัยดอกบัวขาวที่กำลังยิ้มให้เว่ยหานเจิ้งด้วยท่าทางละมุนละไม
‘ถ้าแกยังกล้าใช้หน้าที่เคยทรยศฉันในชาติที่แล้ว มาเดินออดอ้อนผู้ชายของฉันอีกละก็…’
‘งั้นก็อย่าหวังเลยว่าแกจะได้บทนางเอกไปง่าย ๆ คราวนี้...ฉันจะเป็คนเขียนบทใหม่เอง’
หลินเสวี่ยอวิ๋นสูดหายใจลึก ก้าวฉับ ๆ ออกจากหลังแผงผักตรงเข้าไปในร้านโดยไม่ลังเล ด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง เรียกสายตาทุกคู่ให้หันมามอง ก่อนที่เธอจะก้าวไปหาคนชายหญิงคู่นั่น
“อ้าว นี่คุณซูนี่นา มาทำอะไรที่ร้านของสามีฉันแต่เช้าเชียว” เธอแสร้งพูดเสียงแหลมสูงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ซูหว่านเอ๋อร์หันมามองหน้าเธอด้วยความใ ไม่คาดคิดว่าจะเจอหลินซือเยว่ที่นี่ใน่เช้าๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย ส่วนเว่ยหานเจิ้งหันมามองหลินซือเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนไม่พอใจ
“ซือเยว่ เธอมาทำอะไรที่นี่” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม
“ฉันก็มาเยี่ยมสามีตัวเองน่ะสิคะ หรือคุณว่า… ฉันมาขัดจังหวะสำคัญของพวกคุณงั้นหรือคะ?” หลินซือเยว่ยิ้มหวานหยด แต่ในดวงตาเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ร้ายกาจ
ซูหว่านเอ๋อร์รีบเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่นะคะพี่สะใภ้ ฉันแค่เอาขนมมาให้พี่เจิ้งเท่านั้นค่ะ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยมากไปกว่านี้”
“เหรอคะ? ขนมเนี่ยนะ? ทำไมฉันไม่เห็นคุณเอาไปให้ผู้จัดการจางที่นั่งจัดเรียงสินค้าตรงนั้นบ้างล่ะคะ? หรือว่า… คุณกลัวว่าฉันจะเข้าใจผิดว่าคุณตั้งใจมาทำอ่อยคะแนนกับสามีของฉัน?” หลินซือเยว่พูดจายียวนกวนประสาท ยิ้มกริ่มเมื่อเห็นสีหน้าของซูหว่านเอ๋อร์ที่เปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ
เว่ยหานเจิ้งถอนหายใจ “ซือเยว่ พอได้แล้ว เธอนี่มัน…”
“ฉันนี่มันอะไรคะ? ฉันก็แค่ถามตามความเป็จริงนี่นา หรือว่าพ่อแม่ของคุณซู ไม่ได้สอนให้คุณให้รู้จักมารยาทสังคมและสถานะตัวเองบ้างเลยค่ะ ว่าตอนนี้คุณกำลังคุยกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว” หลินซือเยว่หันไปตำหนิซูหว่านเอ๋อร์โดยตรง
ประโยคนั้นแทงลึกเข้าบาดใจทุกคนที่แอบมุงอยู่รอบร้าน
ซูหว่านเอ๋อร์หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเบิกตากว้าง พยายามปั้นหน้ายิ้มกลบเกลื่อน
“พ…พี่สะใภ้เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันแค่...”
[ติ๊ง ซูหว่านเอ๋อร์ ลดคะแนนความสัมพันธ์ -10]
[เป้าหมาย: ซูหว่านเอ๋อร์ เริ่มรู้สึกอับอายและเสียหน้าในสังคม]
เสียงเ้าระบบแทรกเข้ามาในหัวหลินเสวี่ยอวิ๋นทันที ราวกับเอฟเฟกต์ประกอบฉากชัยชนะ
“อู้หูว โฮสต์ เฉียบขาดเหมือนฟันคมกริบ ยัยนางเอกนั่นถึงกับหน้าหงายไปสามซอย”
“บอกเลย ถ้วยรางวัล “นางร้ายยอดเยี่ยมแห่งปี” ต้องเป็ของโฮสต์อย่างแน่นอน”
“ระบบขอสมัครเป็แฟนคลับเบอร์หนึ่งั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป”
หลินเสวี่ยอวิ๋นแทบกลั้นยิ้มไม่ได้ กับเสียงยกยอของเ้าระบบ ความรู้สึกสะใจแผ่ซ่านอยู่ในอก
‘นี่มันได้ผล… แผนการร้ายกาจของฉัน ทำให้ยัยนางเอกนั่นเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อหน้าทุกคน’
เธอคิดในใจอย่างตื่นเต้น ก่อนจะหันไปมองเว่ยหานเจิ้ง สีหน้าสะท้อนความเจ็บช้ำ ดวงตารื้นน้ำคล้ายกลั้นเสียงสะอื้น
“พี่เจิ้งคะ ถ้าคุณรักเธอมากถึงขนาดนี้ ก็หย่ากับฉันเสียเถอะค่ะ ฉันจะได้ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว” หลินซือเยว่แสร้งทำเป็ร้องไห้ น้ำเสียงสั่นเครือ เรียกความสนใจจากคนทั้งตลาดได้ในทันที หลายคนเริ่มซุบซิบ เสียงกระซิบกระซาบแ่เบาเริ่มดังขึ้นเหมือนคลื่นลมทะเล
แต่แทนที่เว่ยหานเจิ้งจะโอนอ่อนหรือรู้สึกผิด ชายหนุ่มกลับขบกรามแน่น ดวงตาคมดุดันราวกับน้ำแข็ง
เขาก้าวเข้ามาใกล้หลินซือเยว่ สายตาจ้องลึกจนเหมือนจะล้วงเข้าไปถึงจิตใจของเธอ
“ซือเยว่… พอได้แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำ
“เธอกำลังทำอะไรอยู่? คิดว่าฉันไม่รู้เท่าทันการแสดงของเธอหรืออย่างไร”
เขาหันไปทางซูหว่านเอ๋อร์ที่ยืนตัวแข็ง ดวงหน้าขาวผ่อง แดงระเรื่อเพราะความอับอาย กลายเป็จุดสนใจของทุกคนที่เริ่มมุงดู ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเธออีกครั้ง
“ฉันบอกเธอไว้เลยนะ ว่าฉันคิดกับหว่านเอ๋อร์... แค่น้องสาวเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลย เธอก็อย่าหึงหวงจนไร้เหตุผล”
คำพูดของเว่ยหานเจิ้งเหมือนน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่หน้าหลินซือเยว่ เธออึ้งงัน รอยยิ้มเย้ยหยันที่เตรียมไว้ค้างอยู่บนใบหน้า
‘อะไรนะ? น้องสาว? หึงอย่างไร้เหตุผลงั้นเหรอ… ไหนบทพูดมันไม่เหมือนในหนังสือนิยายเลยสักนิด’ เธอเริ่มสับสนจนแทบลืมหายใจ
และที่น่าประหลาดกว่าคือใบหน้าของซูหว่านเอ๋อร์ดูซีดเผือดลง ดวงตากลมโตฉายแววร้าวราน เ็ปและผิดหวังอย่างชัดเจน ราวกับถูกปฏิเสธอย่างไม่ทันตั้งตัว
ทันใดนั้นเสียงระบบบ้า ๆ ดังขึ้นกลางหัวอย่างรื่นเริงจนน่าตบ
“ติ๊ง คุณได้รับคะแนนความประหลาดใจ จากเว่ยหานเจิ้ง +10 ความคืบหน้าภารกิจวันที่ 3 อัปเดตสำเร็จ”
หลินซือเยว่แทบจะหัวเราะออกมา
‘อะไรเนี่ย… แค่แสดงเป็นางร้ายขี้หึง แล้วยังโดนปฏิเสธหน้าแหกอีก ก็ยังได้คะแนนประหลาดใจ นี่มันง่ายกว่าที่คิดจริงๆ ภารกิจนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่นี่’
ทางด้านซูหว่านเอ๋อร์ได้ยินคำพูดของชายที่เธอแอบรัก เธอถึงกับนิ่งงันไป คำว่าแค่น้องสาวจากปากเว่ยหานเจิ้ง เหมือนมีดปลายแหลมที่กรีดกลางหัวใจเธออย่างไม่ปรานี
‘หลินซือเยว่… นังผู้หญิงหน้าไม่อาย’
‘บังอาจมาขัดขวางฉันงั้นเหรอ? คิดว่าการแสดงท่าทีหึงหวงจะมัดใจพี่เจิ้งได้เหรอ?’
‘ก็ได้... แกรอดูเถอะ ฉันจะทำให้พี่เจิ้งรังเกียจแกจนหมดใจ แล้วหย่ากับแกด้วยมือของเขาเอง’
ซูหว่านเอ๋อร์กัดฟันแน่นอย่างระงับอารมณ์ แต่ใบหน้านั้นยังเรียบสงบ... ไม่มีแม้แต่เสี้ยวของความโกรธเกรี้ยวปรากฏบนใบหน้า เธอจะสูดลมหายใจลึกๆ ยกยิ้มบาง ๆ ที่แทบไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะหันไปพูดด้วยเสียงอ่อนหวานตามแบบฉบับดอกบัวขาวที่ใครต่อใครหลงรัก
“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้พี่สะใภ้เข้าใจผิด ถ้าอย่างนั้น… ฉันขอตัวก่อนนะคะพี่เจิ้ง… พี่สะใภ้…”
เธอก้มหัวน้อย ๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ท่าทางนั้นดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้าน แต่ถ้ามองจากด้านหน้าจะเห็นมือที่กำหูตะกร้าแน่นจนข้อขาวซีด
ทันทีที่ร่างของยัยนางเอกลับตาไป หลินเสวี่ยอวิ๋นก็หันขวับมาทางผู้เป็สามี พร้อมกับใบหน้าที่แกล้งสะบัดด้วยความเ็ปใจปลอม ๆ …แต่กลับต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาคมเฉียบที่ดุดันยิ่งกว่าคมมีด
และไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไร เว่ยหานเจิ้งก็คว้าแขนเธอแน่น ลากเข้าไปหลังร้านอย่างไม่อ้อมค้อม
“โอ๊ย จะลากฉันไปไหนกันเล่า?”
เสียงประท้วงเบา ๆ ของเธอดังขึ้น แต่มือของผู้เป็สามีไม่หยุดลงแม้แต่น้อย จนกระทั่งพวกเขาอยู่ในพื้นที่ลับตาคน ด้านหลังร้านที่เงียบและคับแคบ
เว่ยหานเจิ้งปล่อยแขนเธอในจังหวะที่แรงพอดีกับการหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าของเขาเย็นเยียบ ริมฝีปากบางเม้มแน่น แล้วเอ่ยเสียงต่ำอย่างกดอารมณ์
“นี่เธอรู้ไหม… ว่าเธอทำอะไรลงไป?”
หลินซือเยว่ยืนนิ่ง ไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย “ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ฉันก็แค่ถามเธอตรง ๆ ว่าเธออ่อยสามีของฉันหรือเปล่า ก็แค่นั้น”
เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเย็นะเืจนบาดผิว “เธออย่าทำหึงหวงแบบไร้เหตุผล… ฉันไม่ชอบ”
คำพูดนั้นฟาดใส่เธออย่างรุนแรง แต่หลินซือเยว่กลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเธอกัดฟันแน่น ก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ
“ถ้าไม่ชอบฉันนัก… ก็หย่ากับฉันสิ ฉันจะได้ไม่ต้องมาทำตัวแบบนี้ให้คุณรำคาญอีก” ดวงตาของเธอไม่กะพริบ ราวกับท้าทายเขาอยู่เงียบ ๆ
เว่ยหานเจิ้งนิ่งไปครู่หนึ่ง ด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก ก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แววตายังคงเยือกเย็น
“ถึงแม้ว่าฉันอาจจะไม่ได้รักเธอ... แต่ฉันก็ไม่ใช่ผู้ชายที่จะคิดมีเมียหลายคน”
คำตอบนั้นทำให้หลินซือเยว่จ้องเขาอย่างเงียบงัน ดวงตาคู่นั้นราวกับจะอ่านทะลุทุกชั้นของเขาไปถึงหัวใจ
“งั้นคุณจะให้ฉันอยู่ในสถานะนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่? อยู่แบบที่ไม่มีความหมายอะไรเลย..อย่างนั้นหรือ”
เว่ยหานเจิ้งไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคมกริบสบตาเธอครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำและเยือกเย็น
“จนกว่าฉันจะแน่ใจ… ว่าเธอเปลี่ยนไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่กำลังเล่นละครบทใหม่ เพื่อหลอกฉันอีกครั้ง”
เธอกำมือแน่นแล้วเอ่ยอย่างช้าๆ “แล้วถ้าตอนนี้… ฉันไม่อยากเป็ภรรยาของคุณแล้วละคะ?”
คำพูดนั้นหลุดออกไปโดยไม่ได้ไตร่ตรอง แต่เมื่อพูดแล้ว เธอก็ไม่คิดจะถอย
เว่ยหานเจิ้งหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่มีแววตลกแม้แต่น้อย
“ก็แล้วแต่เธอ... แต่ถ้าไม่อยากเป็เมียฉันละก็…” เขาเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจนน่าขนลุก
“ก็อย่าคิดมีชู้เด็ดขาด เพราะถ้าเกิดเื่อะไรแบบนั้นขึ้น... เธอคิดหรือว่าจะไม่มีใครเดือดร้อน?”
“โดยเฉพาะ... คุณตากับคุณยายของเธอ ที่รักเธอมากแค่ไหน... เธอเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”
เขารู้…เขารู้จุดอ่อนของหลินซือเยว่ดี และจงใจพูดมันออกมาเหมือนเหยียบใจเธอทั้งเป็
ดวงตาของหลินเสวี่ยอวิ๋นเบิกกว้าง หน้าเธอซีดเผือดลงโดยไม่รู้ตัว
‘ใช่สิ... ฉันลืมไปได้ยังไง...ว่าเ้าของร่างดีแม้จะร้ายขนาดไหน แต่เธอก็รักตากับยายเป็อย่างมาก’
ถึงแม้พ่อแม่ของหลินซือเยว่จะจากไปั้แ่เธอยังเด็ก แต่คุณตากับคุณยายก็คือทุกอย่างในชีวิตของเ้าของร่างนี้ทั้งเป็ร่มเงา ทั้งให้ความอบอุ่น และความหมายของคำว่า ‘ครอบครัว’
คุณตาของหลินซือเยว่... คือหมอเดินเท้าผู้เป็ที่นับถือในหมู่บ้าน เป็คนที่คอยส่งเสียเ้าของร่างนี้มาโดยตลอด ให้ทั้งเงิน ให้ทั้งความรัก ทั้งที่ไม่มีอะไรผูกพันนอกจากคำว่าครอบครัว
ส่วนคุณยาย ก็รักและเอ็นดูหลานสาวราวกับเป็แก้วตาดวงใจ เป็คนที่ทำทุกอย่างเพียงเพราะอยากให้เธอมีความสุขแม้จะเผลอตามใจจนทำให้หลินซือเยว่กลายเป็หญิงสาวเอาแต่ใจ… แต่ลึกลงไป ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่คุณตาคุณยายไม่รักหลินซือเยว่
หญิงสาวเม้มปากแน่น เธอจะทำให้พวกท่านเสียชื่อเสียงไม่ได้... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
หากการหย่าจะทำให้ตากับยายของร่างนี้ต้องอับอาย เธอก็ต้องหาทางอื่น ทางที่ไม่ทำร้ายใคร และไม่ทำให้หัวใจคนแก่สองดวงนั้นแตกสลาย
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามกลืนความรู้สึกผิดลงอก ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น
“ถ้าคุณไม่อยากหย่าจากฉัน... ก็ตามใจแล้วอย่ามานึกเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
พอหลินซือเยว่เอ่ยจบ เธอก็หมุนตัว เดินออกไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มแม้แต่นิดเดียว
ไรท์ลงขาย E-book แล้วนะคะ Meb จะลงขายเที่ยงคืนนี้ค่ะ
ไรท์ฝาก E-book ด้วยค่ะ E-book มี 50 ตอน จำนวน 477 หน้า 103,636 คำ
++++++++++++++++++++++++++++++
เปิดฉากมา น้องหลินคือ นางร้ายตัวแม่ฟาดสคริปต์ดราม่ากลางตลาดเช้า
ใส่ยัยนางเอกกลางตลาดแบบไม่ไว้หน้า ทำเอาผักชีโรยหน้าร่วงไปทั้งแผง
พวกชาวบ้านเงียบกริบเหมือนดูละครช่องเจ็ดตอนหัวค่ำ
แต่พอโดนผัวลากเข้าหลังร้านเท่านั้นแหละ...โดนอบรมยาวเป็หางว่าว
จากที่น้องจะทิ้งผัว กลายเป็โดนขู่ด้วยคุณตาคุณยาย น้ำตาคลอเลยสิคะ
สุดท้ายทำเป็สะบัดผ้าคลุมเดินออก…แต่ใจน่ะร้อง “ฮืออออออออ”
555 อีผัวพูดแบบนี้น้องหมดสิทธิ์หย่าค่ะ มาดูกันว่ายัยน้องจะทำให้อีพี่หลงยังค่ะ