เมื่อมีคนเริ่มพูด คนอื่นๆ ที่คล้อยตามก็เริ่มออกมาพูดถึงเื่นี้ “แม่หนูรองบ้านตระกูลจิ่งตกลงไปในนาข้าวเอง แต่กลับโยนความผิดให้พี่สาว ไหนจะยังไล่ตีพี่สาวไปจนทั่วครึ่งหมู่บ้าน นิสัยแบบนี้ช่างเป็คนเอาแต่ใจจริงๆ!”
“เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่ายายหนูรองบ้านตระกูลจิ่งเป็เด็กดีรู้ความ แต่ไม่คิดเลยว่าจะนิสัยเอาแต่ใจไม่มีเหตุผลขนาดนี้! ถึงกับรังแกพี่สาวตัวเองแบบนั้น!”
หลิวชุนฮวาอยากจะลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดชาวบ้านพวกนั้นกลับไปให้หมด แต่ตอนนี้มีคนเข้าข้างจิ่งเยี่ยนกุยเยอะเกินไป อีกทั้งแม่ลูกตระกูลฟางก็ยังอยู่ หล่อนยังอยากให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยแต่งเข้าตระกูลฟาง จึงไม่อยากให้ภายในใจของพวกเขาเกิดความรู้สึกไม่ดี
หล่อนจึงฝืนฉีกยิ้ม เตรียมจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องจิ่งเสี่ยวเยวี่ย แต่จิ่งเยี่ยนกุยก็เดินมาตรงหน้าหล่อน แล้วพูดด้วยความน้อยใจว่า “แม่ ตอนนี้ความจริงปรากฏแล้ว! หนูไม่ได้ผลักเสี่ยวเยวี่ย!”
หลิวชุนฮวารู้สึกเหมือนโดนมีดปักลงกลางอกเพราะคำพูดนี้ของจิ่งเยี่ยนกุย ตอนนี้หล่อนแทบอยากจะตบยายเด็กนี่ให้กระเด็นออกไปเหลือเกิน แต่ก็ยังแสร้งวางตัวเป็แม่ผู้ใจดี
หล่อนพยายามเก็บอารมณ์ พลางทำสีหน้ารู้สึกผิดแล้วพูดออกมา “เยี่ยนกุย เมื่อครู่แม่ผิดเอง แม่เข้าใจแกผิดไป แต่แกก็ซื่อเกินไปจริงๆ ทำไมไม่พูดให้ชัดเจนั้แ่แรก?”
“น้องสาวของแกยังเด็ก บางครั้งก็อาจจะทำอะไรโดยไม่คิด ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง แม่ก็เชื่อว่าน้องไม่ได้ตั้งใจจะถีบแกนะ เื่วันนี้จะต้องเป็ความเข้าใจผิดแน่นอน”
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยรีบเสริมทันที “ใช่ๆๆ เป็ความเข้าใจผิด วันนี้หนูรู้สึกเหมือนมีคนผลักหนูจริงๆ ตอนนั้นมีแต่พี่อยู่ใกล้ๆ หนูก็เลยคิดว่าเป็พี่ พี่คะ วันนี้หนูเข้าใจผิดไป หนูขอโทษ!”
ถึงแม้จะยังเด็ก แต่ด้วย “การอบรมสั่งสอนอันยอดเยี่ยม” ของหลิวชุนฮวา จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจึงมีจิตใจที่ทั้งร้ายลึกและเ้าเล่ห์ อีกทั้งรู้จักประจบสอพลอ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็ใจ ก็รีบเปลี่ยนท่าที สารภาพความผิดอย่างรวดเร็ว แสดงท่าทีเหมือนรู้ตัวว่าทำผิดไปและพร้อมจะแก้ไข
จิ่งเยี่ยนกุยเห็นท่าทางของหล่อนในตอนนี้ ก็รู้สึกว่าเมื่อชาติที่แล้วเธอตกหลุมพรางของแม่ลูกคู่นี้ก็ไม่แปลก ลองดูหน้าด้านๆ และความสามารถอันแข็งแกร่งของพวกหล่อนสิ!
จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงแ่ “เธอรู้สึกว่ามีคนผลักเธอ แต่ตอนนั้นข้างหลังเธอไม่มีใครเลย เสี่ยวเยวี่ย เธอคงไม่ได้โดนผีตามรังควานอยู่หรอกนะ!”
คนยุคนี้ยังมีความเชื่อเื่ผีสางอยู่บ้าง ถึงแม้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจะรู้ความจริงที่เกิดขึ้น แต่พอได้ยินคำพูดนี้ก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้
จิ่งเยี่ยนกุยพูดเข้าประเด็นแล้วก็หยุด ไม่ได้โต้เถียงกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยต่อ และหันไปขอโทษเจียงอี่โหลวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “คุณป้าเจียง วันนี้หนูขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณป้าพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
เจียงอี่โหลวเป็คนฉลาด มองออกแต่แรกแล้วว่าเื่นี้มีอะไรมากกว่านั้น ก่อนหน้านี้หลิวชุนฮวาคิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยผลักจิ่งเสี่ยวเยวี่ย จึงลงมือตีลูก ทว่าเมื่อพิสูจน์แล้วว่าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเป็ฝ่ายผิดที่ใส่ร้ายจิ่งเยี่ยนกุย หลิวชุนฮวาก็พูดคล่องเป็ล่องน้ำ “เสี่ยวเยวี่ยยังเด็ก ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี” แล้วเื่ก็จบไปอย่างนั้น
หลิวชุนฮวาลำเอียงเกินไปแล้ว!
เจียงอี่โหลวที่มองเห็นเื่ทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว เหลือบสายตามองหลิวชุนฮวา “ดีแล้วที่เื่นี้กระจ่าง เยี่ยนกุยกับเสี่ยวเยวี่ยเป็ลูกสาวของเธอทั้งคู่ เธอในฐานะแม่ ดูจะบกพร่องในหน้าที่ไปสักหน่อยนะ”
สีหน้าของหลิวชุนฮวาดูไม่ดีเท่าไหร่นัก ในคำพูดของเจียงอี่โหลวมีความหมายอื่นแฝงอยู่ ตอนนี้หล่อนอดกลั้นความโกรธไว้จนเต็มท้อง เตรียมตัวจะกลับไปบ้านไปแล้วค่อยจัดการจิ่งเยี่ยนกุย!
แต่ตอนนี้หล่อนยังต้องฝืนยิ้มออกมา “พี่เจียงพูดถูก ในฐานะแม่ฉันทำหน้าที่บกพร่องไปจริงๆ กลับไปฉันจะสั่งสอนเสี่ยวเยวี่ยให้ดีแน่นอน”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้จักนิสัยของหลิวชุนฮวาดี โดนหักหน้าแบบนี้ กลับไปต้องตีเธอแน่ เธอจะยอมให้หลิวชุนฮวามีโอกาสแบบนั้นไม่ได้
เธอจึงพูดเบาๆ ขึ้นมาว่า “แม่คะ มีเื่หนึ่งที่หนูอยากจะบอก เสี่ยวเยวี่ยมักจะแอบตีหนูอยู่บ่อยๆ วันนี้หนูเปิดโปงเื่ที่เธอโกหก กลับไปเธอต้องแอบตีหนูลับหลังแม่อีกแน่ๆ”
พูดจบเธอก็ถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแขนที่มีรอยฟกช้ำดำเขียว
เมื่อเจียงอี่โหลวเห็นรอยฟกช้ำบนแขนก็พูดด้วยน้ำเสียงเ็า “คนบ้านจิ่ง นี่คือสิ่งที่เธอเรียกว่าเสี่ยวเยวี่ยยังเด็ก? เด็กทำผิดย่อมให้อภัยได้ แต่เื่นี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!”
เพลิงโทสะภายในใจของหลิวชุนฮวาลุกโชน หล่อนไม่คิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะพูดเื่นี้ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ จึงแถสีข้างถลอกอย่างไร้ยางอาย “เด็กๆ เล่นกันในบ้าน จะมีรอยฟกช้ำบ้างก็เป็เื่ปกติ”
คำพูดของหล่อนช่างหน้าไม่อายเกินไปแล้ว เจียงอี่โหลวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “เื่ก่อนๆ เป็ยังไง ฉันไม่สนหรอก แต่เยี่ยนกุยได้รับาเ็เพราะช่วยเสียนจือ ถ้าแผลของเธอไม่หายดี คนอื่นที่ไม่รู้เื่ก็คงจะคิดว่าตระกูลเจียงของเราทำอะไรกับเธอ!”
หลิวชุนฮวารีบรับปากทันทีว่าจะไม่ให้เกิดเื่แบบนั้นอีก
จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าเมื่อเจียงอี่โหลวพูดแบบนี้ หลังจากกลับบ้านหลิวชุนฮวาคงไม่กล้าทำร้ายเธออีกแล้ว เธอกำลังเตรียมจะพูดอะไรสักอย่างก่อนกลับบ้าน แต่ฟางเสียนจือดันพูดขึ้นมาว่า “มีเื่หนึ่งที่ผมอยากจะคุยกับคุณน้าหลิว”
หลิวชุนฮวาได้ยินเขาเรียกหล่อนว่าคุณน้าหลิวก็รู้สึกดีใจโดยพลัน รู้สึกว่าเขาเรียกแบบนั้น ต่อไปคงมีสักวันที่เขาจะเรียกหล่อนว่าแม่ยาย
ฟางเสียนจือทอดมองหล่อนแล้วพูดว่า “วันนี้ตอนที่เยี่ยนกุยช่วยผม ผมได้ทำอะไรบางสิ่งที่เสียมารยาทกับเธอ ถึงแม้เธอจะบอกว่าเป็สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ให้ผมเก็บไปใส่ใจ แต่ผมคิดแล้วคิดอีก ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง สมควรรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ดังนั้น…”
เมื่อเขาพูดถึงตรงนี้ก็หันมามองจิ่งเยี่ยนกุย “ดังนั้นถ้าคุณน้าไม่รังเกียจ ผมอยากจะแต่งงานกับเธอ”
เดิมทีเื่ความขัดแย้งนี้ดึงดูดชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาดูเหตุการณ์ จึงค่อนข้างเสียงดังโหวกเหวก แต่เพราะเพียงคำพูดเดียวของเขา ทุกอย่างกลับเงียบสงัดลงทันใด ทุกคนต่างมองเขาด้วยความประหลาดใจอย่างไร้สิ่งใดเปรียบ
ถึงแม้คำพูดของเขาจะฟังดูคลุมเครือ แต่ความหมายกลับชัดเจนแจ่มแจ้ง เขาคงไปััโดนส่วนที่ไม่สมควรัับนตัวของจิ่งเยี่ยนกุยมาแน่ๆ!
พระเ้าช่วย! ข่าวนี้มันช่างร้อนแรงเกินไปแล้ว!
สมองของจิ่งเยี่ยนกุยก็สั่งการไม่ทันเหมือนกัน เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดเื่แต่งงานกับเธอในที่สาธารณะเช่นนี้!
เื่นี้ไม่ได้อยู่ในแผนของเธอสักนิด! ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วจริงๆ ว่า คนที่หัวกระแทกจนสมองกระทบกระเทือนคงจะเป็เขา ไม่ใช่เธอ!
ยิ่งไปกว่านั้นเื่นี้มันต่างจากเส้นทางในชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ชาติที่แล้วเขาไม่เคยแต่งงานมาก่อน แต่ตอนมันเกิดอะไรขึ้นถึงได้มาขอเธอแต่งงานต่อหน้าคนมากมายแบบนี้?
ถึงแม้เธอจะคิดว่าเขาหล่อ ตรงตามรสนิยม แต่เธอก็รับไม่ได้จริงๆ ที่เขาจะแต่งงานด้วยเพียงเพราะการจับเนื้อต้องตัว เธอจึงไอออกมาเบาๆ แล้วพูดว่า “พี่ฟาง ฉันบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เื่นั้นเป็อุบัติเหตุ พี่ไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ…”
“ในฐานะผู้ชาย การรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองเป็คุณสมบัติพื้นฐาน” ฟางเสียนจือมองเธอ “เว้นแต่ว่าเธอจะไม่ชอบฉัน”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าเขาเป็คนเก่งกล้าความสามารถ เธอจะกล้าไม่ชอบเขาได้อย่างไร จึงรีบพูดว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!”
ในแววตาของฟางเสียนจือมีประกายรอยยิ้มจางๆ “ในเมื่อเธอไม่ได้ปฏิเสธว่าชอบฉัน และฉันก็อยากรับผิดชอบ ถ้าอย่างนั้นเื่นี้ก็ตกลงกันตามนี้แล้วกัน”
พูดจบเขาก็หันไปมองหลิวชุนฮวา “ขอให้คุณน้าช่วยสนับสนุนด้วยครับ”